WordPress Themes กับการออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม

WordPress Themes

WordPress Themes กับการออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม  เมื่อพูดถึง ธีม หรือ themes อธิบายง่ายๆ ก็คือ หน้าตาของ เว็บไซต์ นั่นเองคะ ถ้าเป็นการทำเว็บในยุคก่อนๆ ก็คงจะไม่มีอะไรมาก เพราะเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการออกแบบ หรือทำให้ themes ของเว็บ มันดูดีนั้น มีน้อยมากๆ ต้องเขียนโค้ดอย่างเดียว ยุ่งยากมากๆ แต่ในปัจจุบัน รูปแบบ ของ Theme ได้มีการพัฒนาไปอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นความสวยงามของ เว็บไซต์ เองแล้ว มันยังมีการสอดแทรกฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ เพิ่มเข้าไปอีกด้วย
สำหรับ เว็บไซต์ทุกประเภทนั้น ประเภทของ themes จะมีอยู่ด้วยกัน เพียงแค่ 2 แบบเท่านั้น ก็คือ แบบฟรี กับแบบเสียเงิน เว็บที่มีใช้ themes สวยๆ มักจะแสดงออกถึงความชำนาญของเจ้าของเว็บที่มีทักษะสูง ทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ในทางกลับกัน เว็บที่ใช้ themes ดั้งเดิม หรือ Default Theme แบบเดิมๆ ที่ระบบให้มา มักจะสร้างเว็บออกมาได้ไม่สวยงาม และไม่ดึงดูดให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้อยากที่จะกลับเข้ามาอีก ซึ่งจะเรียกได้ว่า themes คือส่วนโครงสร้างหลักส่วนหนึ่ง ที่เป็นตัวกำหนดความสำเร็จของ การสร้างเว็บไซต์ ได้เลยทีเดียวคะ

WordPress Themes

สำหรับแง่มุมของผู้ใช้งานทั่วไปที่อยากจะนำ Themes มาทำเว็บไซต์ด้วยตัวเอง เพื่อให้เว็บของคุณดึงดูดผู้เข้าชม มีดังนี้
เลือกธีมให้เหมาะกับเว็บที่จะทำ ต้องรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำเว็บเกี่ยวกับอะไร เพื่อให้ฟังชั่นการใช้งานต่างๆ สวยงามดูดีและเข้ากันกับเนื้อหาของเว็บนั้นๆค่ะ ซึ่งการเลือก themes นั้นต้องเลือกตามหมวดหมู่ ยกตัวอย่างเช่น หากใครจะทำเว็บที่เฉพาะด้านกว่านั้น เช่น eCommerce, Magazine, News, Travel ก็จะเหมาะกว่าที่จะเลือกธีมเฉพาะด้านนั้นๆ ไปเลย ธีมข่าวสามารถที่จะจัดแบ่งหมวดหมู่ข่าวต่างๆ ให้น่าสนใจ ธีมแฟชั่นมีความเรียบหรูโทนสีคลาสสิกแต่ส่งให้ภาพเสื้อผ้าและนางแบบดูโดดเด่น ธีมท่องเที่ยวเพิ่มแผนที่ให้เราสามารถปักหมุดยังจุดหมายต่างๆ ควบคู่ไปกับบทความได้ เป็นต้น ธีมเฉพาะด้านเหล่านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเราได้มากโดยไม่ต้องไปปวดหัวกับการออกแบบอะไรมากมายค่ะ
ใช้เวลากับการศึกษาการปรับแต่งธีมนั้นๆ ในการติดตั้งหรือปรับแต่งธีมนั้น เราต้องรู้ว่าจะกำหนดเปิดปิดจัดวางอะไรตรงไหนได้ยังไงบ้าง การตั้งค่านี้เกี่ยวกับอะไร ดังนั้น เราต้องศึกษาการปรับแต่งธีมนั้น ๆ แทบทุกธีมบนเว็บเขาจะมีสิ่งที่เรียกว่า Document เจ้าสิ่งนี้แหละคือคู่มือที่จะทำให้เรารู้ว่าควรจะปรับแต่งอะไรตรงไหนได้เลย ธีมฟรีที่เราติดตั้งผ่าน WordPress บนหลังบ้านเรานั้น ก็จะมีเว็บของคนเขียนธีมอยู่ หากกดดูรายละเอียดธีมเราก็จะสามารถไปยังเว็บหลักของเขาเพื่อที่จะดูคู่มือเหล่านี้ได้คะ ซึ่งถ้าเราเชี่ยวชาญมากพอก็สามารถทำเว็บออกมาได้แบบไม่จำกัดรูปแบบ สามารถสร้างเงินสร้างงานและอาชีพให้คุณได้มากมายอีกด้วยคะ
ดู Demo ของธีมก่อนตัดสินใจเลือกใช้ ซึ่งก็คือตัวอย่างขณะออนไลน์จริงนั่นเอง บางธีมจะมีตัวอย่างหลายแบบเพื่อให้เราพอนึกภาพออกว่ามันสามารถปรับแต่งได้ยังไงบ้างคะ และFeatures ต่างๆ ของธีมที่เราเล็งๆ ไว้ มีฟังชั่นพิเศษอะไร สามารถปรับแต่งตรงไหนได้บ้าง จุดเด่น จุดด้อยที่เรารับได้ และการต่อยอดในอนาคตอย่างไร
ดูฟีดแบคจากคนที่เราจะซื้อ ซึ่งอาจจะใช้วิธีการเสริช หรืออ่านจากการตอบคอมเม้นท์หรือเว็บบอร์ดถ้าเขาเปิดให้เข้าดูได้ เช่น Themeforest เราสามารถที่จะดูคอมเม้นท์ได้หมดคะ
เป็น Theme ที่ Mobile-Friendly หรือรองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์ประเภทมือถือ ควรตรวจสอบว่า Theme ที่ใช้ในปัจจุบันเป็น Mobile Friendly หรือไม่ และเป็น HTML5 ที่เป็น Responsive Web Design รองรับ Responsive view จากอุปกรณ์ประเภทต่างๆได้ไหม
มีระบบลิงค์ภายในที่ดี ระบบลิงค์ภายในของเว็บแข็งแกร่งจะช่วยให้ Search Engine Robots ทำงานในการเก็บข้อมูลไปแสดงผลได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยคะ ทำไมถึงต้องมีระบบลิงค์ภายในที่ดี อย่าลืมนะคะว่านอกจากหน้า Post ของบทความที่สามารถไปทำอันดับบนผลการค้นหาได้แล้วนั้น หน้า Category และ หน้า Tag ก็สามารถไปติดอันดับได้นะคะ ซึ่งระบบลิงค์ภายในของเว็บที่ดีจะช่วยในการทำอันดับส่วนนี้ได้เยอะเลยคะ
มี The Power of Community สิ่งนี้เองที่ทำให้ WordPress มีคนใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีชุมชนผู้ใช้งานขนาดใหญ่ และเป็นกลุ่มก้อนกัน ก่อให้เกิดการแบ่งปันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตั้งแต่คนใช้งานทั่วไป เว็บดีไซน์เนอร์ โปแกรมเมอร์
สุดท้ายแล้ว หากไม่ได้ตรงตามที่ต้องการจริงๆ ทั้งในเรื่องของการออกแบบและระบบที่เราต้องการ อาจจะต้องพึ่งมืออาชีพสร้างให้โดยเฉพาะ แม้จะพูดได้ว่า WordPress สามารถที่จะทำเว็บได้ทุกเว็บก็จริง แต่บางทีการเขียนเองเพื่อการใช้งานเฉพาะก็สะดวกและง่ายกว่าการนั่งปรับแต่ง หากทางเลือกนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย ก็ควรเตรียมทุนไว้ให้ดีค่ะ

 

โดย..เจ้าน้อย..