Currently browsing: Trend

Podcast น่าสนใจ ฟังเพลิน เจริญใจ

ยุคนี้ เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักพ็อดคาสท์ (Podcast) เพราะฮอตฮิตติดลมบนซะเหลือเกิน โดย Podcast นั้น เรียกง่ายๆ ก็คือ เป็นรายการที่เราสามารถรับฟังและรับชมผ่านอินเทอร์เน็ต คล้าย ๆ กับพวกรายการวิทยุ โดยแบ่งออกเป็นตอนและสามารถดาวน์โหลดเก็บเอาไว้ในเครื่องสำหรับการฟังแบบออฟไลน์ในตอนไหนก็ได้ โดยช่วงแรก ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายการภาษาอังกฤษค่อนข้างมาก แต่ในระยะหลังก็เริ่มมีรายการที่เป็นภาษาไทยออกมาเยอะขึ้น ซึ่งวันนี้เราก็มี Podcast ที่น่าสนใจ ฟังเพลิน เอามาฝากกัน Podcast สำหรับฝึกภาษาอังกฤษ  ใครที่อยากฝึกภาษาอังกฤษให้คล่อง ๆ ก็มีช่อง Podcast น่าสนใจอย่างเช่น “We need to talk” ที่จะเป็นการเชิญเหล่าบรรดาเซเลปคนดังเข้ามาพูดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมมีการพูดภาษาไทยเสริมเข้ามาบ้างในบางครั้ง จึงสามารถฟังกันได้แบบเพลิน ๆ ช่วยฝึกสกิลการฟังภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี หรือจะเป็น “All Ears English” รายการ Podcast สำหรับฝึกภาษาอังกฤษยอดนิยม ช่วยให้เราสามารถฝึกทักษะการสนทนาได้ดีขึ้น หรือถ้าใครยังไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษมากนักก็ลองเลือกช่อง Podcast อย่าง “คำนี้ดี” ฟังกันดู เพราะส่วนใหญ่จะดำเนินรายการด้วยภาษาไทยที่ฟังง่ายและฟังเพลินเลยทีเดียว Podcast คลายเครียดแต่ได้สาระ  ถ้าอยากฟังรายการที่ให้ความบันเทิงด้วยและให้สาระด้วย ก็ลองฟังช่อง “Get Talks” กันดู ซึ่งช่องนี้ก็จะมีรายการต่าง ๆ ให้เลือกฟังกันแบบเพลิน ๆ ที่เรียกได้ว่าทั้งสนุกและได้สาระไปพร้อมกันในตัวเลยทีเดียว หรือจะเลือกฟัง “WiTcast” ที่เป็นรายการคุยกันตามภาษาวิทยาศาสตร์แต่มาในแนวตลกและสร้างสรรค์ได้อย่างน่าสนใจ และสามารถเข้าใจได้ง่ายอีกด้วย หรือถ้าอยากคลายเครียดแบบอินเตอร์ก็ลองฟังรายการ “The Infinite Monkey Cage” รับรองว่าคุณจะเจอนักวิทยาศาสตร์ที่มาพูดคุยเรื่องราวของวิทยาศาสตร์แบบยิงมุกใส่กันกระจายอย่างแน่นอน Podcast สร้างแรงบันดาลใจ สำหรับคนที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ลองมาฟังรายการ “TED Talks Daily” ที่จะช่วยจุดประกายความคิดจากเรื่องเล่าของคนที่มีประสบการณ์ชีวิตในด้านต่าง ๆ หรือจะเป็นรายการของคนไทยอย่าง “ฌอน บูรณะหิรัญ Podcast” ที่ช่วยนำเสนอข้อคิดในการใช้ชีวิตแบบคิดบวก แต่ถ้าอยากทำจิตใจให้สงบก็ลองฟังช่อง “หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม” เพื่อเรียนรู้หลักคำสอนของศาสนาพุทธ ช่วยให้เรามีสติและมีจิตใจที่สงบสุขได้ในทุก ๆ วัน  และถ้าใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจก็ลองมาฟัง “The Secret Sauce ช่อง Podcast” ที่จะมาเล่าถึงความสำเร็จในการทำธุรกิจจากประสบการณ์จริง ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและแนวทางในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ Podcast ที่น่าสนใจ ฟังเพลิน เท่านั้น เพราะยังมีอีกหลาย ๆ รายการที่บอกได้เลยว่าน่าสนใจและฟังได้อย่างเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องลี้ลับ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว และอื่น ๆ อีกมากมายให้เราเลือกฟังได้ตามความสนใจ ใครสนใจก็ลองโหลดมาฟังกันดู รับรองว่าสนุก ฟังเพลิน และได้สาระกันอย่างแน่นอน

Read more

LINE Front-end Framework คืออะไร?

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนสงสัยหรืออยากรู้ว่าคืออะไร และสามารถที่จะใช้งานอะไรได้บ้าง สำหรับ LINE Front-End Framework หรือ LIFF อยู่ภายในแอปพลิเคชั่น LINE คือ Web View ที่จะทำหน้าที่เชื่อมต่อตัว Web กับ Chat Room หรือ ห้องแชท ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ LINE Front-End Framework จะสามารถฝังตัวเว็บไซต์เข้าภายในของห้องแชทที่จะทำให้ผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่น LINE สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ช่วยให้สามารถทำการ Bot สำหรับผู้เยี่ยมชมได้ดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง  สำหรับการใช้งาน LINE Front-End Framework นั้น ถือว่าเป็นการช่วยยกระดับสำหรับส่วนของการทำ Chat Bot ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มี User Joutney ที่ดี คุณสามารถที่จะใช้ LINE Front-End Framework ในการเปิดหน้าเว็บไซต์ขึ้นมาภายในของห้องแชทได้ทันที โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาหรือใช้งานอย่างซับซ้อน เพราะบางครั้งด้วยตัวรูปแบบของ Message ในแอปพลิเคชั่น LINE ที่ในส่วนต่างๆ ยังไม่สามารถที่จะตอบสนองผู้ใช้งานเรื่องของการเข้าถึงหรือใช้งานได้ง่ายหรือทันที คือไม่สามารถที่จะใช้งานหรือเชื่อมต่อเว็บไซต์และแชทที่มีความซับซ้อน จึงทำให้ต้องสร้างการเชื่อมต่อส่วนหนึ่งเพื่อที่จะลิ้งค์ไปภายนอกของห้องแชท ทั้งเรื่องของ Redirect จาก Web App ที่สร้างหรือทำการล็อคอิน LINE ซึ่งตัว LINE Front-End Framework จะสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ในเรื่องได้ดีพอสมควร  โดย LINE Front-End Framework สามารถที่จะเข้าเชื่อมต่อกับ LINE ใน API ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพื่อทางผู้ใช้งานทำการเปิดตัว LINE Front-End Framework ที่เป็น Web View ขึ้นมาภายในห้องแชท ทาง LINE Front-End Framework ก็จะสามารถที่จะเชื่อมต่อและรู้ว่าผู้ใดเป็นคนที่เปิด นอกจากนี้ยังสามารถที่จะทำการ Re-use ส่วนของ Web App ที่คุณมีให้กลายเป็น LINE Front-End Framework ในห้องแชทได้ทันทีอีกด้วย ซึ่งการใช้ LIFF ถือว่าจะช่วยในเรื่องของความสะดวก และมีโอกาสที่จะเข้าถึงผู้ใช้งานบนแอปพลิเคชั่น LINE ได้สูงมากเลยทีเดียว  สำหรับการใช้งาน LINE Front-End Framework นั้นก็มีอยู่หลากหลายเลยทีเดียว  ทั้งในเรื่องของการสร้างเกม HTML ที่คุณสามารถเล่นเกมกับเพื่อนภายในห้องแชทได้อย่างสะดวก ไม่ต้องยุ่งยาก อีกทั้งยังสามารถที่จะสร้าง Chat Utility แอปพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์ อาจจะเป็นการส่ง GIF ภายในกรุ๊ป การส่งรูปภาพต่างๆ หรือแอปพลิเคชั่นสำหรับวาดภาพที่ส่งได้ทันที รวมไปถึงการใช้สำหรับทำ e-Commerce บน LINE ที่ LINE Front-End Framework สามารถจัดทำในรูปแบบ Template Message ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อในการชำระเงินหรือเป็นตัวกลางดำเนินการ โดยที่คุณไม่ต้องออกจากห้องแชท นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ด้านการใช้งานอีกมากมายที่เรียกได้ว่า LINE Front-End Framework น่าสนใจมากจริงๆ 

Read more

LION Family Line Shopping เปิดตัวแล้ว

ปัจจุบันช่องทางการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับขาช็อปมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มช่องทางการสื่อสารและสั่งซื้อสินค้าที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ครอบคลุมและสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากที่สุด                เช่นเดียวกับผู้นำการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคชื่อดังของไทยอย่าง บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้จับมือกับ “ไลน์” (LINE) ในการสร้างช่องทางเพื่อที่จะสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้นผ่านทาง LINE Official Account “LION FAMILY” เพื่อที่จะเป็นการช่วยสร้างการเชื่อมต่อและความสัมพันธ์ที่ดีกับแบรนด์สินค้าต่างๆ และผู้บริโภคที่สามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็วมากที่สุด อีกทั้งยังครอบคลุมไปทุกเรื่องความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพิเศษแบบจัดเต็ม โปรโมชั่นต่างๆ มีการอัปเดตเคล็ดลับน่ารู้ ข่าวสารที่น่าสนใจ อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้ได้ติดตามร่วมสนุกกันอย่างต่อเนื่องอีกด้วย                ซึ่งนอกจากจะมีสิ่งที่น่าสนใจให้ได้ติดตามมากมายแล้ว LINE Official Account “LION FAMILY”  ยังมีการนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ที่แสนสะดวกสบายและตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัยอย่างมาก สำหรับ LION Family Line Shopping ที่คุณสามารถจะสั่งซื้อสินค้าต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายๆ ผ่านทางแอปพลิเคชั่น LINE ที่หลายคนคุ้นเคยและใช้งานกันเป็นประจำ                จุดเด่นที่น่าสนใจของ LION Family Line Shopping คือระบบการจัดการที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ สามารถที่จะแก้ปัญหาและดูแลผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วทันใจผ่านระบบติดตามการจัดส่งสินค้าที่ได้มาตรฐาน มีการแจ้งเตือนและตอบกลับอย่างมืออาชีพ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความเชื่อมั่นและการจัดส่งที่ดี นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่น่าสนใจให้คุณเข้าไปเลือกชมเลือกช้อปอย่างมากมาย มีการนำเสนอโปรโมชั่นต่างๆ ที่มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเข้าไปที่แห่งนี้คุณจะได้พบทั้งความหลากหลาย สะดวกและไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน                นอกเหนือจากนี้ทาง “ไลอ้อน” ยังเพิ่มเติมความน่ารักและเอาใจขาช้อปด้วยการให้ดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์สิงโตน้อยสุดน่ารักอย่าง “ไลอ้อนคุง” LINE Sticker LION Kun ที่ให้คุณได้ดาวน์โหลดกันแบบฟรีๆ มาพร้อมกับการเปิดตัวฟีเจอร์ LION Family Line Shopping อีกด้วย เรียกได้ว่าคุณสามารถที่จะท่องโลกอินเทอร์เน็ตไปพร้อมๆ กับสินค้าคุณภาพในเครือไลอ้อนได้แบบง่ายๆ ครอบคลุมทุกเรื่องเลยทีเดียว                เห็นแบบนี้แล้ว อย่าลืมที่จะไปสัมผัสกับประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความสะดวกและน่าสนใจ การช้อปออนไลน์แบบเต็มรูปแบบที่คุ้มค่าและสะดวกสบาย โดยคุณสามารถที่จะดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ “ไลอ้อนคุง” สิงโตน้อยอารมณ์ดี ได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 27 ตุลาคม 2562 ที่ทั้งน่ารักและทันสมัยจนอยากส่งต่อรัวๆ รวมไปถึงเข้าไปร่วมสนุกและเลือกดูสินค้าต่างๆ มากมายจาก LION Family Line Shopping ที่ตอนนี้ต้องบอกเลยว่ามีกิจกรรมมาอัปเดตพร้อมโปรโมชั่น ส่วนลดต่างๆ ที่นำเสนอมากมาย รับรองเลยว่าการช้อปออนไลน์ที่ LION Family Line Shopping จะเป็นมิติใหม่แห่งการซื้อของออนไลน์ที่จะทำให้คุณประทับใจแบบสุดๆ แน่นอน

Read more

รอสายแบบไม่เหงา ด้วยเสียงรอสายจาก LINE melody

                 เสียงรอสายและเสียงเรียกเข้าเป็นหนึ่งในความบันเทิงที่ใครหลายๆ คนชื่นชอบ จุดนี้ทำให้เกิด LINE melody ที่ไม่จำเป็นต้องมานั่งฟังเสียงรอสายและเสียงเรียกเข้าของ LINE Call แบบเดิมๆ เพราะสามารถเปลี่ยนให้กลายมาเป็นเพลงที่ตัวเองชื่นชอบได้ ปัจจุบันแอปพลิเคชั่น LINE เป็นหนึ่งในเครื่องมือติดต่อสื่อสารที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้ LINE ผุดฟีเจอร์ใหม่ๆ ออกมามากขึ้น เพื่อทำให้การใช้งานมีความสมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือ LINE melody ฟังก์ชั่นใหม่ที่เป็นการจับมือกันของบริษัท LINE ประเทศไทย กับบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่พร้อมส่งเพลงของทาง GMM Music กว่า 16,000 เพลง มาอยู่ในเสียงรอสายและเสียงเรียกเข้าของ LINE ที่มีให้เลือกแบบจุใจ                 LINE melody จะมาพร้อม LINE ในเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด มีค่าบริการเพลงละ 60-69 บาท ที่เพียงซื้อแค่ครั้งเดียวก็สามารถใช้ได้ยาวและเก็บบันทึกไว้ใช้สลับกับเพลงอื่นๆ ได้ตามต้องการ แม้จะเปลี่ยนเครื่องใหม่แต่ถ้ายังใช้บัญชี LINE เดิมก็สามารถนำเพลงที่ซื้อไว้กลับมาใช้งานได้อย่างง่ายดาย ถ้าเทียบกับการเลือกใช้บริการเสียงรอสายและเสียงเรียกเข้าทั่วไปที่ต้องเสียค่าบริการเป็นรายเดือน LINE melody ถือว่าให้ความคุ้มค่ากว่ามาก ทางด้านการดาวน์โหลดมาใช้มีขั้นตอนที่ง่ายเหมือนการดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ โดยคิดค่าบริการบนระบบของ iOS ที่ 69 บาท ผ่านทางการใช้เหรียญของ LINE หรือ Coin 100 เหรียญ และระบบ   Android ที่ 60 บาท จ่ายผ่านทาง Rabbit LINE Pay และบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่ผูกติดกับบัญชี LINE ไว้ จากนั้นให้เข้าสู่หน้า Wallet ของ LINE แล้วเลือกไปที่ร้านเมโลดี้หรือ Melody Shop ก็จะเข้าสู่หน้า LINE melody ที่มีเพลงให้เลือกเป็นจำนวนมาก มีหลากหลายสไตล์เพลงให้เลือก ชื่นชอบเพลงใดก็ให้กดที่เพลงนั้น จะขึ้นหน้าให้กดยืนยันเพื่อซื้อเพลง เมื่อดำเนินการเรียบร้อยเพลงที่คุณเลือกก็จะถูกบันทึกไว้ในบัญชี LINE ของคุณแบบถาวร เมื่อต้องการใช้งานก็เพียงแค่เข้าโหมด Setting แล้วจัดการเปลี่ยนเป็นเพลงที่ถูกใจ เท่านี้คุณก็จะมีเสียงรอสายและเสียงเรียกเข้าของ LINE Call ที่เป็นเพลงโปรดของคุณได้อย่างง่ายดาย                ถ้าต้องการใช้บริการ LINE melody ควรทำการดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปพลิเคชั่น LINE ของคุณให้กลายเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดก่อน เพื่อให้หน้า Wallet มีร้านเมโลดี้เพิ่มเข้ามาและตัวโปรแกรมสามารถรองรับต่อฟีเจอร์ LINE melody ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้เพลงที่คุณเลือกยังสามารถส่งต่อไปเป็นของขวัญให้คนสนิทของคุณได้อีกด้วย ถ้าสนใจดาวน์โหลดเสียงรอสายและเสียงเรียกเข้าในสไตล์เพลงที่คุณชื่นชอบ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://melody.line.me

Read more

Digital Legacy: จัดการ Social Account หลังความตาย

ในยุคดิจิทัลอย่างเช่นปัจจุบันนี้ เชื่อได้ว่าหลาย ๆ คนต่างก็มีบัญชีสำหรับใช้งาน Social Media ต่าง ๆ รวมไปถึงบัญชีที่เอาไว้สำหรับสร้างรายได้ผ่านโลกออนไลน์ รวมไปถึงการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์อย่างเช่น อีแบงค์กิ้ง หรือ PayPal ที่สามารถเข้าถึงบัญชีธนาคารของเราได้อย่างสะดวก แต่เราเคยคิดกันบ้างหรือไม่ว่า ถ้าหากวันหนึ่งวันไหนเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถใช้งานบัญชีออนไลน์ต่าง ๆ เหล่านี้ได้อีกต่อไป วันที่เราได้โบกมือลาจากโลกนี้ไปแล้ว บัญชีออนไลน์ต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งที่สามารถสร้างรายได้และที่มีทรัพย์สินของเราอยู่ในนั้นจะทำอย่างไรต่อไปกันดี?  โดยทั่วไปแล้วข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีออนไลน์ต่าง ๆ จะถูกเก็บเป็นความลับ ดังนั้นถ้าหากเราตายไปโดยกะทันหัน ถ้าหากไม่มีใครสักคนที่รู้รหัสในการเข้าบัญชีต่าง ๆ ของเรา นั่นก็แปลว่าข้อมูลทุกอย่างก็จะถูกปิดผนึกและตายไปพร้อมกับเราด้วยเช่นกัน ดังนั้นการ Digital Legacy ถือได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สำคัญมากเลยทีเดียว เพราะหลังจากที่เราตายไปแล้ว ญาติพี่น้องหรือคนที่อยู่ข้างหลังของเราก็จะสามารถเข้าถึงทรัพย์สินหรือรับช่วงต่อของรายได้ที่เรามีอยู่ต่อไปได้ ซึ่งขั้นตอนการทำ Digital Legacy ก็สามารถทำเองได้ง่าย ๆ และมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เราทำการบันทึก Username และรหัสผ่านทั้งหมดของบัญชีออนไลน์ที่เรามีอยู่ รวมทั้งรายการทรัพย์สินต่าง ๆ ทั้งหมดที่มี แล้วก็บันทึกความต้องการของเราว่าจะมอบทรัพย์สินดิจิทัลเหล่านี้ให้กับใครบ้าง หรือต้องการให้ทำอย่างไรกับบัญชีออนไลน์ต่าง ๆ เหล่านี้ หลังจากที่เราตายไปแล้ว ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ในปัจจุบันผู้ให้บริการบัญชีออนไลน์ต่าง ๆ ก็เริ่มที่จะมีการจัดการเกี่ยวกับมรดกทางดิจิทัลของผู้ใช้งานกันมากขึ้น อย่างใน Google ก็จะมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า “Inactive Account Manager” เพื่อให้ผู้ใช้งานวางแผนเกี่ยวกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของบัญชีเมื่อเสียชีวิตไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าบัญชี Google ของเรานั้นไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เกินระยะเวลาที่ได้กำหนดเอาไว้ ก็สามารถกำหนดให้ทาง Google นั้นดำเนินการบางอย่างเกี่ยวกับบัญชีของเราได้ อย่างเช่น ทำการลบข้อมูลทั้งหมดโดยอัตโนมัติ หรืออาจจะทำการแชร์หรือแจ้งเตือนข้อมูลส่วนตัวของเราไปให้บุคคลที่เชื่อถือได้ ในส่วนของ Facebook ก็จะมีฟังก์ชัน “Legacy Contact” หรือผู้สืบทอดบัญชี ที่ให้เราสามารถมอบสิทธิ์ให้กับผู้อื่นเข้ามาดูแลและใช้งานบัญชีต่อจากเราได้ในกรณีที่เสียชีวิต หรือจะตั้งค่าให้ลบบัญชีหรือทิ้งเอาไว้เฉย ๆ ก็ได้ ส่วนใน Twitter นั้นก็จะแตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยหลังจากที่เจ้าของบัญชีตายไปแล้ว คนในครอบครัวเท่านั้นที่สามารถเข้ามาจัดการกับข้อมูลบัญชีของผู้ตายได้ แต่จะต้องได้รับสิทธิ์จากทาง Twitter ก่อนเท่านั้น โดยทางครอบครัวต้องทำการส่งข้อมูลเบื้องต้นของผู้ตาย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและใบมรณะบัตรให้กับทาง Twitter เพื่อทำการพิจารณาในการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานเสียก่อน แน่นอนว่าทุกคนย่อมมีความตายไปไม่พ้น ดังนั้นการทำ Digital Legacy ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สมควรทำเอาไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะหลังจากที่คุณตายไป อย่างน้อยก็สามารถมั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า สิ่งต่าง ๆ ที่คุณได้สร้างเอาไว้บนโลกออนไลน์นี้จะมีผู้ที่คอยรับช่วงต่อไปอย่างแน่นอน

Read more

เมื่อ Facebook  กำลังหมดยุคแห่งความนิยม

เมื่อ Facebook กำลังหมดยุคแห่งความนิยม  
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน หลังจากยุค MSN มาสู่ Hi5 ก็เรียกได้ว่าโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมจนสามารถยึดเอาชาวโซเชียลเอาไว้ได้ทั้งหมดทั้งมวลก็เห็นจะเป็น Facebook ด้วยหน้าตาที่ดูเรียบง่าย ใช้งานสะดวก มีความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร อีกทั้งยังพาให้เราได้เจอเพื่อนเก่า ๆ ที่อาจจะไม่ได้เจอกันมานาน สามารถใช้งานได้คล้ายกับไดอารี่ออนไลน์ที่เราสามารถเก็บความทรงจำเอาไว้ได้ทุกวัน และหลังจากที่ได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนามาเรื่อยจนปัจจุบัน ก็เรียกได้ว่า Facebook นั้นเป็นแหล่งของธุรกิจออนไลน์ แหล่งข่าว แหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายและได้รับความนิยมสูงสุดมาเป็นเวลาหลายปีเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันนี้เรากลับพบว่า ผู้คนในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก นั้นเริ่มมีการใช้งาน Facebook ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำไมกระแสความนิยมของ Facebook ถึงเริ่มจะหมดลงไป สาเหตุที่เป็นไปได้อาจมีดังนี้ 1. Facebook สามารถเข้าถึงได้ง่ายเกินไป ไม่มีความเป็นส่วนตัว ในที่นี้จะหมายถึงการที่ Facebook นั้นกลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคนเข้ามาดูความเป็นไปของเราได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ผู้ปกครอง คุณครู หัวหน้า ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จักและอาจจะไม่ค่อยรู้จัก แต่อยู่ในรายชื่อเพื่อนของเรา ถ้าหากมีการโพสต์ภาพที่ไม่ถูกใจพ่อแม่ โพสต์บ่นเรื่องที่ทำงาน ระบายอารมณ์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็อาจส่งผลกระทบในชีวิตจริงได้ 2. มีแต่เรื่องดราม่าพาให้หัวร้อน หลาย ๆ คนนิยมเสพข่าวและอ่านโพสต์ต่าง ๆ ผ่านทาง Facebook และแน่นอนว่ามากคนก็มากความ ต่างคนต่างความคิด การแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจนเลยเถิดไปถึงขั้นดราม่า โต้ถียง ด่าทอกันจนถึงขั้นเป็นคดีความก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ อ่านแล้วก็พาลให้อารมณ์เสียกันไปเปล่า ๆ 4. เป็นแหล่งของพวกมิจฉาชีพออนไลน์ ถึงแม้โจรจะมีอยู่ทั่วไป แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโจรออนไลน์ที่แฝงมาใน Facebook นั้นก็มีอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังมีพวกปลอมโปรไฟล์ รวมไปถึงพวกขอทานออนไลน์ที่สร้างเรื่องน่าสงสารมาหลอกขอรับเงินบริจาคก็พบเห็นได้บ่อยมากในปัจจุบัน แทนที่จะได้ใช้ Facebook ดูนั่นนี่ที่น่าสนใจ เอาไว้พูดคุยและดูความเป็นไปของเพื่อน ๆ กันแบบสนุกสนาน กลับต้องมาคอยระวังระแวงโจรพวกนี้ มันก็ไม่ค่อยน่าสบอารมณ์สักเท่าไหร่นักหรอก    5. มีแต่ข่าวมั่วนิ่ม พอมีกระแสอะไรเกิดขึ้นมาหน่อย อีกสักพักก็จะมีข่าวปลอม ๆ ที่เอามาแชร์หรือโพสต์ใน Facebook แล้วก็จะมีผู้ใช้งานบางกลุ่มที่แห่กันกดแชร์กันโดยที่ไม่มีการตรวจสอบข้อมูลก่อน ไม่ว่าจะเป็นข่าวโลกแตกเอย น้ำมะนาวโซดารักษามะเร็งเอย หรือวิธีรักษาโรคมั่ว ๆ ที่ไม่มีงานวิจัยรองรับแต่ก็แห่กันเชื่อเข้าไป บอกได้เลยว่าพวกนี้ก็ทำให้บรรยากาศในการเข้ามาใช้ Facebook นั้นเซ็งอยู่ไม่ใช่น้อย 6. โฆษณาเยอะเหลือเกิน เข้าใจว่าธุรกิจจะอยู่ได้ก็ต้องมีการขายพื้นที่เพื่อการโฆษณา แต่หลัง ๆ โฆษณาใน Facebook นั้นเยอะมากจนน่ารำคาญ จนพาลให้ไม่อยากเข้ามาใช้ Facebook ไปเลยก็มี 7. มีตัวเลือกอื่น เดี๋ยวนี้ถึงไม่มี Facebook แต่ก็มีช่องทางโซเชียลมีเดียเจ้าอื่น ๆ มารองรับ ไม่ว่าจะเป็น Twitter, IG หรือ Tumblr ซึ่งสามารถใช้งานได้โดนใจมากกว่า อาจเรียกได้ว่ากำลังจะหมดยุคของการอวดรูป อวดไลฟ์สไตล์ หรือบ่นขิงบ่นข่าผ่าน Facebook กันแล้ว อีกทั้งปัจจัยอื่น ๆ เมื่อมีการเข้ามาใช้งาน Facebook ที่ไม่ชวนโสภาเท่าไหร่นัก ตรงไหนที่เข้ามาแล้วมันน่าเบื่อ น่ารำคาญ เข้ามาแล้วก็ไม่แฮปปี้ ก็ไม่แปลกที่ใคร ๆ ก็พากันหนีใช่มั้ยล่ะ?   
Read more

ประวัติซานตาคลอส…คุณลุงชุดแดงในเทศกาลแห่งความสุข

ประวัติซานตาคลอส...คุณลุงชุดแดงในเทศกาลแห่งความสุข

           ใกล้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขที่หลายคนรอคอยแล้วสำหรับเทศกาลคริสต์มาส ในวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ที่นอกจากจะตื่นตาตื่นใจไปกับการประดับแสงสีสวยงาม การตกแต่งต้นคริสต์มาส การเฉลิมฉลองท่ามกลางอากาศหนาวเย็นแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาของคุณลุงใจดีเคราขาว สวมชุดสีแดงพุงพลุ้ยที่แบกถุงของขวัญขนาดใหญ่ ปรากฏกายพร้อมกับกวางเรนเดียร์ เพื่อนำของขวัญไปแจกจ่ายให้กับเด็กๆ ซึ่งนั่นก็คือคุณลุง “ซานตาคลอส” ที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งวันคริสต์มาสเลยทีเดียว ทั้งนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าที่จริงแล้วซานตาคลอสคือใครกันแน่ แล้วมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เราไปค้นหาคำตอบกันเลย สำหรับประวัติซานตาคลอสนั้น ตามตำนานเล่าว่า ซานตาคลอส มีชื่อว่านักบุญหรือเซนต์ นิโคลัส ที่เริ่มต้นในราวๆ ศตวรรษที่ 4 ท่านเป็นสังฆราชแห่งเมืองไมราช โดยในวัยเด็ก นิโคลัส ต้องเผชิญกับปัญหาและความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของตุรีที่มีชาวโรมันเป็นผู้ปกครองและมีการกดขี่ข่มเหงชาวคริสเตียน ซึ่งหลังจากที่พ่อแม่ของ นิโคลัส ได้เสียชีวิตลงเขาก็ได้รับทรัพย์สมบัติอันเป็นมรดกจากท่านมากมาย จุดเริ่มต้นความใจดีของ เซนต์ นิโคลัส เริ่มต้นในวันหนึ่งที่เขาเกิดความสงสารครอบครัวของเด็กหญิงผู้ยากจนคนหนึ่ง และมอบถุงเงินลงไปในปล่องไฟที่ตกลงไปในถุงเท้าของเด็กหญิง จนสืบทราบว่าคนใจดีคนนั้นคือ นิโคลัส ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้เข้าเป็นนักบวช และขึ้นเป็นสังฆราชของเมืองไมรา พร้อมประกอบศาสนกิจอย่างตั้งใจและอุทิศตนให้กับคริสต์ศาสนาอย่างเต็มที่ จนชื่อเสียงของท่านถูกพูดถึงไปทั่ว ซึ่งท่านได้มรณภาพในวันที่ 6 ธันวาคม ประมาณ ค.ศ. 340 ที่เหล่าคริสต์ศาสนิกชนได้ทำการสร้างโบสถ์สำหรับบรรจุศพของท่านซึ่งได้มีปรากฏการณ์สุดอัศจรรย์ คือน้ำมนต์ หรือที่เรียกว่า “มานนา” ไหลออกจากกระดูกของ เซนต์ นิโคลัส  ซึ่งหลังจากนั้นชาวเมืองบารี เมืองในประเทศอิตาลี ก็ได้มีการโจรกรรมกระดูกของท่านไปยังเมืองบารี เพื่อที่จะสร้างสิ่งดึงดูดให้กับเมืองของพวกเขา และก็ได้มีน้ำมนต์ไหลออกจากกระดูกของเซนต์ นิโคลัส เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังสามารถนำไปรักษาโรคได้อย่างเห็นผลจริงอีกด้วย ต่อมาในทุกวันที่ 6 ธันวาคมของทุกปีตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 ชาวเมืองฝรั่งเศสก็ได้กำหนดให้เป็น วันเซนต์ นิโคลัส ที่จะมีการนำถุงเท้าใส่ขนม อาหารและของขวัญไปแขวนยังหน้าบ้านของผู้ยากจนเหมือนดั่งที่ท่านเคยทำ กลายเป็นประเพณีที่สืบต่อกันอย่างแพร่หลายทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ก่อนที่จะมีการรวมวันคริสต์มาสเข้ากับวันเซนต์ นิโคลัส  หลังจากนั้น “โธมัส นาสต์” จิตรกรชื่อดังก็ได้วาดภาพซานตาคลอสเป็นลักษณะชายแก่เคราขาวรูปร่างอ้วนสวมใส่ชุดเสื้อผ้าสีแดง มีกวางเรนเดียร์คอยลากยานพาหนะ ปรากฏตัวในคืนวันคริสต์มาส เพื่อที่จะมอบของขวัญทางปล่องไฟให้แก่เด็กๆ ซานตาคลอสและเทศกาลวันคริสต์มาส เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความเมตตา ความใจดีและความมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ อันเป็นตำนานที่ไม่วันหายไป

Read more

Pantone ประกาศให้ “Living Coral” เป็นสีแห่งปี 2019

Pantone ประกาศให้ “Living Coral” เป็นสีแห่งปี 2019

Pantone  ประกาศให้  “Living Coral” เป็นสีแห่งปี 2019  เป็นระยะเวลากว่า 19 ปีที่ The Pantone Color Institute™ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านสีจะทำการคัดเลือกและประกาศสีที่มีอิทธิพลประจำปีนั้นๆ ที่จะส่งผลต่อสิ่งต่างๆ ในโลก ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า แฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ โลโก้ อุปกรณ์ไอที สิ่งของเครื่องใช้และอื่นๆ ซึ่งในปี 2019 สีที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสีประจำปี ก็คือ PANTONE 16-1546 Living Coral ที่จะเป็นสีพีชหรือสีส้มพีช ที่ออกแนวพาสเทล ซึ่งถือว่าเป็นสีที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตลอดปี 2018 ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายว่าสี Living Coral จะกลายเป็นสีประจำปี 2019   สี Living Coral เป็นสีที่มีความแตกต่างจากสี Pantone ประจำปี 2018 อย่าง สีม่วง UltraViolet เป็นอย่างมาก โดยทาง Pantone ได้เผยถึงความหมายของสี Living Coral ที่จะให้ความรู้สึกสดใส สนุกสนาน เป็นสีที่ให้พลังงานเชิงบวก ร่าเริงแจ่มใสพร้อมแสดงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แสดงถึงธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากนี้ทางผู้บริหารของ Pantone ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ในปัจจุบันนี้โลกได้มีการเปลี่ยนแปลงและมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่หันเข้าหาธรรมชาติ ให้ความตระหนักและสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่จะมีอิทธิพลต่อปี 2019 เป็นอย่างมาก   นอกจากนี้ชื่อของสี Living Coral ยังสอดคล้องกับปะการัง สิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ความงามแห่งท้องทะเลที่เป็นตัวแทนของความสดใส ร่าเริง การมองโลกในแง่ดี มีความสำคัญกับสัตว์ทะเลที่ควรแก่การดูแลรักษาอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างมาก และสี Living Coral  ก็เป็นสีที่แสดงถึงความมีชีวิตชีวาและสนุกสนานของ Social Media อีกทั้งยังเป็นสีที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองและโลกที่มีความดุเดือดและขัดแย้ง Living Coral จะเป็นสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ให้ความรู้สึกเชิงบวกแก่ผู้สัมผัส   สำหรับการคัดเลือกสีประจำทางทีมงานของ Pantone จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ความนิยมของอุตสาหกรรมเพื่อที่จะได้ Pantone Color of the Year ซึ่งก็จะมีทั้งอุตสาหกรรมการคมนาคมภาพยนตร์ศิลปินศิลปะดีไซน์ในด้านต่างๆแฟชั่นสภาวะของสังคมไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียที่กำลังได้รับความนิยมรวมถึงผิวสัมผัสที่จะส่งผลต่อสีและเทคโนโลยีใหม่ๆ    ทั้งนี้หลายคนก็เข้าใจว่าการคัดเลือก Pantone Color of the Year สีประจำปีของ Pantone เป็นสีที่จะส่งผลต่ออนาคตของอุตสาหกรรมต่างๆเป็นการคาดการณ์อนาคตแต่ที่จริงแล้วสีประจำปีเป็นการคัดเลือกสิ่งที่สะท้อนถึงเรื่องราวเหตุการณ์นั้นๆและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบันเหมือนดั่งสี Living Coral ที่ในปีที่ผ่านมานั้นสีพีชนี้ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมด้านต่างๆมากมายพร้อมทั้งสื่อถึงช่วงเวลาในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

Read more

Line ออก Feature ใหม่ LINE Labs รู้จักกันหรือยังว่าคืออะไร

LineLabs
Line ออก Feature ใหม่ LINE Labs รู้จักกันหรือยังว่าคืออะไร เมื่อไม่นานมานี้ LINE เวอร์ชั่นใหม่ก็ได้ประกาศเพิ่มคุณสมบัติใหม่มาอีกหนึ่งอย่างก็คือ LINE Labs แต่ว่ายังไม่ปล่อยให้ใช้อย่างเป็นทางการ แต่จะให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าร่วมทดลองใช้ฟีเจอร์ LINE Labs ที่อยู่ในขั้นตอนทดสอบได้ก่อนเพื่อดูทิศทางการใช้งาน LINE Labs ในอนาคตต่อไปนั่นเอง ส่วนจะมี  feature  อะไรบ้างนั้น ตาม Graphicbuffet  มาดูกันเลย   จะเข้าไปใช้ LINE Labs ต้องทำยังไง? สำหรับการเปิดใช้ของเล่นใน LINE Labs ตอนนี้ก็เปิดให้เฉพาะผู้ใช้ LINE บน iOS ที่อัปเดทเป็นเวอร์ชันล่าสุดก็คือ  8.7.0 เท่านั้น โดยให้เราไปที่ Settings เราก็จะเจอพวกกลุ่ม Notifications ที่อยู่ด้านบนสุด ก็ให้เลื่อนลงมาจนเจอ  LINE Labs ซึ่งจะอยู่ด้านล่าง ๆ ลงมาหน่อย พอเจอแล้วก็เข้าไปที่ LINE Labs จากนั้นก็เลือกเปิดใช้งาน ทีนี้ก็สามารถเลือกเปิดใช้ฟีเจอร์ทดลองต่าง ๆ ได้แล้ว       LINE Labs ทำอะไรได้บ้าง? สำหรับในตอนนี้ LINE Labs ก็จะมีของเล่นให้เราทดลองใช้ก็คือ Chat Capture ซึ่งก็จะช่วยให้การ capture หน้าจอแชทนั้นทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพียงแค่เรากดเลือกข้อความหรือว่าชุดข้อความที่ต้องการจะ capture แล้วแตะค้างไว้ จากนั้นก็แตะจับภาพ เพียงเท่านี้ LINE Labs ก็จะบันทึกเป็นภาพออกมาให้เราใช้งานได้เลยทันที หรือถ้าหากเราต้องการเลือกมากกว่า 1 ข้อความ ก็ให้แตะไปที่ข้อความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้เลย ช่วยให้เราสามารถ capture ข้อความสนทนายาว ๆ ได้ทีเดียวจบ ไม่ต้องมาคอย capture ทีละหน้าแล้วเลื่อนไปต่อให้ยุ่งยาก และยังสามารถเลือกซ่อนรูปโปรไฟล์ได้ก่อนที่จะทำการ capture ได้ด้วย ไม่ต้องมาลำบากคอยเซ็นเซอร์หรือเอาชื่อออกทีหลัง เรียกได้ว่าขาเม้าท์ทั้งหลายคงจะถูกใจฟีเจอร์นี้กันอย่างแน่นอน   แล้ว LINE เวอร์ชั่นใหม่มีอะไรมาเพิ่มเติมกันบ้าง? นอกจากจะมีฟีเจอร์ LINE Labs ที่ช่วยในการแคปเจอร์หน้าจอได้อย่างสะดวกแล้ว ก็ยังมาพร้อมการใช้งานอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น สามารถไปยังช่วงเวลาที่สนทนา โดยการแตะไปตรงวันที่และเวลาของรูปภาพในมุมมองอัลบั้ม ก็จะสามารถพาเราไปยังช่วงเวลาที่ทำการสนทนาหรือเวลาที่เราส่งรูปภาพหรือวิดีโอได้ง่าย ๆ ทำให้เราสามารถกลับไปดูการสนทนาในอดีตได้ง่ายขึ้นมากกว่าเดิม เพราะไม่ต้องมาคอยเลื่อนขึ้นไปด้านเพื่อหาข้อความเก่า ๆ ซึ่งบางทีก็หาไม่ค่อยจะเจออีกด้วย สามารถค้นหาข่าวสารได้ง่ายขึ้นใน LINE Today ใน LINE เวอร์ชั่นใหม่นั้นก็จะเพิ่มการค้นหาข่าวสาร ใน LINE Today เพียงพิมพ์คำหรือคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับข่าวสารต่าง ๆ ที่เราต้องการ เพียงเท่านี้ก็จะเจอข่าวที่เราสนใจแล้ว มีฟีเจอร์การส่ง LIVE Photo ภายในห้องแชทได้ ทำให้ผู้รับสามารถแตะดูรูปภาพ LIVE ที่เคลื่อนไหวได้นั่นเอง โดยเข้าไปในห้องแชทแล้วก็แตะส่งรูปภาพ จากนั้นให้เลือกอัลบั้ม Live Photos หรือจะเลือกรูปภาพที่เป็น Live Photos เลยก็ได้ แต่พวกรูปภาพที่เราเอาไปปรับแต่งใส่ลูกเล่นอะไรพวกนี้ก็จะไม่สามารถส่งเป็น LIVE Photo ได้   สำหรับใครที่อัปเดต LINE เป็นเวอร์ชัน 8.7.0 เรียบร้อยแล้วกันแล้ว ก็อย่าลืมลองเล่นฟีเจอร์ใหม่ที่ทาง LINE ได้เพิ่มเข้ามา หรือจะทดลองใช้ฟีเจอร์ LINE Labs ดูก็ได้ เพราะยังไม่แน่ว่าหลังจากเปิดให้ทดลองใช้ดูก่อนแล้ว ทาง LINE จะเปิดใช้งาน LINE Labs อย่างเป็นทางการหรือเปล่าต้องติดตามกันดูอีกที  เชื่อว่าคงจะมีอะไรใหม่ๆ มาอัพเดทให้เราติดตามกันเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
Read more

วิธีการปรับตัว เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค AI เราจะรับมือยังไงให้อยู่รอด

วิธีการปรับตัวเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคAI
วิธีการปรับตัว เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค AI เราจะรับมือยังไงให้อยู่รอด ปัจจุบันโลกของเราได้เข้าสู่ยุคดิจิทัล 4.0 หรือดิจิทัลไทยแลนด์ ซึ่งเป็นยุคที่ เทคโนโลยีมีสมอง อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ สามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ ได้มีการพัฒนา AI มาช่วยอำนวยความสะดวก ทำงานต่างๆ แทนมนุษย์ แทบจะทุกด้าน และการทำงานของ AI นั้นก็แสนจะชาญฉลาด มีความแม่นยำสูงมาก แถมยังทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่อู้ไม่บ่นอีกต่างหาก จนทำให้หลายคนเกิดความกลัวว่า ต่อไปในอนาคตเมื่อเข้าสู่ยุค AI แล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลต่อหน้าที่การงาน ความมั่นคงและวิถีชีวิตของเราก็เป็นได้ แล้วเราจะอยู่ยังไงให้รอด เมื่อเข้าสู่ยุค AI วันนี้กราฟฟิกบุพเฟต์ ก็เลยได้ไปหาคำตอบ และคำแนะนำเกี่ยวกับวีธีการปรับตัว และการใช้ชีวิต ว่าเราควรจะอยู่ยังไงให้รอด เมื่อต้องเข้าสู่ยุค AI มาเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆ ได้ลองศึกษากันดูนะคะ เพื่อเป็นการรองรับ การเปลี่ยนแปลงของยุค AI ที่กำลังจะมาถึง ยุค AI เป็นยุคของปัญญาไทยประดิษฐ์ หรือหุ่นยนต์ นวัตกรรมต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ กับการใช้ชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยอำนวยความสะดวก การนำมาทดแทนแรงงาน การทำงานของมนุษย์ ช่วยในทางการตลาด และยังเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ของมนุษย์แทบจะทุกด้านอีกด้วย โดยเมื่อยุค AI นี้ใกล้มาถึงแล้ว เราจึงควรรู้จักการปรับตัว เพื่อให้เราสามารถอยู่รอด สามารถตั้งรับการเปลี่ยนแปลง และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งต่างๆ ได้อย่างทัดเทียมนั้น เราจะต้องมีการปรับตัวดังนี้ค่ะ ปรับตัวเพื่อสร้างโอกาส เราต้องปรับตัวสร้างโอกาสให้ตัวเอง ซึ่งการปรับตัวนี้ เราจะต้องเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่ค่ะ ไม่ต้องไปกลัวว่าเจ้า AI นี้มันจะสร้างความลำบากให้กับชีวิตของเรา แต่เราควรคิดว่า AI เข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวก ให้ความสบายกับชีวิตของเรามากกว่า แล้วเอาเวลาที่ต้องเครียดนี้ มาพัฒนา และสร้างโอกาสให้ตนเองแทนดีกว่า โดยการนำ AI มาประยุกต์ และนำมาทำงานร่วมกับเราซะเลย อย่างเช่น  ใครที่ค้าขาย ก็นำ AI มาช่วยในการขาย รับออเดอร์แทนคิดเงิน จัดสต้อกสินค้าแทนซะเลย หรือใครที่ทำงานเกษตรกร ก็ใช้เจ้า AI นี้มาทุ่นแรง ในการใช้แรงงาน การปลูก การเก็บเกี่ยวผลผลิตต่าง และใครที่เป็นแรงงานไร้ฝีมือ ก็ควรพัฒนาแรงงาน ในการหมั่นฝึกทักษะให้ชำนาญ ให้เป็นแรงงานฝีมือ ซึ่ง AI นี้ก็จะไม่สามารถมาแย่งงาน หรือมาทำให้เกิดผลกระทบในทางที่ไม่ดี แก่ชีวิตของเราอย่างแน่นอน ต้องทันเทรนด์โลกอยู่เสมอ เทรนด์โลกนั้นมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะ ในยุค AI นี้ ได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เราจึงควรตามทันกระแส ของเทรนด์โลก อยู่เสมอ ซึ่งเราต้องรู้ว่า AI ในตอนนี้มีการพัฒนาอย่างไร อีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับชีวิตของเราได้อไหม และอะไรที่ AI ไม่สามารถนำมาทดแทนได้ เราก็จะได้พัฒนาตนเอง และนำ AI มาช่วยกลบลดจุดอ่อนในด้านนั้น โดยเราจะต้องคาดการณ์ได้ว่า AI ในอนาคตนี้จะ ไปในทิศทางไหน จะมีผลอย่างไรต่อชีวิตของเรา เราก็จะหาทางป้องกัน ไม่ให้เราได้รับผลกระทบนั้น และจำไว้อีกข้อนะคะว่า คนที่มีข้อมูลเยอะ ย่อมเป็นผู้ชนะอีกด้วยค่ะ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งหนึ่ง ที่เราควรมีค่ะ เพราะ AI นั้นถูกพัฒนามาเพื่อ ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกสบาย ให้แก่มนุษย์ แต่ด้านความคิดสร้างสรรค์นั้น AI ยังไม่อาจมีประสิทธิภาพในการทำงานได้เทียบเท่ามนุษย์ เราจึงควรพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์ให้มากขึ้น โดยรู้จักคิด ทำสิ่งใหม่ๆ คิดนอกกรอบ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และกล้าลงมือทำ ซึ่งเมื่อเราฝึกฝนตนเองอยู่เสมอแล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง หรือมีอะไรเกิดขึ้น เราก็จะเกิดไอเดียขึ้นอย่างมากมาย และสามารถรับมือกับมันได้ แน่นอนค่ะ เป็นยังไงบ้างคะกับ อยู่ยังไงให้รอด เมื่อเข้าสู่ยุค AI ที่กราฟฟิกบุพเฟ่ต์ ได้นำมาเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆ ได้ลองนำไปปรับใช้ และปฏิบัติกันดูนะคะ เชื่อว่าหากเพื่อนๆ ได้นำไปปฏิบัติตามแล้ว ก็จะทำให้เพื่อนๆสามารถอยู่รอด และได้สร้างโอกาสให้กับตนเอง แล้ว AI ก็จะไม่ใช่ปัญหาของเพื่อนๆ อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ        
Read more

สีไทย เสริมสร้างคุณค่าความเป็นไทยให้กับงานออกแบบ

สีไทย เสริมสร้างคุณค่าความเป็นไทยให้กับงานออกแบบ สีไทย เสริมสร้างคุณค่าความเป็นไทยให้กับงานออกแบบ  “เอกลักษณ์ของความเป็นไทยไม่มีชาติใดเหมือน” ประโยคนี้ที่คนไทยต่างก็เห็นด้วย แต่คนไทยเองกลับไม่ค่อยได้นำข้อความนี้มาขัดเกลาเอาความหมาย เพื่อไปใช้ประโยชน์กันสักเท่าไหร่ อาจจะเป็นไปได้ว่า บางทีคนไทยเองนั้นยังไม่ค่อยรู้ถึงเรื่องราวและข้อมูล ความเป็นไทยแบบจริงๆจังๆ  ดีซักเท่าไหร่ หรือบางคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็ได้กับเรื่องที่คนไทยควรรู้ ทั้งๆที่มันอาจจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากจริงๆก็ตาม  หนึ่งในเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่คนไทยอย่างเราควรรู้เอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ นั่นคือ เรื่องของสี นั่นเอง ซึ่งเชื่อว่าหลายๆคนคงสงสัยว่า ยังไงล่ะ? สีมีความสำคัญในความเป็นไทยยังไง และจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้ยังไง? คงมีใครหลายๆคนคงต้องเคยพูดถึงชื่อ สีแบบไทย อย่างแน่นอน เช่น สีกรมท่า สีคราม สีเขียวไข่กา แทนที่จะบอกแค่ว่า สีเขียว สีฟ้า หรือสีเหลือง แค่นั้น แต่เราอยากที่จะระบุสีให้ชัดเจน  ซึ่งการระบุชื่อสีเช่นนี้เป็นสิ่งที่เราต้องการบ่งบอกถึง  ความอ่อน ความเข้ม หรือเฉดสีที่ต่างออกไป เพื่อให้คนที่สื่อสารอยู่เข้าใจและมองเห็นภาพชัดขึ้น ต้องขอบอกก่อนเลยนะคะ ว่าสีทั้งหมดนั้นเป็นชื่อสีที่เรียกกันมาตั้งแต่โบราณจริงๆ และชื่อสีแบบไทยนั้นไม่ได้มีแค่สีเหล่านี้ที่เราพูดติดปากกันเท่านั้น เพราสีแบบไทยนั้นยังมีชื่อเรียกแบบเฉพาะอยู่เกือบทุกสี   Cr.janeshealthykitchen.com   ชื่อสีแบบไทยนั้นมีมาเนิ่นนาน โดยสีแบบไทยนั้นมีที่มาจากการใช้ส่วนผสมของแร่ธาตุและพืชตามธรรมชาติ และนำมาตั้งเป็นชื่อสีให้คนเรียกกันอย่างถูกต้องและไม่ต้องสับสน ซึ่งสีแบบไทยนี้ได้นำไปใช้งานในหลายด้าน อาทิ งานหัตถกรรมไทยและศิลปกรรมอยู่มากมาย โดยสีนั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สร้างให้ผลงานดูสวยงามและสะดุดตามากขึ้น แต่เราแทบไม่เคยใส่ใจกับที่มาที่ไปขององค์ประกอบในงานนั้นๆเลย ว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง หรือวัสดุที่เรานำมาใช้นั้นพิเศษยังไง หรือสีที่เราเลือกนั้นมันมีเอกลักษณ์พิเศษตรงไหน โดยการนำชื่อสีมาใช้เพิ่มรายละเอียดจะทำให้ผลงานของคุณนั้นดูมีที่มาที่ไปมากขึ้น  ไม่ว่าจะนำไปใช้ในการนำเสนอผลงาน นำไปประชาสัมพันธ์ผลงาน หรือเพื่อเป็นการนำไปขายผลงานในที่สุด        ประโยชน์ในการนำชื่อสีไปใช้นั้น ยกตัวอย่างเช่น หากว่าคุณมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเองและต้องการให้แบรนด์ของคุณมีความเป็นเอกลักษณ์หรือพยายามอยากที่จะสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นสินค้าของคนไทยที่มีการพัฒนา เพื่อให้เข้าสู่ความเป็นสากลแล้วด้วยนั้น การใส่ใจในเรื่อง Story เล็กๆน้อยๆ ในการบ่งบอกความเป็นไทยนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก   นอกจากจะทำให้ผลงานของคุณนั้นดูมีที่มาที่ไปแล้ว  ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าและสร้างเอกลักษณ์ในงานของคุณได้ คุณค่าเหล่านี้สามารถเพิ่มมูลค่าในผลงานของคุณ และนอกจากในแง่ด้านผลประโยชน์ทางพาณิชย์แล้ว ผลงานของคุณยังสามารถเป็นสื่อในการบอกเล่าความเป็นไทยหรือเผยแพร่ความเป็นไทยแก่คนอื่นๆได้รู้ผ่านผลงานของคุณเองอีกด้วย   Cr.Home.co.th  
Read more

Google Map คู่มือการปักหมุดสถานที่ของคุณ ลงบนแผนที่

Google Map คู่มือการปักหมุดสถานที่ ของคุณ ลงบนแผนที่ Google Map คู่มือการปักหมุดสถานที่ ของคุณ ลงบนแผนที่ สำหรับใครที่ต้องการแสดงตัวตนบนแผนที่ Google Map ต้องฟังทางนี้ ง่ายและฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น !! ก่อนอื่นเลยต้องขอบอกก่อนว่า การปักหมุดสถานที่อยู่ ที่ทำงาน หรือธุรกิจ ของคุณลงบนแผนที่ Google Map นั้นมีข้อดีหลายๆอย่างในแง่ของการทำธุรกิจ คือการระบุสถานที่อย่างเจาะจง เพื่อให้มองเห็นได้ง่ายในยามที่ต้องการค้นหาสถานที่ตั้ง และสะดวกต่อการนำทาง หรือเพื่อให้เกิดความโดดเด่นและเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ธุรกิจของเรา โดยการปักหมุดบนแผนที่ Google Map นั้น ยังสามารถนำโค้ดมาติดในเว็บไซต์ของเราได้ เพื่อให้แผนที่แสดงผลในหน้าติดต่อเรา หรือแผนที่การเดินทาง ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ โดยมีขั้นตอนที่ไม่ยากลองมาทำตามกันดู สถานที่ ที่เราต้องการปักหมุดลงไปคือ บริษัท กราฟฟิก บุฟเฟ่ต์ จำกัด  ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1.อันดับแรกไปที่ http://maps.google.co.th จากนั้น ล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วย Google Account ของเรา เมื่อ login เรียบร้อยแล้ว ให้เราคลิกที่ “สถานที่ของคุณ” คลิก “แผนที่” และสร้างแผนที่หากใครที่ยังไม่มี Google Account  ก็สามารถสมัครได้ฟรีในทันที    2. คลิก “แผนที่” และ คลิก ”สร้างแผนที่”       3. ดำเนินการค้นหาที่ตั้ง โดยการพิมพ์แหล่งที่ตั้งลงไปในช่องค้นหา (หากค้นหาไม่พบให้ใส่ย่านหรือถนนที่อยู่ในบริเวณใกล้คียงลงไป )         4. จากนั้นให้ซูมเพื่อหาตำแหน่งที่อยู่ และทำการปักหมุดลงไปในบนแผนที่ และเมื่อปักหมุดลงไป จะขึ้นหน้าต่างสีขาวให้ใส่รายละเอียดที่ตั้งของคุณ เช่น ชื่อบริษัท และใส่คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท          5.เมื่อใส่รายละเอียดครบแล้ว ต่อไปคือขั้นตอนการนำรูปมาใส่ ให้คลิกที่รูปไอคอนกล้องถ่ายภาพ เพื่ออัพโหลดภาพมาใส่ (ถามว่าทำไมต้องใส่รูป ? ใส่รูปเพื่อให้ที่ตั้งของคุณมีความโดดเด่นกว่าใครๆ โดยคุณสามารถเลือกรูปที่ต้องการใส่เองได้ตามใจ    6.  เมื่ออัพโหลดภาพมาใส่เรียบร้อยแล้ว จะมีช่องใต้ภาพให้คุณได้ใส่รายละเอียด คำอธิบายเพิ่มเติมลงไปอีกหนึ่งครั้ง    7. หลังจากได้ใส่ภาพแล้ว ต่อไปคือการสร้างสัญลักษณ์ให้กับหมุดของเรา โดยในระบบก็ได้มีรูปสัญลักษณ์มากมายให้คุณได้เลือก แต่ถ้าหากใครที่อยากใส่รูปเป็นของตัวเองก็สามารถอัพรูปมาใส่ได้ โดยในระบบก็ได้มีรูปสัญลักษณ์มากมายให้คุณได้เลือก โดยคลิกที่สัญลักษณ์ภาพที่อยู่บนลูกศรสีแดงดังภาพด้านล่าง    แต่ถ้าหากใครที่อยากใส่รูปเป็นของตัวเองก็สามารถอัพรูปมาใส่ได้ โดยกดที่ไอคอนที่กำหนดเอง (ถามว่าทำไมต้องใส่รูป ? ใส่รูปเพื่อให้ที่ตั้งของคุณมีความโดดเด่นกว่าใครๆบนแผนที่ระแวกนี้ โดยคุณสามารถเลือกรูปที่ต้องการใส่เองได้ตามใจชอบ)   8. หลังจากทำการปักหมุดแผนที่และบันทึกเรียบร้อยแล้ว จะปรากฎข้อมูลที่ ปักหมุดอยู่ตรงด้านซ้าย เมื่อคลิกบริเวณข้อมูลดังกล่าว จะแสดงผลตำแหน่งที่ปักหมุดขององค์กรพร้อมรายละเอียดบนแผนที่      และถ้าใครอยากได้แผนที่ ที่เราปักหมุดไว้แล้วไปแสดงบนหน้าเว็บไซต์ ก็แค่คลิกเลือก “ฝังในเว็บไซต์ของฉัน” เพื่อรับโค้ดไปใส่ในเว็บไซต์ได้
Read more

5 กลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์ยุคดิจิทัล ปี 2018

5 กลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์ ยุคดิจิทัล ปี 2018 5 กลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์ ยุคดิจิทัล ปี 2018  หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเริ่มธุรกิจ หรือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง การทำแผนการตลาดย่อมเป็นสิ่งจำเป็นในการเริ่มตั้งเป้าหมายทางธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งในปี 2018 ที่กำลังจะมาถึงนี้ผู้ประกอบการควรที่จะรู้เกี่ยวกับกระแสใหม่ๆ เพื่อนำมาผสมผสมผสานหรือปรับปรุงการตลาด เพื่อให้ทันกับการก้าวหน้าและวิวัฒนาการของธุรกิจในยุคดิจิทัล จากองค์ประกอบของการตลาดแบบ Digital ที่พยายามนำเสนอสินค้า และบริการให้ตรงกับใจผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องเสนอสินค้าชนิดเดียวกันให้กับทุกคน แต่มุ่งเจาะจงไปที่ความต้องการที่แท้จริงของแต่ละคนหรือกลุ่มของผู้บริโภคซึ่งการตลาดเช่นนี้เรียกว่า Personalization และความต้องการของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต้องการที่จะได้ หรือรู้สิ่งนั้นอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลที่แท้จริง  ด้วยเหตุนี้เราจึงจำเป็นต้องรู้ถึงวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการแสวงหาโอกาสในการขาย การการสร้างปฏิสัมพันธ์และการสร้างความความผูกพันกับลูกค้า โดยแผนขั้นสุดยอดของยุทธวิธีการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจของคุณในปี 2018 นี้ ได้สรุปกระแสปี 2018ไว้ 5 หัวข้อหลัก ซึ่งจะอธิบายและรวบรวมไว้เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการตลาดออนไลน์ของคุณ ดังนี้   1.ไม่มีช่องว่างระหว่างออนไลน์และออฟไลน์อีกต่อไป ในขณะที่การใช้อินเตอร์เน็ตและการใช้สมาร์ทโฟน เป็นไป  อย่างกว้างขวาง ทำให้เหล่าผู้ประกอบการนั้นพยายามที่จะใช้ช่องทางการตลาดออนไลน์เป็นหลัก เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างมากที่สุด แต่ในความเป็นจริง การตลาดที่ดีควรต้องตอบสนองได้อย่างครอบคลุมทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ เนื่องจากการตลาดออนไลน์อาจทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วก็จริง แต่ไม่ได้หมายถึงว่าการตัดสินใจของผู้บริโภคนั้นจะต้องเร็วตามไปด้วย ซึ่งการตัดสินใจของผู้บริโภคนั้นย่อมต้องหาสิ่งที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด ดังนั้นควรหากลยุทธ์ที่เหมาะสมโดยให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ด้วยเช่นกัน     2.พิจารณาการทำเว็บไซต์บนอุปกรณ์มือถือให้มากขึ้น เป็นที่รู้กันดีว่าหลายๆธุรกิจนั้นย่อมมีพื้นที่ในโลกออนไลน์ไว้นำเสนอสินค้าหรือบริการของตัวเองแน่นอนอยู่แล้ว และเพื่อให้เชื่อมโยงกับกระแสการใช้งานบนสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีการใช้งานมากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งบางธุรกิจนั้นได้มีการสร้างแอพพลิเคชั่นขึ้นมาใช้เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค แต่จากการสำรวจ พบว่าการใช้แอพพลิเคชั่นนั้นมีความเสี่ยงเป็นอย่างมากในแง่ของการลงทุนที่มากเกินกว่าผลตอบรับที่จะได้มา ดังนั้นหนึ่งในตัวเลือกของผู้ประกอบการในปัจจุบัน ก็คือการทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อให้เอื้ออำนวยต่อการใช้งานบนสมาร์ทและยังทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาชมธุรกิจได้ตลอดเวลาและไม่มีเงื่อนไขอีกด้วย 3.เลือกใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าเป็นรายบุคคล ในยุคดิจิทัลแบบนี้ได้มีธุรกิจบางประเภทที่ได้นำเอาเจ้าตัวหุ่นยนต์มาใช้ในการตอบสนองแก่ลูกค้า ซึ่งหุ่นยนต์มีความสมบูรณ์แบบใสตัวเองค่อนข้างมาก นอกจากจะสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำแล้ว ยังไม่รู้จักรู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยอีกด้วย โดยการนำหุ่นยนต์มาใช้ในงานธุรกิจเพื่อตอบโต้กับผู้บริโภค จึงส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความคาดหวังสูง และต้องการได้รับประสบการณ์ที่เป็นส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น 4.การชำระเงินแบบดิจิทัลจะมีอยู่ในทุกช่องทางการค้า ในยุคสมัยที่ผู้บริโภคสามารถจ่ายเงินได้โดยไม่ต้องถือเงินไปจ่าย หรืออาจจะไม่ต้องพกบัตรเครดิตหรือบัตรเอทีเอ็มเลยก็ตาม และสามารถได้รับสินค้าหรือบริการนั้นๆได้เลย ซึ่งการจ่ายเงินดิจิตอลนั้น จะเริ่มแพร่หลายไปในทุก ๆ ช่องทาง เพื่อลดการใช้เงินสด และวิธีการใช้งานการเก็บเงินในรูปแบบดิจิทัลนี้ไม่ยากเลย ซึ่งข้อดีในส่วนนี้ทำให้ธุรกิจออฟไลน์สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย   5.แบรนด์จะแข็งแกร่งขึ้นด้วยการวัดผลในสิ่งที่สำคัญมากกว่าตัวแปรเดิม วิวัฒนาการที่ก้าวไกลอย่างรวดเร็วทำให้นักการตลาดย่อมต้องการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับนำมาวัดผลและวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ซึ่งการวัดผลในเบื้องต้นนั้นคงไม่มากพอสำหรับนักการตลาดในปัจจุบันอีกต่อไป อย่างในกรณีของ Facebook  ยอมรับว่า มีเทคโนโลยีที่สามารถดักฟังเสียงจากสมาร์ทโฟน เพื่อนำมาประมวลผลในการแสดงโฆษณาหน้าฟีดข่าวของผู้บริโภคอีกด้วย และทั้งหมดนี้คือกระแสอัพเดทกลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์ยุคดิจิทัล ในปี2018 ที่ผู้ประกอบการทั้งหลายควรที่จะรู้เอาไว้เพื่อที่จะนำมาปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจของตัวเอง ให้ทันกับสถาณกาณ์การตลาดที่จะเกิดขึ้น   ข้อมูลอ้างอิง การตลาดออนไลน์ยุคดิจิทัล ปี 2018
Read more

เทคนิคการขายของเด็กเล่น สินค้าเด็ก ทำอย่างไรให้ขายได้

เทคนิคการขายสินค้าเด็ก ทำอย่างไรให้ขายได้
เทคนิคการขายของเด็กเล่น สินค้าเด็ก ทำอย่างไรให้ขายได้  สำหรับผู้ที่คิดจะทำธุรกิจขายของเด็กเล่น หรือสินค้าเด็กต่าง ๆ หลาย ๆ ท่านอาจกำลังเจอกับปัญหาที่ว่า ทำไมถึงขายไม่ได้ซักที วันนี้เราดูกันว่า การที่จะขายของเล่นเด็กมือสองให้ได้นั้น ต้องทำอย่างไรบ้าง 1. สร้างความประทับใจแรก ลองคิดกลับกันว่าเราเป็นลูกค้าดูค่ะ หน้าเว็บไซต์แบบไหนที่เราเข้าไปดูแล้วเกิดความสนใจ อยากเลือกดูสินค้า มีผลวิจัยออกมากันเลยทีเดียวค่ะ ว่าลูกค้าที่เข้าเว็บไปในครั้งแรก แล้วเกิดความไม่ประทับใจเมื่อ จะทำให้โอกาสที่ลูกค้าคนนั้น กลับมาที่เว็บไซต์ของเราอีก มีน้อยมาก ซึ่งจุดหลัก ๆ ที่ลูกค้ามองหาในครั้งแรกเมื่อเข้าเว็บไซต์ หรือเพจที่เราขายสินค้า ได้แก่ - ความสวยงามของเว็บไซต์ การออกแบบ ต้องดูสวยงาม เป็นระเบียบ เว็บไซต์เข้าใจง่าย เป็นหมวดหมู่ชัดเจน ทำให้ลูกค้าสามารถหาสินค้าที่ต้องการได้ง่ายขึ้น   cr.pexels   ภาพถ่ายสินค้า เป็นหัวใจหลักของเรา   ในที่นี้คือเราขายสินค้าเด็ก ขายของเด็กเล่น ดังนั้นการถ่ายภาพสินค้าเด็ก ถ่ายภาพของเด็กเล่นต่าง ๆ จึงต้องดูสวยงาม น่าซื้อ ในส่วนนี้สามารถจ้างช่างถ่ายภาพมืออาชีพ เพื่อถ่ายภาพสินค้าในสตูดิโอ ถ่ายภาพ pack shot บนพื้นขาว 100% ก็จะยิ่งทำให้สินค้าของเราน่าซื้อเข้าไปอีกค่ะ - โหลดเว็บได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอนานกว่าหน้าเว็บจะโหลดขึ้นมา เพราะยุคนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ smartphone ใช้แทบเล็ตซื้อของกันแทบทั้งนั้นค่ะ การรอโหลดหน้าเว็บนาน ๆ ก็สร้างความไม่ประทับใจ ดีไม่ดีไม่ทันได้เห็นหน้าเว็บ ลูกค้าก็ปิดไปหาร้านอื่นกันแล้วค่ะ   สร้างกระแสการบอกต่อใน Social ถึงแม้ว่าเว็บของเราจะดีแคไหนก็ตาม แต่ถ้าลูกค้าไม่รู้ว่าสินค้าของเราดี ก็ขายไม่ออกค่ะ มีผลการวิจัยออกมาว่า คนใกล้ตัวของลูกค้า มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกที่ซื้อสินค้า โดยดูจากคนใกล้ตัวก่อนค่ะ  รองลงมาจะเป็นการเชื่อรีวิว ต่าง ๆ เช่นใน Facebook, Pantip ดังนั้นเราต้องเจาะกลุ่มตลาดให้ได้ก่อนค่ะ กลุ่มคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในวัยที่จะเล่นของเล่นที่เราต้องการจะขาย เมื่อลองขายได้สักชิ้นแล้ว ก็อาศัย feed back ของลูกค้ามาช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้สินค้าในร้านเราได้ค่ะ และถ้าเกิดสินค้าของเราดี ก็จะเกิดการบอกต่อ ๆ กันไปในกลุ่ม จนทำให้ลูกค้าที่คิดจะซื้อของเด็กเล่นต่าง ๆ ก็จะนึกถึงร้านของเราก่อน   สร้างความน่าเชื่อถือ มาถึงเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ การติดต่อผู้ขาย และการส่งของกันแล้วค่ะ เราต้องมีช่องทางในการติดต่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะใน LINE, Facebook, Messenger เบอร์โทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อเราได้แบบ real time เดี๋ยวนี้ลูกค้าไม่นิยมส่งอีเมลล์ถามกันแล้วค่ะ ไม่ชอบรอนาน สะดวกที่จะแชทผ่านช่องทางต่าง ๆ เสียมากกว่า ดังนั้นเราต้องแจ้งขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าที่ชัดเจน มีระบบการแจ้งโอนเงินตามคำสั่งซื้อของลูกค้าที่ได้มาตรฐาน และที่สำคัญเราต้องมีการแจ้งเลขจัดส่งสินค้าให้เรียบร้อยค่ะ ยิ่งถ้ามีการรับประกัน เช่น รับประกัน 7 วัน หากสินค้าชำรุด สามารถเปลี่ยนคืนได้ ก็จะยิ่งได้ใจลูกค้ามากขึ้นไปอีกค่ะ   สร้างลูกค้าขาประจำ หลังจากที่เราขายสินค้าจนลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นและชื่นชอบสินค้าของเราแล้ว เราควรมีอะไรที่ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อสินค้าอีก และช่วยรีวิวสินค้าของเราด้วย อย่างเช่น การโปรโมชั่น การมอบส่วนลด กิจกรรมแจกของ การให้คูปองแก่ลูกค้าที่เคยซื้อไป การให้ลูกค้าทำกิจกรรมรีวิวสินค้าของเรา แล้วได้ส่วนลด หรือได้ของขวัญพิเศษ เหล่านี้ก็เป็นการช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม และเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ สำหรับใครที่คิดจะขายสินค้าเด็ก ขายของเด็กเล่น ก็ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูค่ะ ไม่แน่ว่ายอดขายอาจพุ่งกระฉูดเลยก็เป็นได้
Read more

สร้างบัญชี Line @ ฟรีๆ ใครก็ทำได้ภายใน 3 นาที

สร้างบัญชี Line @ ฟรีๆ ใครก็ทำได้ภายใน 3 นาที

วิธีสร้างบัญชี  Line @ แบบง่ายๆ ใครก็ทำได้ภายใน  3  นาที  Line@ ซึ่งบริการนี้คล้ายๆกับ Facebook Page ที่เราสามารถสร้างบัญชี Line@ เป็นชื่อตัวเอง ชื่อแบรนด์ หรือร้านค้า เพื่อโปรโมตสินค้า ประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ โดยรูปแบบใกล้เคียงกันกับ Line Official Account เลยทีเดียวล่ะคะ โดยเราสามารถดาว์โหลด Line@ ได้ทาง App Store สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Play Store สำหรับระบบปฏิบัติการ Android คะ

Read more
Send this to a friend