SSL ความปลอดภัยเว็บไซต์

แสดงคำนำหน้า HTTPS และไอคอนรูปกุญแจบนแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ของลูกค้า ที่ที่ทุกคนมักมองหาก่อนกรอกข้อมูล
Secure Sockets Layer คืออะไร?

SSL (https:)

เพิ่ม SSL เสริมความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ของคุณ ปัจจุบันทุกธุรกิจต่างพากันสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เพื่อติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและทำธุรกรรมการซื้อขายต่างๆ อย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้เว็บไซต์เหล่านี้ถูกเพ่งเล็งจากผู้ไม่หวังดีที่ต้องการขโมยข้อมูลของเว็บไซต์ของเราไป ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยธุรกิจบนโลกออนไลน์จึงได้หันมาใช้การส่งข้อมูลแบบเข้ารหัส หรือที่เราเรียกว่า SSL (Secure Sockets Layer) – มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่รับส่งผ่านอินเตอร์เน็ต และได้มีการกำหนดเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่มีความน่าเชื่อถือที่สุด
SSLความปลอดภัยเว็บไซต์-SSL(https:)

SSLความปลอดภัยเว็บไซต์-ทำไมต้องมีSSLcertificate?

ทำไมต้องมี SSL certificate ?

SSL certificate คือ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยืนยันตัวตนและความถูกต้องในการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์กับเว็บเบราว์เซอร์ที่ใช้งานถ้าเว็บไซต์ของเราไม่มี SSL certificate กุญแจด้านหน้าก็จะเป็นสีแดง นั่นหมายความว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีความเสี่ยงในการถูกเจาะข้อมูลส่งผลถึงอันดับคะแนน SEO ที่เราจะได้จาก Google การขอเครื่องหมายรับรอง DBD Verified จะให้ระบุในส่วนของมาตรการรักษาความลับข้อมูลอีกด้วย
  • สั่งซื้อและจ่ายเงินอย่างปลอดภัย
  • เพิ่มความมั่นใจด้วย https
  • ปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
  • อันดับการค้นหาของดีขึ้น
  • คลิกดูใบรับรองได้จากหน้าเว็บ
  • รองรับทุก Browser

ค่าบริการ

SSL Domain
฿3,000
/ รายปี
เฉพาะเว็บที่มีโดเมนของตนเอง
ใบรับรองเข้ารหัส 2,048 บิต
ดีต่ออันดับการค้นหา
ขอใบเสนอราคา
SSL แถบเขียว
฿30,000
/ รายปี
เฉพาะเว็บที่จดทะเบียนบริษัท
ใบรับรองเข้ารหัส 2,048 บิต
ดีต่ออันดับการค้นหา
ได้ทั้งโดเมนเดี่ยวและโดเมนย่อย
ชื่อบริษัทแดงบนแถบสีเขียว
ขอใบเสนอราคา
SSL Domain + Sub
฿12,000
/ รายปี
เฉพาะเว็บที่มีโดเมนของตนเอง
ใบรับรองเข้ารหัส 2,048 บิต
ดีต่ออันดับการค้นหา
ได้ทั้งโดเมนเดี่ยวและโดเมนย่อย
ขอใบเสนอราคา

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยและเงื่อนไขต่างๆกับบริการ SSL

จะรู้ได้ยังไงว่าเว็บไซต์ไหนใช้ SSL

เราสามารถสังเกตได้จาก URL ของเว็บไซต์ต่างๆ โดยปกติทุกเว็บไซต์ จะขึ้นต้นด้วย HTTP ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลแบบธรรมดา แต่สำหรับเว็บไซต์ที่ได้รับการป้องกันด้วย SSL จะขึ้นต้นด้วย HTTPS ซึ่งจะไม่ถูกเจาะเอาข้อมูลในเว็บไซต์ไปเพราะข้อมูลเหล่านั้นถูกเข้ารหัสรักษาความปลอดภัยเอาไว้

เว็บไซต์ของธุรกิจไหนควรใช้ HTTPS

ทุกเว็บไซต์ธุรกิจควรใช้ HTTPS โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีการเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ข้อมูลบัตรเครดิต รหัสผ่านต่างๆ และ เว็บไซต์ที่มีการทำธุรกรรมทางการเงิน อาทิ เว็บไซต์ธนาคาร, เว็บไซต์ e-commerce เป็นต้น
แต่ธุรกิจอื่นๆ ก็ควรใช้ HTTPS เพราะนอกจาก HTTPS จะรักษาความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ของเราแล้ว Google ยังให้คะแนนการจัดอันดับการค้นหา หรือคะแนน SEO เป็นพิเศษ โดยเว็บไซต์ที่เป็น HTTPS จะมีความน่าเชื่อถือและได้คะแนนที่ดีกว่าในการค้นหาจาก Google มากกว่าเว็บไซต์ที่มีแค่ HTTP และจะยิ่งได้รับการตอบรับมากขึ้นหากเว็บไซต์ของคุณมี “SSL certificate”

อยากให้เว็บไซต์มี HTTPS บ้างต้องทำยังไง

เว็บไซต์ที่ต้องการใช้งาน SSL นั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขอใบรับรองจาก CA (Certificate Authority) ที่น่าเชื่อถือ ซึ่ง CA เป็นผู้อนุมัติ SSL Certificate ให้แก่เว็บไซต์ เพื่อยืนยันการมีตัวตนของเจ้าของเว็บไซต์และรับรองความปลอดภัยในการเข้ารหัส-ถอดรหัสข้อมูล
ในกรณีที่เว็บไซต์บางเว็บไซต์มี HTTPS แล้ว แต่ไม่ได้ใช้ SSL Certificate จาก CA ที่น่าเชื่อถือ หรือ สร้าง SSL Certificate ขึ้นมาเอง เมื่อเราเข้าเว็บไซต์เหล่านั้น เราจะพบกับข้อความเตือนซึ่งจะขึ้นเป็นกล่อง Security Warning ขึ้นมา

SSL แถบเขียว คืออะไร?

โดยปัจจุบัน SSL ได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็น TLS (Transport Layer Security) เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลแบบไม่ต้องแยก port ของข้อมูล ซึ่งก่อนหน้านี้เวลาที่เราใช้งาน SSL จะต้องแยกระหว่างข้อมูลที่เข้ารหัสรักษาความปลอดภัยกับข้อมูลที่ไม่เข้ารหัสออกจากกัน แต่สำหรับ TLS นั้นจะไม่ต้องแยก ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยน port ที่ใช้งานตามปกติ
สำหรับใบรับรอง หรือ Certificate ที่ CA ออกใบรับรอง SSL หรือ SSL certificateให้ จะรองรับทั้ง TLS และ SSL ซึ่งเมื่อใช้งาน ก็จะขึ้นอยู่กับ browser ของผู้ใช้ว่าจะรองรับ TLS หรือไม่ หากรองรับก็จะเข้ารหัสก็จะเป็นแบบ TLS แต่ถ้าหากไม่รองรับการเข้ารหัสก็จะเป็นแบบ SSL ให้แทน
SSLความปลอดภัยเว็บไซต์-คำถามที่พบบ่อย