Currently browsing: SEO

WebP Image ไฟล์ภาพแบบใหม่ คืออะไร? สำคัญยังไงกับเว็บไซต์ ?

WebP Image ไฟล์ภาพแบบใหม่ คืออะไร? สำคัญยังไงกับเว็บไซต์ ?

WebP Image ไฟล์ภาพแบบใหม่ คืออะไร? สำคัญยังไงกับเว็บไซต์ ? ในปัจจุบันไฟล์ของภาพที่นิยมนำมาใช้แสดงผลอยู่บนเว็บไซต์หรือ Content ต่าง ๆ มากที่สุดก็จะเป็นไฟล์ jpg format เนื่องจากแสงไฟล์ภาพที่มีประสิทธิภาพดีและมีขนาดของไฟล์ไม่ใหญ่จนเกินไปเมื่อเทียบกับไฟล์ที่เป็น png หรือ GIF ในกรณีที่มีความละเอียดของภาพเท่ากัน ซึ่งโดยปกติแล้วเวลาที่เข้าไปชมตามหน้าเว็บไซต์ต่าง ๆ ส่วนมากแล้วกว่า 65% ของข้อมูลที่จะต้องโหลดก็คือรูปภาพ ซึ่งถ้าหากไฟล์ภาพมีขนาดใหญ่จนเกินไปก็จะมีผลต่อความเร็วในการดาวน์โหลดเว็บไซต์นั่นเอง แน่นอนว่าถ้าเข้าเว็บไหนแล้วดาวน์โหลดขึ้นมาช้า หลายคนก็พาลไม่อยากจะเข้ามาอีกก็เป็นได้ ดังนั้นถ้ามีการใช้ไฟล์ภาพที่มีขนาดเล็กลงก็จะเป็นการช่วยลดภาระในการโหลดไฟล์ภาพบนเว็บไซต์ได้ดีมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงยังมีผลต่อการทำอันดับเว็บไซต์ การทำ SEO อีกด้วย ดังนั้นเราก็มีไฟล์ภาพที่เรียกว่าได้รับการบีบอัดจนมีขนาดเล็กแบบสุด ๆ โดยที่ไม่เสียคุณภาพอย่าง WebP มาแนะนำให้รู้จักกัน WebP คืออะไร และมีความสำคัญกับเว็บไซต์อย่างไร?  สำหรับ WebP Image นั้นก็เป็นรูปแบบของไฟล์ภาพที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดย google นั่นเอง โดยได้มีการพัฒนาขึ้นมาใช้งานกันตั้งแต่ปี 2010 กันแล้ว และได้รับการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน โดย webp file ก็จะเป็นไฟล์ภาพที่ได้รับการบีบอัดให้มีขนาดเล็กกว่าไฟล์ภาพทั่วไป ซึ่งเมื่อเทียบกับไฟล์ภาพชนิด png และ jpeg ที่เป็นขนาดเดียวกันก็จะพบว่า WebP นั้นจะมีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่า png ถึง 26% และเล็กกว่า jpeg images อยู่ที่ประมาณ 25-34% ตามดัชนีคุณภาพ SSIM ซึ่งถือได้ว่าคุ้มค่าต่อการใช้งานบนเว็บไซต์มากเลยทีเดียว  โดย WebP image files ก็มาพร้อมกับคุณสมบัติอื่น ๆ อีกไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลแบบพื้นหลังโปร่งใส หรือ Transparency แต่จะมีขนาดใหญ่กว่าแบบปกติอยู่ประมาณ 22% ซึ่งก็ยังคงมีขนาดเล็กมากอยู่ดีเมื่อเทียบกับไฟล์ภาพแบบ png โดยมีขนาดเล็กกว่าถึงเกือบ 3 เท่าเลยทีเดียว สามารถบีบอัดข้อมูลแบบไม่สูญเสียข้อมูลโดยใช้รูปแบบ WebP Lossless ส่วนรูปภาพที่อาจมีไฟล์ metadata ก็จะถูกจัดเก็บเอาไว้ในรูปแบบของ Exif หรือ XMP และสามารถใช้ทำภาพเคลื่อนไหวหรืออนิเมชั่นแทนไฟล์ GIF ได้ ซึ่งทาง Google ก็อ้างว่าสามารถลดขนาดไฟล์ลงได้ถึง 64% สำหรับภาพที่แปลงจากไฟล์ GIF และลดคุณภาพของรูปภาพไปเพียงแค่ 19% เท่านั้น  ซึ่งนอกจากไฟล์ภาพ WebP จะถูกนำมาใช้บนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Google แล้ว เราจะเริ่มเห็นว่าไฟล์ภาพ WebP ปรากฏบนเว็บสำนักข่าวใหญ่ ๆ ทั้งของบ้านเราและต่างประเทศกันมากขึ้น ซึ่งก็ก่อให้เกิดผลดีในเรื่องของการลดภาระของผู้ใช้งานในการดาวน์โหลดเว็บไซต์ ส่งผลดีต่อตัวเว็บไซต์เอง และยังส่งผลดีต่อคะแนน SEO ได้อีกด้วยเนื่องจากว่าเว็บไซต์สามารถดาวน์โหลดได้เร็วมากยิ่งขึ้นนั่นเอง แต่ข้อจำกัดของ web browsers ที่ supports webp จะมีแค่ chrome firefox และ Opera เท่านั้นและในส่วนของขั้นตอนการนำมาใช้ก็จะต้องมีการวางภาพที่เป็นไฟล์ jpeg ไว้ด้วยกันทุกครั้ง เพราะในกรณีที่มีการเปิดเว็บไซต์อยู่บนอุปกรณ์ที่ไม่สามารถแสดงไฟล์ภาพแบบ WebP ได้ก็จะได้นำภาพไฟล์ jpeg ขึ้นมาแสดงแทนนั่นเอง 

Read more

AI First Company tools สำคัญอย่างไร? กับ Search Engine

Search Engine (การทำอันดับบนเว็บไซต์)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันนี้เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือเทคโนโลยี AI บนสมาร์ทโฟนที่เราใช้กันอยู่ทุกวี่ทุกวัน ยังไม่นับรวมในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่เราก็เริ่มจะเห็นได้ว่ามีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการใช้งานกันมากขึ้น ซึ่งยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่ได้เข้ามาเป็นผู้ช่วยสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์ในปัจจุบันก็จะเรียกว่า AI First ซึ่งก็ได้มีการนำ AI เข้ามาใช้งานที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และสำหรับ Google เองก็ถือได้ว่าเป็น การทำ SEO หรือ Search Engine อื่นๆ การทำอันดับบนเว็บไซต์ ที่ขับเคลื่อนโดย AI เป็นหลักด้วยเช่นกัน โดย Google นั้นก็ถือได้ว่าเป็นแกนหลักของ AI First Company tools เลยก็ว่าได้ ซึ่งก็ต้องย้อนกลับไปที่การกำหนดทัศนวิสัยของบริษัทโดย Sundar Pichai ซึ่งปัจจุบันก็ดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของ Google ที่ได้บอกว่าในฐานะบริษัทที่เป็น “AI first” ของ Google นั้น ก็จะเน้นไปที่ข้อมูลบริบทการเรียนรู้ของเครื่องจักรและการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อปรับปรุงและมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดอย่าง Google Pixel 2 และ Pixel 2XL รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ชุดล่าสุดของ Google home และ Google Clips โดยทาง Google ก็ได้พัฒนาบริษัทให้กลายเป็น AI First Company tools ภายใต้ความคิดริเริ่มที่เรียกว่า Google.ai ซึ่งไม่เพียงแค่มุ่งเน้นไปที่การวิจัยเท่านั้นแต่จะเป็นการพัฒนาประยุกต์ใช้ AI เข้ากับเครื่องมืออย่างเช่น TensorFlow และ Cloud TPUs อีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีในส่วนของการนำเอา AI เข้ามาร่วมในการค้นหา Google Search กับเครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น seo search engine optimization (การทำอันดับบนเว็บไซต์) ของ Google การเสนอราคาอัจฉริยะ Smart Bidding หรือ pay per click สำหรับ Google adwords (Google ads) โหมดการขับรถบน Google Map การใช้งาน Safe Content บน YouTube ช่วยแนะนำภาพถ่ายที่คุณควรจะแบ่งปันกับเพื่อนบน Google Photos การตอบกลับอีเมล Smart Reply บน Gmail การนำเสนอตารางประชุมตามกำหนดการและลักษณะการใช้งานที่มีอยู่ของผู้ใช้บน Google Drive ด้วย Smart Scheduling การใช้งาน Quick access บน Google Calendar และการใช้งานกล้องวงจรปิดภายนอก Nest Cam Outdoor ที่สามารถใช้ AI ช่วยยกระดับการเรียนรู้ในการตั้งค่ากล้องเพื่อรักษาความปลอดภัยได้โดยอัตโนมัติ สำหรับ Google นั้นก็ถือว่าเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี AI ซึ่งก็ตามติดมาด้วย Microsoft และ Apple โดยล่าสุด Google ก็เพิ่งได้ซื้อบริษัท AIMatter ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตแอป Fabby ซึ่งก็เป็นแอปแต่งรูปที่ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย แล้วก่อนหน้านี้ Google ก็ได้ซื้อบริษัทจากฝรั่งเศสที่ชื่อ Moodstocks ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ซอฟต์แวร์สำหรับจดจำวัตถุสำหรับสมาร์ทโฟนอย่างลึกซึ้งด้วยเทคโนโลยี AI อีกด้วย  ความพยายามของ Google ในการสร้างโลกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยผลิตภัณฑ์ AI นั้นไม่เพียงแค่เป็นการช่วยสนับสนุนนักพัฒนาแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะยังมีโครงการ People + AI ล่าสุดอย่าง Research Initiative (PAIR) ที่ทาง Google ได้ทุ่มเทและทุ่มทุนเพื่อการวิจัยและออกแบบระบบ AI โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้คนเป็นหลัก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ Google นั้นกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการพัฒนาและวิจัยโครงการ AI ที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันและพื้นฐานอาชีพต่าง ๆ ของผู้คนให้ได้มากที่สุดนั่นเอง ซึ่งแนวทาง AI First ของ Google นั้นไม่เพียงแต่จะเกี่ยวข้องไปกับการใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ด้วยเครื่องจักรที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้บุคคลที่สามสามารถพัฒนาความคิดของตนเองเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้นอีกด้วย 

Read more

รู้ลึก!! 15 คำศัพท์ทางเทคนิคเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์

ศัพท์การทำเว็บไซต์
รู้ลึก!! 15 คำศัพท์ทางเทคนิคเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ รู้ลึก!! 15 คำศัพท์ทางเทคนิคเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ สมัยที่โลกออนไลน์ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ อย่างแยกออกจากกันได้ยาก ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว ผู้คนมักนิยมใช้เว็บไซต์ในการทำสิ่งต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งใช้เพื่อการหาความรู้ ใช้เพื่อความบันเทิงและสร้างสรรค์ หรือใช้เพื่อทำประโยชน์ทางธุรกิจ ถือได้ว่าช่องทางออนไลน์ทางเว็บไซต์ยังคงได้รับความนิยมอย่างมหาศาลแบบต่อเนื่อง จึงทำให้ใครหลายๆคนนำมาใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจหรือองค์กรต่างๆเพื่อเป็นช่องทางการสื่อสาร การติดต่อ และช่องทางในการพรีเซนท์สิ่งต่างๆของตัวเอง โดยไม่ต้องเหนื่อยและเสียเวลาอย่างเมื่อก่อน เพราเหตุนี้ เว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยการใช้งานที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จากผู้ทั่วไป  โดยที่บางครั้งเราเองซึ่งไม่ได้มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับคำศัพท์ที่แสดงผลอยู่เลย แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้งานหรือจะต้องใช้บริการก็ตาม เราควรที่จะต้องรู้คำศัพท์เบื้องต้นของโลกออนไลน์บนเว็บไซต์นี้อยู่ให้ดีพอสมควรและด้วยเหตุผลนี้ เราชาว ”กราฟฟิก บุฟเฟ่ต์” ผู้ที่ให้บริการในด้านของการออกแบบเว็บไซต์ จึงอยากให้ทุกๆคนได้ทราบคำศัพท์ต่างๆในเบื้องต้น  เพื่อนำไปใช้งาน ในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้นกว่าที่เคย 1.เว็บเพจ (WebPage)  หน้าเว็บที่เราเห็นเมื่อใช้โปรแกรมเว็บบราวเซอร์เปิดเว็บไซต์ขึ้นมา อาจกล่าวได้ว่าเว็บเพจก็คือ ไฟล์ 1 ไฟล์ ที่มีนามสกุลเป็น .htm หรือ .html 2.เว็บไซต์ (WebSite) ประกอบด้วยเว็บเพจหลายหน้า โดยเว็บเพจแต่ละหน้าจะอยู่ภายใต้ชื่อหนึ่งชื่อที่เหมือนกัน เช่น เว็บไซต์  www.graphicbuffet.co.th 3.โฮมเพจ (Homepage)  เว็บเพจหน้าแรกของเว็บไซต์ใด ๆ แต่คนไทยมักจะพูดจนติดปากในความหมายว่าโฮมเพจก็คือ เว็บไซต์ส่วนตัวของคน ๆ หนึ่ง 4.เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server)  ทำหน้าที่เก็บเว็บไซต์ และให้บริการเกี่ยวกับเว็บตามที่เว็บบราวเซอร์ร้องขอข้อมูลมา 5.เว็บบราวเซอร์ (Web Browser) โปรแกรมที่ใช้เปิดเว็บเพจเรียกสั้น ๆ ว่า บราวเซอร์มีหน้าที่ติดต่อกับเว็บเซิร์ฟเวอร์เพื่อขอข้อมูล 6.เว็บมาสเตอร์ (Webmaster) เป็นชื่อเรียกผู้ดูแลเว็บไซต์ 7.แบนเนอร์ (Banner) เป็นรูปภาพที่ปรากฏบนเว็บเพจเพื่อแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของเว็บไซต์หรือเพื่อโฆษณาสินค้าหรือบริการ ปกติจะเป็นรูปภาพเคลื่อนไหวเพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเว็บ 8.SEO หมายถึง ชื่อเต็มชื่อ Search Engine Optimization คือเทคนิคด้านคอมฯ ที่จะทำให้เว็บไซต์ ถูกค้นหาเจอจากเว็บไซต์ Search Engine อย่าง google หรือ yahoo 9.Domain Name คือ ชื่อเว็บไซต์ (ที่ไม่มีการซ้ำกันกับเว็บไซต์อื่นๆ) เช่น google.com, enjoyday.net 10.Hosting  คือ พื้นที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ทั้งหมด โดยเช่าใช้รายปี ขนาดของพื้นที่เก็บข้อมูล ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูลของเว็บไซต์นั้นๆ 11.Template คือ โครงร่างของหน้าเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกใช้งานตามความพึงพอใจ 12.Cache คือส่วนของข้อมูลที่ถูกเก็บซ้ำไว้ เพื่อใช้ในการใช้งานครั้งต่อไปโดยไม่ต้องเรียกข้อมูลจากเว็บไซต์ต้นแหล่งอีกครั้ง ประโยชน์คือ เพิ่มความเร็วในการโหลดสำหรับฝั่ง User และลดโหลดปริมาณมหาศาลในฝั่ง Server หรือก็คือช่วยไม่ให้ Server รับภาระหนักจนเกิดอาการล่ม 13.SEM หมายถึง ชื่อเต็มชื่อ Search Engine Marketing ความหมายเช่นเดียวกับการนำเว็บไซต์ไปลงโฆษณา google adwords เมื่อค้นหาข้อมูลตาม keyword เว็บไซต์ของเราจะถูกเรียกขึ้นมาให้ติดอันดับ 1-10 อันดับแรก (ประมาณนั้น) 14.Worm หมายถึง หนอนอินเทอร์เน็ต เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดยความตั้งใจ ต่างจากไวรัสคอมพิวเตอร์ตรงที่ เวิร์ม (Worm) จะแอบใช้ทรัพยากรของระบบ ทำให้เครื่องถูกลดทอนความสามารถและประสิทธิ์ภาพ เช่น ทำให้เครื่องคอมฯ อืดและทำช้ากว่า ความเร็วที่มี 15.URL ย่อมาจาก Uniform Resource Locator คือ ชื่อหรือพาธที่ใช้อ้างถึงไฟล์ในอินเทอร์เน็ต โดเมนเนม (Domain name) เป็นชื่อเฉพาะของเว็บไซต์ที่ไม่มีการซ้ำกันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องไปจดทะเบียนกับหน่วยงานกลาง ตัวอย่างโดเมนเนม เช่น shc.ac.th และนี่คือคำศัพท์ทั้ง 15 คำ ที่เราอยากจะมานำเสนอให้เพื่อนๆได้รู้กันมากขึ้น หวังว่าคงจพมีประโยชน์ และช่วยตอบความสงสัยค้างคาใจกับคำต่างๆได้บ้างนะคะ    
Read more

ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น

rich card ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น

ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น Rich Card คืออะไร?  หรือหมายถึงอะไรกันแน่? และมีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง  หากใครที่อยู่ในวงการของการทำ Web Site หรือ SEO อาจจะคุ้นเคยดีอยู่แล้ว แต่สำหรับใครหลายๆคนที่เป็นผู้ประกอบการหรือเป็นบุคคลนอกสาย Web Site อาจจะกำลังเกิดความสงสัยเป็นแน่  ในช่วง 2 ปี ก่อนหน้านี้ Google ได้มีการอัพเดตระบบใหม่ค่อนข้างเยอะมาก ทั้งในเรื่องเล็กๆน้อยๆและเรืองใหญ่ ซึ่งการอัพเดตของGoogle นี้ อาจจะทำให้เราค่อนข้างเวียนหัวเล็กน้อยถึงปานกลางเพราะตามไม่ทัน เนื่องจากการอัดเดตทั้งหมดค่อนข้างมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆและ Rich Card ก็เป็นหนึ่งในการอัพเดตครั้งนี้ของ Google เช่นกัน Rich Card คือ การแสดงผลแบบใหม่ของ Google Search ที่พัฒนามาจาก Rich Snippet ก่อนหน้านี้ ซึ่ง Rich Card จะแสดงผลเฉพาะบนอุปกรณ์แบบพกพาเท่านั้น  โดยความพิเศษคือเพิ่มการแสดงการ์ดข้อมูลพร้อมภาพประกอบที่หน้า Google Search เข้ามาที่ด้านบนของผลการค้นหา การ์ดข้อมูลแบบใหม่จะถูกแสดงเป็นรายการวนแนวนอน (carousel) ผู้ใช้งานสามารถเลื่อนไปมาเพื่อดูรูปภาพได้ก่อนกดลิงค์ โดย Google ระบุว่าเจ้าของเว็บจะแสดงภาพรีวิวเนื้อหาของเว็บไซต์ได้ง่ายและสะดุดตามากขึ้น ผ่านการระบุข้อมูลอย่างเจาะจง (metadata) ในฟอร์แมต JSON-LD เพิ่มเข้ามา และภาพด้านล่างคือการเปรียบเทียบการ Search ทั้ง3 แบบรวมไว้ด้วยกัน เพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและการอัพเดตที่เกิดขึ้น     ภาพแรกคือ Search Result แบบปกติที่เราเห็นกันเป็นปกติเวลาที่เราค้นหาข้อมูลต่างๆบน Google ซึ่งเราไม่สามารถเห็นอะไรเลยนอกจากตัวหนังสือแบบล้วนๆ พอได้มีการพัฒนาให้มีการใช้งาน Rich snippets ผลการค้นหาจะเริ่มนำภาพมาแสดงด้วยซึ่งทำให้ผลที่ได้มีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งการนำภาพมาแสดงทำให้ผู้ชมเกิดความสนใจที่จะเข้าไปดูข้อมูลรายละเอียดภายในเพิ่มมากขึ้นด้วย และภาพสุดท้ายจะเป็นการใช้งานแบบ Rich Card โดยภาพที่ใช้แสดงจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและสามารถเลื่อนดูได้ในแนวนอน ทำให้ผลการแสดงน่าสนใจและดึงดูดผู้เข้าชมมากยิ่งขึ้นไปอีก                      การใช้งานแบบ Rich Card สามรถใช้ได้กับเว็บไซต์ประเภทภาพยนตร์และเมนูอาหารเท่านั้น และจะสามารถแสดงผลบนอุปกรณ์พกพาได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีการใช้งานกับเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ เพิ่มเติม     และนอกจากนั้น Google ยังมีตัวเสริมการใช้งานแบบ Rich Card อีกด้วย นั่นคือ Search Console ทาง Googleมีการเพิ่ม Rich Card Report เพื่อช่วยในการตรวจสอบผลลัพธ์จาก implement และนำไปปรังปรุงให้ดีขึ้น หากคุณได้รู้ถึงประโยชน์ของ Rich Card แล้ว คุณก็คงพอที่จะสามารถนำไปใช้กับประเภทธุรกิจของคุณได้ เพื่อให้ Rich Card ได้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะผลักดันธุรกิจของคุณให้เข้าถึงผู้บริโภคและเพื่อให้เกิดความสำเร็จสูงสุด

Read more

Personalized Marketing ทำการตลาดให้ตรง ใจผู้บริโภค

personal 1 Personalized Marketing ทำการตลาดให้ตรง ใจผู้บริโภค

Personalized Marketing ทำการตลาดให้ตรง ใจผู้บริโภค personalized marketing ทำการตลาดให้ตรง ใจผู้บริโภค หากเราต้องการที่จะสร้างสินค้าขึ้นมาสักอย่าง สิ่งที่เราควรต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆเลยนั่นคือ สินค้าเรานั้นสามารถตอบสนองลูกค้าได้ขนาดไหน สามารถได้รับการยอมรับ และเรียกความน่าสนใจจากลูกค้าได้ไหม นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างธุรกิจ หรือเรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของการทำการตลาดเลยก็ว่าได้ ซึ่งข้อกังวลนี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอสำหรับผู้ประกอบการที่ยังหาเป้าหมายในการทำการตลาดไม่เจอ หรือไม่รู้ว่าจะต้องจับต้นชนปลายจากตรงไหนก่อนดี และต้องการกลยุทธ์ด้านการตลาดที่มีประสิทธิภาพ สามารถส่งเสริมธุรกิจได้และมีความเสี่ยงน้อยที่สุด Personalized Marketing ถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ทันยุคทันสมัยโดนใจผู้บริโภคในสมัยนี้มากที่สุด และกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในช่วงนี้ขณะที่การตลาดกำลังเกิดการแข่งขันกันค่อนข้างสูงเช่น ความหมายของ Personalized Marketing คือ การนำเสนอ การทำการตลาดแบบดิจิทัล ซึ่งนำเสนอสินค้าหรือบริการต่างๆให้ตรงจุดกับความต้อการผู้บริโภคแต่ละคนมากที่สุด โดยไม่ต้องไปเสียเวลาในการเสนอสินค้าชนิดเดียวกันให้กับทุกคน แต่จะเน้นการเจาะจงไปที่กลุ่มหรือบุคคลที่เหมาะกับสินค้าหรือบริการของเรามากที่สุดและกลยุทธ์แบบนี้ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสัมพันธ์ของแบรนด์ที่มีต่อลูกค้าอีกด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับยุคเทคโนโลยีสื่อในปัจจุบันที่สามารถทำอะไรได้มากกว่า Mass Marketing และความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องการอะไรสักอย่างที่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้จริงๆ ซึ่งในทางปฏิบัติการทำการตลาดด้วยวิธีนี้ก็ไม่ได้มีอะไรยาก โดยต้องเริ่มต้นจากการสร้างความปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อให้เราสามารถรับรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม เพื่อที่จะนำผลรวมที่ได้มาวิเคราะห์และค้นหาสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการจากแบรนด์ของเรา และเมื่อได้ผลวิเคราะห์แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายในทางธุรกิจคือพยายามหาวิธีปรับแบรนด์สินค้าเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มให้มากที่สุด สาเหตุที่ทำให้การตลาดต้องปรับปรุงการตลาดจากแบบ Mass Marketing มาเป็นแบบ Personalized Marketing นั้น มีปัจจัยอยู่หลายอย่าง เช่น 1.การผลิตสินค้าหรือบริการขึ้นมาแบบเดียวซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหลายๆกลุ่มนั้นไม่ประสบความสำเร็จสำหรับในยุคปัจจุบันอีกต่อไป เนื่องจากผู้บริโภคแต่ละคนต่างต้องการแสวงหาสิ่งที่ตอบโจทย์กับความต้องการและเข้าถึงตัวเองให้ได้มากที่สุด 2.เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมากและเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถที่จะเข้าถึงผู้บริโภครายบุคคลได้มากยิ่งขึ้น เช่น การส่ง EMS , Website , บล็อกต่างๆ ที่สามารถส่งข้อมูลต่างๆผ่านทางผู้บริโภคได้โดยทางตรงและสามารถเลือกกลุ่มคนที่จะเข้าถึงได้อีกด้วย กลยุทธ์การตลาดแบบ Personalized Marketing นอกจากจะเข้าถึงลูกค้าได้ตรงจุดแล้ว ยังทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจมากขึ้น และนอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ของลูกค้าให้เชื่อมโยงกับธุรกิจได้มากขึ้นด้วย หากใครที่กำลังต้องการไอเดียในการจัดการ วางแผนธุรกิจของคุณให้ได้รับผลตอบลัพธ์ที่ดี  ขอบอกเลยว่าหากได้ลองนำกลยุทธ์ดีๆแบบนี้ไปปรับใช้ละก็ ธุรกิจของคุณคงนั้นคงมีแต่ปังและไม่มีแป้ก อย่างแน่นอน  

Read more

จ้างทำเว็บไซต์ ต้องรู้อะไรบ้าง? สำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลย

จ้างออกแบบเว็บไซต์ ต้องรู้อะไรบ้าง?
จ้างทำเว็บไซต์ ต้องรู้อะไรบ้าง? สำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลย จ้างทำเว็บไซต์ ต้องรู้อะไรบ้าง? สำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลย “ก็ไม่รู้อะไรเลยไง ถึงต้องจ้าง” คำตอบนี้ฟังดูยียวนกวนประสาทไม่น้อย สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หรือได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้ไปว่าจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ บางคนคิดง่ายๆ แค่มีเงินเอาไปจ้างเขาทำก็จบแล้ว แต่ถ้างานออกมาไม่ดี ทำเสร็จแล้วใครจะดูแลต่อ ในเว็บไซต์ต้องมีเมนูอะไรบ้าง เว็บไซต์ของเราจะขึ้นแท่นการค้นหาอันดับต้นๆ หรือไม่ โดยทั่วไปเขาใช้เงินกันเท่าไหร่ จะลงทุนเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ทั้งที อย่าให้สูญเงินเปล่าเลย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวและเจ็บใจ เรามีคำแนะนำเบื้องต้นให้นำไปพิจารณา ก่อนอื่นเราต้องตอบโจทย์ตัวเองให้ได้ก่อนว่า จะทำเว็บไซต์เพื่อวัตถุประสงค์ใด โดยส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เว็บไซต์สำหรับบริษัท องค์กร ที่ต้องการบอกกล่าวข้อมูล หรือประชาสัมพันธ์ภารกิจของหน่วยงาน และเว็บไซต์อีกประเภทคือ เว็บไซต์เพื่อการค้าขาย (Ecommerce) แต่ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน สิ่งที่ผู้ว่าจ้างทำเว็บไซต์ต้องคำนึง คือ Cr.ENSblog            1.Domain Name หรือ ชื่อของเว็บไซด์ เช่น graphicbuffer.co.th, vege-diva.com เป็นต้น Domain Name จะมีค่าบริการเรียกเก็บเงิน ราคาอยู่ประมาณ 500 บาท/ปี ซึ่งในบางบริษัทรับจัดทำเว็บไซด์อาจทำโปรโมชั่นให้ฟรีในปีแรก 2.SSL หรือใบรับรองความปลอดภัยของเว็บไซต์ ซึ่งจะมีค่าบริการ 3.Hosting หรือพื้นที่จัดเก็บเว็บไซต์ ต้องสำรวจดูเว็บไซต์ของเราว่า มีความจำเป็นต้องใส่ข้อมูลจำนวนมากขนาดไหน หรือนำเสนอภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูงหรือไม่ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าบริษัทที่เราใช้บริการจะไม่ทำเว็บไซต์เราล่ม ทั้งนี้ ทั้งนั้นต้องสอบถามจากบริษัทที่เรากำลังจะว่าจ้างให้พัฒนาเว็บไซต์ อาจจะเป็นการยากที่จะได้คำตอบอย่างแน่ชัด แต่อย่างน้อยก็ให้การเจรจาระหว่างเรา กับผู้พัฒนาทำเว็บไซต์ทราบว่า เราเองก็มีความรู้ อย่าได้คิดมาหลอกกันง่ายๆ 4.SEO เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา การทำ SEO ถือเป็นหนึ่งในเทคนิคที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บชั้นนำ มิใช่เสียเงินจ้างทำเว็บไซต์ แต่เมื่อค้นหาด้วย Google กลับไปอยู่หน้าที่ 4, 5 หรือ 6 ถามตัวคุณเอง แค่หน้าแรกเว็บไซต์ท้ายๆ คุณก็ไม่อยากคลิกเข้าไปดูแล้ว ดังนั้นการทำ SEO จะช่วยเพิ่มโอกาสในการค้นหาสินค้า และบริการของคุณ จะว่าไปก็คล้ายๆ ทำการตลาดไปในตัวด้วย 5.ข้อมูลในเว็บไซต์ เป็นสิ่งที่ต้องพูดคุยอย่างละเอียด ตั้งแต่การทำโลโก้ บุคลิกของเว็บไซต์ ภาพถ่ายที่ต้องใช้ เนื้อหาภายใน การกดเชื่อมต่อไปยังหน้าอื่นๆ เช่น ระบบเลือกซื้อสินค้า ระบบบัตรสมาชิก ระบบขอใบเสนอราคา เป็นต้น หรือหากเป็นองค์กร เช่น ระบบการเข้าถึงข่าวสาร ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีความชัดเจนจากผู้จ้างว่า ต้องการใช้งานเว็บไซต์ไปในทิศทางใด บอกกล่าว หรือ ซื้อขาย 6.รองรับบนหน้าจอมือถือหรือไม่ เป็นคำถามที่ขาดเสียมิได้ เพราะปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลขององค์กร หรือการเข้าเว็บซื้อของ มักจะใช้บริการผ่านมือถือมากกว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งการทำเว็บไซต์ต้องให้มีความเหมาะสมทั้ง 2 รูปแบบ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง 7.สำรวจดูเว็บไซต์อื่น เพื่อประเมินว่า มีจุดดี จุดเด่นอย่างไร แล้วนำกลับมาเสริมให้เว็บไซต์ของเรามีความโดดเด่น ใช้งานได้สะดวกสบาย 8.บริการหลังจากพัฒนาเว็บไซต์เสร็จสิ้น เช่น หากมีข้อผิดพลาดทางระบบ จะมีความรับผิดชอบตลอดระยะเวลาหรือไม่ หรือเจ้าของเว็บไซต์สามารถอัพเดทข้อมูลเองได้อย่างไร รับเอาเว็บไซต์ไปดูแลเองได้หรือไม่ เพราะสิ่งนี้จะสามารถป้องกันความเสียหายได้ หากผู้พัฒนาเว็บไซด์เกิดหนีหายไป   สิ่งที่ได้นำเสนอไปนั้น เป็นเพียงแนวทางเพื่อให้ทราบว่า โดยพื้นฐานต้องมีอะไรอยู่ในเว็บไซต์เราบ้าง ส่วนเรื่องการตัดสินใจว่าจะใส่เทคนิคอื่นใด ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเราที่สามารถเจรจาค่าใช้จ่ายก่อนได้ หากราคาเป็นที่พอใจ                            จึงค่อยเซ็นสัญญาว่าจ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ควรหาราคาของแต่ละบริษัทมาเปรียบเทียบว่า ให้บริการเราได้มากน้อยขนาดไหนตามจำนวนเงินที่เราถืออยู่ในมือ เท่านี้เราก็จะได้ไม่ต้องไม่ตอบใครก็ใครว่า “ก็ไม่รู้อะไรเลยไง ถึงต้องจ้าง”                  เพราะคุณอาจถูกเอาเปรียบได้
Read more

เพราะอะไร Landing Pages จึงเป็นหัวใจหลักของ Online Marketing website

เพราะอะไร Landing page จึงเป็นหัวใจหลักของ Online marketing website เพราะอะไร Landing Pages จึงเป็นหัวใจหลักของ Online Marketing website

เพราะอะไร Landing Pages จึงเป็นหัวใจหลักของ Online Marketing website  ในการทำโฆษณาออนไลน์นั้น สิ่งที่เจ้าของเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ต้องการนั้นก็คือ อยากให้คนเข้าเว็บไซต์เยอะๆ เพื่อที่ได้ขายสินค้าได้ หรือให้คนสมัครสมาชิกของเรา หรือให้เข้าคนเข้ามากรอก email เพื่อสมัครรับข่าวสารได้เป็นจำนวนมาก ใช่ไหมล่ะคะ แล้วจะทำอย่างไรให้เว็บไซต์ของเราดูน่าสนใจ และช่วยให้คนที่เข้าชมเว็บไซต์ของเรานั้นยอมทำตามสิ่งที่เราต้องการได้ง่ายขึ้น วันนี้คุณไม่ต้องกังวลกับปัญหานี้อีกต่อไปแล้วนะคะ

Read more

วิธีง่ายๆเช็คอันดับ เว็บของตัวเองที่แท้จริงใน Google เพียงคลิ๊กเดียว

วิธีง่ายๆ เช็คอันดับ เว็บของตัวเองที่แท้จริงใน Google

วิธีง่ายๆ เช็คอันดับ เว็บของตัวเองที่แท้จริงใน Google สำหรับคนที่มีเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์เป็นของตนเอง หลายคนอยากจะรู้ว่าอันดับของเว็บของตนเองอยู่อันดับที่เท่าไรและจะเช็คอันดับเว็บไซต์ใน Google ได้อย่างไร ซึ่งเจ้าของเว็บมือใหม่ทั้งหลายคุณอาจจะคิดว่า การเช็คอันดับเว็บของตัวเองไม่เห็นจะยากตรงไหนก็แค่พิมพ์ Keyword คำค้นหาลงใน Google ก็จะรู้แล้วล่ะว่า เว็บไซต์ตนเองนั้นอยู่อันดับที่เท่าไหร่ แต่แท้จริงแล้วรู้ไหมคะว่า คุณกำลังถูกหลอกให้เข้าใจผิดแล้วล่ะคะ

Read more

Bounce Rate สถิติชี้วัดคุณภาพ และปัญหาของเว็บไซต์แต่ละประเภท

Bounce Rate สถิติชี้วัดคุณภาพ และปัญหาของเว็บไซต์แต่ละประเภท

Bounce Rate สถิติชี้วัดคุณภาพ และปัญหาของเว็บไซต์แต่ละประเภท  สำหรับคนที่ใช้ตัวเก็บสถิติอย่าง Google Analytics น่าจะคุ้นเคยกับเจ้า Bounce Rate กันเป็นอย่างดีนะคะ เพราะมันจะอยู่ที่รายงานสถิติผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งเป็นตัวแปรหลักอย่างหนึ่งที่สำคัญของการวัดความนิยมของเว็บไซต์ว่าเว็บเรามีคนพอใจมากแค่ไหน ซึ่งค่า Bounce Rate นี้ยังใช้บ่งบอกถึงปัญหาต่างๆ ภายในเว็บไซต์แต่ละประเภทอีกด้วยค่ะ

Read more

ค่า CTR คือ ปัจจัยหลักของการทำอันดับ บน Google ของเว็บไซต์ต่างๆ

ค่า CTR คือ ปัจจัยหลัก ของการทำอันดับบน Google ของเว็บไซต์ต่างๆ

ค่า CTR คือ  ปัจจัยหลักของการทำอันดับ บน Google ของเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยจุดเด่นของ การทำการตลาดออนไลน์ ก็คือ การเราที่สามารถ tracking การปรากฎป้ายโฆษณาว่าปรากฎกี่ครั้ง และ เช็ค feed back ของป้ายโฆษณาว่า มีสามารถดึงดูดให้คนดู คลิ๊กป้ายโฆษณาได้ทั้งหมดกี่ครั้ง ซึ่งการทำอันดับบน Google Search ในปัจจุบันนั้นปัจจัยหลักที่จะชี้วัดว่าเว็บไหนควรมีอันดับหนึ่ง ก็คือพฤติกรรมผู้ใช้ ซึ่งหมายความว่าเว็บเหล่านั้น จะมีค่าสถิติเกี่ยวกับ Webmaster Tools และ Analytics ค่อนข้างดี เพราะติดหน้าแรกจะต้องมีผู้ใช้งานคลิกเข้าชมเว็บ และมีค่า CTR ที่ดีนั่นเอง โดยเราสามารถใช้ CTR เพื่อวัดประสิทธิภาพของคำหลักและโฆษณาของคุณได้

Read more

ทำไมการบริการ SEO ในยุคนี้ จึงต้องหา Traffic เข้าเว็บไซต์

ทำไมการบริการ SEO ในยุคนี้ จึงต้องหา Traffic เข้าเว็บไซต์

ทำไมการบริการ SEO ในยุคนี้ จึงต้องหา Traffic เข้าเว็บไซต์ SEO หรือ Search engine optimization คือกระบวนการที่พยายามเพิ่ม Traffic ที่มีคุณภาพ เข้าสู่เว็บไซต์ จาก Search Enigne ต่างๆ ด้วยวิธีการต่างๆ โดยการปรับแต่งเว็บไซต์ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกเว็บไซต์ เพื่อให้ Google มองว่าเว็บไซต์ ของเรามีคุณภาพก็จะปรับอันดับให้สูงขึ้น สำหรับมือใหม่หลายคนอาจจะได้ยินคำว่า Traffic กันอยู่บ่อยๆใช่ไหมคะ แต่หลายคนยังคงไม่รู้ใช่ไหมคะว่า Traffic คืออะไร มีผลต่อการจัดอันดับบนผลการค้นหาของ Google Search อย่างไรและทำไมบริการ SEO ยุคนี้ ต้องหา Traffic เข้าเว็บ งั้นเรามาดูคำตอบกันเลยคะ

Read more

วิธีแก้ปัญหาทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้นต้องทำอย่างไรบ้าง

วิธีแก้ปัญหาทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้น

วิธีแก้ปัญหาทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้นต้องทำอย่างไรบ้าง  การทำ SEO (Search Engine Optimization) คือกระบวนการที่เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อดันอันเว็บไซต์ของเราให้ติดหน้าแรก Google ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่ง การโปรโมท การสร้าง Content ทุกอย่างเป็นไปเพื่อการดันเว็บไซต์ของเราให้ติดหน้าแรก Google ให้ได้ ซึ่งการที่เว็บติดอันดับ ไม่ได้หมายความว่า เว็บเราจะอยู่อันดับนั้นคงทนถาวรตลอดกาลนะคะ เมื่อมีเว็บที่อันดับขึ้น ก็ต้องมีเว็บที่อันดับตก ถือเป็นเรื่องปกติมากๆ เลยล่ะค่ะ

Read more

Mobile first คืออะไร มีผลอย่างไรกับการทำ SEO รู้ก่อนได้เปรียบกว่า

Mobile first คืออะไร มีผลอย่างไรกับการทำ SEO

Mobile first คืออะไร มีผลอย่างไรกับการทำ SEO รู้ก่อนได้เปรียบกว่า ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือ หรือ Smart Phone ได้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก เพราะทุกวันนี้กิจกรรมทุกอย่างหรือส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นบนมือถือ ซึ่งผู้คนใช้ในการติดต่อสื่อสารกันเป็นส่วนใหญ่และได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับอย่างรวดเร็ว และทำให้คนเชื่อมต่อถึงกันได้ง่ายขึ้น 

Read more

Dupicate Content ใน Search Engine คืออะไร ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

Dupicate Content ใน Search Engine คืออะไร ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

Dupicate Content ใน Search Engine คืออะไร ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ในการทำเว็บไซต์นั้นการมีคอนเทนต์เป็นเรื่องสำคัญ แต่ดูเหมือนว่าก็ยังมีหลายๆ คนที่ตีความผิดไป ว่าขอแค่มีคอนเทนต์ก็พอแล้ว จึงทำให้เกิด Duplicate content คือการที่เราเอาบทความจากเว็บคนอื่นมาแปะไว้บนหน้าเว็บเพจ หรือบทความจากเว็บต์ของเราถูกขโมยไปแปะบนเว็บอื่นๆ โดยที่บทความนั้นอยู่ใน Index ของ Google อยู่แล้ว ซึ่งในการทำ SEO นั้น การมีคอนเทนต์ที่เอามาจากผู้อื่นมากๆ ใช่ว่าจะดีนะคะ เพราะจะส่งผลเสียในทันทีให้กับเว็บไซต์ของเรา คือ Rank โดยรวมของเว็บร่วงกราวในทันที และส่งผลถึงจำนวนผู้ชมที่หายไปอีกด้วยคะ ซึ่ง Google มองว่าคุณค่าของเนื้อหาที่ซ้ำกันมีน้อยมากๆ

Read more

Snippet กับ Rich Snippet คืออะไร ทำไม SEO ต้องใส่ใจ

Snippet กับ Rich Snippet คืออะไร ทำไม SEO ต้องใส่ใจ

Snippet กับ Rich Snippet คืออะไร ทำไม SEO ต้องใส่ใจ ปัจจุบันการแข่งขันกันเพื่อขึ้นอันดับต้นๆของเว็บไซต์ต่างๆ มีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะแต่ละคนแต่ละเว็บไซต์ต่างมีเป้าหมายให้เว็บไซต์ของตนเองปรากฏในตำแหน่งที่ดีสุด จึงพยายามหาเทคนิควิธีการต่างๆให้เว็บไซต์ของตนเองปรากฏก่อนเว็บอื่นๆ ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะเอาชนะเว็บไซต์ใหญ่ๆระดับประเทศ หรือระดับโลกได้นะคะ และแค่ตำแหน่งที่ดีในผลการค้นหาจะไม่เพียงพอแล้ว หากขึ้นอันดับหนึ่ง

Read more
Send this to a friend