SEO Onpage guide anatomy เทคนิคดีๆที่คนทำเว็บไซต์ไม่ควรพลาด

เทคนิคดีๆที่คนทำเว็บไซต์ไม่ควรพลาด

SEO Onpage guide anatomy เทคนิคดีๆที่ที่คคนทำเว็บไซต์ไม่ควรพลาด สำหรับนักการตลาดและเจ้าของธุรกิจที่มีเว็บไซต์ต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่า SEO  สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ  ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าใครที่ยังไม่รู้จัก SEO คงต้องรีบหาข้อมูลมาศึกษากันอย่างด่วนเพราะ SEO  ส่งผลต่ออันดับของเว็บไซต์และยอดขายของคุณ อย่างที่คุณนึกไม่ถึงมาก่อนเลยล่ะค่ะ วันนี้เรามีบทความเกี่ยวกับเรื่องของ SEO On-page หรือเทคนิคต่างๆที่เราสามารถปรับแต่ง หรือติดปีกเว็บของคุณให้เร็วและแรงเซงหน้าคู่แข่ง ทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับ(Ranking) เมื่อมีคน search มากขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์บน  Search Engine ด้วย ส่วนเครื่องมือและวิธีการต่างๆที่เราสามารถนำมาใช้ในการจัดการ Meta tags หรือคีย์เวิร์ดต่างๆ ได้นั้นก็มีอยู่มากมาย ซึ่งพอจะสรุปออกมาเป็นข้อๆได้ 16 ข้อหลักดังนี้

 

1.การใช้ URL ที่เป็นมิตรกับ SEO ซึ่งควรเป็น URL ที่สั้น และ บรรจุเอา keyword ของคุณเอาไว้ด้วย  ซึ่ง 3.5 คำแรกนั้นถือว่าสำคัญมาก และควรหลีกเลี่ยง Ugly URLs หรือจะเรียกว่า URL แบบสิ้นคิดเช่น backlinko.com/p=123 หรือ URLs แบบยาวๆอย่าง backlinko.com/8/6/16/cat=SEO/on-page-seo-is-so-amazing-omg-its-the-best เป็นต้น

2.เริ่มต้นชื่อเรื่องด้วย Keyword ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากในการทำ On-Page SEO เพราะจะเป็นที่ถูกใจของบรรดา Search Engine หรือมีผลต่อการค้นหานั่นเอง

3.คุณต้องรู้จักใช้คำเฉพาะเจาะจงใส่ลงในบทความของคุณอาทิเช่น “2016”, “best”, “guide”, และ“review” เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ keyword เป้าหมายถูกเข้าถึงได้ง่ายขึ้นหรืออยู่ในอันดับที่ดีขึ้น

  1. ติด Tag H1 ที่ “headline tag” บนหน้าของคุณ ซึ่งเว็บไซต์บางแห่งอย่าง WordPress นั้นจะมีการ ติด Tag H1 ที่ “headline tag” ของคุณโดยอัตโนมัติ แต่ถ้านอกเหนือจากนั้นคุณจะต้องเป็นคนตั้งค่าด้วยตัวเอง แต่ต้องสังเกต themes ของเว็บไซต์ด้วย ซึ่งบางครั้งการติด Tag H1 มันไปเปลี่ยนขนาดฟอนต์แบบอัตโนมัติตามค่า themes ที่สำคัญอย่าหลงประเด็นให้เน้นที่ “headline tag” เป็นหลักและตรวจสอบก่อนจะดีที่สุด
  2. เหล่าบรรดา Multimedia ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น วีดีโอ ภาพถ่าย ไดอะแกรมต่างๆ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มเวลาให้การเข้าชมหน้าเพจของคุณมากขึ้นกว่าคอนเท้นต์แบบตัวอักษร ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลดีกับการทำ SEO ของคุณ และ Google ก็จะให้น้ำหนักกับหน้าเพจของคุณมากขึ้นด้วย
  3. ใส่ keyword เป้าหมายของคุณอย่างน้อย 1 ครั้งในหัวข้อย่อย จากนั้นให้คุณติด Tags H2 ซึ่งกูรูทั้งหลายที่ทดสอบแล้วบอกว่ามันส่งผลดีต่อการค้นหาของ Search Engine
  4. Keyword ของคุณควรจะปรากฏตัวขึ้นใน 100-150 คำแรกของบทความ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วผู้เขียนบทความมักจะขึ้นต้นประโยคด้วยถ้วยคำที่ยาวหรือวกไปวนมา(เวิ่นเว้อ) ถ้าอยากให้ Search Engine สนใจข้อนี้คุณควรนำไปใช้ให้เป็นนิสัยเลิกชักแม่น้ำทั้ง 5 สาย แบบเปล่าประโยชน์ได้แล้ว
  5. Responsive Design คือคำตอบของอนาคต ถ้าเว็บไซต์ของคุณยังไม่สามารถรองรับอุปกรณ์หลายๆอย่างได้แบบอัตโนมัติแล้วล่ะก็ พึงระลึกไว้ว่านั่นคือหายนะที่รอการมาเยือน เพราะตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา Google ได้ลงดาบเว็บไซต์ที่ไม่ใช้การออกแบบที่เป็น Responsive Design มาตลอด ต่อให้เว็บไซต์คุณน่าสนใจแค่ไหนก็จะไม่ได้รับความสนใจหากยังเป็นเต่าที่ล้าหลังในการออกแบบ อย่า traffic เยอะๆหากคุณยังย่ำอยู่กับที่ ยิ่งในอนาคตหาก Google ประกาศแพลตฟอร์มใหม่ออกมายิ่งอันตราย .
  6. Outbound Links หรือ Links ภายนอกช่วยได้ กล่าวคือทุกๆ 1,000 คำของบทความ ให้คุณใส่ Links ภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือลงไป(เว็บไซต์ที่ใช้อ้างอิงได้อย่างเป็นสากลเช่น wikipedia.com เป็นต้น) การทำแบบนี้จะช่วยให้ traffic ของเพจคุณดีขึ้น

      10.เพิ่ม Internal Links  ลงไป2-3 Links   ในทุกเพจ อาทิเช่นเมื่อมีการสร้างเพจใหม่ขึ้นมาให้คุณแทรก Internal Links  ลงไปเป็นระยะๆจะช่วย             ดึง traffic ของคุณให้เป็นที่น่าสนใจของ Search Engine มากขึ้น

  1. Boost Site Speed ตรงๆเลยคือถ้าเพจคุณโหลดช้าเป็นเต่านั่นคือหายนะแล้ว เพราะเหตุผลว่า 75% ของผู้เข้าชมเว็บไซต์จะไม่กลับมาเยี่ยมเยือนคุณอีกหากว่าเข้ามาครั้งแรกแล้วมันกินเวลาของการท่องเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์ที่ดีควรใช้เวลาดาวน์โหลดหน้าเว็บไม่เกิน 4 วินาที โดยคุณสามารถทดสอบได้ที่ GTMetrix.com ซึ่งมีเว็บไซต์ที่คุณสามารถใช้ Boost Site Speed ได้โดยขึ้นอยู่กับข้อตกลงและงบประมาณที่คุณมีอยู่
  2. Sprinkle LSI Keywords หรือการใช้คำพ้องที่ Google สามารถค้นหาหรือกำหนดความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันได้เช่น SEO On-page, SEO On-page PNG, SEO On-page wiki เป็นต้น ลองนึกภาพตอนเราค้นหาข้อมูลที่ต้องการไม่เจอแล้วใช้คำที่ใกล้เคียงมาใส่แทน ใช้หลักการเดียวกันแบบนี้เลย

      13.ใช้ target keyword ของคุณในการตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ และใส่ชื่อ target keyword นั้นเอาไว้หลัง Alt Text 

  1. Use Social Sharing Buttons หรือการเพิ่มปุ่มสำหรับการแชร์เพจของคุณไปยังสื่อสังคมต่างๆไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือ Google+ เป็นต้น โดยผลการศึกษาจาก BrightEdge พบว่ามันช่วยให้เกิดการแชร์เพิ่มขึ้นถึง 700% เลยทีเดียว

     15.โพสต์เนื้อหายาวๆเข้าไว้ แต่ต้องเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจ เพื่อดึงให้คนอยู่ในหน้าเพจของเรานานขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลต่อการจัดอันดับของ       Search Engine  ท่องเอาไว้ว่าสุภาษิต SEO คือ “length is strength” โดยเนื้อหาที่โพสต์ไม่ควรต่ำกว่า 1,000 คำและต้องมีประโยชน์ด้วย              เพราะถ้ามีแต่น้ำก็ไม่มีผลต่อ traffic

  1. Boost Dwell Time เพิ่มเวลาการรับชมให้มากขึ้นด้วยคอนเท้นต์ที่ดึงดูดผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาหรือมัลติมีเดียต่างๆ ซึ่ง Google จะจับเอาเจ้า Dwell Time นี่ล่ะมาใช้ในการทำ Ranking จัดอันดับหน้าเพจของคุณ ตามคำพูดที่นักพัฒนาเว็บไซต์ได้ยินเสมอมานั่นก็คือ Content is is King Link is Queen นั่นเอง

คอนเท้นต์คุณภาพ คือคำที่เราอาจจะได้ยินกันจนชินหู หรือจนเบื่อ แต่หากต้องการให้เว็บไซต์ของคุณมีการเข้าถึงมากขึ้น ซึ่งหมายถึงผลประโยชน์ต่างๆที่จะตามมา คำว่าเหนื่อยหรือยากเกินไป อาจจะกลายเป็นคำต้องห้าม หวังว่าเทคนิคดีๆทั้งหมดที่กล่าวมาจะเป็นประโยชน์กับคุณในการทำ SEO On-page บ้างไม่มากก็น้อย

รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ รับทำเว็บขายของ ครบวงจร