Currently browsing: news

เทรนด์การออกแบบโลโก้ 2020

เทรนการออกแบบโลโก้ 2020 1 เทรนด์การออกแบบโลโก้ 2020

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง นอกเหนือไปจากแพคเกจจิ้งแล้ว สิ่งที่จะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นและเป็นที่จดจำก็คือโลโก้นั่นเอง สำหรับในปี 2020 เทรนการออกแบบโลโก้จะมาในแนวไหนกันบ้าง ตามมาดูกันเลยดีกว่า ตัวอักษรเพียงอย่างเดียว ถือว่าเป็นการออกแบบโลโก้ที่คลาสสิคตลอดกาลเลยก็ว่าได้ สำหรับการใช้แค่ตัวอักษรธรรมดาพร้อมเลือกใช้ฟอนต์ที่มีความเรียบง่ายโดดเด่น ถือว่าเป็นโลโก้ที่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างตรงไปตรงมาและได้ผลดีเลยทีเดียว 2. โลโก้สไตล์มินิมอล บอกเลยว่าสไตล์มินิมอลนั้นยังคงเป็นอะไรที่ดูดีและดึงดูดสายตา สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับตัวผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเลือกใช้ลายเส้นแบบมินิมอลที่มีความเรียบง่ายไม่ซับซ้อนจะทำให้โลโก้สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ง่ายและตรงเป้าหมาย ช่วยทำให้ผู้บริโภคนั้นเกิดความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ได้ในทันทีที่มองเห็น และสามารถจดจำโลโก้ได้ง่ายอีกด้วย 3. การเล่นลวดลายในตัวอักษร สำหรับโลโก้ที่มีตัวอักษรอยู่ในนั้นด้วย การเลือกใช้รูปแบบของตัวอักษรที่มีความหลากหลายและแตกต่างกัน รวมไปถึงการนำเอาลวดลายและรูปแบบกราฟิกต่าง ๆ เข้ามาใส่ภายในตัวอักษรก็จะช่วยเพิ่มความรู้สึกที่ดูน่าสนใจ สนุกสนาน สามารถเข้าถึงได้ง่าย และยังทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำโลโก้ได้ง่ายมากขึ้นเพียงแค่ได้เห็นตัวอักษรเท่านั้น 4. รูปทรงเรขาคณิต การออกแบบโลโก้โดยใช้รูปทรงเรขาคณิตเข้ามาเป็นส่วนประกอบก็เรียกได้ว่ายังคงได้รับความนิยมกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพราะเป็นรูปทรงที่ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและรู้จักกันดี ดังนั้นการใส่รูปทรงเรขาคณิตเข้ามาเป็นส่วนประกอบในโลโก้ นอกจากจะช่วยให้มีความโดดเด่นน่าสนใจแล้ว ยังสามารถสื่อให้ผู้บริโภคนั้นเข้าใจได้ง่ายผ่านทางรูปทรงที่คุ้นเคยนั่นเอง  5. โลโก้แบบวาดมือ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนตัวอักษรหรือการวาดรูปภาพที่อยู่ในโลโก้ หากอยู่ในรูปแบบของงานที่วาดหรือเขียนด้วยมือ บอกเลยว่าเป็นโลโก้ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง แสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตร ความน่ารักเป็นกันเองน่าคบหา จนทำให้เมื่อเห็นแล้วรู้สึกว่าก็น่าจะลองเข้าไปทำความรู้จักดูสักครั้งก็ไม่เลวเลยทีเดียว 6. การใช้สีสันแบบไล่เฉด แน่นอนว่าอะไร ๆ ตอนนี้ก็มีสีสันแบบไล่เฉดกันเต็มไปหมด แล้วอย่างนี้การออกแบบโลโก้จะพลาดการใช้สีสันแบบไล่เฉดไปได้อย่างไร ซึ่งนอกเหนือจากการไล่เฉดสีในโทนเดียวกันแล้วก็ยังเป็นการจับคู่สีที่มีความแตกต่างแต่สามารถเข้ากันได้ดี ก็จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นและดูแปลกตาให้กับโลโก้ได้ดีเลยเชียว ใครที่กำลังจะออกแบบโลโก้ต่าง ๆ ในปี 2020 นี้ ก็ลองนำเทรนการออกแบบโลโก้ที่เราได้นำมาฝากไปลองใช้กันดู อาจจะใช้แค่รูปแบบเดียวหรืออาจจะนำเทรนต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์โลโก้แบบใหม่ที่มีความโดดเด่นสะดุดตาในแบบของคุณก็ได้

Read more

แนะนำอีเว้นท์เกี่ยวกับงานศิลป์ งานนวัตกรรม การออกแบบ งานบรรจุภัณฑ์

แนะนำอีเว้นท์เกี่ยวกับ งานศิลป์ งานนวัตกรรม การออกแบบ งานบรรจุภัณฑ์ แนะนำอีเว้นท์เกี่ยวกับงานศิลป์ งานนวัตกรรม การออกแบบ งานบรรจุภัณฑ์

เพื่อนๆ คนไหนเป็นสายชอบดูงานต่าง ๆ ในปีนี้มีอีเว้นท์เกี่ยวกับงานศิลป์ งานนวัตกรรม การออกแบบ งานบรรจุภัณฑ์ ที่จัดขึ้นในช่วงต้นปีอยู่ด้วยกันหลายงานเลยล่ะค่ะ ลองมาดูกันว่ามีงานไหนที่น่าสนใจกันบ้าง 1. อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 10 “IDENTITY OF SIAM” (31 ม.ค. – 3 ก.พ. 2562) ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) จัดงานอัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 10 “IDENTITY OF SIAM” The Artisanal collectibles (หัตถศิลป์ไทย รักษาไว้ให้ลูกหลาน) ณ Plenary Hall 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีกิจกรรมเด่น ๆ อาทิ The Masters Gallery นิทรรศการและจัดแสดงผลิตภัณฑ์ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม  The Artisanal collectibles การส่งต่อภูมิปัญญาอันล้ำค่า จากฝีมือช่างหัตถศิลป์ชั้นครูสู่ผู้ที่หวงแหนคุณค่างานศิลป์ชั้นสูง และต้องการรักษาไว้ เป็นสมบัติของแผ่นดิน สืบต่อไป และ The Craftsmen Collections การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม 2. Food Pack Asia 2019 (13 – 16 ก.พ. 2562) งานนี้จะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยเป็นงานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์นานาชาติ ครั้งที่ 10 ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด อุปกรณ์เบเกอรี่ เครื่องครัว อุปกรณ์ใช้ในโรงแรม ร้านอาหาร และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่อง ก็มากันอย่างครบครันจากแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ สำหรับปี 2019 มาในธีมงาน “NEW EVOLUTION FOR SUCCESSFUL FUTURE FOOD AND BEVERAGE INDUSTRIES” เป็นวิวัฒนาการใหม่เพื่อความสำเร็จสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคต   3. ASIA PRINT EXPO 2019 (21 – 23 ก.พ. 2562) จัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยเปลี่ยนจากชื่อเดิมคือ FESPA Asia โดยเป็นงานสำคัญแห่งภูมิภาคในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ผ้า การพิมพ์ระบบดิจิทัล และตลาดป้ายโฆษณา ภายใต้แนวคิดหลักคือ “สู่โลกการพิมพ์แห่งอนาคต จะช่วยสร้างความเข้าใจให้แก่กลุ่มผู้เข้าร่วมแสดงงาน และผู้ชมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น” โดยใช้การสื่อสารผ่านภาพโครงร่างอาคารสำคัญในกรุงเทพฯ บนพื้นสีและลวดลายงานพิมพ์ในลักษณะต่าง ๆ พร้อมทั้งจัดให้มีการประชุมสัมมนาและสาธิต เพื่อให้ความรู้และเปิดโลกทัศน์ในการพัฒนาธุรกิจการพิมพ์สร้างรายได้ในยุคดิจิทัล   4. The 2nd Printing & Packaging Expo 2019 (29 มี.ค. – 1 เม.ย. 2562) งานนี้จัดขึ้นที่อิมแพคเมืองทองธานี Hall 7-8  เปิดสู่โลกแห่งงานพิมพ์และบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร พบกับเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ด้านงานพิมพ์ และกลุ่มธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจด้านงานพิมพ์ วัสดุการพิมพ์ หมึกพิมพ์ กระดาษงานพิมพ์ งานบริการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมโปรโมชั่นสินค้า ลด แลก แจก แถม จากผู้ประกอบการตรง ด้วยคอนเซ็ป “ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มกำไร“   5. ASEANbeauty 2019 (2 – 4 พ.ค. 2562) จัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยเป็นงานแสดงสินค้าความงามและสุขภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ที่พร้อมเป็นเวทีสำคัญพาธุรกิจคุณก้าวไกลสู่ตลาดโลก พบผู้แสดงสินค้าความงามและสุขภาพจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 350 บูธ ผู้ซื้อคุณภาพจาก 50 ประเทศ ที่นำเสนอสินค้าและบริการใหม่ล่าสุดครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และยังเป็นเวทีในการเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติของผู้ประกอบการ พร้อมความรู้ทั้งด้านวิชาการและการตลาดเพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ระดับโลก สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ แล้วก็อย่าลืมเคลียร์คิวกันไว้เพื่อไปร่วมงานที่สนใจกันนะคะ   ขอขอบคุณภาพจาก อัตลักษณ์แห่งสยาม ภาพจาก www.sacict.or.th/th Food Pack Asia 2019 ภาพจาก www.allthaievent.com/event/27196/ ASIA PRINT EXPO 2019 ภาพจาก www.asiaprintexpo.com The 2nd Printing & Packaging Expo 2019 ภาพจาก www.facebook.com/events/Printing and Packaging Expo 2019 ASEANbeauty 2019 ภาพจาก www.aseanbeautyshow.com

Read more

รู้ทันความหมายคำศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์

ศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์
รู้ทันความหมายคำศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์ รู้ทันความหมายคำศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์ ในทุกๆวงการต่างก็มีคำศัพท์เฉพาะทาง ที่รู้กันดีในกลุ่มหรืออาชีพนั้นๆ ซึ่งจะมีทั้งในลักษณะทางภาษาพูดและภาษาแสลง ซึ่งเป็นการใช้คำศัพท์ในการสื่อสารแบบเพื่อให้เข้าใจกันเฉพาะในกลุ่ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นเป็นการสร้างความเข้าใจกันเฉพาะกันในกลุ่มโดยเฉพาะ โดยยากที่คนภายนอกจะเข้าใจมันได้ ในฐานะที่เราชาว “กราฟฟิก บุฟเฟ่ต์ ” เป็นตัวแทนของนักกราฟฟิกต์ดีไซน์ เราจึงอยากจะส่งต่อความรู้เรื่องราวในวงการของพวกเราให้ทุกคนได้เข้าใจกับคำศัพท์ หรือ ภาษาที่เราใช้กันสื่อสารกันเอง และบางทีอาจจะต้องมีการใช้สื่อสารกับลูกค้าหรือผู้ที่มาติดต่องานกับเรา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และยังเป้นการเพิ่มความรู้ใหม่ๆให้กับเพื่อนๆได้รู้กันถึงคำศัพท์ต่างๆเหล่านี้  เราจึงได้นำเอาคำศัพท์บางคำที่เป็นทั้งคำศัพท์พื้นฐาน และคำศัพท์ที่ค่อนข้างเจาะลึกมาให้เพื่อนๆได้ทราบกัน ว่าสำหรับนักออกแบบมีความหมายว่าอย่างไร ? เริ่มต้นกันด้วยคำศัพท์ง่ายๆที่ทุกคนอาจจะเคยคุ้นหูกันมาบ้าง Graphic (กราฟิก) / / ซึ่งกราฟิกหมายถึง ลวดลายต่างๆ ไม่ว่าจะจุด จะเส้นหรือสี่เหลี่ยม เรขาคณิต ที่นำมารวมนำมาประกอบเข้าด้วยกันแล้วทำให้เกิดภาพนั่นเอง Design (ดีไซน์) / / คำพื้นฐานที่ความหมายตรงตัวเลยก็คือ การออกแบบหรือสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมานั่นเอง Graphic Design (กราฟิกดีไซน์) / /  เป็นการนำคำสองคำมารวมกัน ทำให้ได้ความหมายขึ้นมาว่า การออกแบบหรือการสร้างสรรค์ลวดลายให้เกิดขึ้นเป็นภาพ Designer (ดีไซน์เนอร์) / / เหมือนเติม – er เข้าไปจึงกลายเป็นบุคคล ดีไซเนอร์ จึงแปลว่านักออกแบบหรือนักสร้างสรรค์ Brief (บรีฟ) / / ในสายงานนี้แน่นอนว่าเราต้องคงคุ้นเคยกันดีเวลามีลูกค้าต้องการออกแบบสินค้า ก็จะต้องรับบรีพจากลูกค้า แล้วบรีฟคืออะไร ? จริงๆ แล้วในภาษาอังกฤษ บรีฟหมายถึง สรุป ย่อ กระชับสั้นๆ เข้าใจง่าย การรับบรีฟ จึงหมายถึง รับข้อสรุปของขอบเขตงานที่ต้องทำ และ ทำให้ตรงตามบรีฟ บรีฟจะช่วยให้เรามีเป้าหมายในการทำงาน และไม่หลุดกรอบไปไหน Concept (คอนเซ็ปต์) / / คอนเซ็ปต์คือแนวคิด โดยจะมีอีกคำที่คล้ายๆ กันคือคำว่า Idea (ไอเดีย) แต่คอนเซ็ปต์จะหมายถึงความคิดโดยรวม ในหนึ่งคอนเซ็ปต์สามารถมีหลายไอเดียที่ช่วยให้คอนเซ็ปต์ ต่อไปนี้จะเป็นคำศัพท์ที่ค่อนข้างเจาะลึกเข้าไปสักนิดนึง อาจจะมีแค่นักออกแบบจริงๆที่มักใช้กัน Typography, Typo (ไทโปกราฟฟี้หรือไทโป) / / หมายถึงการจัดวางตัวอักษร หรือตัวหนังสือในการพิมพ์ Kerning (เคิร์นนิ่ง) / / การตัดวางระยะห่างระหว่างตัวอักษรแต่ละตัวหรือแต่ละประโยคให้ได้ระยะที่ดี Brainstorm (เบรนสตอร์ม) / /  คำว่า Brain แปลว่าสมอง ส่วนคำว่า Storm แปลว่าพายุ พอนำมารวมกัน จึงมีความหมายว่าระดมสมอง การเบรนสตอร์มจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับบรีฟงานมาและเรียกประชุมเพื่อคิดไอเดียและคอนเซ็ปต์ของงานรวมกันนั่นเอง Pitch Work (พิทช์เวิร์ค) / /  การจะได้งานทำหลักๆ มีอยู่ 2 แบบ คือ 1. ทำกับลูกค้าที่จ้างเราทำโดยตรงไม่จำเป็นต้องมีคู่แข่ง แต่ก็มีลูกค้าหลายรายที่อยากได้ทางเลือกเยอะๆ สมมติว่ามีงานเข้ามาภายใต้แบรนด์ A แบรนด์A จะเรียกเอเจนซี่ 2-3 เจ้าที่สนใจ และบอกบรีฟให้ไปทำ หลังจากนั้นก็กลับมาเสนอแผนงานหรือโปรเจคให้กับลูกค้าในเวลาไล่เลี่ยกัน ดังนั้นเอเจนซี่จึงจะต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพและตรงตามบรีฟมากขึ้นเพื่อให้พิทช์งานชนะ 11.Proof (บรู๊ฟ) / / การบรู๊ฟงานคือการตรวจสอบความเรียบร้อยในทุกๆด้าน เพื่อป้องกันความผิดพลาด อาทิเช่นเรื่องสี ตัวอักษร การสะกดคำหรือรายละเอียดอื่นๆ การจะส่งเข้าโรงพิมพ์ คำศัพท์ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำศัพท์พื้นฐานที่เราอาจจะต้องเคยได้ยินหรือไม่เคยไดยินกนมาบ้าง แต่หากว่าเรามีโอกาสที่จะต้องไปติดต่องานกับนักออกแบบ หวังว่าเพื่อนๆทุกคนคงจะพอข้าใจกับคำศัพท์ต่างๆนี้บ้าง  จะได้เป็นการสร้างความรวดเร็วในการติดต่องานมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ
Read more

10 โรคอันตรายของพนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ

โรคอันตรายของพนักงานออฟฟิศ
10 โรคอันตรายของพนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ 10 โรคอันตรายของพนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ ใครๆอาจคาดไม่ถึงว่าการทำงานในออฟฟิศที่ดูแล้วแสนจะสบาย ทั้งทำงานในห้องแอร์ ไม่ต้องไปเดินตากแดดท่อมๆอยู่ข้างนอก แต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ที่ดูยังไงก็แสนจะน่าอิจฉา แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว เหล่าพนักงานออฟฟิศนี้ต่างก็ต้องอยู่ในกลุ่มปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆได้อย่างง่ายดายเช่นเดียวกัน และเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามที่ทำงานในออฟฟิศคงเข้าใจกันดี กับความเสี่ยงทั้งหลายแหล่นี้ว่ามีปัจจัยมาจากสาเหตุอะไรบ้าง ซึ่งโรคต่างๆเหล่านี้นั้นสามารถเกดขึ้นได้กับคนทุกสถานะ ทุกตำแหน่งไม่เว้นแม้แต่ผู้บริหารระดับสูงในช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูงกว่าปกติ ที่จะต้องรับต่อแรงกดดันจากความรับผิดชอบหลายด้าน ไม่ว่าเรื่องลูกน้องหรือการแข่งขันกันทางธุรกิจ ส่งผลให้ร่างกายเสื่อมถอยเร็ว มีแนวโน้มต่อการถูกคุกคามด้วยโรคร้ายต่าง ๆ หรือแม้แต่พนักงานระดับต้นๆ อายุ 25-39 ปี ก็หนีไม่พ้นโรคนี้เช่นกัน ด้วยสภาพการทำงานที่ต้องรีบเร่งแข่งกับเวลาประจำวัน ล้วนมีส่วนทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป ทั้งการใช้คอมพิวเตอร์วันละหลาย ชั่วโมง การอดอาหาร การทานอาหารที่ไม่ตรงเวลา  อดหลับอดนอนเพื่อให้งานเสร็จ ทำให้ร่างการต้องแบกรับความตรึงเครียดปราศจากการผ่อนคลาย โดยปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายทั้งมวลนี้ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงของการเป็นโรคหลายทั้งหลาย ซึ่งเราได้ยกตัวอย่าง  10 โรคร้ายยอดฮิตของพนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ มักจะประสบพบเจอกันอยู่เป็นนิจ เช่น ต้อหิน ตาพร่ามัว / โรคนี้มักจะเกิดกับคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจะทำให้ตานั้นบอได้ในที่สุด สาเหตุ เกิดจากการใช้สายตานาน ๆ การอักเสบ หรือติดเชื้อของกระจกตาของการใส่คอนแทคเลนส์ การที่มีความดันในลูกตาสั้นหรือยาวมาก ๆ ผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์ และกรรมพันธุ์ ดังนั้นควรตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี นิ่วในถุงน้ำดี / สาเหตุ เกิดจากการกินอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำอาจก่อให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งมักพบในหญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป คนอ้วนมักเป็นโรคนี้มากกกว่าคนผอม โดยยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลให้เกิดโรคนี้ เช่น กรรมพันธุ์ การอักเสบและการคลั่งของน้ำดีในถุงน้ำดี การทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ๆ โดยเมื่อเป็นนิ่วในถุงน้ำดีแล้ว ถ้าไม่รีบรักษาอาจจะก่อให้เกิดอาการเรื้อรังตามมาได้ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ / สาเหตุ เกิดจากการกลั้นปัสสาวะนานๆบ่อยครั้ง เนื้องจากเวลาทำงานนานๆแข่งกับเวลา ทำให้ไม่อยากลุกขึ้นจากโต๊ะเพราะกลัวเสียเวลา เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งมักจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปทางท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดการอักเสบ โดยโรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โรคเครียด นอนไม่หลับ / โรคนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่ฮิตจริงๆสำหรับคนวัยทำงาน ซึ่งโรคนี้อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว วิธีการหลีกเลี่ยงที่ง่ายที่สุดก็คือ พยายามไม่เครียด รู้จักผ่อนคลายเสียบ้าง แค่คุณลองทิ้งงานไปเดินเล่นสัก 10 นาที ก็ถือว่าได้ผ่อนคลายแล้วบ้าง ความดันโลหิตสูง / ภัยเงียบที่ไม่มีอาการมักพบเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเกิดจากปัจจัยบางอย่าง ได้แก่ การมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้แบบไม่ทราบสาเหตุ จะมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าคนอื่น ๆ ถึง 3 เท่า นอกจากนี้ยังเกิดจากโรคอ้วน ความเครียด การรับประทานอาหารรสเค็ม การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะในสำนักงาน จะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ทำงานใช้กำลัง กรดไหลย้อน / คนที่รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา รีบมากจนเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด เครียดจัดจนอาหารไม่ย่อย และคนที่สูบบุหรี่ หรือดื่มเหล้าจัด มักเสี่ยงกับการเป็นโรคกรดไหลย้อน นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มาเป็น 10 ปี อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารส่วนปลายได้อีกด้วย โรคอ้วน / ล่าสุดพบว่าโรคอ้วนเป็นกันมากขึ้นในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะพวกที่ชอบทำงานไปด้วยรับประทานไปด้วย ไม่มีเวลาออกกำลังกาย โดยโรคอ้วนยังเป็นบ่อเกิดของโรคสำคัญ ๆ มากมาย เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในหลอดเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ปวดหลังเรื้อรัง / การใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์วันละ 8 ชั่วโมง และใส่รองเท้าส้นสูงบ่อย ๆ อาจเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง แขน ขา และสะโพก อันเกิดเนื่องมาจากโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและรักษาได้อย่างถูกต้อง ไมเกรน ปวดศีรษะเรื้อรัง / คุณเคยรู้สึกไหมว่าเวลานั่งทำงานเครียด ๆ จะรู้สึกปวดหัวบริเวณขมับด้านหน้าศีรษะ หรือหลังต้นคอ นั่นคือสัญญาณเตือนให้คุณรู้ถึงสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคไมเกรน การพักผ่อนไม่เพียงพอ แสงแดด ความร้อน และขาดฮอร์โมนบางชนิดก็เป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน มือชา เอ็นอักเสบ นิ้วล็อก / การอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นข้อมือ เส้นเอ็นนิ้วมือ พบกันมากขึ้นเพราะเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจากการใช้คอมพิวเตอร์ การจับเมาส์ในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาท และเส้นเอ็นจนอักเสบ จนเกิดพังผืดยึดจับบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอาการปวดของปลายประสาทนิ้วล็อค หรือข้อมือล็อก
Read more

เทรนด์สีมาแรงในปี 2018

เทรนด์สีมาแรงในปี 2018
เทรนด์สีมาแรงในปี 2018 เทรนด์สีมาแรงในปี 2018 การวิวัฒนาการของทุกสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมมีเหตุมาจากสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัว ที่มีอิทธิพลส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนอย่างมากมายหลายด้าน และแน่นอนว่าการวิวัฒนานั้นหมายถึง การเปลี่ยนแปลงแต่ยอมไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงธรรมดา แต่คือการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งพื้นฐานที่เคยมีมาแต่ก่อน ทำให้เพิ่มคุณค่าและมุมมองหลายๆ ด้านให้ต่างออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีวันจบ ซึ่งเรื่องราวที่จะนำมาให้ชาวกราฟได้เสพอรรถรสกันนั่น ว่ากันด้วย เรื่องของสีนั่นเอง แน่นอนว่าในช่วงเวลาสถานการณ์ความพิเศษๆในวันเกือบสิ้นปีแบบนี้ เรื่องสีจะต้องไม่ใช่แค่สีธรรมดาๆอย่างแน่นอน เพราะเราจะนำเรื่องราวของสีที่หากทุกคนได้อ่านแล้วจะรู้ทันเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงของเทรนด์สีที่กำลังจะอุบัติขึ้นในปี 2018 อย่างแน่นอน     สำหรับการเปลี่ยนแปลงใน พ.ศ.ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเป็นประจำทุกๆปี สำหรับการประกาศเทรนด์สีมาแรงประจำปี จาก Pantone บริษัทผู้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสีและสิ่งพิมพ์รายใหญ่ของโลก ซึ่งได้ออกมาประกาศแล้วว่าโทนสีที่จะมาแรงจริงๆในปี 2018 นี้ เป็นคิวของ ‘Ultra Violet’ สีม่วงเฉดอมฟ้า ภายใต้รหัส 18-3838 โดยทาง Pantone ได้ให้เหตุผลว่า สีม่วงเฉดอมฟ้า เป็นสีที่สะท้อนถึงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ สื่อถึงความลึกลับของจักรวาล ท้องฟ้ายามค่ำคืนอันกว้างใหญ่ไร้ขีดจำกัด สิ่งที่อยู่ข้างหน้าและกำลังถูกค้นพบนอกเหนือจากที่เราอยู่ในขณะนี้  โดยผู้อำนวยการฝ่ายให้คำปรึกษาด้านสีของ Pantone  ลีทริซ ไอส์แมน  (Leatrice Eiseman) ได้กล่าวว่า “มนุษย์เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ  จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการสำรวจกาแล็กซีใหม่ๆ การแสดงออกทางศิลปะที่สะท้อนถึงขั้นจิตวิญญาณ Ultra Violet เป็นสีที่มีพลังแห่งการสร้างสรรค์และจินตนาการ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่กำลังจะมาถึงในอนาคต”   คงจะเป็นข่าวดีสำหรับสาวกที่ชอบสีสันในชีวิต เพราะเชื่อได้ว่าหลังจากผ่านพ้นสิ้นปีนี้ไปแล้ว เราคงจะได้เห็นสีม่วงอมฟ้า หรือสี Ultra Violet นี้ โลดแล่นอยู่ในศิลปะหลายๆแขนง ทั้งแวดวงด้านการตกตกแต่งที่อยู่อาศัย ร้านรวงต่างๆ แวดวงแฟชั่น เสื้อผ้า และเครื่องสำอาง ที่ต้องตามเทรนด์เฉดสีแห่งปีอย่างแน่นอน     อย่างที่นักศิลปะหลายๆคนคงรู้ดีว่าการใช้สีต่างๆนั้นย่อมมีเหตุผล เพราะสีที่เราเลือกใช้นั้นสามารถสื่อสาร และทำให้เราสัมผัสถึงความแตกต่างกันไป โดยที่สีทุกสี เฉดทุกเฉด ก็ย่อมมีสตอรี่ถึงที่มาที่ไปของมันไว้อยู่แล้ว หากเราใช้ความรู้สึกสัมผัสกับมันอย่างแท้จริง เราจะสามารถนำสีเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมายและถูกต้องตามสิ่งที่มันควรจะเป็นและสามารถสร้างเอกลักษณ์กับอะไรต่างๆมากมายด้วยสีที่คุณได้เลือกมาใช้ได้ด้วยนั่นเอง
Read more

ข้าวรัชมงคล ตามรอยพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

ข้าว ข้าวรัชมงคล ตามรอยพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
ข้าวรัชมงคล ตามรอยพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ข้าวรัชมงคล ตามรอยพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์นักพัฒนา ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยแก่ผืนแผ่นดินไทยโดยแท้ทรงไม่รู้จักถึงความเหน็ดเหนื่อย พระองค์มักทรงเน้นหนักเสมอ ในเรื่องของการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง พระองค์ทรงเป็นนักพัฒนา นักแก้ไขปัญญา และทรงเป็นที่พึ่งพาแก่ปวงชนชาวไทยในคราวเดียวกันมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องราวของโครงการ “โรงสีข้าวรัชมงคล” นั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่พระองค์ได้ทรงช่วยเหลือราษฎรชาวไทย เนื่องจากวิกฤตฟองสบู่แตกในปีพ.ศ. 2540 รัฐบาลได้ออกมาประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยชะงักอย่างรุนแรง โรงงานหลายแห่งในประเทศไทยต้องปิดตัวลงไปเพราะไม่สามารถพยุงธุรกิจต่อไปได้อีก หนึ่งในนั้นคือ บริษัท โตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้มีข่าวออกมาว่าจะประกาศปิดโรงงานเกตเวย์และจำเป็นต้องลอยแพพนักงานกว่า 5,500 ด้วยทรงเป็นห่วงว่าราษฎรของพระองค์จะตกงาน จึงทรงมีพระราชดำริขอซื้อรถยนต์โตโยต้าโซลูน่า โดยให้อัญเชิญพระราชกระแสรับสั่งมาว่า “ให้พนักงานใช้มือทำก็ได้ ไม่ต้องใช้เครื่องจักร ไม่ต้องรีบ” ทั้งนี้เพื่อพนักงานคนไทยจะได้มีงานทำนานๆ   Cr.MThai   จากนั้นได้มีการแถงข่าวจากทางผู้บริหารของบริษัทโตโยต้าถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งปัญหาสืบเนื่องมาจากในแต่ละปีรถคงค้างในสต็อกเป็นจำนวนมาก ทำให้ยอดขายตกลงไปทำให้ต้องหยุดการผลิต แต่ยังคงมีการจ้างพนักงานต่อไปโดยให้จัดฝึกอบรมพนักงานและทำกิจกรรมไม่เกี่ยวกับการผลิต เพื่อให้มีความพร้อมในเวลาเศรษฐกิจดีขึ้น  เรื่องราวทั้งหมดจึงได้ทราบถึงพระเนตรพระพรรณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นจำนวนเงิน 600,000 บาท แต่ทางบริษัทโตโยต้าไม่สามารถรับเงินจำนวนนนี้ไว้ได้ จึงทรงมีพระราชดำริใหม่ว่าให้นำเงินไปตั้งโรงสีข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนาละแวกใกล้เคียง เพราะโตโยต้า มีระบบการบริหารจัดการที่ดี จึงควรตั้งโรงสีข้าว ซึ่งนับเป็นกุศโลบายอันแยบยลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าหัวอยู่หัว  และนี่จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งโรงสีข้าวรัชมงคลเพื่อเป็นการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคาที่เหมาะสม แล้วจำหน่ายให้ผู้บริโภคในราคาที่ยุติธรรม พูดง่ายๆก็คือ ซื้อข้าวเปลือกในราคาตามความเป็นจริง แต่จัดจำหน่ายออกไปในราคาถูก เพื่อประโยชน์สุขต่อราษฎรของพระองค์ Cr.Toyota Motor บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด จึงได้ก่อตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริ ที่พระราชทานแก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ก่อตั้งโรงสีข้าวตามแบบอย่างโรงสีจิตรลดา และทางบริษัท กราฟฟิก บุพเฟ่ต์ ได้รับเกียรติอันสูงสูดในการถวายงานให้กับโครงการตามพระราชดำริของพระองค์ด้วยเช่นเดียวกัน นั่นคือ ทางบริษัทของเราได้ร่วมออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ใส่ข้าวรัชมงคล  ซึ่งให้ชื่อในการออกแบบครั้งนี้ว่าว่า "ข้าวสุข" โดยแนวคิดในการออกแบบคือการพัฒนารูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้มีความสวยงาม ซึ่งรูปแบบต้องมีความน่าสนใจ ยึดถือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและปณิธานของพระองค์ที่อยากให้ราษฎรของท่านมี"ความสุข" มาเป็นแกนหลักในการออกแบบครั้งนี้ โดยทางบริษัทเราได้ใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบเป็นอย่างมากเพื่อให้ผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจที่สุด และเพื่อเป็นการถวายงานที่เหมาะสมต่อพระราชปณิธานของพระองค์   ตราบตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ โรงสีข้าวรัชมงคล ของพระองค์ทรงมีประโยชน์อย่างสูงสุดแก่เกษตรกรชาวไทย ก่อเกิดเป็น“ศูนย์นาสาธิตรัชมงคล” แหล่งเรียนรู้สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นต้นแบบในการปรับปรุงกระบวนการปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อเผยแพร่ให้กับชาวนาไทยทั่วประเทศ    ดั่งพระราชดำรัสของพระองที่ว่า........ “ข้าวที่โรงสีนี้ เป็นข้าวที่ไปซื้อจากเกษตรกรโดยตรง โดยให้ราคาที่เหมาะสม เกษตรกรก็มีความสุข เพราะขายข้าวในราคาที่เหมาะสม   และผู้บริโภคก็ซื้อได้ในราคาที่ถูก เพราะว่าไม่ต้องมีการขนส่งมากเกินไป ไม่ต้องมีคนกลางมากเกินไป ตกลงทั้งผู้ผลิต ทั้งผู้บริโภค ก็มีความสุข”   พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
Read more

ข้อกำหนดและข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมพระเมรุมาศ

ข้อกำหนดในการเข้าชมพระเมรุมาศ ข้อกำหนดและข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมพระเมรุมาศ

ข้อกำหนดและข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมพระเมรุมาศ หลังจากเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีการจัดงานนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพขึ้น โดยประกาศเปิดให้ประชาชนคนทั่วไปเข้าชมได้ ตั้งแต่วันที่ 2 -30 พฤศจิกายน 2560 ระหว่างเวลา 07.00-22.00 น. ตั้งแต่ในช่วงเช้าของวันที่ 2 พ.ย. 60 เวลา 07.00 น.  โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จเป็นองค์ประธาน เปิดนิทรรศการพระเมรุมาศ จากการประกาศดังกล่าวคณะกรรมการฯ ได้มีการประเมินจำนวนผู้เข้าร่วมชมงานนิทรรศการพระเมรุมาศฯ ไว้วันละ 1 แสนคน แบ่งเป็น  – พระภิกษุสงฆ์ 500 องค์ – คนพิการและคนชรา 500 คน  – นักท่องเที่ยวต่างชาติ 8,000 คน  – นักเรียนนักศึกษา 15,000 คน – ประชาชนคนทั่วไป 80,000 คน   จึงได้มีการกำหนดจำนวนให้เข้าชมรอบละ 5,000 คน และกำหนดระยะวลาเข้าชม รอบละ 1 ชั่วโมง     ภายในนิทรรศการ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ 1. นิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บอกเล่าเรื่องราวผ่านงานภูมิทัศน์ ได้แก่ การชมแปลงนาข้าวและบ่อแก้มลิง บริเวณทางเข้าด้านทิศเหนือ ของมณฑลพิธี รวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนัง 3 ภาพใหญ่ ภายในพระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นโครงการพระราชดำริที่สำคัญในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย   2. นิทรรศการเกี่ยวกับการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ภายในบริเวณมณฑลพิธี และที่ศาลาลูกขุนทั้ง 6 หลัง จะมีนิทรรศการเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการออกแบบ และขั้นตอนการผลิตงานสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม และงานประณีตศิลป์ ตลอดจนงานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ   3. นิทรรศการพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ จะจัดแสดงบนพระที่นั่งทรงธรรม กำหนดให้ประชาชนเดินชมเป็นทิศทางเดียว จากปีกอาคารด้านทิศใต้ ผ่านโถงกลางและจบที่ปีกอาคารด้านทิศเหนือ ประกอบด้วยนิทรรศการย่อย 5 ส่วน คือ นิทรรศการพระราชประวัติตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นิทรรศการจากหนังสืออุปกรณ์ทรงงาน (ชุดที่ 1) นิทรรศการธรรมราชา พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม นิทรรศการจากหนังสืออุปกรณ์ทรงงาน (ชุดที่ 2) นิทรรศการสืบสานสมานมิตร เล่าเรื่องการเสด็จพระราชดำเนินไปเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ   ข้อกำหนดการการเข้าชมในแต่ละรอบ – 15 นาที ให้ชมบริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศ ซึ่งเป็นส่วนของโครงการพระราชดำริ – 45 นาที ชมอย่างอิสระ ส่วนในนิทรรศการ 6 อาคาร – ประชาชนสามารถขึ้นชมพระเมรุมาศ ได้เฉพาะชั้น 1 เท่านั้น – 5 นาทีก่อนหมดเวลา เจ้าหน้าที่จะส่งสัญญาณหมดเวลา เป็นรอบๆ   จุดคัดกรอง จุดคัดกรองสำหรับประชาชนทั่วไปทั้งหมด 3 จุด ได้แก่ 1. บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดง (รด.) 2. ถนนด้านท่าช้าง 3. ถนนด้านพระแม่ธรณีบีบมวยผม   จุดคัดกรองสำหรับผู้พิการ คือด้านหลังกระทรวงกลาโหม ส่วนจุดคัดกรองสำหรับภิกษุ สามเณร  เข้าทางด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ผู้ประสงค์จะเข้าชมนิทรรศการ สามารถเข้าคิวรอได้บริเวณเต็นท์ที่จัดเตรียมไว้เพื่อรอคิวเข้าชม ซึ่งจะใช้แนวปฏิบัติเดียวกับการกราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยจะจัดเป็น 4 แถว   การแต่งกาย แต่งกายสุภาพทั้งชายและหญิง โดยระเบียบให้เป็นเช่นเดียวกับการเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว  โดยงดเว้น สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น และเสื้อแขนกุด    ผู้หญิง: สามารถใส่กางแต่ต้องไม่ใช่กางเกงรัดรูป ไม่ใส่กางเกงยีนส์ที่มีรอยขาด ไม่ควรใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่า และไม่ควรใส่เสื้อที่บางมากๆ เสื้อเปิดไหล่ และเสื้อที่รัดรูปจนเกิน ผู้ชาย: ควรสวมกางเกงขายาว รองเท้าสุภาพ ไม่ใส่กางเกงยีนส์ที่มีรอยขาด และไม่ควรสวมเสื้อกล้าม    การเอื้ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง   ทางรถ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะจัดรถโดยสารให้บริการฟรีใน 6 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 23.00 น. เส้นทางละ 10 คัน รอบละ 60 คัน ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ–สนามหลวง, หัวลำโพง–สนามหลวง, วงกลมรอบเกาะรัตนโกสินทร์–สนามหลวง, เอกมัย–สนามหลวง, สายใต้ใหม่–สนามหลวง และหมอชิต–สนามหลวง   ทางเรือ ส่วนทางเรือจะให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 22.30 น. ที่ท่านิเวศน์วรดิฐ และท่าราชนาวิกสภาผู้ให้บริการเรือด่วน เรือเมล์ได้ขยายเวลารองรับการเดินทางเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนด้วย      

Read more

ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น

rich card ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น

ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น Rich Card คืออะไร?  หรือหมายถึงอะไรกันแน่? และมีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง  หากใครที่อยู่ในวงการของการทำ Web Site หรือ SEO อาจจะคุ้นเคยดีอยู่แล้ว แต่สำหรับใครหลายๆคนที่เป็นผู้ประกอบการหรือเป็นบุคคลนอกสาย Web Site อาจจะกำลังเกิดความสงสัยเป็นแน่  ในช่วง 2 ปี ก่อนหน้านี้ Google ได้มีการอัพเดตระบบใหม่ค่อนข้างเยอะมาก ทั้งในเรื่องเล็กๆน้อยๆและเรืองใหญ่ ซึ่งการอัพเดตของGoogle นี้ อาจจะทำให้เราค่อนข้างเวียนหัวเล็กน้อยถึงปานกลางเพราะตามไม่ทัน เนื่องจากการอัดเดตทั้งหมดค่อนข้างมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆและ Rich Card ก็เป็นหนึ่งในการอัพเดตครั้งนี้ของ Google เช่นกัน Rich Card คือ การแสดงผลแบบใหม่ของ Google Search ที่พัฒนามาจาก Rich Snippet ก่อนหน้านี้ ซึ่ง Rich Card จะแสดงผลเฉพาะบนอุปกรณ์แบบพกพาเท่านั้น  โดยความพิเศษคือเพิ่มการแสดงการ์ดข้อมูลพร้อมภาพประกอบที่หน้า Google Search เข้ามาที่ด้านบนของผลการค้นหา การ์ดข้อมูลแบบใหม่จะถูกแสดงเป็นรายการวนแนวนอน (carousel) ผู้ใช้งานสามารถเลื่อนไปมาเพื่อดูรูปภาพได้ก่อนกดลิงค์ โดย Google ระบุว่าเจ้าของเว็บจะแสดงภาพรีวิวเนื้อหาของเว็บไซต์ได้ง่ายและสะดุดตามากขึ้น ผ่านการระบุข้อมูลอย่างเจาะจง (metadata) ในฟอร์แมต JSON-LD เพิ่มเข้ามา และภาพด้านล่างคือการเปรียบเทียบการ Search ทั้ง3 แบบรวมไว้ด้วยกัน เพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและการอัพเดตที่เกิดขึ้น     ภาพแรกคือ Search Result แบบปกติที่เราเห็นกันเป็นปกติเวลาที่เราค้นหาข้อมูลต่างๆบน Google ซึ่งเราไม่สามารถเห็นอะไรเลยนอกจากตัวหนังสือแบบล้วนๆ พอได้มีการพัฒนาให้มีการใช้งาน Rich snippets ผลการค้นหาจะเริ่มนำภาพมาแสดงด้วยซึ่งทำให้ผลที่ได้มีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งการนำภาพมาแสดงทำให้ผู้ชมเกิดความสนใจที่จะเข้าไปดูข้อมูลรายละเอียดภายในเพิ่มมากขึ้นด้วย และภาพสุดท้ายจะเป็นการใช้งานแบบ Rich Card โดยภาพที่ใช้แสดงจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและสามารถเลื่อนดูได้ในแนวนอน ทำให้ผลการแสดงน่าสนใจและดึงดูดผู้เข้าชมมากยิ่งขึ้นไปอีก                      การใช้งานแบบ Rich Card สามรถใช้ได้กับเว็บไซต์ประเภทภาพยนตร์และเมนูอาหารเท่านั้น และจะสามารถแสดงผลบนอุปกรณ์พกพาได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีการใช้งานกับเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ เพิ่มเติม     และนอกจากนั้น Google ยังมีตัวเสริมการใช้งานแบบ Rich Card อีกด้วย นั่นคือ Search Console ทาง Googleมีการเพิ่ม Rich Card Report เพื่อช่วยในการตรวจสอบผลลัพธ์จาก implement และนำไปปรังปรุงให้ดีขึ้น หากคุณได้รู้ถึงประโยชน์ของ Rich Card แล้ว คุณก็คงพอที่จะสามารถนำไปใช้กับประเภทธุรกิจของคุณได้ เพื่อให้ Rich Card ได้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะผลักดันธุรกิจของคุณให้เข้าถึงผู้บริโภคและเพื่อให้เกิดความสำเร็จสูงสุด

Read more

ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ 23 ตุลาคม “วันปิยะมหาราช”

วันปิยะมหาราช 1 2 ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ 23 ตุลาคม “วันปิยะมหาราช”

  ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหา กรุณาธิคุณ 23 ตุลาคม “วันปิยะมหาราช” ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหา กรุณาธิคุณ 23 ตุลาคม “วันปิยะมหาราช”    “สมเด็จพระปิยมหาราช” มีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” โดยวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กำหนดให้เป็นวันหยุดประจำปีของชาวไทยทั้งประเทศ เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ทรงเปี่ยมไปด้วยพระบารมี ผู้ทรงเป็นที่รักของชาวไทยและชาวต่างประเทศ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น “วันปิยมหาราช” รัชสมัยอันยาวนานในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เป็นรัชสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้านอย่างเห็นได้ชัด อาทิ แนวความคิดทางการเมือง การทหาร และวัฒนธรรมทางตะวันตกที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดระยะ จะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงประเพณีหลายอย่างเกิดขึ้น เนื่องจากการที่พระองค์ได้ทรงเสด็จประพาสไปตามสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นในพระราชอาณาจักร หรือต่างประเทศทั้งในแถบเอเซียและยุโรป ทรงได้พบเห็นสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาการสมัยใหม่ วัฒนธรรมประเพณี การปกครอง เหล่านี้ มาปรับปรุงแก้ไข และก่อให้เกิดความเจริญให้กับประเทศไทยอย่างยิ่ง   8 พระราชกรณียกิจสำคัญของพระองค์ 1.พระราชกรณียกิจด้านการไปรษณีย์โทรเลข พระองค์ทรงเห็นถึงความสำคัญด้านการสื่อสารว่าเป็นสิ่งจำเป็น ด้านการโทรเลข พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการก่อสร้างวางสายโทรเลขสำหรับสายโทรเลขสายแรกของประเทศเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.๒๔๑๘ จากกรุงเทพฯ – สมุทรปราการ ต่อมาได้วางสายโทรเลขขึ้นอีกสายหนึ่งจากกรุงเทพฯ – บางปะอิน และขยายไปทั่วถึงในเวลาต่อมา ด้านการไปรษณีย์ พระองค์จัดตั้งการไปรษณีย์ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๒๔ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๒๖ 2. พระราชกรณียกิจด้านการโทรศัพท์ โดยกระทรวงกลาโหมได้นำโทรศัพท์อันเป็นวิทยาการในการสื่อสารที่ทันสมัยเข้า      มาทดลองใช้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๒๔ จากกรุงเทพฯ – สมุทรปราการ เพื่อแจ้งข่าวเรือ เข้า – ออก ที่ปากน้ำ     ต่อมากรมโทรเลขได้มารับช่วงต่อในการวางสายโทรศัพท์ภายในกรุงเทพฯ ซึ่งใช้เวลา ๓ ปีจึงแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้.      บริการกับประชาชน และพัฒนามาจนกระทั่งทุกวันนี้ 3. พระราชกรณียกิจด้านการพยาบาลและสาธารณสุข พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริที่จะสร้างโรงพยาบาลเพื่อรักษาประชาชนด้วยวิธีการแพทย์แผนใหม่ พระองค์จึงทรงจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้นบริเวณริมคลองบางกอกน้อย อันเป็นที่ตั้งของพระราชวังบวรสถานพิมุข หรือวังหลังโดยได้พระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์จำนวน ๑๖,๐๐๐ บาท เป็นทุนเริ่มแรกในการสร้างโรงพยาบาล ให้ใช้ชื่อว่า โรงพยาบาลวังหลัง ต่อมาพระองค์ได้พระราชทานนามโรงพยาบาลแห่งนี้ใหม่ว่าโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชโอรสที่ประสูติในสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ที่สิ้นพระชนมายุเพียง ๑ ปี ๗ เดือน 4.พระราชกรณียกิจด้านการขนส่งและสื่อสาร ในปี พ.ศ. ๒๔๓๑ ให้คณะเสนาบดีและกรมโยธาธิการสำรวจเส้นทาง เพื่อวางรากฐานการสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ การสำรวจเส้นทางในการวางเส้นทางรถไฟนี้เสร็จสิ้นเมื่อปี            พ.ศ. ๒๔๓๔  5. พระราชกรณียกิจด้านการไฟฟ้า เมื่อพระองค์มีโอกาสประพาสต่างประเทศ ทรงได้ทอดพระเนตรกิจการไฟฟ้า และทรงเห็นถึงประโยชน์มหาศาลที่จะเกิดจากการมีไฟฟ้า พระองค์จึงทรงมอบหมายให้กรมหมื่นไวยวรนารถเป็นผู้ริเริ่มในการจ่ายกระแสไฟฟ้าขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๓ ซึ่งเป็นการเปิดใช้ไฟฟ้าครั้งแรกของไทย ในปี พ.ศ. ๒๔๓๗ บริษัทเดนมาร์กได้เข้ามาตั้งโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเดินรถรางที่บริษัทได้รับสัมปทานการเดินรถในเขตพระนคร ต่อมาบริษัทต่างชาติทั้ง ๒ บริษัทได้ร่วมกันรับช่วงงานจากกรมหมื่นไวยวรนาถ และก่อตั้งเป็นบริษัทไฟฟ้าสยาม ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ นับเป็นการบุกเบิกไฟฟ้าครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย ในการเริ่มมีไฟฟ้าใช้เป็นครั้งแรก 6.พระราชกรณียกิจด้านการกฎหมาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดเกล้าฯ สร้างประมวลกฎหมายอาญาขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ.๒๔๔๐ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้ตรากฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.๑๒๗ อันเป็นลักษณะกฎหมายอาญาฉบับแรกที่นำขึ้นมาใช้ อีกทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง พิจารณาทำกฎหมายประมวลอาญาแผ่นดินและการพาณิชย์ ประมวลกฎหมายว่าด้วยพิจารณาความแพ่ง และพระธรรมนูญแห่งศาลยุติธรรม 7.พระราชกรณียกิจด้านการเปลี่ยนแปลงระบบเงินตรา ในปี พ.ศ.๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงออกประกาศยกเลิกใช้เงินพดด้วงและทรงออกพระราชบัญญัติมาตราทองคำ ร.ศ.๑๒๗ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๑ ว่าด้วยเรื่องให้ใช้แร่ทองคำเป็นมาตรฐานเงินตราแทนแร่เงิน เพื่อให้เสถียรภาพเงินตราของไทยสอดคล้องกับหลักสากล และในปีต่อมาทรงออกประกาศเลิกใช้เหรียญเฟื้อง และเบี้ยทองแดง 8.พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา พระองค์ทรงสนพระทัยในการศึกษารูปแบบใหม่โดยโปรดเกล้าฯ ให้มีการตั้งโรงเรียนขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับการศึกษาทั่วกัน เพราะการศึกษาสมัยนั้นส่วนใหญ่ยังศึกษาอยู่ในวัด เมื่อมีการสร้างโรงเรียนและการศึกษาเจริญก้าวหน้าขึ้นเท่ากับเป็นการบ่งบอกถึงความเจริญทางด้านวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียนหลวงแห่งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๔   ด้วยเหุผลณ์นานประการที่ได้กล่าวมา ทำให้พระองค์ทรงได้รับการยกย่องจากชาวต่างประเทศในพระปรีชาสามารถว่า ทรงเป็นนักปกครองและนักการฑูตที่ยิ่งใหญ่ ทรงยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงของความเจริญในประเทศตะวันตก ด้วยการยอมรับแบบแผนที่เรียกกันว่า “ศิวิไลซ์” พระองค์ทรงประยุกต์วัฒนธรรมตะวันตกผสมผสานให้เข้ากับสังคมไทยอย่างมีชั้นเชิง ทั้งนี้พระองค์ทรงยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปวงชนชาวไทยจึงพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญานามว่า พระปิยะมหาราช      

Read more

5 เส้นการเดินทางร่วม งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

5เส้นทางร่วมงานพระราชพิธี 2 5 เส้นการเดินทางร่วม งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

5 เส้นการเดินทางร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 5 เส้นการเดินทางร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9  วันที่ 26 ตุลาคม 2560 นี้ เป็นวันที่มีการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 พ่อหลวงของพสกนิกรชาวไทยทุกคน ซึ่งเป็นวันที่เหล่าประชาชนทุกสารทิศต่างพร้อมใจเดินทางไปร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ​ ท้องสนามหลวง และบริเวณใกล้เคียง ควรตรวจสอบเส้นทางก่อน ความรวดเร็วและความสะดวกในการเดินทาง 1.รถยนต์ส่วนตัว  ท่านสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถนำรถไปจอดตามจุดให้บริการต่าง ๆ และต่อ Shuttle Bus ไปลงยังจุดต่าง เช่น แยกอรุณอัมรินทร์ แยกวิสุทธิกษัตริย์ สนามม้านางเลิ้ง และ ปากคลองตลาด พุทธมณฑล สาย 4 รองรับได้ 5,000 คัน       เซ็นทรัลศาลายา รองรับได้ 1,800 คัน  สถานีขนส่งสายใต้ใหม่   บางใหญ่ (เซ็นทรัลเวสต์เกต) รองรับได้ 1,000 คัน (ไปต่อ Shuttle Bus เพื่อเดินทางสู่ แยกอรุณอัมรินทร์ และเดินเท้าเพื่อเข้าสู่ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ) อนุสาวรีย์ฯ สถานีขนส่งหมอชิต 2 สนามม้านางเลิ้ง (ไปต่อ Shuttle Bus เพื่อเดินทางสู่ แยกวิสุทธิกษัตริย์ และเดินเท้าเพื่อเข้าสู่ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ) ดอนเมือง เมืองทองธานี (ทางด่วน) รองรับได้ 5,000 คัน เมกะบางนา (ทางด่วน) รองรับได้ 5,000 คัน เเอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน ไบเทค บางนา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ สุรรณภูมิ ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต รอวรับได้ 1,500 คัน สโมสรตำรวจ รองรับได้ 400 คัน ธูปเตมีย์ (ไปต่อ Shuttle Bus เพื่อเดินทางสู่ สนามม้านางเลิ้ง และเดินเท้าเพื่อเข้าสู่ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ) หัวลำโพง สถานีขนส่งเอกมัย วงเวียนใหญ่ เซ็นทรัลพระราม 2 รองรับได้  3,700 คัน (ไปต่อ Shuttle Bus เพื่อเดินทางสู่ ปากคลองตลาด และเดินเท้าเพื่อเข้าสู่ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ) 2.รถไฟฟ้า สำหรับประชาชนที่จะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS , MRT และแอร์พอร์ตลิงค์สามารถขึ้นฟรีตลอดทั้งสายโดยมีรายละเอียงดังนี้ รถไฟฟ้า MRT > ลงสถานีหัวลำโพง > Shuttle Bus  > ปากคลองตลาด > ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ รถไฟฟ้า BTS ( ต่อเส้นทางเรือ ) > ลงสถานีสะพานตากสิน > ท่าเรือสาธร > ท่าเรือวัดอรุณฯ, ท่าเรือราชินิ, ท่าเรือวังหลัง , ท่าเรือปิ่นเกล้า > ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ รถไฟฟ้า BTS ( ต่อ Shuttle Bus )           เส้นทางที่ 1 > ลงสถานี BTS อนุสาวรีย์ฯ > Shuttle Bus (จอดส่งที่ แยกวิสุทธิกษัตริย์) > ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์           เส้นทางที่ 2 > ลงสถานี BTS วงเวียนใหญ่ > Shuttle Bus (จอดส่งที่ ปากคลองตลาด) > ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ แอร์พอร์ตลิงค์ > ลงสถานี ARL พญาไท > ต่อ รถไฟฟ้า BTS พญาไท หรือ อนุสาวรีย์ฯ > Shuttle Bus(จอดส่งที่ แยกวิสุทธิกษัตริย์) > ซุ้มถวายดอกไม้.    *** 25 ต.ค. : รถไฟฟ้า BTS ให้บริการฟรีเฉพาะส่วนต่อขยายช่วงสถานีอ่อนนุช–สถานีสำโรง และช่วงสถานีวงเวียนใหญ่–สถานีบางหว้า 25-27 ต.ค. : รถไฟฟ้า MRT สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ให้บริการฟรีตลอดทุกสถานี 25–27 ต.ค. : รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ให้บริการฟรีตลอดสาย 26 ต.ค. : รถไฟฟ้า BTS ให้บริการฟรีตลอดสายทุกสถานี 26 ต.ค. : รถไฟฟ้า MRT ทั้งสองสายให้บริการฟรีตลอดทุกสถานี 27 ต.ค. : รถไฟฟ้า BTS ให้บริการฟรีเฉพาะส่วนต่อขยายช่วงสถานีอ่อนนุช–สถานีสำโรงและช่วงสถานีวงเวียนใหญ่–สถานีบางหว้า 3. เรือโดยสาร สำหรับประชาชนที่สะดวกสัญจรโดยทางเรือ ทางผู้ประกอบการเรือโดยสารได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้มาร่วมงาน โดยจัดเรือคอยยริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยด้านเหนือ ให้บริการรับ–ส่ง จำนวน 3 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือกระทรวงพาณิชย์ –ท่าเรือท่าน้ำนนทบุรี–ท่าเรือสะพานพระราม 8 เส้นทางเหนือด้านใต้ ให้บริการรับ–ส่งจำนวน 2 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือสาทร –ท่าเรือยอดพิมาน   เรือด่วนเจ้าพระยา เส้นทางที่1 : ท่าเรือสาทร / ท่าน้ำนนท์ > ท่าเรือวังหลัง > ท่าเรือปิ่นเกล้า (ฝั่งพระนคร) > ซุ้มถวายดอกไม้ จันทน์ เส้นทางที่ 2 : ท่าเรือสาทร / ท่าน้ำนนท์ > ท่าเรือวัดอรุณฯ > ท่าเรือราชินี > ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์    […]

Read more

การเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ และสื่อวีดิทัศน์ที่ปรากฏบนเว็บไซต์

การเชิญพระบรมฉายาลักษณ์และสื่อวีดิทัศน์ที่ปรากฏบนเว็บไซต์
การเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ และสื่อวีดิทัศน์ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ การเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ และสื่อวีดิทัศน์ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ ขณะนี้หลายเว็บไซต์ต้องการถวายความอาลัย และความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล ด้วยการเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ภาพพระราชกรณียกิจ พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท และสื่อวีดิทัศน์ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปเผยแพร่ ซึ่งการเผยแพร่นั้นจะต้องได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน จึงจะสามารถเผยแพร่ในเว็บไซต์ได้ ไม่ว่าภาพนั้นจะถ่ายโดยใครหรือกรณีใดก็ตาม ซึ่งการขออนุญาตนั้นในบางกรณี อาจจะเป็นพระบรมราชานุญาต หรือพระราชานุญาต ตามลำดับ โดยจะขึ้นอยู่ในการจัดการของ สำนักราชเลขาธิการ ซึ่งขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีโดยตำแหน่งคะ โดยทุกคนสามารถทำเรื่องขอได้ค่ะ       การขอพระบรมราชานุญาตเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ภาพพระราชกรณียกิจ ทำได้โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ของสำนักราชเลขาธิการ  http://www.ohm.go.th แล้วเข้าไปดาวน์โหลด แบบฟร์อมการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต โดยผู้ขอฯ ต้องทำหนังสือเรียนราชเลขาธิการ และลงนามโดยผู้บริหารระดับสูงของหน่วย (ผู้ปฏิบัติราชการแทน/ทำการแทน) โดยระบุรายละเอียดของภาพที่ต้องการขอพระราชทาน เช่น พระบรมฉายาลักษณ์ ภาพพระราชกรณียกิจ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ ฯลฯ ระบุวัตถุประสงค์และเหตุผลในการที่จะขอพระราชทานไปเผยแพร่ แล้วแนบสำเนาพระบรมฉายาลักษณ์ ภาพพระราชกรณียกิจที่ไม่ผ่านการตกแต่งด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ขนาด ๔ X ๖ นิ้ว ลงบนกระดาษ A4 ไปด้วย   ทำสำเนาวีดิทัศน์ จากฝ่ายภาพยนตร์ส่วนพระองค์ ผู้ขอฯ ทำหนังสือเรียนราชเลขาธิการ และลงนามโดย ผู้บริหารระดับสูงของหน่วย (ผู้ปฏิบัติราชการแทน/ทำการแทน) ระบุรายละเอียดวัน เดือน ปี และช่องทางในการเผยแพร่ สื่อวีดิทัศน์ ระบุรายละเอียดภาพยนตร์ส่วนพระองค์ที่ต้องการทำสำเนา ระบุวัตถุประสงค์และเหตุผลในการเผยแพร่ หนังสือดังกล่าวจะต้องดำเนินการก่อนเผยแพร่ประมาณ ๓ - ๔ สัปดาห์   การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทไปเผยแพร่ ผู้ขอฯ ทำหนังสือเรียนราชเลขาธิการ และลงนามโดยผู้บริหาร ระดับสูงของหน่วย (ผู้ปฏิบัติราชการแทน/ทำการแทน) แนบสำเนาพระราชดำรัส ในส่วนที่ต้องการตัดตอน พร้อมสำเนาพระบรมราโชวาทเต็มองค์ ที่จะขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต โดยสืบค้นได้จากเว็บไซต์สำนักราชเลขาธิการ (www.ohmpps.go.th) ระบุวัตถุประสงค์และเหตุผลในการเผยแพร่  หนังสือดังกล่าวจะต้องดำเนินการก่อนเผยแพร่ประมาณ ๒ - ๓ สัปดาห์   ทั้งนี้การพิจารณาอนุญาตขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสำนักราชเลขาธิการค่ะ และจะต้องระบุข้อความนี้ในเว็บไซต์ ทุกหน้าด้วยนะคะ  "การเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ภาพพระราชกรณียกิจ พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท และสื่อวีดิทัศน์ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ไปเผยแพร่ต้องได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อน การขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต" )   โดย..เจ้าน้อย..
Read more

สรุปสถานการณ์น้ำท่วมขังรอการระบายบนถนนสายหลัก 50 สาย!!

สรุปสถานการณ์ น้ำท่วมขังรอการระบาย บนถนนสายหลัก ทั้งหมด 50สาย

สรุปสถานการณ์น้ำท่วมขังรอการระบายบนถนนสายหลัก 50 สาย!! สรุปสถานการณ์น้ำท่วมขังรอการระบายบนถนนสายหลัก 50 สาย!! ตั้งแต่เวลาประมาณหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาอย่างหนักหลายชั่วโมงและน้ำไม่สามารถระบายออกไปได้ในทันที จนถึงเช้าวันนี้ (14 ต.ค. 60) ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ยังพบว่ามีน้ำท่วมขังถนนในปริมาณมากในหลายเส้นทาง ทำให้พื้นที่ กทม.หลายจุดมีปริมาณน้ำท่วมขัง ขณะที่ถนนสายต่างๆทั่วกทม.ก็มีรายงานน้ำท่วมขังทั้งหมด 50 สาย ซึ่งทำให้การจราจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งในบางพื้นที่รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้   สรุปสถานการณ์ น้ำท่วมขังรอการระบาย บนถนนสายหลัก ทั้งหมด 50สาย  ดังนี้ ถนนเพชรเกษม บริเวณคลองยายเพียร *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนเอกชัย บริเวณบริษัทกระทิงแดง *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนพระราม3 บริเวณแยก ณ ระนอง *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนสนามไชย บริเวณหน้าวัดโพธิ์ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนอิสรภาพ บริเวณตลาดพรานนก *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนหน้าพระลาน ตลอดสาย *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนลาดหญ้า บริเวณโรบินสัน – องค์การโทรศัพท์ *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนเพชรเกษม บริเวณเพชรเกษม37 *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าตลาดบางแค *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนเซ็นหลุยส์ ตลอดทั้งซอย *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนสุขุมวิท บริเวณสุขุมวิท26 *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนสุนทรโกษา บริเวณแยก ณ ระนอง *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนจอมทอง บริเวณซอย8-10 *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนประชาอุทิศ บริเวณซอย90 – สนช.ทุ่งครุ *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนพระราม4 บริเวณหน้าช่อง3 *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนเพชรเกษม บริเวณคลองประดู่ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนสุขุมวิท บริเวณ ซ.ลาซาล – ซ.แบริ่ง ขาออก *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนสุขุมวิท บริเวณ ซ.ลาซาล – ซ.แบริ่ง ขาเข้า *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนศรีอยุธยา บริเวณหน้าสน.พญาไท *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนบางขุนเทียนชายทะเล บริเวณบ่อสูบตำมั่ว – ซ.บางขุนเทียน9 *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนดินแดง บริเวณ ซ.สุทธิพร2 *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนสุขุมวิท บริเวณ ซ.36 – แยกอโศก *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนนิคมมักกะสัน บริเวณแยกมักกะสัน – ซ.จารุรัตน์ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนประชาสุข บริเวณตลาดห้วยขวาง *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนเพชรบุรี บริเวณแยกมิตรสัมพันธ์ – แยกอโศก *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนราชวิถี บริเวณแยกซังฮี้ *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าสน.บางซื่อ – คลองบางซื่อ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนพหลโบธิน บริเวณแยกเกษตร ทั้งสองฝั่ง *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนประดิพัทธ์ บริเวณแยกสะพานควาย *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนราชวิถี บริเวณราชภัฏ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนงามวงศ์วาน บริเวณตลาดพงษ์เพชร – ซ.ขินเขต *น้ำท่วมสูงประมาณ 10-15ซม.* ถนนเพชรบุรี บริเวณถนนวิทยุ – แยกประตูน้ำ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนราชปรารภ บริเวณแยกประตูน้ำ – ทางรถไฟ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนรามคำแหง บริเวณ ซ.1-5 *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนลาดพร้าว บริเวณ ซ.112 – คลองเจ้าคุณสิงห์ *น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20ซม.* ถนนสุขุมวิท บริเวณแยกอโศก – สะพานพระโขนง *น้ำท่วมสูงประมาณ 40ซม.* ถนนอโศกมนตรี ตลอดทั้งสาย *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนเอกมัย บริเวณถนนสุขุมวิท – คลองแสนแสบ *น้ำท่วมสูงประมาณ 40ซม.* ถนนสุขุมวิท71 บริเวณสุขุมวิท -คลองแสนแสบ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนพระราม4 บริเวณถนนสุขุมวิท – แยกเกษมราษฎร์ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนราชวิถี บริเวณสวนสันติภาพ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนสุทธิสาร บริเวณ ซ.อินทามะ1-29 *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนกำแพงเพชร2 บริเวณหมอชิตใหม่ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนพัฒนาการ บริเวณแยกพัฒนาการ – ซ.46 *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนศรีอยุธยา บริเวณกระทรวงต่างประเทศ *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนกำแพงเพชร4 ตลอดสาย *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนพหลโยธิน บริเวณ อตก. – แยกลาดพร้าว *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนเลียบทางรถไฟ บริเวณหน้าศาลตลิ่งชัน *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนรัชดาภิเษก บริเวณแยกรัชโยธิน – แยกลาดพร้าว *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนวิภาวดี บริเวณแยกลาดพร้าว – วิภาวดีขาเข้า *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* ถนนรัชดาภิเษก บริเวณแยกรัชโยธิน – ม.ราชภัฏจันทรเกษม *น้ำท่วมสูงประมาณ 30ซม.* *ปริมาณน้ำท่วมสูง 30 ซม.เท่ากับครึ่งแข้ง หรือ เท่ากับความสูงล้อรถ หากใครที่กำลังมีแผนที่จะเดินทางไปยังเส้นทางต่างๆ ควรหลีกเลี่ยงก่อนในช่วงนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญญาการจราจรสะสมเพิ่มมากขึ้น […]

Read more

ทำบุญเข้าพรรษาให้ถูกต้อง เพื่อความอิ่มเอมใจในวันสำคัญ

ทำบุญเข้าพรรษาให้ถูกต้อง เพื่อความอิ่มเอมใจในวันสำคัญ

วันสำคัญทางศาสนาอีก 1 วัน ที่ตามวันอาสาฬหบูชามาแบบติดๆ คือวันเข้าพรรษา ที่จะตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้บรรญัติให้พระภิกษุได้อยู่จำพรรษาตลอดเวลา 3 เดือน ซึ่งในพุทธกาลเมื่อเข้าพรรษาแล้วพระภิกษุสงฆ์จะไม่สามารถเดินทางไปไหน มาไหนได้อีก แต่ก็จะมีละเว้นบ้างในบางเรื่อง

Read more

adobe felix เครื่องมือออกแบบ และแต่งโมเดลแบบ 3D ความละเอียดสูง

adobe felix เครื่องมือออกแบบ และแต่งโมเดลแบบ 3D ความละเอียดสูง

adobe felix เครื่องมือออกแบบ และแต่งโมเดลแบบ 3D ความละเอียดสูง   adobe felix เครื่องมือออกแบบและแต่งโมเดลแบบ 3D ความละเอียดสูงAdobe ได้เผยโฉม Project Felix เครื่องมือออกแบบ เครื่องมือแรกในอุตสาหกรรมและแต่งโมเดลแบบ 3D ความละเอียดสูง ที่จะช่วยให้งานออกแบบของคุณนั้น สามารถสร้างภาพ 3D

Read more

กฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่ ที่คนทำเว็บและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องรู้

กฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่ ที่คนทำเว็บและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องรู้

กฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่ ที่คนทำเว็บและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องรู้ จากพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ใหม่ (ฉบับที่ 2) ปี 2558 ได้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2558 นั้น มีความเข้มข้นด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งคนทำเว็บและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอาจเกิดความสับสนและมีคำถามตามมาว่าสิ่งใดทำได้สิ่งใดทำไม่ได้บ้าง โดยกฏหมายฉบับนี้ทำให้ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและต้องหันมาคำนึงเกี่ยวกับการเผยแพร่หรือแชร์สื่อต่างๆ บนโลกออนไลน์มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยนะคะ   โดยกฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่ที่คนทำเว็บและผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต้องรู้นี้ มีสาระสำคัญของกฎหมายดังนี้

Read more
Send this to a friend