Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี

อารมณ์และสีของภาพ

Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี

Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี วันนี้เรามาว่ากันด้วยเรื่อง “Mood and Tone”ที่หลายคนอาจกำลังสงสัยว่า Mood and Tone คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรและเราต้องใส่ใจมากขนาดไหนในการกำหนด Mood and Tone นี้ จริงๆแล้ว ความหมายของมันคือการกำหนด Concept Design โดยใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นตัวช่วย ‘Mood’ หมายถึง อารมณ์ของภาพ ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน ความเศร้า ความร่าเริง ความสงบ บลาๆ  โดยทุกงานออกแบบนั้นจะบ่งบอกในความเป็นตัวของมันเอง ‘Tone’ คือสีในงานออกแบบ โดยสีนั้นจะบอกความรูสึกของงานหรือที่เรารู้จักกันในสีโทนเย็นหรือว่าสีโทนร้อนนั่นเอง ซึ่งมันคือความต้องการของคุณว่าอยากให้งานของคุณหรือสินค้าของคุณนั้นมีเอกลักษณ์และมีรูปแบบไปในทิศทางไหน ซึ่ง Mood and Tone นั้นยังเป็นสิ่งที่หลายๆวงการการออกแบบใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นนักตกแต่งภายใน นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งวงการแฟชั่น ที่จะต้องมีการมิกซ์แอนด์แมทซ์เสื้อผ้าสีสันต่างๆให้เกิดความน่าสนใจขึ้นมา

 

Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี
Cr.color.romanuke.com

 

การสร้าง Mood and Tone นั้นสามารถสร้างแนวทางความเป็นเอกลักษณ์ให้กับงานของคุณได้เป็นอย่างดีมาก  ซึ่ง Mood and Tone นั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของการกำหนดสีหลัก หรือสีลอง มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น เพราะ Mood and Tone สามารถสื่อสารอะไรบางอย่างออกมาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบตัวหนังสือ สีสัน รูปแบบกราฟิกที่ใช้ บวกกับการจัดวางที่พาให้งานชิ้นนั้นๆอยู่ในความรู้สึกและอารมณ์บางอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นคุณจะต้องสร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับผู้ที่พบเห็นงานของคุณหรือสินค้าของคุณได้ในทันที

This may be my new colors for my house becuse he changed everything that my inspiration came from...now my counter top is that peachy color!
Cr.tarisota.typepad.com

 

Mood and Tone ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการออกแบบ ดังที่เราเห็นกันในบทความก่อนหน้าเรื่อง Design Bief ที่จะต้องมีให้ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับ Mood and Tone อย่างขาดไม่ได้ เพราะถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้นักออกแบบเข้าใจในสิ่งที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ออกแบบได้อย่างชัดเจนอย่างมาก Mood and Tone  ไม่มีข้อจำกัดในการกำหนด เราสามารถเลือกใช้โทนสีได้ตามความรู้สึกหรือตามความต้องการของเราได้อย่างตามใจชอบ ตัวอย่างเช่น หากคุณอยากที่จะออกแบบงานหรือสินค้าที่เกี่ยวกับความเป็นธรรมชาติ แน่นอนว่าคุณก็คงอยากจะให้คนที่เห็นงานออกแบบของคุณนั้นสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติของตัวสินค้าของคุณโดยไม่ต้องใช้คำอธิบายใดๆ ให้มากความ หรือหากงานและสินค้าของคุณเกี่ยวกับความสดใส มีสีสัน ซึ่งแน่นอนว่า Mood and Tone นั้นก็ต้องมีความน่ารักสดใส เพื่อส่งเสริมตัวผลงานและสินค้าของคุณให้เกดความลื่นไหล เข้ากัน โดยจะต้องไม่สกัดกั้นตัวผลงานและสินค้า แต่จะต้องส่งเสริมกับสิ่งนั้นๆ

ซึ่งหากคุณสามารถนำ Mood and Tone มาใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับงานหรือสินค้าต่างๆของคุณ  เชื่อได้เลยว่าคุณจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและน่าจดจำสำหรับทุกคนได้ในที่สุด