Currently browsing: Marketing

Google Certificate รับรองความเป็นผู้เชี่ยวชาญ Google AdWords

Google Certificate รับรองความเป็นผู้เชี่ยวชาญ Google AdWords

เป็นที่ทราบกันดีนะคะว่า Google Adwords นี้เป็นเครื่องมือการทำการตลาดออนไลน์ที่นิยมกันในปัจจุบัน  ซึ่งคนที่ทำธุรกิจในสายออนไลน์นี้ การมี Google Adwords Certificate จึงเหมือนใบเบิกให้เข้าไปทำงานในโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนได้มากขึ้น เหมาะสำหรับ นักการตลาด พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการสร้างรายได้หรือเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าหรือบริการของตัวเอง เพื่อยืนยันความสามารถกับลูกค้าให้ลูกค้าเกิดความชื่อถือ และสำหรับนักศึกษาการตลาดออนไลน์นี่ก็ใช้สามารถเป็นใบเบิกทางได้เป็นอย่างดีเลยล่ะคะ Google Certificate คือเครื่องหมายการันตีคุณภาพการทำโฆษณา AdWords  ซึ่งรับรองโดย Google ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน AdWords ทั้งในระดับพื้นฐานและระดับสูงหรืออีกนัยหนึ่งคือเป็น partner ที่คอยให้คำปรึกษากับลูกค้าที่ต้องการลงโฆษณากับ Google ซึ่งการที่จะได้ใบรับรอง Google AdWords Certification นั้นจะต้องมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับ AdWords โดยเฉพาะ และผ่านการสอบจากข้อสอบในแต่ละประเภทกว่า 100 ข้อ และจะต้องสอบผ่านตั้งแต่ 80% ขึ้นไป การสอบเพื่อรับการรับรอง AdWords นั้นถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบความรู้เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการโฆษณาออนไลน์และ AdWords ซึ่งจำเป็นต้องสอบให้ผ่าน เพื่อจะผ่านการรับรองจาก AdWords โดยวิธีการเตรียมตัวสอบและการเข้าถึงข้อสอบ มีดังนี้คะ ต้องสมัครเข้าร่วม Google Partners เพื่อเข้าถึงข้อสอบ AdWords ที่ https://www.google.com/partners/ เข้าถึงการสอบจากบัญชี Partners ของคุณ ลงชื่อเข้าใช้ Google Partners ที่ https://www.google.com/partners  โดยใช้บัญชีเดียวกับที่คุณใช้ในการลงทะเบียนเข้าร่วมโปรแกรม ดูสถานะการสอบของคุณ โดยคลิกที่ประกาศนียบัตร โดยจะระบุว่าคุณต้องผ่านการสอบกี่รายการเพื่อให้ได้ประกาศนียบัตรรับรอง คลิกกดดูการสอบ เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือหัวข้อการสอบที่คุณต้องการทำ คลิกรายละเอียดการสอบ เริ่มสอบโดยคลิกทำการสอบได้เลยคะ ซึ่งเมื่อคุณสอบผ่านแล้ว ระบบอาจใช้เวลาสูงสุด 48 ชั่วโมงเพื่อแสดงสถานการณ์สอบของคุณในหน้าการสอบ ส่วนหัวข้อหลัก ๆ ของการสอบเพื่อรับการรับรอง AdWords จะวัดความรู้ของคุณเกี่ยวกับแนวคิดการโฆษณาออนไลน์ขั้นพื้นฐานและขั้นสูง  ได้แก่ การนำเสนอคุณค่าของการโฆษณาออนไลน์ , การตั้งค่าและจัดการแคมเปญ,การวัดผลและการเพิ่มประสิทธิภาพคะ แต่ก่อนที่จะทำข้อสอบ AdWords  ขอแนะนำว่าคุณควรมีประสบการณ์ทำงานในการใช้ AdWords  คุ้นเคยกับแนวคิดการโฆษณาออนไลน์และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และควรมีประสบการณ์ในการจัดการแคมเปญ AdWords ประเภทต่างๆมาก่อนนะคะ ซึ่งในการสอบแต่ละรายการ ก็จะมีคู่มือเตรียมสอบให้บริการในศูนย์ช่วยเหลือ Partners คู่มือเตรียมสอบนี้ก็จะครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่ข้อสอบแต่ละรายการทดสอบคะ Google Certificate รับรองความเป็นผู้เชี่ยวชาญ Google AdWords ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะดังนั้น ธุรกิจส่วนใหญ่จึงต้องใช้ ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทาง Google จะรับรองให้เป็น Google Partner โดยมีใบ Certificate จากทาง Google เพื่อให้คุณได้มั่นใจในคุณภาพของธุรกิจออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองคะ   โดย..เจ้าน้อย..

Read more

การรับรู้แบรนด์ (Brand awareness) จำเป็นแค่ไหนในการทำการตลาด

การรับรู้แบรนด์ (Brand awareness) จำเป็นแค่ไหนในการทำการตลาด

การรับรู้แบรนด์ (Brand awareness) จำเป็นแค่ไหนในการทำการตลาด สิ่งที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจก็คือการสร้างการรับรู้แบรนด์ หรือ Brand awareness  ให้ประสบความสำเร็จ เพื่อที่จะทำให้คุณกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจของลูกค้า ที่จะทำให้ผู้บริโภครับรู้และนึกถึงสินค้าและบริการของคุณอยู่เสมอ นอกจากการทำให้แบรนด์ของคุณเป็นรับรู้แล้ว ก็จะต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและคำนึงถึงจุดเด่นของแบรนด์ให้น่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เราไปดูกันเถอะว่าควรสร้างการรับรู้ของแบรนด์ หรือ Brand awareness อย่างไรที่จะให้เข้าถึงลูกค้าและประสบความสำเร็จมากที่สุด   การสื่อสารที่ชัดเจนและมีคุณภาพ การสื่อสารคือสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและให้ผู้บริโภครับรู้ถึงแบรนด์ของคุณ การสื่อสารที่ชัดเจนและมีคุณภาพ จะทำให้แบรนด์กลายเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงและพบเห็นได้ง่าย สามารถที่จะสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้แบรนด์จะต้องตระหนักถึงผลลัพธ์ที่สร้างความประทับใจและครองใจลูกค้าได้อย่างทั่วถึง จะทำให้ทำให้ผู้บริโภครับรู้ว่าแบรนด์คุณคืออะไร คุณคือใคร ซึ่งการสื่อสารที่ดีและชัดเจนก็คือการลงสื่อประชาสัมพันธ์ที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพเช่นการสร้างเว็บไซต์ บล็อก และเพจเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ   ทำให้ผู้บริโภครู้สึกดีและเกิดความประทับใจ การทำให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจและรู้สึกถึงแบรนด์ในทางบวก เป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างการรับรู้แบรนด์มากที่สุดวิธีหนึ่งที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างทั่วถึง  สิ่งสำคัญในการสร้างการรับรู้ก็คือการใส่ใจในความต้องการของลูกค้า รู้ว่าลูกค้าชอบและต้องการอะไร  ลูกค้าจะเกิดความรู้สึกที่ดีในเวลาที่ต้องการสินค้าที่เป็นแบรนด์ของคุณ ดังนั้นเราจะต้องทำให้สร้างแรงดึงดูดและค้นหากลยุทธ์ที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจมากที่สุด  เมื่อลูกค้าชื่นชอบและระลึกถึงแบรนด์ของคุณอยู่เสมอก็จะเกิดการบอกต่อไปยังคนอื่นๆอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น   สร้างการรับรู้อย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand awareness) ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ การทำด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น เพื่อที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความจดจำและรับรู้ถึงความตั้งใจ เป็นการวางรากฐานและมัดใจลูกค้าในระยะยาว การสร้างการรับรู้ไม่ใช่แค่เพียงการลงมือทำครั้งเดียวเท่านั้น แต่คือการทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความผูกพัน รู้สึกดีและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่าย     การสร้าง Brand awareness  หรือการรับรู้แบรนด์ เป็นสิ่งจำเป็นที่แบรนด์จะต้องให้ความสำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจ ไม่ใช่แค่เพียงทำให้ผู้บริโภครับรู้เท่านั้น แต่ลึกไปกว่านั้นคือการทำให้แบรนด์ของคุณอยู่ในความคิดของลูกค้าให้ได้ เป็นความทรงจำในเชิงบวก ที่จะทำให้ผู้บริโภคจำได้ว่าคุณเป็นใคร ขายสินค้าและบริการอะไร เมื่อต้องการสินค้าประเภทนี้จะต้องคำนึงถึงแบรนด์ขอของคุณเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งสร้างการจดจำและรับรู้ในระยะยาว กลายเป็นรากฐานที่มั่นคงของแบรนด์ รับรองเลยว่าจะทำให้คุณสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าและขยายการรับรู้ไปเรื่อยๆอย่างไม่จบสิ้น และนำมาซึ่งการเติบโตของแบรนด์ ดังนั้น คุณจะต้องทำให้สร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้ได้เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดนั่นเอง

Read more

ใช้ระบบ Coupon (คูปอง) กระตุ้นยอดขายออนไลน์ ง่ายนิดเดียว

ใช้ระบบ Coupon (คูปอง) กระตุ้นยอดขายออนไลน์ ง่ายนิดเดียว

ใช้ระบบ Coupon (คูปอง) กระตุ้นยอดขายออนไลน์ ง่ายนิดเดียว  ระบบคูปอง เป็นระบบที่จะช่วยให้เจ้าของร้านค้าออนไลน์และเจ้าของธุรกิจสามารถสร้างสรรค์โปรโมชั่นดึงดูดใจลูกค้าได้ง่ายๆ โดยแจกคูปองส่วนลดหรือแทนเงินสดที่ใช้จับจ่ายซื้อสินค้าและบริการของเรา เพราะลูกค้าออนไลน์มักค้นหาสินค้าจากหลากหลายร้านค้าที่มีสินค้าเดียวกัน แต่ถ้าร้านค้าของเรามีส่วนลดโปรโมชั่น ย่อมต้องดึงดูดลูกค้าที่สนใจเข้ามายังเว็บไซต์ของเรา และมีโอกาสเลือกซื้อสินค้าของเราก่อน   ข้อดีของคูปอง การทำโปรโมชั่นโดยใช้คูปองยังทำให้คุณไม่ต้องลดราคาสินค้าไปตลอด แต่ทำให้คุณขายสินค้าได้ในราคาที่ลูกค้าสึกว่า คุ้มค่ากว่า ร้านคู่แข่งที่อาจจะราคาถูกกว่า สร้างความรู้สึกดีให้กับลูกค้า สร้างลูกค้าหน้าใหม่ ให้เลือกเข้ามาที่ร้านของเราก่อน ดึงลูกค้าเก่าให้คอยติดตามว่าร้านค้าของเราจะมีโปรโมชั่นคูปองใหม่ๆ อะไรบ้าง ช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราให้สูงขึ้นอีกด้วย ใช้โปรโมทร้านค้าทางอ้อม ปัจจุบันมีกลุ่ม Social Network ต่างๆ รวบรวมโปรโมชั่นการลดแลกแจกแถมของร้านต่างๆที่ดูน่าสนใจ ให้กับผู้ติดตาม (Follower) ของพวกเขา ซึ่งหากโปรโมชั่นคูปองของเราน่าสนใจก็จะถูกนำไปเผยแพร่ให้กับผู้ติดตาม   ทำความรู้จักกับคูปองออนไลน์ ระบบคูปองออนไลน์มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ให้คุณเป็นผู้กำหนดรายละเอียดการใช้งานคูปองได้อย่างอิสระ ทั้งส่วนลด ระยะเวลาใช้งาน จำนวนคูปอง ให้เข้ากับโปรโมชั่นและแผนการตลาดของธุรกิจ ซึ่งทำได้ทั้งแบบ ออกเป็น คูปองส่วนลดราคา (E-Coupon) หรือ โค้ดโปรโมชั่น (Promotion Code)   คูปอง มีแบบไหนบ้าง – ใช้แทนเงินสด หรือ เป็นส่วนลดเงินบาท – เป็นส่วนลดแบบกำหนดว่าใช้ลดได้กี่บาท หรือแทนเงินสดในการจับจ่ายใช้สอย ทำให้ร้านค้าของเราดูใจกว้าง แจกเงินสดกันไปเลยทีเดียว – ส่วนลดเปอร์เซ็นต์ (%) – กระตุ้นให้ซื้อเยอะขึ้น ยิ่งซื้อยิ่งรู้สึกคุ้มค่า – Free – ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการฟรีค่าขนส่ง (Shipping) ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลใจกับค่าขนส่ง หรือบางแคมเปญก็อาจจะให้เป็นคูปองฟรีค่าใช้จ่ายอื่นๆ แทน   เงื่อนไขการใช้งานมีแบบไหน – กำหนดระยะเวลาในการใช้คูปอง – คูปองที่มีการกำหนดเวลาหมดอายุ หรือจำกัดระยะเวลาการใช้งาน จะมีการกำหนด – แบบกำหนดจำนวนการใช้งาน – มักเป็นโปรโมชั่นโค้ดที่กำหนดจำนวนครั้งที่มีลูกค้าใช้ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกตื่นเต้น ถ้าใช้ก่อน ก็จะมีสิทธิ์ได้รับโปรโมชั่นก่อน – กำหนดให้เฉพาะสมาชิกได้ใช้งาน – เป็นคูปองแบบพิเศษให้กับลูกค้าคนพิเศษ ใช้เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเป็นสมาชิกคนพิเศษของร้านค้า – กำหนดให้ใช้ได้เฉพาะสินค้า – ใช้เพื่อกระตุ้นยอดขายเฉพาะสินค้า ใช้ได้ทั้งกับสินค้าเก่า หรือสินค้าใหมม่ – กำหนดเมื่อมียอดซื้อถึงกำหนด หรือยอดซื้อขั้นต่ำ – ใช้ในการกระตุ้นยอดขายภาพรวมของร้านค้า   ควรใช้คูปองตอนไหนบ้าง – ใช้เป็นโปรโมชั่นพิเศษตอนเปิดร้านใหม่ เพื่อให้ร้านค้าเป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมาย – กระตุ้นยอดขายของร้านค้า ตอนที่ยอดขายเริ่มตก – แนะนำสินค้าใหม่ ถ้ามีโปรโมชั่นลูกค้าก็สนใจจะลองซื้อเพื่อใช้งาน –  เคลียร์สต๊อกสินค้าเก่าออกไป – สร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้รู้สึกว่าร้านค้าหรือธุรกิจของเราดูใจกว้าง มีโปรโมชั่นบ่อย – จัดกิจกรรม ให้ร้านค้าของเรามีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา

Read more

LINE ads platform ซื้อโฆษณาผ่าน Line เพื่อโปรโมทบน Timeline ได้แล้ว

LINE ads platform  เปิดให้โปรโมทแบรนด์สินค้า หรือธุรกิจนั้น LINE ถือว่าเป็น ช่องทางโซเชียลยอดนิยม ไม่แพ้เฟสบุ๊ค หรือยูทูป ที่แบรนด์ต่างๆ ต้องการจะโปรโมทลงบน Timeline เพราะผู้คนจำนวนมาก สามารถมองเห็น เข้าถึงและจดจำโฆษณาของแบรนด์ต่างๆ นั้นได้นั่นเองค่ะ โดยการใช้ฟีเจอร์ใหม่ ที่ชื่อว่า LINE ads platform ส่วนเจ้าฟีเจอร์นี้ มันจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้นเรามาดูไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ LINE ads platform เป็นฟีเจอร์ใหม่จาก LINE ที่จะช่วยให้แบรนด์ต่างๆสามารถโฆษณา ธุรกิจของตนเอง บน Timeline ได้แล้ว ซึ่ง LINE ads platform นั้นเป็นการตลาดแบบ Self Bidding ที่เน้นธุรกิจ SME โดยแบรนด์ต่างๆ จะสามารถโปรโมทโฆษณา บน Timeline ของ LINE ได้อย่างสะดวก และมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น เห็นผลอย่างรวดเร็ว และยังสามารถ เพิ่มผู้ติดตามได้อีกด้วย ข้อดีของ LINE ads platform เป็นเครื่องมือทางการตลาด แบบ Self-bidding ที่สามารถลงโฆษณา บน Timeline ได้อย่างสะดวก โดย มีข้อดีดังนี้ สามารถเลือก Target ได้อย่างละเอียด โดยในการลงโฆษณาบน Timeline เราสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการได้ โดยการเลือกระบุเพศ ช่วงอายุ สถานที่ และความสนใจ เพื่อให้การโฆษณานั้น สามารถที่จะเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกลุ่มมากขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถ ทำการ Re-Targeting ได้อีกด้วย  ช่วยเพิ่มยอดขาย    เมื่อเราลงโฆษณาบน  Timeline ก็จะมีคนที่ใช้แอพ line lสามารถเห็นโฆษณาของเราได้มากขึ้น โดยลูกค้าที่สนใจในสินค้าของเรานั้นสามารถที่จะ Add Friend เข้ามาได้ทันที ซึ่งเราก็จะทำการปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ยอดขายนั้นเพิ่มขึ้นได้นั่นเอง สร้าง Brand Awareness ให้เป็นที่รู้จัก เพราะแอพลิเคชั่นไลน์นั้น มีคนใช้ไทยงานอยู่มาก กว่าร้อยละ 90 ของประเทศเลยล่ะค่ะ เมื่อตนเห็นโฆษณาของเราได้มากขึ้น ก็จะทำให้เป็นที่จดจำ และทำให้แบรนด์ของเราเป็นที่จดจำได้ในที่สุด ขยายธุรกิจ ให้เติบโต และประสบผลสำเร็จได้เร็ว เมื่อแบรนด์ของเราเป็นที่รู้จัก และเป็นที่จดจำของลูกค้าแล้ว ก็จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในสินค้าของเรามากขึ้น และสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ได้มากขึ้น จงส่งผลให้บยอดขายของธุรกิจของเรานั้นสูงขึ้น  ทำให้ธุรกิจเกิดการเติบโตขึ้น และสามารถประสบผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็วในที่สุด จะเห็นได้ว่า LINE ads platform นั้นเป็นเครื่องมือทางการตลาด ที่ทำให้ธุรกิจของเรานั้น โดยเฉพาะธุรกิจ SME สามารถที่จะลงโฆษณาบน Timeline ของแอพลิเคชั่นสุดฮิตอย่าง line ได้ ส่งผลให้ยอดขายของธุรกิจนั้นเพิ่มสูงขึ้น ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น และทำให้ธุรกิจนั้นสามารถที่จะประสบผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

Read more

การเยี่ยมชมหน้าร้าน ในแฟนเพจของ Facebook มีวิธีการอย่างไร

การเยี่ยมชมหน้าร้าน ในแฟนเพจของ Facebook มีวิธีการอย่างไร

การเยี่ยมชมหน้าร้าน ในแฟนเพจของ Facebook มีวิธีการอย่างไร  ปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขายของออนไลน์เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนส่วนใหญ่เลือกค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการต่างๆ รวมไปถึงที่ตั้งของธุรกิจผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์มือถือมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขายสินค้าและบริการผ่านทางเพจ Facebook ที่คุณสามารถเชื่อมโยงเข้ากับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ใกล้เคียงให้มาเยี่ยมเยียนหน้าร้านหรือหน้าแฟนเพจของคุณได้สะดวกมากยิ่งขึ้น แล้วเราจะทำอย่างไรให้เพจและธุรกิจของคุณเป็นที่น่าสนใจและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เราไปดูวิธีการกระตุ้นให้ผู้คนในละแวกใกล้เคียง ทั้งเขตเมือง พื้นที่และจังหวัดที่ตั้งของธุรกิจคุณเข้ามาเยี่ยมชมหน้าร้านให้มากยิ่งขึ้นกัน ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ดึงดูดใจ สิ่งแรกเลยคือคุณจะต้องสร้างภาพลักษณ์และความน่าประทับใจให้กับหน้าเพจเพื่อที่จะสร้างแรงดึงดูดและเป็นที่สนใจของกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงรูปแบบของการโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายภายในพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาหารภาคเหนือ จะดีหรือไม่ถ้าหากคุณสร้างเพจและโฆษณาออกมาให้มีเอกลักษณ์ และนำเสนอให้เกี่ยวข้องกับคนในพื้นที่ของคุณ นอกจากที่จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าภายในพื้นที่แล้วยังเป็นการดึงดูดลูกค้าใหม่ๆที่สนใจอีกด้วย สำหรับรูปแบบของการโฆษณาที่จะกระตุ้นการเยี่ยมชมหน้าร้าน ยกตัวอย่างเช่น CTA,ข้อความและแผนที่ที่จะแสดงข้อมูลที่ตั้งของธุรกิจที่อยู่ใกล้เคียงกับผู้ที่รับชมโฆษณาและกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงสิ่งสำคัญอย่าง รูปภาพ,ภาพสไลด์ และวิดีโอที่จะช่วยสร้างการรับรู้ได้อย่างชัดเจนให้กับธุรกิจที่อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับคนในพื้นที่มากที่สุด รวมไปถึงมีการมอบข้อมูลให้กับลูกค้าที่จะต้องใช้ในการเดินทางไปยังตำแหน่งนั้นๆ ปุ่มกระตุ้นการดำเนินการ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยทีเดียวที่จะช่วยให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมหน้าร้านของคุณสำหรับปุ่มกระตุ้นให้เกิดการดำเนินการที่มีคุณภาพ ยกตัวอย่างเช่น เบอร์โทรติดต่อ เส้นทางการเดินทาง การรับส่งข้อความ ซึ่งคุณจะต้องแสดงให้ชัดเจน เพื่อที่จะทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับธุรกิจ ปรับแต่งข้อความให้ตรงจุด คุณควรที่จะปรับแต่งข้อความภายในแฟนเพจและธุรกิจให้เป็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มเป้าหมาย ควรที่จะแสดงรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ เส้นทางอย่างละเอียด การ์ดแผนที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่โฆษณาผ่านทาง Facebook ที่จะการปรับแต่งข้อความให้เหมาะสมและสอดคล้องกับพื้นที่ใกล้เคียงของคุณจะช่วยกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นจริงมากยิ่งขึ้น แชร์ร้านค้าของคุณ มีร้านแต่ไม่มีใครรู้จัก คุณจะมีลูกค้าได้อย่างไร?  ในแฟนเพจมีมีปุ่มแชร์ร้านค้า ให้คุณได้กดแชร์ทั้งร้านค้า และสินค้าต่างๆ ที่น่าสนใจ คุณจะแชร์หน้าเพจตัวเองก็ได้เพื่อเป็นการกระตุ้นการเข้าถึงสินค้าชิ้นนั้น ๆ หรือเป็นการย้ำเตือนเกี่ยวกับสินค้าหรือโปรโมชั่น กิจกรรมต่างๆ ที่คุณกำหนดขึ้นบนร้านค้า  ฝากแชร์ตามเพจต่างๆ หรือแชร์มายังเฟสบุ๊คส่วนตัวเพื่อให้คนรู้จักว่าคุณขายสินค้าอะไรอยู่  เฟสบุ๊คของเพื่อน หรือคนรู้จักก็ได้ทั้งนั้น  การแชรืหน้าร้านและสินค้าไม่มีค่าใช้จ่ายนอกจากว่าคุณจะทำการกระตุ้นการเข้าถึงด้วยการยิงโฆษณาใต้โพสนั้นๆ เพิ่มและแก้ไขตำแหน่งที่ตั้งของธุรกิจจากเพจบน Facebook การมีหน้าร้านบนเฟสบุ๊คเป็นสิ่งที่ดี แต่จะให้ดีกว่านี้ควรมีการลงรายละเอียด ที่ตั้งของร้านค้า วึ่งไม่เพียงแต่เป้นการเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าร้านค้าของคุรมีอยู่จริง หรือประกอบกิจการจริ ในกรณีที่ลุกค้าต้องการมาเยี่ยมชมร้านค้า ก็สามารถตามตำแหน่งที่ตั้งมาได้เลย และง่ายต่อการค้านหาร้านค้าของคุณอีกด้วย การลงโฆษณาเฟสบุ๊ค กุรกิจทุกชนิดต้องมีการทำโฆษณา  วิะีการที่เรากล่าวมาเบื้องต้นเป็นการทำโฆษณาที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายและคุณสามารถทำได้เอง  แต่หากคุณต้องการได้รับผลลัพธ์ที่มากขึ้น ขายได้มากขึ้น มีลูกค้ามากขึ้น คุณต้องพึ่งการลงโฆษณาสินค้ากับเฟสบุ๊คซึ่งมีค่าใช้จ่ายและงบประมาณในส่วนนี้ที่ต้องเตรียมไว้ และต้องศึกษาในเรื่องการลงแอดเฟสบุ๊คให้ดี รู้จักวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเชิงลึก รูปแบบการลงโฆษณาแบบต่างๆ  และวัตถุประสงค์ในการลงโฆษณาอีกด้วย คุณสามารถยิงโฆษณาเฟสบุ๊คได้เอถ้ามีความรู้พื้นฐานหรือจะจ้างมืออาชีพในการจับจ้างโฆษณาก็ทำได้เช่นกัน และนี่ก็เป็นรายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับการกระตุ้นการเยี่ยมชมหน้าร้านบน Facebook Fanpage ซึ่งเป็นวิธีการกระตุ้นให้ผู้คนในพื้นที่ใกล้เคียง และกลุ้มเป้าหมายที่สนใจสินค้าในบริเวณนั้นๆ เข้ามาเยี่ยมชมธุรกิจของคุณ ช่วยเพิ่มยอดขาย ซึ่งในปัจจุบันนี้ร้านค้าส่วนใหญ่จะนิยมเลือกใช้การโฆษณาผ่านทาง Facebook และเพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการโฆษณา คุณจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ในการเยี่ยมชมหน้าร้านให้ชัดเจน สร้างหน้าเพจให้ดึงดูดใจและโดดเด่นมากที่สุด รวมไปถึงนำข้อมูลเชิงลึกจากการโฆษณาที่ได้มาวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนให้เกิดผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อที่จะทำให้คุณสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ที่ตั้งธุรกิจได้อย่างดีมากยิ่งขึ้น

Read more

รับปักหมุด google my business เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ

Google My Business

รับปักหมุด google my business เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ หากคุณทำธุรกิจ เป็นเจ้าของร้านค้า ร้านอาหาร บริษัท โรงแรม ที่พัก ร้านกาแฟ สปา ฯลฯ การปักหมุดหรือลงข้อมูลธุรกิจบน Google Map นั้นจะช่วยพาลูกค้ามาหาคุณได้อย่างต่อเนื่องและแทบจะไม่ต้องเสียเงินมากมายไปกับการโปรโมทเลย อยากรู้แล้วใช่ไหมว่าการปักหมุดบน  google my business  ดียังไง ตามเรามาดูกันเลย Q: แล้วทำไมถึงต้องลงข้อมูลธุรกิจใน Google Maps? A: นั่นเป็นเพราะว่าคนส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้เวลานึกอยากจะหาหรืออยากจะได้อะไร ก็มักจะค้นหาของหรือข้อมูลที่ต้องการผ่านเว็บ Search Engine และเว็บที่เป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง ซึ่งจากสถิตินั้นคนไทยกว่า 98% ใช้เว็บ Google ในการหาข้อมูล คนเยอะขนาดนี้ ทำไมจะต้องพลาดที่จะลง Google Maps เพื่อโปรโมทร้านค้าหรือธุรกิจของคุณซะล่ะ? แถมยังลงได้ทั้งข้อมูล เบอร์ติดต่อ รวมไปถึงแผนที่ตั้ง พิกัดของสถานที่ และแจ้งวันเวลาเปิดปิดได้อีกด้วย แล้วที่สำคัญเลยก็คือเดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็มีสมาร์ทโฟนกันอยู่ในมือ การลง Google Maps เอาไว้ ก็จะทำให้ทุกคนสามารถมีโอกาสค้นเจอธุรกิจของเราได้ตลอดเวลานั่นเอง Q: แล้ว Google Maps มีส่วนช่วยอะไรธุรกิจกันล่ะ? A: สิ่งแรกเลยก็คือการสร้างความน่าเชื่อถือ การที่ลูกค้าได้เห็นว่าร้านหรือสถานที่ของคุณมีที่ตั้งแน่นอน มีข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ครบถ้วน นั่นก็ทำให้ลูกค้าตัดสินใจที่จะสอบถามหรือเดินทางมาได้ง่ายขึ้น โดยธุรกิจหรือร้านค้าที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้กับ Google Maps และยืนยันข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้หมุดสีแดงปักลงบนแผนที่ และทาง Google ก็จะแสดงข้อมูลธุรกิจของเราเมื่อมีการสืบค้นคำที่สอดคล้องกับ Keyword ของเรานั่นเอง A: อย่างที่สองก็คือสามารถใส่รายละเอียดต่าง ๆ ของธุรกิจหรือร้านค้าได้ ว่าเป็นธุรกิจประเภทใด มีสินค้าชนิดไหน เปิดร้านกี่โมง ปิดร้านตอนไหน เบอร์โทรติดต่อ อีเมล ลิงก์เข้าเว็บไซต์ อะไรที่คุณมี สามารถใส่ลงไปได้หมด นอกจากนี้ยังสามารถใส่รูปภาพโลโก้ร้านหรือว่ารูปสินค้าได้อีกด้วย โดยทาง Google จะทำการสร้างหน้าเพจมาให้เรา ซึ่งก็จะคล้ายพวกหน้าเพจใน Facebook โดยจะเรียกว่า GooglePlus Page A: ช่วยให้เราสามารถติดตามผลข้อมูลเชิงลึก (Analytics) หรือดูพวกสถิติต่าง ๆ ได้ว่ามีผู้คนเข้ามาดูหรือค้นหาธุรกิจของเราบนแผนที่ Google Maps มากน้อยแค่ไหน ทั้งจำนวนการเข้าดูรายวัน จำนวนดูทั้งหมด จำนวนการคลิกเข้าไปดูข้อมูล จำนวนการคลิกไปดูเว็บไซต์ และการมีส่วนร่วมอย่างเช่นการคอมเม้นต์หรือการแชร์ Q: ปักหมุดบน Google Maps เองไม่เป็น จ้างทำได้มั้ย? A: แน่นอนว่าสามารถทำได้แถมไม่ยากเลยด้วย แค่ทำตามขั้นตอนการจ้างปักหมุด Google Maps ดังนี้ โทรมาหาเราหรือ inbox มาทาง Facebook แจ้งว่าสนใจที่จะปักหมุดธุรกิจ แจ้งชื่อผู้ติดต่อและช่องทางติดต่อกลับ เช่น เบอร์โทร e-mail หรือ LINE รอรับข้อมูลจากเราผ่านช่องทางการติดต่อที่ให้ไว้ ทำการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ตามที่เราได้ทำการแจ้งไปแล้วส่งกลับมาทาง e-mail การปักหมุดบน Google Maps ปกติต้องรอจดหมายแจ้งรหัส Verified Pin code จากทาง Google ซึ่งจะส่งมาตามที่อยู่ของสถานที่ที่ได้ทำการปักหมุด โดยทั่วไปจะใช้เวลา 14-21 วัน เมื่อท่านได้รับจดหมายแจ้ง Verified Pin code มาแล้ว ให้แจ้งรหัส Pin code มาให้เราเพื่อการทำ Activate ต่อไป เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางเราจะทำการสรุปงานทั้งหมดแล้วส่งอีเมล์พร้อมกับลิงก์ Google Mapsที่สมบูรณ์ไปให้ทาง e-mail เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย   ถ้าหากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ร้านค้า หรือใด ๆ ก็ตามที่ต้องการให้ผู้คนค้นหาเจอและเดินทางไปถึงแล้วล่ะก็ อย่าพลาดที่จะลง Google Maps เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่ช่วยนำทางให้ลูกค้าเดินทางไปหาคุณได้นั่นเอง

Read more

ทำความรู้จัก Taboola โฆษณาด้วยคอนเทนต์แบบเนียนๆ

ทำความรู้จัก Taboola โฆษณาด้วยคอนเทนต์แบบเนียนๆ

ทำความรู้จัก Taboola โฆษณาด้วยคอนเทนต์แบบเนียนๆ Taboola (ทาบูล่า) คือ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแสดงผลคอนเทนต์ (Content Discovery Platform) ที่แสดง Content Marketing (เนื้อหาทางการตลาดซึ่งไม่ได้จำกัดแค่บทความหรือวิดีโอ เราเรียกสั้นๆ ว่า Content – คอนเทนต์) โดยจะแสดงคอนเทนต์ ควบคู่ไปกับบทความหลักของเว็บไซต์ โดยมีเป้าหมายเพื่อการโฆษณา หวังผลให้คอนเทนต์ที่ผ่านตากลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มาอ่านบทความหลัก การทำโฆษณาด้วยแพลตฟอร์ม Taboola แบบนี้เราเรียกว่า Native Advertising (Native Ads) หมายถึงโฆษณาที่แนบเนียนไปกับคอนเทนต์นั้นๆ Taboola จะมีรูปแบบการโฆษณาอย่างแนบเนียน ด้วยการใช้รูปแบบเนื้อหาเดียวกันกับเนื้อหาปกติที่เว็บไซต์เหล่านั้นเผยแพร่อยู่ ทำให้ผู้เข้าชมเว็บที่กำลังอ่านเนื้อหาของเว็บไซต์ ไม่รู้สึกว่าเนื้อหาเหล่านี้เป็นการโฆษณา และกดเข้าไปอ่าน/ รับชมคอนเทนต์โฆษณาของ Taboola โดยไม่รู้ตัว กว่าจะทราบหรือรู้ตัวว่าเป็นโฆษณาก็อ่าน / รับชม ไปจนจบแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้เข้าชมเว็บเหล่านั้นรู้สึกแย่ต่อเนื้อหาคอนเทนต์ที่ได้อ่าน/รับชม หรือ รู้สึกแย่ต่อแบรนด์ หนำซ้ำยังรู้สึกดีที่ได้ข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มขึ้น Taboola จะสร้างสรรค์หรือคัดกรองคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับเนื้อหาของเว็บไซต์พาร์ทเนอร์ที่จะไปปรากฏ ซึ่งมักจะแนะนำโฆษณาอยู่บริเวณตรงกลาง หรือตอนท้ายของหน้าคอนเทนต์ ในขณะที่เรากำลังไล่ดูข้อมูลแต่ละหัวข้ออยู่ ทำให้เกิดอัตราการคลิก CTR (Click Through Rate) สูงกว่าแพลดฟอร์มอื่นๆ เป็นผลดีต่อการทำโฆษณาแบบ CPC (Cost per Click) ที่จะเสียเงินเมื่อเกิดการคลิกเข้าไปอ่าน หากไม่คลิกเข้าไปอ่านหรือรับชมก็จะไม่ต้องเสียเงิน ซึ่งผู้ที่คลิกเข้าไปมีโอกาสที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายค่อนข้างสูงเลยทีเดียว        และในด้านการรับชมโฆษณาผ่านวิดีโอ Taboola ประสบความสำเร็จด้วยอัตราการรับชมโฆษณาจนจบ 45 วินาที สูงกว่า Facebook จึงเห็นได้ชัดเจนว่าแพลตฟอร์ม Taboola ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากกว่า แพลตฟอร์มอื่นๆ Taboola แตกต่างจาก Google ยังไง ตอบให้เข้าใจได้ง่ายก็คือ Taboola เนียนกว่า Google เพราะในขณะที่ Google ดักกรองการค้นหาของเรา แล้วเอามายัดเยียดโฆษณาขายของกันตรงๆ Taboola กลับทำเนียนส่งContent โฆษณามาให้เราแล้วเนียนพาเราไปยังเว็บไซต์แบบนิ่งๆ เราแทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า กำลังจะโดนขายของ   เราจะเจอ Taboola ได้ที่ไหน Taboola เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแสดงผลคอนเทนต์ (Content Discovery Platform) ที่รองรับการแสดงผลคอนเทนต์หลายสิบภาษาทั่วโลก ที่มีการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เป็นสื่อหลักจากทั่วโลกมากกว่า 23,000สำนักเว็บไซต์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ Taboola ส่วนใหญ่จะเป็นเว็บไซต์สำนักข่าวชื่อดัง หรือเว็บไซต์ที่มีผู้ติดตามอ่าน/รับชม บทความและคลิปวิดีโอ เป็นจำนวนมาก อย่างในประเทศไทย ก็มีเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ต่างๆ เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ของ Taboola อาทิ ข่าวสด, มติชน, Sanook.com และล่าสุดขาใหญ่อย่าง “ไทยรัฐ” ก็ได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของ Taboola ด้วย ธุรกิจไหนควรใช้ Taboola ทุกธุรกิจสามารถใช้บริการแพลตฟอร์ม Taboola ได้ แต่ธุรกิจที่ควรใช้การโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Taboola เลยก็คือ อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ ความงาม และเครื่องสำอาง Gadget และ Smartphone ประกันภัย สินเชื่อ บัตรเครดิต ท่องเที่ยว สินค้าอุปโภคบริโภค เพราะธุรกิจเหล่านี้จำเป็นต้องดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาอ่านคุณสมบัติและเนื้อหาของสินค้าหรือบริการ ซึ่งจะให้ผลแตกต่างกันไปตามจุดมุ่งหมายของแต่ละธุรกิจ อาทิเช่น บางธุรกิจจะมุ่งเน้นให้สร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ของลูกค้า ให้รู้ว่า มีสินค้าและบริการของเราที่สามารถตอบสนองและช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ สร้างหรือตอกย้ำภาพลักษณ์ในใจของลูกค้า,  แต่ในบางธุรกิจ ก็อาจจะต้องการสื่อสารและชักจูงให้ลูกค้า เข้ามาลงทะเบียน เพื่อเข้ามาสัมผัสและทดลองสินค้าและบริการของเรา เป็นต้น ซึ่งแต่ละจุดมุ่งหมาย ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการตลาดของธุรกิจว่าในช่วงเวลานั้นจะต้องการทำอะไร Taboola ยังพัฒนาต่อไปไม่หยุดยั้ง เพราะในอนาคตรูปแบบการแสดงผลคอนเทนต์จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ มือถือ แต่จะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน ไมว่าจะเป็นหน้าจอ GPS ระหว่างขับรถไปทำงาน หน้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่แสดงสูตรทำอาหาร หน้าตู้เสื้อผ้าที่จะคอยแนะนำเทรนด์การแต่งกาย หรือ รายงานสภาพอากาศให้คุณเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน เรียกได้ว่า ในอนาคตข้างหน้า Taboola จะแฝงตัวเนียนโฆษณาอยู่ทุกหน้าจอรอบตัวลูกค้าเราเลยทีเดียว

Read more

LINE Idol เทรนด์การตลาดใหม่ เน้น Influencer เพื่อกระตุ้นยอดขาย

Line-Idol-01
LINE Idol เทรนด์การตลาดใหม่ เน้น Influencer เพื่อกระตุ้นยอดขาย  และแล้ว LINE ประเทศไทย ก็ได้มีบริการที่เรียกว่า LINE Idol ซึ่งเป็นบริการใหม่จาก LINE จัดมาเพื่อรับเทรนด์ตลาด Influencer กันโดยเฉพาะเลย ว่าแต่ LINE Idol นั้นจะมีอะไรกันบ้างนั้นเราก็ไปดูกันเลยดีกว่า สำหรับ LINE Idol นั้นจะแบ่งตามประเภทของ Influencer เป็นหลัก โดยจะแบ่งออกเป็น 4 categories ด้วยกันก็คือ กลุ่มศิลปิน ได้แก่ ดารา นักร้อง นักแสดง ที่มีฐานแฟนคลับบนโซเชียลมีเดียอยู่เยอะ ๆ กลุ่มเน็ตไอดอล ในที่นี้จะหมายถึงคนที่ไม่ใช่ดารา นักแสดง หรือว่านักร้อง แต่จะเป็นคนมีชื่อเสียง มีคนติดตามในโลกออนไลน์เยอะ กลุ่มบล็อกเกอร์ ซึ่งหมายถึงคนที่มีคอนเทนต์ หรือมีความเชี่ยวชาญในเรื่องต่าง ๆ เมื่อลงเนื้อหาหรือคอนเทนต์แล้วมีคนติดตามอ่านเยอะ เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อความคิดของผู้คน เช่น บิวตี้บล็อกเกอร์ บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว บล็อกเกอร์อาหาร ฯลฯ เป็นต้น กลุ่ม Publisher กลุ่มนี้จะเน้นแม็กกาซีนหรือนิตยสารเป็นหลัก โดย LINE Idol ก็จะทำหน้าที่เป็นแพล็ทฟอร์มที่มีคุณภาพให้กับ Publisher เหล่านี้   LINE Idol ช่วยยกระดับมาตรฐานตลาด Influencer ได้อย่างไร? เนื่องจากเทรนด์ของการเติบโตในตลาด Influencer ในประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แต่โดยทั่วไปแล้วยังดูไม่ค่อยมีมาตรฐานเป็นแบบแผนเท่าไหร่นัก ดังนั้น LINE Idol จึงต้องการสร้างมาตรฐานเพื่อยกระดับตลาด Influencer ให้ออกมาดีขึ้น โดยการสร้างข้อกำหนดและสร้างสิ่งแวดล้อมให้เกิดความปลอดภัยและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจก็จะสามารถเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงไอดอล ดารา หรือพับลิชเชอร์ต่าง ๆ ที่อยู่ใน LINE Idol ก็จะโตขึ้นได้เร็วตามไปด้วยนั่นเอง   สิ่งที่แบรนด์ เอเจนซี่ Influencer จะได้รับ แน่นอนว่าแบรนด์และเอเจนซี่นั้นต่างก็อยากได้ Influencer ที่มีคุณภาพ ดังนั้น LINE Idol จึงช่วยให้แต่ละฝ่ายทำงานได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งเมื่อ Influencer ที่อยู่ใน LINE Idol นั้นมีมาตรฐานที่ดี แบรนด์และเอเจนซี่ ก็จะได้ประโยชน์ในเรื่องของการแพลนนิ่งเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะจะช่วยลดความกังวลในเรื่องของ Brand Safety หรือลดความเสี่ยงเกี่ยวกับการเลือก Influencer ลงไปได้ สำหรับทาง Influencer เองนั้นก็จะเป็นการเพิ่มช่องทางในการทำงานได้มากขึ้น และที่สำคัญคือ ทาง LINE ก็จะช่วยหาลูกค้ามาให้อีกด้วย   การแบ่งรายได้ และบทลงโทษต่าง ๆ LINE Idol จะมีโมเดลในเรื่องของราคาและการแบ่งรายได้ที่เป็นมาตรฐานชัดเจน โดยทาง LINE จะเป็นผู้กำหนดราคาเองเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดที่ทุกคนยอมรับได้  ส่วนการแบ่งรายได้โดยทั่วไปถ้าทาง LINE เป็นคนหาโฆษณาหรือหาลูกค้ามาให้ก็จะมีการขอส่วนแบ่งรายได้ แต่ถ้าหากว่า LINE ไม่ได้เกี่ยวข้องในการหาลูกค้าก็จะไม่มีการเข้าไปขอส่วนแบ่งรายได้แต่อย่างใด แต่จะขอเข้าไปควบคุมกำกับดูแลในส่วนของคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมโดยเฉพาะในแง่ของกฎหมาย เช่น กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ กฎหมายยาสูบ กฎหมายเซ็นเซอร์ เป็นต้น พร้อมกับแจ้งข้อบังคับต่าง ๆ ของทาง LINE Idol ที่ชัดเจน ถ้าหากพบว่ามีการละเมิดข้อตกลงก็จะถูกปิดเพจและไม่ให้ใช้ LINE Idol ได้อีก   ต้องทำอย่างไรถึงจะได้มาอยู่ใน LINE Idol สำหรับในกลุ่ม Publisher นั้นสามารถติดต่อกับทาง LINE หรือติดต่อกับทีม Advertising ได้โดยตรง ส่วน Influencer ในกลุ่มอื่นนั้นทาง LINE Idol จะทำการติดต่อผ่านเอเจนซี่ ส่วนในกรณีที่ Influencer ไม่มีต้นสังกัดหรือเอเจนซี่นั้นก็อาจจะต้องติดต่อกับเอเจนซี่ที่จะสามารถเข้าไปใน LINE Idol ได้นั่นเอง   เรียกได้ว่าเป็นบริการใหม่ที่ช่วยส่งเสริมและยกมาตรฐานตลาด Influencer ผ่านแพลตฟอร์มของ LINE ที่มีความน่าสนใจไม่น้อยกันเลยทีเดียว ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า LINE Idol นั้นจะช่วยยกระดับมาตรฐานของ Influencer ได้จริงอย่างที่บอกหรือไม่ และจะได้รับการตอบรับจากกลุ่ม ศิลปิน เน็ตไอดอล บล็อกเกอร์ และ Publisher ได้มากน้อยสักแค่ไหนนั่นเอง
Read more

10 ข้อต้องรู้ ก่อนคิดจะเพิ่มยอดขาย เพิ่มรายได้ด้วยการรีแบรนด์

เพิ่มยอดขาย
10 ข้อต้องรู้ ก่อนคิดจะเพิ่มยอดขาย เพิ่มรายได้ด้วยการรีแบรนด์  เมื่อเราขายสินค้าออนไลน์ มาจนถึง ระยะเวลายาวนานพอสมควร  เราจึงต้องการที่จะเพิ่มยอดขาย โดยการเพิ่มฐานลูกค้า พัฒนาสินค้า และปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์  การรีแบรนด์ จึงเป็นสิ่งที่ เราจะต้องทำ  แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่า การรีแบรนด์นั้น อาจจะส่งผลเสียกับแบรนด์ของเราได้ หากเราไม่ศึกษากลยุทธ์ให้ดีก่อน วันนี้ grapfic buffet จึงได้รวบรวม 10 คำถามก่อนที่จะ รีแบรนด์ มาให้เพื่อนๆ ได้ลองศึกษากันดูก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การรีแบรนด์นี้ ได้สร้างมูลค่าธุรกิจให้กับเพื่อนๆ ได้อย่างแท้จริง ทำไมต้องรีแบรนด์ ลองถามตัวเองให้แน่ใจก่อนนะคะ ว่ามีเหตุผลใดที่ต้องรีแบรนด์ รีแบรนด์เพื่ออะไร หากเพื่อนๆ หาเหตุผลนั้นได้ และมีเหตุผลเพียงพอ ก็ไปที่ข้อต่อไปเลยค่ะ การสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ที่ผ่านมา ผิดพลาด หรือล้าสมัยหรือไม่ เราต้องรู้ว่าที่ผ่านมาแบรนด์ของเรานั้นมีอะไรที่ผิดพลาด อย่างเช่น การสื่อสารกับลูกค้าไม่ตรงเป้าหมาย หรือแบรนด์ของเราล้าสมัยเกินไปหรือไม่ ถ้าหากใช่แล้วก็เดินหน้าต่อไปเลยค่ะ การรีแบรนด์จะส่งผลอย่างไรบ้าง ให้เพื่อนๆ ลองลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ ดูนะคะ หากการรีแบรนด์นี้ ส่งผลในทางที่ดีเป็นส่วนใหญ่ ก็จัดไปเลยค่ะ การรีแบรนด์ จะทำให้ลูกค้ายังจดจำแบรนด์ได้อยู่หรือไม่ ข้อนี้เพื่อนๆ ต้องคิดวิเคราะห์ให้ดีนะคะ อาจจะต้องลงไปวิจัยตลาดด้วยตัวเอง หรือโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ให้ลูกค้ายังสามารถจดจำแบรนด์ได้ ทำไมใครๆ ถึงต้องให้ความสนใจกับแบรนด์ของเรา หากเรารีแบรนด์แล้ว เราต้องรู้ว่าแบรนด์ของเรานั้นมีความโดดเด่นอย่างไร มีอะไรเหนือคู่แข่ง ที่จะดึงดูดให้คนมาสนใจแบรนด์ของเรา เพราะถ้าเราหาจุดเด่นไม่ได้ แบรนด์ของเราก็จะไม่เป็นที่สนใจ และไม่น่าจดจำอีกด้วยค่ะ จุดยืนของแบรนด์คืออะไร สิ่งที่เป็นหัวใจของการทำธุรกิจ เช่น ธุรกิจที่ทำคืออะไร สินค้าที่ขายมีอะไรบ้าง ลูกค้าเป้าหมายมีกลุ่มไหนบ้าง และใครคือคู่แข่งของธุรกิจของเรา จะสร้างมูลค่า และความแตกต่างให้กับสินค้าอย่างไร ออกแบบโลโก้อย่างไร คำถามนี้ต้องอาศัยดีไซเนอร์ช่วยในการออกแบบ ซึ่งโลโก้ใหม่ที่ออกแบบนี้ จะต้องมีความทันสมัย สามารถจดจำได้ง่าย หรือไม่ สื่อถึงสินค้าของเราได้ครบถ้วนหรือไม่ ผลที่ได้จากการรีแบรนด์ ในระยะยาวจะเป็นอย่างไร การจะรีแบรนด์เราต้องมองที่ผลระยะยาว เช่น 5 ปี หรือ 10 ปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะการรีแบรนด์บ่อยๆ นั้นไม่ส่งผลดี เพราะอาจกระทบกับยอดขาย ฐานลูกค้า และความน่าเชื่อถือของสินค้าของเราได้นั่นเอง ทุกฝ่ายให้การสนับสนุนหรือไม่ การรีแบรนด์ ต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย เพราะการรีแบรนด์ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโลโก้เท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ เปลี่ยนกลยุทธ์ และเปลี่ยนจุดขายใหม่ทั้งหมดขององค์กร ดังนั้นทุกฝ่ายต้องสนับสนุน ให้คำปรึกษา และมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เป้าหมายการรีแบรนด์ครั้งนี้ เป็นวิวัฒนาการ (Evolution) หรือเป็นการปฎิวัติแบรนด์ (Revolution) เราควรรู้เป้าหมายที่แท้จริงของการรีแบรนด์ค่ะ ว่าแบรนด์ของเราจะพัฒนาเพิ่มเติมจากแบรนด์เดิม Evolution หรือจะปฏิวัติ ระบบใหม่ทั้งหมด Revolution เมื่อเรารู้ทิศทางของการรีแบรนด์ที่แน่นอนแล้ว ก็ลงมือทำได้เลยค่ะ   ก็ครบกันไป 10 ข้อแล้วนะคะ กับ 10 คำถามก่อนที่จะ รีแบรนด์ จะเห็นได้ว่า การรีแบรนด์นี้ มันก็คล้ายๆ กับการที่เราจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองนั่นแหละค่ะ เพราะถ้าหากทุกอย่างชัดเจนและครอบคลุมทั้งกลยุทธ์และวิธีการ มันก็เปลี่ยนได้  ซึ่งหากเพื่อนๆ มีคำตอบที่อยู่ในแนวทางที่เป็นผลบวก และมีเป้าหมาย มีหลักยึดที่เชื่อมั่น และมีทรัพยากรทั้งเงินลงทุน และเวลาที่พร้อมแล้วว่า การรีแบรนด์ในครั้งนี้จะส่งผลดี และทำให้แบรนด์ของเรานั้นประสบผลสำเร็จ เราก็ควรจะเดินหน้าต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เลยทันทีค่ะ แต่ถ้าหากคำตอบที่ได้มันยังไม่ชัดเจนก็อย่าฝืนเลยค่ะ เพราะทำไปทำมา มันก็จะกลับมาที่เดิม หรืออาจแย่กว่าเดิมก็เป็นได้ค่ะ
Read more

สรุปเทรนด์การออกแบบโลโก้ประจำปี 2018

การออกแบบโลโก้

สรุปเทรนด์การออกแบบโลโก้ประจำปี 2018 สรุปเทรนด์การออกแบบโลโก้ประจำปี 2018 หากได้ลองถามกราฟิกดีไซน์เนอร์เกี่ยวกับความยากในการออกแบบแล้วล่ะก็เชื่อเลยว่าทุกคนคงต้องตอบกันเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่ยากที่สุดคือ “การออกแบบโลโก้ ” อย่างแน่นอน ต้องรีบบอกให้กับใครหลายๆคนที่อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมโลโก้ถึงออกแบบยาก ทั้งๆที่มันคือส่วนที่มีรายละเอียดน้อยที่สุดและดูง่ายกว่าส่วนอื่นๆซะด้วยซ้ำ มันคือเรื่องจริงที่โลโก้ดูง่าย แต่สิ่งที่ยากคือการคิดและการตีความออกมาให้มันดูง่าย โดยจะต้องนำความง่ายและน่าจดจำนั้นมาใส่ในการออกแบบ ซึ่งในความง่ายนั้นต้องมีครบทุกองค์ประกอบของแบรนด์นั้นๆและนำสะท้อนออกมาเป็นตราสัญลักษณ์ หรือ โลโก้ นั่นเอง ดังนั้นเหล่านักกราฟิกดีไซน์เนอร์ทั้งหลายจึงถือได้ว่าโลโก้เป็นสิ่งที่ยากที่สุดและต้องใช้ระยะเวลาในการวิเคราะห์เพื่อนำมาออกแบบนานพอสมควร โดยการออกแบบโลโก้นั้นก็มีความแตกต่างกันไปอาจจะขึ้นอยู่ที่ความต้องการของผู้ว่าจ้าง หรืออาจจะเป็นไอเดียสุดบรรเจิดของนักออกแบบเองก็ตาม แต่ไม่ยังไงก็แล้วแต่การเกราะติดกระแสความเป้นไปในการออกแบบก็อาจจะช่วยทำให้งานของคุณแปลกใหม่และเป็นที่น่าสนใจมากข้นกว่าเดิม วันนี้เราจึงได้รวบรวมเทรนด์การออกแบบโลโก้ ที่พลาดไม่ได้มาให้คุณได้อัพเดตกัน 1.สร้างแสงและเงา (SHADOW BREAKS) การออกแบบโลโก้สไตล์แรกคือการสร้างแสงและเงาเพื่อให้ภาพโลโก้มีความโดดเด่นและสมจริง หลักการคือการใช้สี เส้นและรูปทรงที่เรียบง่ายมาประกอบรวมกัน จากนั้นจึงเพิ่มเติมเงาเข้าไปตามจุดต่างๆ ให้เกิดมิติและความรู้สึกสมจริง รวมไปถึงการเพิ่มระดับความเข้มของสีก็จัดอยู่ในรูปแบบนี้เช่นกัน 2.ภาพเลือน (FADES) ภาพเลือนเป็นการออกแบบโลโก้ที่เพิ่มลูกเล่นน่าสนใจให้กับรูปภาพหรือข้อความที่เราใช้ทำโลโก้ โดยทำให้บางส่วนเลือนหายไปอย่างนุ่มนวลคล้ายกับมีหมอกหรือควันมาบดบัง ช่วยทำให้โลโก้แปลกใหม่ น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ และยังช่วยกระตุ้นจินตนาการของผู้ที่ได้เห็นโดยอัตโนมัติ 3.กล่องข้อความ (TEXT BOX) สำหรับการออกแบบโลโก้แบบกล่องข้อความนั้น เน้นความเรียบง่ายสไตล์มินิมอลลิสม์ แต่เก๋และไม่น่าเบื่อ เป็นสไตล์คลาสสิคตลอดกาล ออกแบบประเภทกล่องข้อความคือการสร้างรูปร่างที่เราต้องการ โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สีและฟอนท์ตัวอักษร 4.การละเว้นคำพูด (ELLIPSES) กรละเว้นคำพุดที่เราหมายถึงนี้ก็คือการสัญลักษณ์ “……” ลงไปในการอออกแบบโลโก้ด้วย การออกแบบโลโก้โดยใช้เจ้าจุดสามจุดนี้เป็นเทรนด์ใหม่ล่าสุดจริงๆ โดยเลือกใช้งานสัญลักษณ์จุดสามจุด เพื่อสร้างความสงสัย ทำให้ผู้ที่เห็นโลโก้รู้สึกอยากติดตามว่าแบรนด์ของเราจะพูดหรือจะสื่ออะไรกับกลุ่มลูกค้า เป็นเทรนด์ที่ล้ำไปอีกจริงๆ แต่หากใครที่อาจจะยังต้องการไอเดียในการออกแบบโลโก้มาใช้กับงานของคุณแล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าคุณคงต้องเกิดไอเดียเจ๋งๆขึ้นมาอย่างแน่นอน แต่หากคุณคือชาวกราฟิกดีไซน์เนอร์บทความนี้จะช่วยต่อยอดไอเดียของคุณได้เป็นอย่างดี และคุณยังสามารถนำไปพัฒนาการทำงานของคุณให้เกิดความหลากหลายและสร้างความโดดเด่น ข้อูลอ้างอิง khaodesign

Read more

รู้ลึก!! 15 คำศัพท์ทางเทคนิคเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์

ศัพท์การทำเว็บไซต์
รู้ลึก!! 15 คำศัพท์ทางเทคนิคเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ รู้ลึก!! 15 คำศัพท์ทางเทคนิคเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ สมัยที่โลกออนไลน์ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ อย่างแยกออกจากกันได้ยาก ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว ผู้คนมักนิยมใช้เว็บไซต์ในการทำสิ่งต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งใช้เพื่อการหาความรู้ ใช้เพื่อความบันเทิงและสร้างสรรค์ หรือใช้เพื่อทำประโยชน์ทางธุรกิจ ถือได้ว่าช่องทางออนไลน์ทางเว็บไซต์ยังคงได้รับความนิยมอย่างมหาศาลแบบต่อเนื่อง จึงทำให้ใครหลายๆคนนำมาใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจหรือองค์กรต่างๆเพื่อเป็นช่องทางการสื่อสาร การติดต่อ และช่องทางในการพรีเซนท์สิ่งต่างๆของตัวเอง โดยไม่ต้องเหนื่อยและเสียเวลาอย่างเมื่อก่อน เพราเหตุนี้ เว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยการใช้งานที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จากผู้ทั่วไป  โดยที่บางครั้งเราเองซึ่งไม่ได้มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับคำศัพท์ที่แสดงผลอยู่เลย แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องใช้งานหรือจะต้องใช้บริการก็ตาม เราควรที่จะต้องรู้คำศัพท์เบื้องต้นของโลกออนไลน์บนเว็บไซต์นี้อยู่ให้ดีพอสมควรและด้วยเหตุผลนี้ เราชาว ”กราฟฟิก บุฟเฟ่ต์” ผู้ที่ให้บริการในด้านของการออกแบบเว็บไซต์ จึงอยากให้ทุกๆคนได้ทราบคำศัพท์ต่างๆในเบื้องต้น  เพื่อนำไปใช้งาน ในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้นกว่าที่เคย 1.เว็บเพจ (WebPage)  หน้าเว็บที่เราเห็นเมื่อใช้โปรแกรมเว็บบราวเซอร์เปิดเว็บไซต์ขึ้นมา อาจกล่าวได้ว่าเว็บเพจก็คือ ไฟล์ 1 ไฟล์ ที่มีนามสกุลเป็น .htm หรือ .html 2.เว็บไซต์ (WebSite) ประกอบด้วยเว็บเพจหลายหน้า โดยเว็บเพจแต่ละหน้าจะอยู่ภายใต้ชื่อหนึ่งชื่อที่เหมือนกัน เช่น เว็บไซต์  www.graphicbuffet.co.th 3.โฮมเพจ (Homepage)  เว็บเพจหน้าแรกของเว็บไซต์ใด ๆ แต่คนไทยมักจะพูดจนติดปากในความหมายว่าโฮมเพจก็คือ เว็บไซต์ส่วนตัวของคน ๆ หนึ่ง 4.เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web Server)  ทำหน้าที่เก็บเว็บไซต์ และให้บริการเกี่ยวกับเว็บตามที่เว็บบราวเซอร์ร้องขอข้อมูลมา 5.เว็บบราวเซอร์ (Web Browser) โปรแกรมที่ใช้เปิดเว็บเพจเรียกสั้น ๆ ว่า บราวเซอร์มีหน้าที่ติดต่อกับเว็บเซิร์ฟเวอร์เพื่อขอข้อมูล 6.เว็บมาสเตอร์ (Webmaster) เป็นชื่อเรียกผู้ดูแลเว็บไซต์ 7.แบนเนอร์ (Banner) เป็นรูปภาพที่ปรากฏบนเว็บเพจเพื่อแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของเว็บไซต์หรือเพื่อโฆษณาสินค้าหรือบริการ ปกติจะเป็นรูปภาพเคลื่อนไหวเพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเว็บ 8.SEO หมายถึง ชื่อเต็มชื่อ Search Engine Optimization คือเทคนิคด้านคอมฯ ที่จะทำให้เว็บไซต์ ถูกค้นหาเจอจากเว็บไซต์ Search Engine อย่าง google หรือ yahoo 9.Domain Name คือ ชื่อเว็บไซต์ (ที่ไม่มีการซ้ำกันกับเว็บไซต์อื่นๆ) เช่น google.com, enjoyday.net 10.Hosting  คือ พื้นที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ทั้งหมด โดยเช่าใช้รายปี ขนาดของพื้นที่เก็บข้อมูล ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูลของเว็บไซต์นั้นๆ 11.Template คือ โครงร่างของหน้าเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกใช้งานตามความพึงพอใจ 12.Cache คือส่วนของข้อมูลที่ถูกเก็บซ้ำไว้ เพื่อใช้ในการใช้งานครั้งต่อไปโดยไม่ต้องเรียกข้อมูลจากเว็บไซต์ต้นแหล่งอีกครั้ง ประโยชน์คือ เพิ่มความเร็วในการโหลดสำหรับฝั่ง User และลดโหลดปริมาณมหาศาลในฝั่ง Server หรือก็คือช่วยไม่ให้ Server รับภาระหนักจนเกิดอาการล่ม 13.SEM หมายถึง ชื่อเต็มชื่อ Search Engine Marketing ความหมายเช่นเดียวกับการนำเว็บไซต์ไปลงโฆษณา google adwords เมื่อค้นหาข้อมูลตาม keyword เว็บไซต์ของเราจะถูกเรียกขึ้นมาให้ติดอันดับ 1-10 อันดับแรก (ประมาณนั้น) 14.Worm หมายถึง หนอนอินเทอร์เน็ต เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดยความตั้งใจ ต่างจากไวรัสคอมพิวเตอร์ตรงที่ เวิร์ม (Worm) จะแอบใช้ทรัพยากรของระบบ ทำให้เครื่องถูกลดทอนความสามารถและประสิทธิ์ภาพ เช่น ทำให้เครื่องคอมฯ อืดและทำช้ากว่า ความเร็วที่มี 15.URL ย่อมาจาก Uniform Resource Locator คือ ชื่อหรือพาธที่ใช้อ้างถึงไฟล์ในอินเทอร์เน็ต โดเมนเนม (Domain name) เป็นชื่อเฉพาะของเว็บไซต์ที่ไม่มีการซ้ำกันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องไปจดทะเบียนกับหน่วยงานกลาง ตัวอย่างโดเมนเนม เช่น shc.ac.th และนี่คือคำศัพท์ทั้ง 15 คำ ที่เราอยากจะมานำเสนอให้เพื่อนๆได้รู้กันมากขึ้น หวังว่าคงจพมีประโยชน์ และช่วยตอบความสงสัยค้างคาใจกับคำต่างๆได้บ้างนะคะ    
Read more

รู้ทันความหมายคำศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์

ศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์
รู้ทันความหมายคำศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์ รู้ทันความหมายคำศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์ ในทุกๆวงการต่างก็มีคำศัพท์เฉพาะทาง ที่รู้กันดีในกลุ่มหรืออาชีพนั้นๆ ซึ่งจะมีทั้งในลักษณะทางภาษาพูดและภาษาแสลง ซึ่งเป็นการใช้คำศัพท์ในการสื่อสารแบบเพื่อให้เข้าใจกันเฉพาะในกลุ่ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นเป็นการสร้างความเข้าใจกันเฉพาะกันในกลุ่มโดยเฉพาะ โดยยากที่คนภายนอกจะเข้าใจมันได้ ในฐานะที่เราชาว “กราฟฟิก บุฟเฟ่ต์ ” เป็นตัวแทนของนักกราฟฟิกต์ดีไซน์ เราจึงอยากจะส่งต่อความรู้เรื่องราวในวงการของพวกเราให้ทุกคนได้เข้าใจกับคำศัพท์ หรือ ภาษาที่เราใช้กันสื่อสารกันเอง และบางทีอาจจะต้องมีการใช้สื่อสารกับลูกค้าหรือผู้ที่มาติดต่องานกับเรา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และยังเป้นการเพิ่มความรู้ใหม่ๆให้กับเพื่อนๆได้รู้กันถึงคำศัพท์ต่างๆเหล่านี้  เราจึงได้นำเอาคำศัพท์บางคำที่เป็นทั้งคำศัพท์พื้นฐาน และคำศัพท์ที่ค่อนข้างเจาะลึกมาให้เพื่อนๆได้ทราบกัน ว่าสำหรับนักออกแบบมีความหมายว่าอย่างไร ? เริ่มต้นกันด้วยคำศัพท์ง่ายๆที่ทุกคนอาจจะเคยคุ้นหูกันมาบ้าง Graphic (กราฟิก) / / ซึ่งกราฟิกหมายถึง ลวดลายต่างๆ ไม่ว่าจะจุด จะเส้นหรือสี่เหลี่ยม เรขาคณิต ที่นำมารวมนำมาประกอบเข้าด้วยกันแล้วทำให้เกิดภาพนั่นเอง Design (ดีไซน์) / / คำพื้นฐานที่ความหมายตรงตัวเลยก็คือ การออกแบบหรือสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมานั่นเอง Graphic Design (กราฟิกดีไซน์) / /  เป็นการนำคำสองคำมารวมกัน ทำให้ได้ความหมายขึ้นมาว่า การออกแบบหรือการสร้างสรรค์ลวดลายให้เกิดขึ้นเป็นภาพ Designer (ดีไซน์เนอร์) / / เหมือนเติม – er เข้าไปจึงกลายเป็นบุคคล ดีไซเนอร์ จึงแปลว่านักออกแบบหรือนักสร้างสรรค์ Brief (บรีฟ) / / ในสายงานนี้แน่นอนว่าเราต้องคงคุ้นเคยกันดีเวลามีลูกค้าต้องการออกแบบสินค้า ก็จะต้องรับบรีพจากลูกค้า แล้วบรีฟคืออะไร ? จริงๆ แล้วในภาษาอังกฤษ บรีฟหมายถึง สรุป ย่อ กระชับสั้นๆ เข้าใจง่าย การรับบรีฟ จึงหมายถึง รับข้อสรุปของขอบเขตงานที่ต้องทำ และ ทำให้ตรงตามบรีฟ บรีฟจะช่วยให้เรามีเป้าหมายในการทำงาน และไม่หลุดกรอบไปไหน Concept (คอนเซ็ปต์) / / คอนเซ็ปต์คือแนวคิด โดยจะมีอีกคำที่คล้ายๆ กันคือคำว่า Idea (ไอเดีย) แต่คอนเซ็ปต์จะหมายถึงความคิดโดยรวม ในหนึ่งคอนเซ็ปต์สามารถมีหลายไอเดียที่ช่วยให้คอนเซ็ปต์ ต่อไปนี้จะเป็นคำศัพท์ที่ค่อนข้างเจาะลึกเข้าไปสักนิดนึง อาจจะมีแค่นักออกแบบจริงๆที่มักใช้กัน Typography, Typo (ไทโปกราฟฟี้หรือไทโป) / / หมายถึงการจัดวางตัวอักษร หรือตัวหนังสือในการพิมพ์ Kerning (เคิร์นนิ่ง) / / การตัดวางระยะห่างระหว่างตัวอักษรแต่ละตัวหรือแต่ละประโยคให้ได้ระยะที่ดี Brainstorm (เบรนสตอร์ม) / /  คำว่า Brain แปลว่าสมอง ส่วนคำว่า Storm แปลว่าพายุ พอนำมารวมกัน จึงมีความหมายว่าระดมสมอง การเบรนสตอร์มจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับบรีฟงานมาและเรียกประชุมเพื่อคิดไอเดียและคอนเซ็ปต์ของงานรวมกันนั่นเอง Pitch Work (พิทช์เวิร์ค) / /  การจะได้งานทำหลักๆ มีอยู่ 2 แบบ คือ 1. ทำกับลูกค้าที่จ้างเราทำโดยตรงไม่จำเป็นต้องมีคู่แข่ง แต่ก็มีลูกค้าหลายรายที่อยากได้ทางเลือกเยอะๆ สมมติว่ามีงานเข้ามาภายใต้แบรนด์ A แบรนด์A จะเรียกเอเจนซี่ 2-3 เจ้าที่สนใจ และบอกบรีฟให้ไปทำ หลังจากนั้นก็กลับมาเสนอแผนงานหรือโปรเจคให้กับลูกค้าในเวลาไล่เลี่ยกัน ดังนั้นเอเจนซี่จึงจะต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพและตรงตามบรีฟมากขึ้นเพื่อให้พิทช์งานชนะ 11.Proof (บรู๊ฟ) / / การบรู๊ฟงานคือการตรวจสอบความเรียบร้อยในทุกๆด้าน เพื่อป้องกันความผิดพลาด อาทิเช่นเรื่องสี ตัวอักษร การสะกดคำหรือรายละเอียดอื่นๆ การจะส่งเข้าโรงพิมพ์ คำศัพท์ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำศัพท์พื้นฐานที่เราอาจจะต้องเคยได้ยินหรือไม่เคยไดยินกนมาบ้าง แต่หากว่าเรามีโอกาสที่จะต้องไปติดต่องานกับนักออกแบบ หวังว่าเพื่อนๆทุกคนคงจะพอข้าใจกับคำศัพท์ต่างๆนี้บ้าง  จะได้เป็นการสร้างความรวดเร็วในการติดต่องานมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ
Read more

Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี

อารมณ์และสีของภาพ
Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี วันนี้เรามาว่ากันด้วยเรื่อง “Mood and Tone”ที่หลายคนอาจกำลังสงสัยว่า Mood and Tone คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรและเราต้องใส่ใจมากขนาดไหนในการกำหนด Mood and Tone นี้ จริงๆแล้ว ความหมายของมันคือการกำหนด Concept Design โดยใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นตัวช่วย ‘Mood’ หมายถึง อารมณ์ของภาพ ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน ความเศร้า ความร่าเริง ความสงบ บลาๆ  โดยทุกงานออกแบบนั้นจะบ่งบอกในความเป็นตัวของมันเอง ‘Tone’ คือสีในงานออกแบบ โดยสีนั้นจะบอกความรูสึกของงานหรือที่เรารู้จักกันในสีโทนเย็นหรือว่าสีโทนร้อนนั่นเอง ซึ่งมันคือความต้องการของคุณว่าอยากให้งานของคุณหรือสินค้าของคุณนั้นมีเอกลักษณ์และมีรูปแบบไปในทิศทางไหน ซึ่ง Mood and Tone นั้นยังเป็นสิ่งที่หลายๆวงการการออกแบบใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นนักตกแต่งภายใน นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งวงการแฟชั่น ที่จะต้องมีการมิกซ์แอนด์แมทซ์เสื้อผ้าสีสันต่างๆให้เกิดความน่าสนใจขึ้นมา   Cr.color.romanuke.com   การสร้าง Mood and Tone นั้นสามารถสร้างแนวทางความเป็นเอกลักษณ์ให้กับงานของคุณได้เป็นอย่างดีมาก  ซึ่ง Mood and Tone นั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของการกำหนดสีหลัก หรือสีลอง มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น เพราะ Mood and Tone สามารถสื่อสารอะไรบางอย่างออกมาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบตัวหนังสือ สีสัน รูปแบบกราฟิกที่ใช้ บวกกับการจัดวางที่พาให้งานชิ้นนั้นๆอยู่ในความรู้สึกและอารมณ์บางอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นคุณจะต้องสร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับผู้ที่พบเห็นงานของคุณหรือสินค้าของคุณได้ในทันที Cr.tarisota.typepad.com   Mood and Tone ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการออกแบบ ดังที่เราเห็นกันในบทความก่อนหน้าเรื่อง Design Bief ที่จะต้องมีให้ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับ Mood and Tone อย่างขาดไม่ได้ เพราะถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้นักออกแบบเข้าใจในสิ่งที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ออกแบบได้อย่างชัดเจนอย่างมาก Mood and Tone  ไม่มีข้อจำกัดในการกำหนด เราสามารถเลือกใช้โทนสีได้ตามความรู้สึกหรือตามความต้องการของเราได้อย่างตามใจชอบ ตัวอย่างเช่น หากคุณอยากที่จะออกแบบงานหรือสินค้าที่เกี่ยวกับความเป็นธรรมชาติ แน่นอนว่าคุณก็คงอยากจะให้คนที่เห็นงานออกแบบของคุณนั้นสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติของตัวสินค้าของคุณโดยไม่ต้องใช้คำอธิบายใดๆ ให้มากความ หรือหากงานและสินค้าของคุณเกี่ยวกับความสดใส มีสีสัน ซึ่งแน่นอนว่า Mood and Tone นั้นก็ต้องมีความน่ารักสดใส เพื่อส่งเสริมตัวผลงานและสินค้าของคุณให้เกดความลื่นไหล เข้ากัน โดยจะต้องไม่สกัดกั้นตัวผลงานและสินค้า แต่จะต้องส่งเสริมกับสิ่งนั้นๆ ซึ่งหากคุณสามารถนำ Mood and Tone มาใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับงานหรือสินค้าต่างๆของคุณ  เชื่อได้เลยว่าคุณจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและน่าจดจำสำหรับทุกคนได้ในที่สุด        
Read more

ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief

Design Brief
ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมพวกนักออกแบบถึงต้องใส่ใจกับข้อมูล Design Brief ขนาดนั้นทำไมต้องให้ลูกค้ามานั่งเอกสารเยอะแยะมากมาย ทำไมแค่ฟังการเล่าจากปากลูกค้าเพียงอย่างเดียวถึงไม่พอ ก็นักออกแบบมีหน้าที่คิดอย่างเดียวไม่ใช่หรอ จะดีไซน์แบบไหนก็ลองทำออกมาสิไม่เห็นจะต้องใช้ข้อมูลมากมายขนาดนั้นเลย หลายคนที่ไม่เข้าใจขั้นตอนในการทำออกแบบมักจะเกิดข้อสงสัยแบบผิดๆอยู่เสมอ ซึ่งจริงๆแล้วคุณลองถามตัวเองดูสิว่าก่อนที่คุณจะมาให้นักออกแบบพวกนั้นเค้าออกแบบสินค้าให้กับคุณหรือออกแบบใดๆก็ตาม คุณได้คิดหรือยังว่าคุณอยากให้ออกมาเป็นแบบไหน หลายคนอาจจะมีแนวทางการออกแบบในใจ หรือมีดีไซน์ที่อยากจะให้สินค้าของเราออกมาในรูปแบบนี้อยู่แล้ว แต่บางคนก็ไม่มี ดีไซน์ในใจเลยเสียด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้นเราจะขอแบ่งเป็นสองกรณี กรณีที่หนึ่ง ลูกค้ามีแบบในใจอยู่แล้ว Design Brief ยิ้มนั้นสำคัญเป็นอย่างมากเพราะนอกจากจะช่วยให้ให้นักออกแบบ เข้าใจตรงกับคุณแล้ว ยังทำให้การออกแบบมานั้นมีความรวดเร็วและตรงกับความต้องการของคุณเป็นอย่างมาก ในกรณีที่สองที่ลูกค้าไม่มีดีไซน์ในใจเลยถ้าเป็นแบบนี้ Design Brief ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้นักออกแบบสามารถช่วยคุณได้ทิศทางในการออกแบบนั้นจะเป็นแบบไหนและนักออกแบบจะสามารถนำเสนอในสิ่งที่ตรงกับสินค้าของคุณได้เป็นอย่างดี และหากใครที่กำลังสงสัยว่า Design Brief นั้นมีรายละเอียดสำคัญๆอะไรบ้าง วันนี้เราจะขอสรุปออกมาให้ได้เข้าใจกับ Design Brief มากยิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องมี  Design Brief ... อธิบายเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ ลงไปใน Design Brief ซึ่งในข้อนี้คงจะไม่มีใครรู้ดีกว่าคนอย่างแน่นอน มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดนี่คือสิ่งจำเป็นที่ครูจะต้องอธิบายอย่างคร่าวๆลงไปใน Design bief เพื่อให้เข้าใจในเบื้องต้นเกี่ยวกับสินค้าของคุณ ว่ามันคืออะไร ขายอะไร คู่แข่งของคุณมีใครบ้าง คู่แข่งของคุณมีการออกแบบสไตล์ไหนเพื่อที่นักออกแบบจะได้หาข้อมูลเพื่อมาทำงานต่อและจะต้องหาทางออกแบบเพื่อไม่ให้ตรงกับคู่แข่งของคุณอย่างแน่นอน 2.กลุ่มเป้า สามารถบอกลุ่มหมายได้ เช่น คุณทำสินค้าของคุณออกมานั้นเหมาะกับเป้าหมายกลุ่มไหน เช่น กลุ่มคนวัยทำงานกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยสูงอายุ เพื่อจะให้งานออกแบบนั้นตรง กับความชอบของคุณ และถือว่าเป็นการกำหนดจุดมุ่งหมายของ แบรนด์ออกแบบมา ว่าอยากให้มีลักษณะแบบไหนเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด Mood & Tone คือคุณต้องคิดแบบสีและอารมณ์ของแบรนด์ เพื่อให้สะท้อนตัวตนของแบรนด์ เลือกสีหลัก และ อารมณ์ที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกเมื่อเห็นแบรนด์ของคุณ concept บอกให้ได้ว่าต้องการให้สินค้าของคุณออกแบบมาสไตล์ไหน เช่น ต้องการความโมเดิร์น แนวมินิมอลล์แนวน่ารัก แนวการ์ตูน แนววินเทจ หรือแนวธรรมชาติ นี่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องคิด concept ของมันออกมาก่อนเพื่อที่จะให้เกิดความต่างจากคู่แข่งในตลาด ตัวอย่างงานที่ชอบ เช่น รูปถ่าย รูปวาด รูปสเก็ต โยงเส้น หรือหารูปในอินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นการอธิบายให้เห็นภาพ สี เห็นอารมณ์มากขึ้น  
Read more
Send this to a friend