Currently browsing: Design

เทรนด์สีมาแรงในปี 2018

เทรนด์สีมาแรงในปี 2018
เทรนด์สีมาแรงในปี 2018 เทรนด์สีมาแรงในปี 2018 การวิวัฒนาการของทุกสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมมีเหตุมาจากสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัว ที่มีอิทธิพลส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนอย่างมากมายหลายด้าน และแน่นอนว่าการวิวัฒนานั้นหมายถึง การเปลี่ยนแปลงแต่ยอมไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงธรรมดา แต่คือการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งพื้นฐานที่เคยมีมาแต่ก่อน ทำให้เพิ่มคุณค่าและมุมมองหลายๆ ด้านให้ต่างออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีวันจบ ซึ่งเรื่องราวที่จะนำมาให้ชาวกราฟได้เสพอรรถรสกันนั่น ว่ากันด้วย เรื่องของสีนั่นเอง แน่นอนว่าในช่วงเวลาสถานการณ์ความพิเศษๆในวันเกือบสิ้นปีแบบนี้ เรื่องสีจะต้องไม่ใช่แค่สีธรรมดาๆอย่างแน่นอน เพราะเราจะนำเรื่องราวของสีที่หากทุกคนได้อ่านแล้วจะรู้ทันเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงของเทรนด์สีที่กำลังจะอุบัติขึ้นในปี 2018 อย่างแน่นอน     สำหรับการเปลี่ยนแปลงใน พ.ศ.ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเป็นประจำทุกๆปี สำหรับการประกาศเทรนด์สีมาแรงประจำปี จาก Pantone บริษัทผู้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสีและสิ่งพิมพ์รายใหญ่ของโลก ซึ่งได้ออกมาประกาศแล้วว่าโทนสีที่จะมาแรงจริงๆในปี 2018 นี้ เป็นคิวของ ‘Ultra Violet’ สีม่วงเฉดอมฟ้า ภายใต้รหัส 18-3838 โดยทาง Pantone ได้ให้เหตุผลว่า สีม่วงเฉดอมฟ้า เป็นสีที่สะท้อนถึงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ สื่อถึงความลึกลับของจักรวาล ท้องฟ้ายามค่ำคืนอันกว้างใหญ่ไร้ขีดจำกัด สิ่งที่อยู่ข้างหน้าและกำลังถูกค้นพบนอกเหนือจากที่เราอยู่ในขณะนี้  โดยผู้อำนวยการฝ่ายให้คำปรึกษาด้านสีของ Pantone  ลีทริซ ไอส์แมน  (Leatrice Eiseman) ได้กล่าวว่า “มนุษย์เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ  จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการสำรวจกาแล็กซีใหม่ๆ การแสดงออกทางศิลปะที่สะท้อนถึงขั้นจิตวิญญาณ Ultra Violet เป็นสีที่มีพลังแห่งการสร้างสรรค์และจินตนาการ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่กำลังจะมาถึงในอนาคต”   คงจะเป็นข่าวดีสำหรับสาวกที่ชอบสีสันในชีวิต เพราะเชื่อได้ว่าหลังจากผ่านพ้นสิ้นปีนี้ไปแล้ว เราคงจะได้เห็นสีม่วงอมฟ้า หรือสี Ultra Violet นี้ โลดแล่นอยู่ในศิลปะหลายๆแขนง ทั้งแวดวงด้านการตกตกแต่งที่อยู่อาศัย ร้านรวงต่างๆ แวดวงแฟชั่น เสื้อผ้า และเครื่องสำอาง ที่ต้องตามเทรนด์เฉดสีแห่งปีอย่างแน่นอน     อย่างที่นักศิลปะหลายๆคนคงรู้ดีว่าการใช้สีต่างๆนั้นย่อมมีเหตุผล เพราะสีที่เราเลือกใช้นั้นสามารถสื่อสาร และทำให้เราสัมผัสถึงความแตกต่างกันไป โดยที่สีทุกสี เฉดทุกเฉด ก็ย่อมมีสตอรี่ถึงที่มาที่ไปของมันไว้อยู่แล้ว หากเราใช้ความรู้สึกสัมผัสกับมันอย่างแท้จริง เราจะสามารถนำสีเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมายและถูกต้องตามสิ่งที่มันควรจะเป็นและสามารถสร้างเอกลักษณ์กับอะไรต่างๆมากมายด้วยสีที่คุณได้เลือกมาใช้ได้ด้วยนั่นเอง
Read more

การเขียน Story Board มีดียังไง?

Story Board
การเขียน Story Board มีดียังไง? การเขียน Story Board มีดียังไง? เคยสงสัยไหมว่าทำไมหนังหรือคลิปวิดีโอบางเรื่องทำออกมาได้ดีเหลือเกินเนื้อเรื่องเนียนกริ๊บปะติดปะต่อเนื้อเรื่องได้ดีมาก หาจุดบกพร่องได้ยากมากๆ เหตุผลมีอยู่ไม่มีกี่ประการเช่น นักแสดงเล่นดีมากผู้กำกับเก่งยอดเยี่ยมเนื้อเรื่องดี แต่เอาจริงๆแล้วทุกอย่างย่อมล้วนต้องใช้การเตรียมความพร้อมที่ดีถ้าคนในวงการบันเทิงวงการที่ทำหนังหรือวิดีโอจะรู้กันดีอยู่ว่าก่อนที่เราจะทำหนังขึ้นมาซักเรื่องหนึ่งนั้น สิ่งที่สำคัญคือการเขียนสตอรี่บอร์ด และแน่นอนฟังหนังเรื่องนั้นมีการเขียนสตอรี่บอร์ดที่ละเอียดมากพอใส่ใจกับทุกความเป็นไปในทุกฉากทุกตอนผลลัพธ์ที่ได้กับหนังเรื่องนั้น คือผลงานที่ดีเยี่ยมหาจุดติจุดบกพร่องได้ยากจริงๆแล้วการเขียนสตอรี่บอร์ดนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจมันอาจจะไม่ได้เป็นความยากจนเกินไปแต่มันคือการใส่ใจในและการวางแผนในทุกๆรายละเอียด เพราะมันเหมือนกับว่าเนื้อเรื่องทั้งหมดนั้น ต้องถูกแยกออกมานำเสนอในสตอรี่บอร์ดก่อน เพื่อจะให้เห็นรายละเอียดและสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเรื่องๆนั้น ก่อนที่จะนำเอาไปทำเป็นภาพต่อเนื่อง Cr.bobchoat.com   Story Board คือ การสร้างภาพขั้นตอนตามเนื้อเรื่องที่ต้องการโดยเฉพาะภาพเคลื่อนไหวรายละเอียดที่คุณใส่ใน Story Board อธิบาย และสื่อที่ใช้เช่นข้อความรูปภาพภาพเคลื่อนไหวเสียงวิดีโอ หลักการเขียน Story Board                                                                                                                                                                     รูปแบบของการ เขียนสตอรี่บอร์ดประกอบประกอบไปด้วยสองส่วนคือส่วนภาพและเสียง สตอรี่บอร์ด จะวาดภาพใสกรอบสี่เหลี่ยมต่อด้วยการเขียนบทบรรยายหรือ เสียงสนทนาและส่วนสุดท้ายคือการใส่เสียง เช่น เสียงสนทนา เสียงเพลง และเสียงประกอบต่างๆ สิ่งสำคัญที่อยู่ภายใน Story Board ประกอบด้วย                                                                                                                         ตัวละครหรือฉากไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่หรือตัวการ์ตูนและสิ่งสำคัญคือการเคลื่อนไหวของสิ่งเหล่านั้น มุมกล้องทั้งในเรื่องของขนาดภาพ มุมภาพและการเคลื่อนกล้อง เสียงการพูดกันระหว่างตัวละคร มีเสียงประกอบกรือเสียงดนตรีอย่างไร ข้อดีของการทำ Story Board 1.ช่วยให้เนื้อเรื่องลื่นไหล เพราะได้อ่านทวนตั้แต่ต้นจนจบ ก่อนจะลงมือ วาดจริง 2.ช่วยให้เนื้อเรื่องไม่เยิ่นเย้อ และหลุดออกนอกประเด็น 3.ช่วยกะปริมาณบทพูดให้พอดีและเหมาะสมกับหน้ากระดาษ 4.ช่วยให้สามรถวาดจบได้ในจำนวนหน้าที่กำหนด จริงๆแล้วการเขียนสตอรี่บอร์ดนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องนำมาใช้เฉพาะการสร้างหนังหรือการสร้างวีดีโออย่างเดียวเท่านั้น เราสามารถนำเอาหลักการใช้ซอรี่บอร์ดนี้ไปใช้ได้ในในหลายๆทาง ไม่ว่าจะเป็นในด้านการทำกราฟิกต่างๆ เช่น อินโฟกราฟิก ที่จะต้องใช้ภาพในการช่วยสร้างทำให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้นสิ่งเหล่านี้เราต้องมีการลำดับเหตุการณ์เพื่อเกิดความเข้าใจเพราะฉะนี้เราถึงสามารถอัพ สตอรี่บอร์ด มาปรับใช้ในงานทำกราฟิกได้ กระทั่งการใช้ในชื่อประจำวันคุณก็สามารถนำเอา สตอรี่บอร์ด ใช้ได้ก็ทำสตอรี่บอร์ดก็เหมือนการวางแผนชีวิตของคุณวันนี้คุณจะทำอะไรพรุ่งนี้คุณจะทำอะไรการกบฏเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นอาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่มันก็มีส่วน จะทำให้จุดหมายของคนนั้นมีความเป็นไปได้ได้มากขึ้น  
Read more

ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief

Design Brief
ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมพวกนักออกแบบถึงต้องใส่ใจกับข้อมูล Design Brief ขนาดนั้นทำไมต้องให้ลูกค้ามานั่งเอกสารเยอะแยะมากมาย ทำไมแค่ฟังการเล่าจากปากลูกค้าเพียงอย่างเดียวถึงไม่พอ ก็นักออกแบบมีหน้าที่คิดอย่างเดียวไม่ใช่หรอ จะดีไซน์แบบไหนก็ลองทำออกมาสิไม่เห็นจะต้องใช้ข้อมูลมากมายขนาดนั้นเลย หลายคนที่ไม่เข้าใจขั้นตอนในการทำออกแบบมักจะเกิดข้อสงสัยแบบผิดๆอยู่เสมอ ซึ่งจริงๆแล้วคุณลองถามตัวเองดูสิว่าก่อนที่คุณจะมาให้นักออกแบบพวกนั้นเค้าออกแบบสินค้าให้กับคุณหรือออกแบบใดๆก็ตาม คุณได้คิดหรือยังว่าคุณอยากให้ออกมาเป็นแบบไหน หลายคนอาจจะมีแนวทางการออกแบบในใจ หรือมีดีไซน์ที่อยากจะให้สินค้าของเราออกมาในรูปแบบนี้อยู่แล้ว แต่บางคนก็ไม่มี ดีไซน์ในใจเลยเสียด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้นเราจะขอแบ่งเป็นสองกรณี กรณีที่หนึ่ง ลูกค้ามีแบบในใจอยู่แล้ว Design Brief ยิ้มนั้นสำคัญเป็นอย่างมากเพราะนอกจากจะช่วยให้ให้นักออกแบบ เข้าใจตรงกับคุณแล้ว ยังทำให้การออกแบบมานั้นมีความรวดเร็วและตรงกับความต้องการของคุณเป็นอย่างมาก ในกรณีที่สองที่ลูกค้าไม่มีดีไซน์ในใจเลยถ้าเป็นแบบนี้ Design Brief ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้นักออกแบบสามารถช่วยคุณได้ทิศทางในการออกแบบนั้นจะเป็นแบบไหนและนักออกแบบจะสามารถนำเสนอในสิ่งที่ตรงกับสินค้าของคุณได้เป็นอย่างดี และหากใครที่กำลังสงสัยว่า Design Brief นั้นมีรายละเอียดสำคัญๆอะไรบ้าง วันนี้เราจะขอสรุปออกมาให้ได้เข้าใจกับ Design Brief มากยิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องมี  Design Brief ... อธิบายเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ ลงไปใน Design Brief ซึ่งในข้อนี้คงจะไม่มีใครรู้ดีกว่าคนอย่างแน่นอน มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดนี่คือสิ่งจำเป็นที่ครูจะต้องอธิบายอย่างคร่าวๆลงไปใน Design bief เพื่อให้เข้าใจในเบื้องต้นเกี่ยวกับสินค้าของคุณ ว่ามันคืออะไร ขายอะไร คู่แข่งของคุณมีใครบ้าง คู่แข่งของคุณมีการออกแบบสไตล์ไหนเพื่อที่นักออกแบบจะได้หาข้อมูลเพื่อมาทำงานต่อและจะต้องหาทางออกแบบเพื่อไม่ให้ตรงกับคู่แข่งของคุณอย่างแน่นอน 2.กลุ่มเป้า สามารถบอกลุ่มหมายได้ เช่น คุณทำสินค้าของคุณออกมานั้นเหมาะกับเป้าหมายกลุ่มไหน เช่น กลุ่มคนวัยทำงานกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยสูงอายุ เพื่อจะให้งานออกแบบนั้นตรง กับความชอบของคุณ และถือว่าเป็นการกำหนดจุดมุ่งหมายของ แบรนด์ออกแบบมา ว่าอยากให้มีลักษณะแบบไหนเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด Mood & Tone คือคุณต้องคิดแบบสีและอารมณ์ของแบรนด์ เพื่อให้สะท้อนตัวตนของแบรนด์ เลือกสีหลัก และ อารมณ์ที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกเมื่อเห็นแบรนด์ของคุณ concept บอกให้ได้ว่าต้องการให้สินค้าของคุณออกแบบมาสไตล์ไหน เช่น ต้องการความโมเดิร์น แนวมินิมอลล์แนวน่ารัก แนวการ์ตูน แนววินเทจ หรือแนวธรรมชาติ นี่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องคิด concept ของมันออกมาก่อนเพื่อที่จะให้เกิดความต่างจากคู่แข่งในตลาด ตัวอย่างงานที่ชอบ เช่น รูปถ่าย รูปวาด รูปสเก็ต โยงเส้น หรือหารูปในอินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นการอธิบายให้เห็นภาพ สี เห็นอารมณ์มากขึ้น  
Read more

ทำไมการออกแบบปฏิทินถึงต้องให้ความใส่ใจ

calendar 2 1 ทำไมการออกแบบปฏิทินถึงต้องให้ความใส่ใจ
ทำไมการออกแบบปฏิทินถึงต้องให้ความใส่ใจ ทำไมการออกแบบปฏิทินถึงต้องให้ความใส่ใจ ปฏิทินคือสิ่งที่บอกวัน, เดือนและปีที่แม่นยำ พร้อมการเป็นตัวช่วยบอกเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาและผ่านไปในแต่ละวันและการบ่งบอกถึงวันสำคัญที่ควรค่าแก่การจดจำ ด้วยคุณสมบัติที่น่าสนใจเหล่านี้ทำให้การออกแบบปฏิทินเป็นเรื่องที่ต้องละเอียดอ่อน ออกแบบอย่างเข้าใจต่อความต้องการของผู้ทำปฏิทิน บางคนอาจคิดว่าทำปฏิทินก็แค่ง่ายๆ เพียงแค่ใส่วัน, เดือน และปี ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดอะไรให้มากมาย ซึ่งถ้าคุณนำปฏิทินที่ไม่ได้ใส่ใจต่อการออกแบบไปขายก็อาจจะไม่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อได้ ไปมอบเป็นของขวัญก็ดูไม่น่าประทับใจ ดังนั้นการออกแบบตัวปฏิทินให้สวยงามในรูปแบบต่างๆ จึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจมากที่สุด   Cr.http://www.thecalendar.kr/   การออกแบบปฏิทินให้สวยถูกใจผู้ซื้อ สามารถที่จะนำไปมอบเป็นของขวัญ - ของฝากได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งปฏิทินที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ เช่น ปฏิทินตั้งโต๊ะ, ปฏิทินแบบแขวน, ปฏิทินแบบพกพา หรือปฏิทินแบบหนังสือ เป็นต้น สามารถเลือกสั่งทำได้ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่หลากหลายต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปตัวเองหรือคนในครอบครัวใส่เข้าไป, ใส่รูปการ์ตูน, อธิบายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัท,ใส่รูปสินค้าเข้าไปแบบเนียนๆ หรือเขียนอธิบายเรื่องราวควรรู้ต่างๆ ที่เหมาะสมกับปฏิทินแบบองค์กร การออกแบบที่ดีจึงจะช่วยให้คุณสื่อสารกับผู้รับหรือผู้ซื้อได้อย่างตรงใจ ปฏิทินในแต่ละแบบจึงจะถูกสร้างสรรค์ให้ตรงต่อธีมที่ผู้สั่งทำต้องการมากที่สุด การรับทำปฏิทินจึงต้องให้การออกแบบที่แปลกใหม่ โดดเด่น ทำให้ผู้ที่รับหรือผู้ซื้อหรือสึกสะดุดตาทันทีเมื่อได้เห็น พร้อมให้การใช้งานที่เหมาะสมและสามารถสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณษ์ของผู้ให้ได้เป็นอย่างดี การรับทำปฏิทินในองค์กรและแบบทั่วไปจึงมีความต่างกันทั้งรูปแบบและวิธีการใช้งาน เพราะรูปแบบขององค์กรจะเน้นเข้าถึงผู้ให้ ต้องการให้เกิดการจดจำที่รวดเร็วและยาวนาน เช่น องค์กรธนาคาร, องค์กรภาครัฐ หรือบริษัทต่างๆ ที่ต้องการใช้ปฏิทินเป็นสื่อกลางในการเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก เพราะปฏิทินเปรียบเสมือนสื่อกลางที่ทำให้เห็นภาพลักษณ์ขององค์กรได้ชัดเจน     การออกแบบปฏิทินจึงต้องเลือกแบบที่ทำให้คนสนใจและนำไปใช้งานได้จริง โดยเฉพาะปฏิทินแบบตั้งโต๊ะและแบบพกพาที่มักเป็นรูปแบบนิยมของการทำปฏิทินองค์กร เพราะช่วยให้ผู้คนที่รับไปสามารถนำไปใช้งานได้อย่างสะดวก ไมว่าจะตั้งบนโต๊ะทำงานหรือพกพาไปใช้นอกบ้านก็อาจจะเพิ่มความสนใจให้กับคนใกล้ชิดได้มากขึ้น ถือว่าเป็นการโฆษณาแบบแนบเนียนที่ช่วยให้องค์กรได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้มากยิ่งขึ้น และถ้าปฏิทินสามารถทำให้ชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ง่ายมากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวองค์กรอีกหลายเท่า ดังนั้นเราจึงจะได้เห็นว่าปฏิทินของทางธนาคารหรืองค์กรต่างๆ มักจะเป็นที่ต้องการของผู้คนจำนวมากในช่วงเทศกาลปีใหม่ บางคนถึงขั้นเดินสายเพื่อเก็บสะสมปฏิทินของแต่ละองค์กร บริษัท และร้านค้าต่างๆ กันเลยทีเดียว การรับทำปฏิทินจึงต้องมีความละเอียดรอบคอบ ใส่ใจต่อการออกแบบ สามารถที่จะแฝงความหมายที่ดีติดไปกับตัวปฏิทินได้อีกด้วย เมื่อต้องการได้ปฏิทินที่สามารถตอบโจทย์ต่อความต้องการของทั้งผู้ให้และผู้รับ แต่ไม่รู้ว่าควรจะออกแบบอย่างไรหรือจะเลือกแบบไหน ก็สามารถเข้าพูดคุยและปรึกษากับผู้ที่รับทำปฏิทินให้เข้าใจกันเสียก่อน เลือกแบบที่น่าสนใจและเหมาะสมกับองค์กรหรือบริษัทของตนเองมากที่สุด พร้อมเลือกวัสดุที่ช่วยให้ปฏิทินดูโดดเด่นและไม่ทำให้งบประมาณสูงมากจนเกินไป การออกแบบปฏิทินจึงควรมีการเรียนรู้ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้ผู้ที่รับไปรู้สึกชื่นชอบและนำไปใช้งานได้ตามที่
Read more

หากจะรับทำปฏิทินต้องคำนึงปัจจัยอะไรบ้าง

a2ba84caa91c9b0a17bd2552a2e1fb07 1 หากจะรับทำปฏิทินต้องคำนึงปัจจัยอะไรบ้าง
หากจะรับทำปฏิทินต้องคำนึงปัจจัยอะไรบ้าง หากจะรับทำปฏิทินต้องคำนึงปัจจัยอะไรบ้าง ปฏิทินคือตัวบ่งบอกเรื่องของวัน เดือน และปีที่แม่นยำ ทำให้เกิดประโยชน์ในการทำตารางนัดของผู้ทำงานและช่วยบอกให้ผู้คนทั่วไปได้รู้ถึงวันสำคัญต่างๆ พร้อมบอกเรื่องราวที่ทั้งเคยผ่านมาและกำลังจะเกิดขึ้นให้กับผู้ใช้งาน การรับทำปฏิทินจึงต้องใส่ใจต่อประโยชน์ใช้งานของผู้ที่นำไปใช้มากที่สุด และเรื่องที่ไม่ควรลืมเลยแม้แต่น้อยคือรูปแบบของปฏิทินที่ต้องโดดเด่น ถูกตาถูกใจผู้ที่ใช้งาน และใช้วัสดุที่มีคุณภาพ เพื่อให้การใช้งานปฏิทินสะดวกสบายและพกพาติดตัวไปใช้ได้ที่ทุกที่ทุกเวลาตามต้องการ ที่กล่าวมานี้คือปฏิทินประเภทตั้งโต๊ะและแบบ Memo ที่เป็นทั้งสมุดให้จดบันทึกและปฏิทินที่สามารถจดรายละเอียดวันนัดได้อย่างสะดวก แต่ถ้าเป็นปฏิทินแบบแขวนก็อาจจะต้องมีการออกแบบปฏิทินด้วยรูปภาพที่สวยงามเป็นหลักและต้องให้รายละเอียดของวันต่างๆ ที่ชัดเจน   Cr.http://www.foreignrooftops.com/   การออกแบบปฏิทินตั้งโต๊ะที่ถือว่าเป็นรูปแบบยอดนิยม จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงปัจจัยเรื่องรูปแบบที่เหมาะสมและวัสดุที่ใช้ก็ต้องมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ที่รับไปใช้รู้สึกว่าคุ้มค่าที่ซื้อมา ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการทำปฏิทินแบบตั้งโต๊ะมักจะใช้เป็นกระดาษอาร์ตการ์ดที่ให้ความสวยงามและทนทาน โดยจะมีแบบเคลือบเงา, พลาสติก หรือเป็นแบบปั๊มนูนที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวปฏิทินมากยิ่งขึ้น ส่วนขนาดที่เหมาะสมกับปฏิทินแบบตั้งโต๊ะจะอยู่ที่ 8x6 , 10x15 หรือ 15x21  เป็นต้น ส่วนปฏิทินแบบห้อยผนังก็จะมีเรื่องของวัสดุที่คล้ายคลึงกับแบบตั้งโต๊ะ แต่จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าและสามารถเลือกการออกแบบปฏิทินให้เหมาะสมได้ นอกจากนี้ยังมีปฏิทินที่มีความพิเศษ คือ ปฏิทินจีนที่ใช้ทั้งในเรื่องของการดูวันที่ เดือน ปี แต่สามารถดูเรื่องดวงดาว ข้างขึ้นข้างแรม พร้อมรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ทางด้านโหราศาสตร์ได้โดยเฉพาะ หรือจะเป็นปฏิทินแบบหนังสือที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้ได้จดนัดต่างๆ ลงไปได้อย่างสะดวกสบาย Cr.https://www.etsy.com/   ส่วนปฏิทินแบบแขวนจะเน้นการใช้งานภายในบ้านหรือภายในที่ทำงาน จึงต้องทำเป็นรูปภาพหรือตัวหนังสือขนาดใหญ่ เพื่อหวังผล 2 ด้าน คือให้ประโยชน์กับผู้ใช้งานที่อาจจะเป็นผู้สูงอายุหรือเด็กและผู้ที่ทำงานแบบลืมวันลืมคืน ได้เห็นวันที่ เดือน และปีที่ชัดเจนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ พร้อมให้ประโยชน์ด้านการแฝงโฆษณาแบบแนบเนียนอีกด้วย แต่ถ้าเป็นการรับทำปฏิทินแบบออกขายก็จะเน้นเรื่องดีไซน์ที่สวยโดดเด่นและดึงดูดสายตาผู้ซื้อ ให้ประโยชน์ใช้สอยที่สมบูรณ์แบบและเหมาะสมกับการใช้งานของผู้ที่ซื้อไป ซึ่งปฏิทินที่ได้รับความนิยมมักจะเป็นแบบพกพาได้ที่ใช้งานได้สะดวก มีการออกแบบปฏิทินที่สวยงาม สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งปี พร้อมให้วัน เดือน และปีที่มีความแม่นยำสูง บอกวันสำคัญต่างๆ ได้ชัดเจน ไม่ใช้ Layout ที่ทำให้เกิดปัญหาจนอ่านไม่รู้เรื่องหรือสื่อสารกับผู้ใช้งานที่ผิดเพี้ยนไป การออกแบบปฏิทินจำเป็นที่จะต้องเลือกผู้รับทำที่มีประสบการณ์ พร้อมรับฟังความต้องการของลูกค้า และนำไปต่อยอดเพื่อทำให้ปฏิทินที่ผลิตออกมาสวยและโดดเด่นตรงตามแบบที่ลูกค้าชื่นชอบ ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ไม่ทำให้งบประมาณของลูกค้าบานปลายมากจนเกินไป ผลิตปฏิทินออกมาได้อย่างมีคุณภาพ หรือถ้าลูกค้าต้องการที่จะออกแบบด้วยตัวเอง ทางผู้รับทำปฏิทินก็ควรให้ลูกค้าได้ทำตามความต้องการ แล้วนำแบบนั้นมาปรับปรุงให้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างแบบปฏิทินที่สวยตรงใจของทางผู้สั่งให้มากที่สุด เมื่อนำไปขายหรือไปแจกก็กลายเป็นปฏิทินที่ใครๆ ก็ต้องการ ทำให้ผู้สั่งทำปฏิทินได้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างดีที่สุด  
Read more

เงื่อนไขการใช้งาน Shutterstock ในงานออกแบบเชิงพาณิชย์

shutt เงื่อนไขการใช้งาน Shutterstock ในงานออกแบบเชิงพาณิชย์

เงื่อนไขการใช้งาน Shutterstock ในงานออกแบบเชิงพาณิชย์ เงื่อนไขการใช้งาน Shutterstock ในงานออกแบบเชิงพาณิชย์ สำหรับการทำธุรกิจประเภทสินค้าหรือประเภทบริการอาจจะมีคุณลักษณะที่ต่างกันออกไป แต่มีจุดประสงค์เดียวกันคือ ต้องการสร้างความน่าจดจำแก่ผู้อุปโภคบริโภค โดยปกติแล้วการสร้างสินค้าและบริการต่างๆมักจะต้องเริ่มด้วยการสร้างธุรกิจให้น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆด้วยข้อมูลรายละเอียดที่ครบถ้วนสมบูรณ์เข้าใจง่ายแล้ว และการออกแบบบรรจุภัณฑ์สินค้าก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญด้วย  เนื่องจากการออกแบบที่สวยงามก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการสร้างความน่าสนใจและดึงดูด เพราการออกแบบไม่ได้สร้างมาเพื่อให้ดูสวยงามเท่านั้น แต่การออกแบบยังเป็นองค์ประกอบที่สามารถสื่อถึงตัวผลิตภัณฑ์และบริการได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องใช้เสียงหรือตัวอักษรใดๆ และการออกแบบถือว่าเป็นตัวช่วยในการสร้างความดึงดูดและสร้างเอกลักษณ์ให้เกิดความน่าจดจำได้เป็นอย่างดี การออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น ในบางครั้งเราก็จำเป็นที่จะต้องใช้รูปภาพในการประกอบด้วย ซึ่งนี่เป็นปัญหาคาใจของใครหลายๆคน ว่าเราสามารถหารูปเหล่านั้นได้จากที่ไหน ซึ่งแน่นอนว่า นักออกแบบหลายคนมักเทใจไปให้กับเว็บไซต์ Shutterstock อย่างแน่นอน เพราะเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมรูปภาพสำหรับซื้อขายไว้มากมาย แต่ก็ยังคงมีความคาใจ กับเงื่อนไขการนำภาพไปใช้ในงานออกแบบในเชิงพาณิชย์ได้ไหมเพรากลัวว่าจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และหากเราต้องการซื้อขาดกับภาพที่จะนำไปใช้ในการออกแบบเลยได้ไหม เพื่อไม่ให้ผลงานของเราซ้ำกับคนอื่น ดังนั้นเราจึงได้รวมคำตอบของคำถามแต่ละข้อไว้ให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบได้ทราบและจะได้สร้างผลงานออกมาได้อย่างสบายใจ     Q1. รูปภาพที่ซื้อจาก Shutterstock มาแล้ว สามารถนำไปประกอบการออกแบบในฉลากสินค้าเพื่อขาย ไม่ทราบว่าตามเงื่อนไขทำได้ไหม? และต้องซื้อเป็นแบบ Extend license หรือเปล่า? ตอบ ใน Shutterstock ทำสามารถทำได้  ทำฉลาก หรือพิมพ์บรรจุภัณฑ์สินค้า ถ้าซื้อแบบ Standard License  สามารถพิมพ์ออกมาได้ไม่เกิน 500,000 ชิ้น ถ้าต้องการพิมพ์เกิน 500,000 ชิ้น ก็ซื้อแบบ Enhanced License ซึ่งให้สิทธิ์ในการพิมพ์ได้ไม่จำกัดจำนวน Q2. รูปภาพที่ซื้อจาก Shutterstock กรณีนำไปใช้เป็นฉลากสินค้าสามารถใช้สิทธิพิเศษผูกขาดของรูปนั้นๆแต่เพียงผู้เดียวได้ไหม โดยไม่ให้ผู้ซื้อรายอื่นนำเอาไปใช้เพื่อพิมพ์เป็นฉลากสินค้าเหมือนกัน แต่สามารถนำเอาไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้ ตอบ ใน Shutterstock จะไม่มีการขายสิทธิ์ใช้งานแบบผูกขาดแก่ลูกค้าท่านใดท่านหนึ่ง โดยลูกค้ารายอื่นมีสิทธิที่จะซื้อภาพเดียวกันนั้นไปใช้งานได้เช่นกัน (หลักการนี้เป็นมาตรฐานของ Microstock โดยทั่วไป) หากใครที่ต้องการที่จะซื้อรูปภาพไว้เป็นของตัวเองจริงๆ วิธีการก็พอจะมีอยู่บ้าง ดังนี้ค่ะ ในกรณีที่ต้องการใช้งานแบบรายเดียว แนะนำให้ลองใช้งานเว็บไซต์ขายภาพแบบ Crostock อย่างเช่น Gettyimages  ซึ่งจะขายให้แบบ Exclusive แต่ต้องแจ้งรายละเอียดให้กับทางเว็บไซต์เพื่อที่จะตีราคาของรูปภาพนั้นออกมาให้ ซึ่งแน่นอนว่า ราคาของภาพนั้นจะสูงกว่าของ Shutterstock อย่างมาก ซึ่งวิธีนี้อาจจะเหมาะกับผู้ประกอบการที่มีทุนทรัพย์ในการลงทุนอยู่พอสมควร หากใครที่มีทุนทรัพย์ค่อนข้างน้อย ก็สามารถที่จะหาซื้อรูปภาพตาม Facebook ส่วนบุคคลที่เขารับถ่ายภาพเพื่อขายโดยเฉพาะหรือเว็บไซด์ต่างๆที่ลงรูปไว้เพื่อสำหรับขายเป็นการส่วนตัว ซึ่งวิธีนี้จะค่อนข้างใช้งบประมาณน้อยแต่ข้อเสียคือ เราจะเสียเวลาในการค้นหาแหล่งยากสักหน่อย หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้อาจจะทำให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบหลายๆท่านได้ทราบถึงเงื่อไขในการใช้รูปภาพจาก Shutterstock มาใช้ในธุรกิจได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลถึงข้อจำกัดต่างๆในการสร้างงานออกแบบอีกต่อไป    

Read more

10 สี ที่นักออกเเบบควรนำมาใช้ในการออกเเบบบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหาร

4 5 10 สี ที่นักออกเเบบควรนำมาใช้ในการออกเเบบบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหาร

10 สี ที่นักออกเเบบควรนำมาใช้ในการออกเเบบบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหาร 10 สี ที่นักออกเเบบควรนำมาใช้ในการออกเเบบบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหาร เรื่องราวของสีที่เราทุกคนคงได้เคยเรียนกันมาเมื่อสมัยประถมในวิชาศิลปะ ซึ่งตอนนั้นเราอาจจะเรียนไปตามที่ครูอธิบายว่าสีนี้คือแม่สี ถ้ามาผสมกับสีนั้นจะให้สีอื่นที่แตกแยกออกมา ซึ่งเราคงคิดว่าการใช้ทฤษฎีของสีนั้นคงจำกัดอยู่แค่ในหมวดหมู่ศิลป่ะเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วเราสามารถนำทฤษฎีของสีนั้นมาใช้ประกอบธุรกิจได้หลากหลายเพื่อให้สื่อถึงอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องอาศัยหลักการใช้สีในการออกแบบเพื่อให้สื่อถึงตัวผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน นอกจากนักออกแบบต้องใส่ใจในการสร้างดีไซน์ให้ดูเอกลักษณ์และดึงดูดผู้บริโภคแล้ว รายละเอียดที่นักออกแบบควรใส่ใจและห้ามละเลยเป็นอันขาด นั่นคือการเลือกใช้สีในการออกแบบให้เข้ากับตัวผลิตภัณฑ์ สำหรับการออกแบบผลิตฑ์ภัณฑ์อาหาร ที่นอกจากจะต้องเลือกสีให้เข้ากับตัวผลิตภัณฑ์แล้ว สีที่เลือกใช้ก็ควรจะเป็นสีที่สื่อให้เกิดความรู้สึกอยากอาหารขึ้นมาด้วย และเพราเหตุนี้นักออกแบบที่ยังค่อนข้างเป็นมือใหม่ อาจจะยังเลือกใช้โทนสีไม่ถูกหรือเลือกออกมาแล้วสีมันไม่เข้ากัน ไม่พาให้รู้สึกอยากอาหารขึ้นมาเลย แต่ที่แย่ไปกว่านั้น คืออาจจะทำให้การอยากอาหารลดลงไปเลยก็ได้ ตัวอย่าง12 สีที่เหมาะแก่การนำใช้ในการออกเเบบบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหาร เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร และสื่อได้ถึงรสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัส ของอาหาร   1. Light Pink  สีนี้สื่อถึงความละเอียดอ่อน นุ่มนวล เปราะบาง รสหวาน กลิ่นหอม สำหรับสีนี้คงเหมาะที่จะนำมาใช้ในการรออกแบบบรรจุภัณฑ์ประเภทขนมหวานที่สุดแล้ว จำพวกขนมเค้ก เมอร์แรง เพราแค่เห็นสีแล้วก็รู้สึกถึงความหวานหยดย้อยอย่างบอกไม่ถูกแล้วหล่ะค่ะ     2. Peach สีนี้สื่อถึง ความนุ่มนวล สัมผัส อร่อย ละมุน สีนี้เชื่อว่าสาวๆหลายๆคนคงตกหลุมรักอย่างแน่นอน เพราะเป็นสีที่ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป และเหมาะที่จะนำสีนี้ไปใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารประเภท ขนมหวาน ผลไม้ อาจจะเป็นขนมหวานที่มีรสชาติหวานอร่อยๆตัดกับรสผลไม้ เช่นพายผลไม้รวม พุดดิ้ง เป็นต้น     3.Tangerine สีที่บ่งบอกถึงความสำคัญ ความฉ่ำ เปรี้ยว และ ความรู้สึกที่เห็นสีนี้เชื่อว่าต่อมความอยากอาหารคงทำงานอย่างแน่นอน สียี้ควรนำไปใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารประเภท น้ำผลไม้ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากผลไม้ที่มีเนื้อสัผัสที่ชุ่มฉ่ำ       4.Ginger สื่อถึงความเผ็ด รสชาติ เปรี้ยว ฉุน เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเผ็ดร้อน เพราะที่จะนำมาไปใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่มีส่วนผสมของพริกเป็นหลัก เช่น เครื่องเทศ เครื่องแกง หรือซอสพริก ซึ่งจะสื่อต่อผู้บริโภคได้ดีว่ารสชาติที่เขาจะได้รับจากผลิตภัณฑ์เรานั้นมีรสชาติประมาณไหน     5.Choccolate / Coffee Brown สื่อถึงความอร่อย มั่งคั่ง แข็งแรง น่ากิน หรู สีนี้ดูเป็นสีที่ควรนำมาไปใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารประเภท ช็อกโกแลต เครื่องดื่มจำพวก กาแฟ โกโก้ หรือเหมาะที่จะนำมาใช้ออกแบบร่วมกับสีเด่นๆสีอื่นๆ เพื่อทำให้ดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น     6.Golden Yellow  เป็นสีที่สื่อถึงความอร่อย การบำรุง  เหมาะที่จะนำมาใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารประเภท อาหารเสริม ธัญพืชแบบสำเร็จรูป ป๊อปคอร์น หรือพวกเนย ชีส ซึ่งเป็นสีตัวแทนของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี     7. Lime สีที่สื่อถึงความสด อ่อนเยาว์ เป็นกรด รสจัด รสเปรี้ยว สดใส จัดได้ว่าเป็นสีที่ควรนำไปใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น  วาซาบิ ที่สื่อถึงรสเผ็ดจัดจ้านที่ได้มาจากผลสีเขียวของมัน , น้ำมะนาวขวด     8.Foliage Greens เป็นสีที่สื่อถึงความธรรมชาติ สมบูรณ์ สุขภาพ ชีวิต การพักผ่อน สิ่งแวดล้อม สีนี้เป็นสีที่กำลังติดกระแสอยู่ในตอนนี้ซึ่งเป็นยุคสมัยของคนรักสุขภาพ ที่ต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงสุขภาพเป็นหลัก สีนี้เหมาะที่นำไปไปใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารประเภท ผักผลไม้ออแกนิคต่างๆ  หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการชูความธรรมชาติโดยเฉพาะ     9.Aqua สีของควมสดชื่น สะอาด วัยรุ่น ทารก อ่อนโยน เป็นสีที่เหมาะจะนำมาไปใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารประเภท อาหารเด็กทารก น้ำดื่ม เครื่องดื่มเกลือแร่     10. Bright Blue  สีที่ให้ความเบิกบานใจ พลังงาน รวดเร็ว ปลุกเร้า กังวาน ซึ่งเป็นสีที่เหมาะจะนำมาไปใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารประเภท เครื่องดื่มชูกำลัง ต่างๆ  หรืออาหารเสริมที่ให้พลังงานสูง.        

Read more

เสน่ห์กล้องฟิล์ม…ที่อยากบอกต่อ

3 4 เสน่ห์กล้องฟิล์ม...ที่อยากบอกต่อ
เสน่ห์กล้องฟิล์ม...ที่อยากบอกต่อ เสน่ห์กล้องฟิล์ม...ที่อยากบอกต่อ บางคนอาจจะสงสัยว่า อะไรคือเหตุผลที่เราควรกลับไปเลือกใช้กล้องฟิล์ม? ในยุคสมัยที่มีเทคโนโลยีอยู่รอบตัวเช่นนี้ แทนที่จะเลือกใช้กล้องดิจิทัลที่มีความสะดวก สบาย และตอบโจทย์กับชีวิตของคนในยุคเทคโนโลยีสมัยนี้  แต่ทำไมเราถึงต้องกลับไปใช้กล้องฟิล์มอีก ถ้าพูดถึงการตอบโจทย์ความสะดวกสบาย หรือความรวดเร็วอะไรก็แล้วแต่ กล้องฟิล์มคงไม่สามารถสู้อะไรได้เลยค่ะ แต่ถ้าพูดถึงความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนใคร  ความออริจินัล บอกได้เลยว่ากล้องฟิล์มยังไงก็ชนะแบบขาดลอยแน่นอน                     ความออริจินัลของกล้องฟิล์มนั้นถือได้ว่าเป็นแม่พิมพ์ในการสร้างรูปร่างของกล้องดิจิทัลในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ โดยกล้องดิจิทัลในปัจจุบันได้นำเอาข้อดีของกล้องฟิล์มมาใช้และปรับปรุงให้ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ แต่ก็ทิ้งระบบเก่าเกือบจะหมด โดยมีความสะดวก รวดเร็ว ที่เข้ามาแทนที่ สิ่งที่กล้องฟิล์มตอบสนองต่อผู้ใช้นั้นมีมากมาย เพียงแต่มันเป็นระบบที่ค่อนข้างจะใช้เวลาพอสมควรในการที่จะได้รูปมาแต่ละรูป ซึ่งในข้อนี้หลายๆคนอาจจะเบือนหน้าหนีหรือส่ายหน้แน่นอนา หากคุณต้องการรูปที่รวดเร็วหรือต้องการใช้รูปเพื่อการตลาดที่ต้องให้ทันต่อระยะเวลา หรือใช้รูปเป็นเพียงแค่สื่อที่สามารถมองเห็นภาพต่างๆได้ชัดเจน แต่สำหรับใครที่ชอบความเซอร์ไพรส์หรือชอบรอ ลุ้น คงเหมาะที่จะใช้กล้องฟิล์มนี้มากๆ เพราะคุณจะไม่ได้มีข้อจำกัดเพียงเพราะแค่อยากจะถ่ายและได้รูปมา แต่สิ่งที่คุณจะได้คือ ความรู้สึกพิถีพิถันในการเลือกใช้สีฟิล์มให้เข้ากับสิ่งที่อยากจะถ่าย    โดยได้ใช้สายตาจ้องมองไปที่ช่องโฟกัสสี่เหลี่ยมเล็กๆ และกดลั่นชัตเตอร์ รับรองเลยว่าความรู้สึกในการถ่ายจะต่างกับกล้องดิจิทัลแน่นอน เพราะคุณไม่สามารถกลับมาย้อนดูภาพที่ถ่ายไปก่อนหน้านี้ได้เลย มันคือการลุ้นว่าภาพที่ถ่ายไปแล้วนั้น แสง สี และการโฟกัสมันจะออกมายังไง และขั้นตอนที่คุณได้ลุ้นและตื่นเต้นที่สุดคือการเดินเขาไปร้านล้างฟิล์มและเปิดดูภาพที่ได้ออกมานี่เองแหละ นอกจากภาพสวยๆแล้วสิ่งที่คุณจะได้สัมผัสกับการได้ลองใช้กล้องฟิล์ม นั่นคือ ความสุข และ มุมมองที่เราได้ใช้เวลาในการโฟกัสภาพนั้นๆ มากกว่าการกดถ่ายแบบข้ามๆอย่างกล้องดิจิทัล และได้ความคลาสิคที่กล้องดิจิทัลไม่มีให้อย่างแน่นอน และภาพจากกล้องฟิล์มนั้นไม่จำเป็นต้องมานั่งแต่งในแอพพลิเคชั่นหรือโปรแกรมแต่งรูปเหมือนกับภาพจากกล้องดิจิทัลเลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันสวยได้โดยไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์แต่สวยด้วยสีของฟิล์มที่เราเลือกใช้นั่นเอง เราอาจจะมองว่ากล้องฟิล์มมีความเป็นตัวเองสูง และยากที่นำภาพจากกล้องฟิล์มมาใช้ทำมาหากิน ซึ่งนั่นไม่จริงเลย เพียงแค่คุณลองปรับเอาความเป็นตัวเองของกล้องฟิล์มมาใช้กับงานธุรกิจ นั่นอาจจะทำให้งานของคุณนั้นมีเอกลักษณ์เพิ่มมากขึ้น ไม่เหมือนใคร และเป็นมิติใหม่ในการใช้กล้องฟิล์มมาใช้ในเชิงธุรกิจอีกด้วย
Read more

ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น

rich card ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น

ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น ทำความรู้จักกับ Rich Card ของ Google เพิ่มมากขึ้น Rich Card คืออะไร?  หรือหมายถึงอะไรกันแน่? และมีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง  หากใครที่อยู่ในวงการของการทำ Web Site หรือ SEO อาจจะคุ้นเคยดีอยู่แล้ว แต่สำหรับใครหลายๆคนที่เป็นผู้ประกอบการหรือเป็นบุคคลนอกสาย Web Site อาจจะกำลังเกิดความสงสัยเป็นแน่  ในช่วง 2 ปี ก่อนหน้านี้ Google ได้มีการอัพเดตระบบใหม่ค่อนข้างเยอะมาก ทั้งในเรื่องเล็กๆน้อยๆและเรืองใหญ่ ซึ่งการอัพเดตของGoogle นี้ อาจจะทำให้เราค่อนข้างเวียนหัวเล็กน้อยถึงปานกลางเพราะตามไม่ทัน เนื่องจากการอัดเดตทั้งหมดค่อนข้างมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆและ Rich Card ก็เป็นหนึ่งในการอัพเดตครั้งนี้ของ Google เช่นกัน Rich Card คือ การแสดงผลแบบใหม่ของ Google Search ที่พัฒนามาจาก Rich Snippet ก่อนหน้านี้ ซึ่ง Rich Card จะแสดงผลเฉพาะบนอุปกรณ์แบบพกพาเท่านั้น  โดยความพิเศษคือเพิ่มการแสดงการ์ดข้อมูลพร้อมภาพประกอบที่หน้า Google Search เข้ามาที่ด้านบนของผลการค้นหา การ์ดข้อมูลแบบใหม่จะถูกแสดงเป็นรายการวนแนวนอน (carousel) ผู้ใช้งานสามารถเลื่อนไปมาเพื่อดูรูปภาพได้ก่อนกดลิงค์ โดย Google ระบุว่าเจ้าของเว็บจะแสดงภาพรีวิวเนื้อหาของเว็บไซต์ได้ง่ายและสะดุดตามากขึ้น ผ่านการระบุข้อมูลอย่างเจาะจง (metadata) ในฟอร์แมต JSON-LD เพิ่มเข้ามา และภาพด้านล่างคือการเปรียบเทียบการ Search ทั้ง3 แบบรวมไว้ด้วยกัน เพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและการอัพเดตที่เกิดขึ้น     ภาพแรกคือ Search Result แบบปกติที่เราเห็นกันเป็นปกติเวลาที่เราค้นหาข้อมูลต่างๆบน Google ซึ่งเราไม่สามารถเห็นอะไรเลยนอกจากตัวหนังสือแบบล้วนๆ พอได้มีการพัฒนาให้มีการใช้งาน Rich snippets ผลการค้นหาจะเริ่มนำภาพมาแสดงด้วยซึ่งทำให้ผลที่ได้มีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งการนำภาพมาแสดงทำให้ผู้ชมเกิดความสนใจที่จะเข้าไปดูข้อมูลรายละเอียดภายในเพิ่มมากขึ้นด้วย และภาพสุดท้ายจะเป็นการใช้งานแบบ Rich Card โดยภาพที่ใช้แสดงจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและสามารถเลื่อนดูได้ในแนวนอน ทำให้ผลการแสดงน่าสนใจและดึงดูดผู้เข้าชมมากยิ่งขึ้นไปอีก                      การใช้งานแบบ Rich Card สามรถใช้ได้กับเว็บไซต์ประเภทภาพยนตร์และเมนูอาหารเท่านั้น และจะสามารถแสดงผลบนอุปกรณ์พกพาได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีการใช้งานกับเว็บไซต์ประเภทอื่นๆ เพิ่มเติม     และนอกจากนั้น Google ยังมีตัวเสริมการใช้งานแบบ Rich Card อีกด้วย นั่นคือ Search Console ทาง Googleมีการเพิ่ม Rich Card Report เพื่อช่วยในการตรวจสอบผลลัพธ์จาก implement และนำไปปรังปรุงให้ดีขึ้น หากคุณได้รู้ถึงประโยชน์ของ Rich Card แล้ว คุณก็คงพอที่จะสามารถนำไปใช้กับประเภทธุรกิจของคุณได้ เพื่อให้ Rich Card ได้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะผลักดันธุรกิจของคุณให้เข้าถึงผู้บริโภคและเพื่อให้เกิดความสำเร็จสูงสุด

Read more

มาสคอต ตัวช่วยในการสร้างธุรกิจให้น่าจดจำ

มาสคอต ตัวช่วยในการสร้างธุรกิจให้น่าจดจำ
มาสคอตตัวช่วยในการ สร้างธุรกิจให้น่าจดจำ มาสคอตตัวช่วยในการ สร้างธุรกิจให้น่าจดจำ ในยุคสมัยที่มีการแข่งขันทางธุรกิจสูง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือกลุ่ม Start up ก็ตาม  ล้วนต้องการเป็นจุดสนใจของสาธารณชน จึงมีการวิเคราะห์การตลาด และลงทุนทำประชาสัมพันธ์ซึ่งใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง  ทั้งในสื่อออนไลน์ต่างๆ และสื่อสิ่งพิมพ์ แต่ในบางครั้งการประชาสัมพันธ์อาจจะเรียกความน่าสนใจได้ แต่สำหรับการสร้างความน่าจดจำ อาจจะค่อนข้างยาก เนื่องจากเราต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนและอาจจะต้องมีตัวช่วยในการตอกย้ำภาพลักษณ์ในธุรกิจของเรา และด้วยเหตุนี้บางธุรกิจจึงจำเป็นที่จะต้องคิดออกแบบ “มาสคอต" Mascot ขึ้นมาช่วยสร้างความน่าจดจำให้กับธุรกิจ ซึ่งโดยปกติแล้วเรามักจะพบเจอมาสคอตได้บ่อยตามงานกีฬาระดับโลก แต่ในปัจจุบันมาสคอตได้เข้ามามีบทบาทในเชิงธุรกิจเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย   มาสคอต หรือ แมสคอต คือ ตุ๊กตาสัญลักษณ์ หรือ การ์ตูนสัญลักษณ์ ที่มีความน่ารัก สดใส มักออกแบบมาให้เป็นคนหรือสัตว์ เพื่อสร้างความจดจำที่ง่ายขึ้นและใกล้ตัวที่สุด ซึ่งความน่ารักของมาสคอต ไม่ใช่จะดึงดูดความน่าสนใจเฉพาะจากเด็ก หรือวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังสามารถดึงดุดได้ทุกเพศทุกวัย แม้ในวัยชราก็ตาม เพราะเช่นนี้มาสคอต จึงถูกนำมาใช้เพื่อนำเสนอหรือเป็นตัวแทนของธุรกิจสู่สาธารณชน การออกแบบมาสคอต ควรมีจุดเด่นที่เป็นสัญลักษณ์ จดจำได้ง่าย ไม่ควรมีรายละเอียดที่มากเกินไป  เหตุผลที่มาสคอตมีบทบาทในการเป็นส่วนหนึ่งของงานประชาสัมพันธ์ คือ สามารถนำมาสคอตมาใช้ออกแบบเป็นโลโก้ประจำองค์กรได้ และ มาสคอตสามารถเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดูเป็นกันเอง ดูอบอุ่น ลดระยะห่างในทางธรุกิจลงไปอย่างมาก   Cr.Macdonald Cr.mascotthai.com มาสคอตแต่ละตัวย่อมมีการออกแบบมาเพื่อให้สื่อถึงธุรกิจนั้นๆ ไม่ในด้านในก็ด้านนึง แต่ยังต้องคงความน่ารักเอาไว้ ซึ่งความน่ารักนี้เองคือจุดขายที่สำคัญของมาสคอตที่ทำให้กลุ่มสาธารณชนจดจำธุรกิจนั้นๆได้ดี และนอกจาก  มาสคอตจะมีหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ดึงดูดความสนใจและสร้างความจดจำแล้ว มาสคอตยังสามารถพัฒนาให้เป็นสินค้าประจำองค์กรได้อีกด้วย ไม่ว่าจะนำมาทำเป็นสินค้าสมนาคุณสำหรับแจกเป็นที่ระลึกให้แก่ลูกค้าแล้ว ยังเป็นสินค้าเพื่อการซื้อขายได้เช่นกัน ซึ่งหากมาสคอตของเราสร้างความดึงดูดต่อสาธารณชนได้มากเท่าไหร่ เราก็สามารถสร้างสินค้า พร้อมสร้างชื่อเสียง และรักษาความน่าจดจำให้กับองค์กรต่อได้เรื่อยๆอีกด้วย  
Read more

แนวทางการคิดราคาออกแบบ ให้เหมาะสมกับประเภทงาน

แนวทางการคิดราคาออกแบบ ให้เหมาะสมกับประเภทงาน
แนวทางการคิดราคาออกแบบ ให้เหมาะสมกับประเภทงาน   สำหรับนักออกแบบมือใหม่ ที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ในด้านการรับงานมากนัก ยิ่งราคาของงานออกแบบก็ไม่มีข้อกำหนดที่แน่นอนอยู่แล้ว การคิดราคา ในบางครั้งจึงไม่รู้ว่าจะคิดเท่าไหร่ดี วันนี้เรามีแนวทางพื้นฐานในการคิดราคาออกแบบมาฝากกันค่ะ ระดับของความเชี่ยวชาญของนักออกแบบ ในส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับทักษะและระสบการณ์ของนักออกแบบแต่ละคนค่ะ ว่ามีฝีมือมากแค่ไหน ผ่านงานมามากน้อยแค่ไหน การคิดค่าออกแบบก็งานก็ต้องสูงตามทักษะและประสบการณ์ไปด้วย   รายละเอียดและความยากง่ายของงาน งานแต่ละชิ้นก็มีรายละเอียดและขอบเขตที่แตกต่างกันออกไป บางงานมีรายละเอียดมาก หรือบางงานก็รายละเอียดน้อย บางงานต้องการให้มีเทคนิคที่ดูแพรวพราวน่าสนใจ บางงานต้องการให้เนี้ยบสุด ๆ งานออกแบบมีตั้งแต่งานเล็ก ๆง่าย ๆ ไปจนถึงงานระดับใหญ่ ๆ ต้องพิจารณาจากความต้องการของลูกค้า แล้วประเมินเอาว่างานนั้นอยู่ในขอบเขตไหน งานยาก รายละเอียดเยอะ มีความซับซ้อน ก็ต้องคิดราคาสูงตามไปด้วย   จำนวนครั้งที่ต้องแก้ไขงาน เป็นการยากที่จะทำงานออกมาแล้วได้เลยทันที ไม่ต้องแก้ไขอะไรอีก  บางทีเราอาจจะคิดว่างานของเราออกมาดีแล้ว แต่ลูกค้ายังเห็นว่าต้องแก้ไข ต้องการนั่นโน่นนี่อยู่เรื่อย ๆ จนทำให้เราเสียเวลาในการที่จะเริ่มงานชิ้นอื่น การแก้งานสำหรับนักออกแบบสามารถคำนวณได้จากจำนวนครั้งในการแก้ไขได้ เช่น งานง่าย รายละเอียดไม่เยอะ เราอาจยอมรับได้ที่แก้ 1 – 2 ครั้ง งานที่ใหญ่ขึ้น รายละเอียดเยอะขึ้น ยากขึ้น ก็อาจจะแก้ให้ 4 – 5 ครั้ง แต่ถ้ามากไปกว่านี้โดยที่ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของเรา ก็ให้คิดราคาเพิ่มตามจำนวนครั้งที่ต้องแก้งานให้  ทางที่ดีก็กำหนดครั้งในการแก้งานกับลูกค้าไปเลยเพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย เช่น งานง่าย ๆ ถึงปานกลาง แก้ได้ 3 ครั้ง ครั้งต่อไปก็คิดเงินเพิ่ม   การบริการต่าง ๆ นอกเหนือจากการออกแบบ ในบางครั้ง งานออกแบบบางชนิดอาจมีการดูแลหลังจากจบงาน เช่น การออกแบบเว็บไซต์ที่เราต้องคอยช่วยดูแลระบบ อัพเดทข้อมูล เหล่านี้เป็นต้น ให้คิดเงินเพิ่มตามรายการที่ทำให้ ถ้าทำหลายอย่าง ก็ต้องคิดเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย   ความเร่งด่วนของงาน บางทีลูกค้าติดต่อมาแบบไม่ทันตั้งตัว สั่งเช้าเอาเย็น สั่งวันนี้ เอาพรุ่งนี้บ่าย งานเร่งแบบนี้ทำให้งานอื่น ๆ ที่เรารับไว้ได้รับผลกระทบแน่นอน ดังนั้นงานเร่งด่วนพวกนี้ สามารถนำมาคิดราคาเพิ่มในงานออกแบบได้   ต้นทุนที่จ่ายไป งานทุกงานล้วนย่อมต้องมีต้นทุน งานออกแบบก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน ค่าโปรแกรม ค่าอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ค่ารูปภาพ ค่าสถานที่ ฯลฯ พวกนี้ถือได้ว่าเป็นต้นทุนของงานออกแบบ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต้องนำมาคิดเพื่อกำหนดราคาของงานออกแบบด้วย สุดท้ายแล้ว การกำหนดราคาของงานออกแบบนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว บางคนอาจจะไม่ต้องคิดทุกเม็ด ทุกบาททุกสตางค์ก็ได้ค่ะ ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเราด้วย ว่าคิดราคาที่เท่านี้แล้วเราโอเคมั้ย ขาดทุนหรือเปล่า ที่สำคัญคือต้องคิดราคาค่าออกแบบให้สอดคล้องกับฝีมือและประสบการณ์ของเราให้ได้มากที่สุด เราสามารถอยู่ได้ และลูกค้าสามารถจ่ายไหวนั่นเองค่ะ
Read more

Photoshop คืออะไร เรื่องที่มือใหม่หัดแต่งภาพต้องทำความรู้จัก

photoshop เรื่องที่มือใหม่หัดแต่งภาพต้องทำความรู้จัก
Photoshop คืออะไร เรื่องที่มือใหม่หัดแต่งภาพต้องทำความรู้จัก   Photoshop เป็นโปรแกรมที่พัฒนาโดย Adobe Systems ซึ่งบริษัทผลิตซอฟแวร์ยักษ์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการผลิตซอฟแวร์สำหรับงานกราฟิกออกมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์สำหรับปรับแต่งรูปภาพ  การออกแบบเว็บไซต์ การตัดต่อวีดีโอ เป็นต้น ซึ่งซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นมา ล้วนมีคุณภาพที่ดี เป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้งานทั่วโลก โดยในส่วนของโปรแกรม Photoshop จะเป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับปรับแต่งรูปภาพ ไปจนถึงการสร้างสรรค์ภาพระดับมืออาชีพเลยล่ะค่ะ cr. pexels   Photoshop เป็นโปรแกรมที่เป็นที่ยอมรับของเหล่าบรรดานักคอมพิวเตอร์กราฟิก และช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นเป็นอย่างมาก เราสามารถใช้งานโฟโต้ชอปได้อหลากหลายตามความต้องการ เริ่มตั้งแต่การปรับแต่งรูปภาพแบบพื้นฐานทั่ว ๆ ไป เช่น การปรับแสงให้มืดหรือปรับแสงให้มีความสว่าง ปรับสมดุลหรือปรับแก้ความผิดเพี้ยนของสี ไปจนถึงการใช้งานระดับสูง เช่นการตัดต่อสร้างงานกราฟิกต่าง ๆ   ในการติดตั้งโปรแกรม ปัจจุบันนี้เราไม่จำเป็นต้องซื้อโปรแกรมแพง ๆ เป็นแผ่นมาติดตั้งอีกแล้วค่ะ  เพราะ Adobe ได้พัฒนาโปรแกรม Photoshop ให้อยู่ในชุดโปรแกรมที่ชื่อ Creative Cloud ที่สามารถ Download ไฟล์สำหรับติดตั้งโปรแกรมได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต และทำการจ่ายเงินโดยตัดผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตก็ได้ การเช่าใช้โปรแกรมจะมีแพคเกจให้เลือกค่ะ  โดย photoshop จะอยู่ในแพลนของ Photography Plan ซึ่งเป็น Plan สำหรับช่างภาพ ตากล้อง โดยใน Plan นี้ จะมีรวมอยู่ด้วยกัน 2 โปรแกรม คือ Photoshop และ Lightroom ในราคา 356 บาทต่อเดือน เรียกได้ว่าเราสามารถใช้โปรแกรมแท้ได้ถึงสองโปรแกรม ในราคาที่ไม่แพงเลยจริง ๆ ค่ะ โดยเราสามารถเข้าไปเช่าโปรแกรมได้ที่เว็บไซต์ของ Adobe ได้เลย ขั้นตอนการเช่าก็ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ เพียงแค่เลือก Plan ที่ต้องการ กดซื้อแล้วก็กรอกข้อมูลบัตรเครดิตที่จะให้ตัดเงินลงไป สำหรับใครที่ใช้บัตรเดบิต ก็สามารถใช้ได้ค่ะ แต่ต้องมีการเปิดบริการการใช้จ่ายผ่านระบบออนไลน์ตามที่ธนาคารกำหนดเสียก่อน แต่สำหรับคนที่ใช้บัตรเดบิต อาจจะต้องเสียเวลาซื้อโปรแกรมใหม่กันทุกเดือนสักนิดหน่อยค่ะ เพราะระบบจะตัดค่าบริการอัตโนมัติแค่ในบัตรเครดิตเท่านั้น   ข้อดีของการใช้ Photoshop แบบเช่าก็คือเราจะได้รับการ Update โปรแกรมอยู่ตลอดโดยที่โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มค่ะ สมารถทำการ Update ผ่านทาง Creative cloud ได้เลย ซึ่งสะดวกและรวดเร็วเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ อีกทั้งยังมีวีดีโอสอนการใช้โปรแกรมทำให้เราสามารถใช้ความสามารถใหม่ ๆ ของโปรแกรมได้ง่ายขึ้นอีกด้วย   สำหรับใครที่มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งรูปภาพ การออกแบบกราฟิกต่าง ๆ หรือการขายรูปออนไลน์ แนะนำให้เช่าโปรแกรมใน Photography Plan มาใช้กันดีกว่าค่ะ อย่าไปเสาะหาของเถื่อนมาใช้เลย เพราะถ้าคุใช้โปรแกรมทำงานหารายได้ คุณจะพบว่าราคามันไม่ได้แพงเลย แถมคุ้มค่ามากอีกต่างหาก การทำธุรกิจก็ต้องลงทุนโดยการซื้อโปรแกรมแท้มาใช้นั่นล่ะค่ะ และที่สำคัญคือการใช้ซอฟแวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์นั้นทำให้เราไม่ต้องกังวลว่าโปรแกรมจะผิดพลาด หรือมีไวรัสแอบแฝงมา อีกทั้งยังได้ความสบายใจที่เราไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของใครอีกด้วยค่ะ โดยเฉพาะคนที่ขายภาพออนไลน์ ก็ไม่ต้องมากังวลว่า ทางเว็บที่เราส่งรูปไปขาย จะมีการเช็คย้อนหลังเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ในส่วนของการใช้โปรแกรม Photoshop เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงมีความรู้ความเข้าใจกันพอสมควรค่ะ ส่วนใครจะมีเทคนิคการใช้โปรแกรมกันอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ของแต่ละคน แต่แน่นอนว่า Photoshop นั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการของช่างภาพและนักออกแบบได้เป็นอย่างดี และยิ่งถ้าเราศึกษา ทำความเข้าใจมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะช่วยให้เราสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไปอย่างแน่นอนค่ะ
Read more

ขั้นตอนการออกแบบ ตราสินค้า หรือ Logo แบบเข้าใจง่าย

logo ขั้นตอนการออกแบบ ตราสินค้า หรือ Logo แบบเข้าใจง่าย

ขั้นตอนการออกแบบ ตราสินค้า หรือ Logo แบบเข้าใจง่าย ปัจจุบัน ตราสินค้า หรือ โลโก้ ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก โลโก้จะเป็นตัวช่วยผลักดันให้ธุรกิจมีความก้าวหน้า เป็นที่จดจำของผู้บริโภค การทำโลโก้จะต้องอาศัยจินตาการและความคิดสร้างสรรค์เป็นหลัก เพื่อให้เกิดไอเดียการออกแบบโลโก้ที่มีความแปลกใหม่ โดดเด่นสะดุดตา ไม่เหมือนใคร และเป็นที่น่าจดจำ เป้าหมายส่วนใหญ่ของการทำโลโก้ก็เพื่อเป็นการสร้างสัญลักษณ์ให้กับสินค้าหรือบริการต่าง ๆ เมื่อเห็นโลโก้ ก็จะทราบได้ทันทีว่าคืออะไรนั่นเอง

Read more

เรื่องที่อาจารย์ออกแบบไม่ได้สอน ในห้องแต่นักออกแบบต้องรู้

เรื่องที่อาจารย์ออกแบบไม่ได้สอน ในห้องแต่นักออกแบบต้องรู้
เรื่องที่อาจารย์ออกแบบไม่ได้สอน ในห้องแต่นักออกแบบต้องรู้ ทฤษฎีต่าง ๆ เกี่ยวกับการออกแบบที่ได้ร่ำเรียนมาในรั้วมหาวิทยาลัย หลักวิชาการ ความรู้ เทคนิคต่าง ๆ ที่คุณได้เรียนรู้ในห้องเรียน เพื่อที่จะได้เป็นนักออกแบบที่ดี แต่มีอีกหลายสิ่ง ที่อาจารย์ไม่ได้สอนคุณในห้องเรียน แต่คุณต้องเรียนรู้ เพื่อการเป็นนักออกแบบมืออาชีพในอนาคตค่ะ การทำงานในโลกความจริง ไม่ใช่เพียงแค่การออกแบบ สิ่งที่เรียน สิ่งที่เจอตอนฝึกงาน กับสิ่งที่เจอในการทำงานจริง แน่นอนว่าไม่เหมือนกันค่ะ แต่ละคน แต่ละที่ ก็มีวิธีการทำงานที่แตกต่างกันออกไป ในโลกแห่งการทำงาน นอกจากความรู้ด้านการออกแบบที่คุณมี คุณต้องเรียนรู้การทำงานด้านอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกันด้วย เช่น งานโรงพิมพ์ เอเจนซี่ ช่างภาพ กองบรรณาธิการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะการออกแบบเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้งานคุณสำเร็จได้ค่ะ มันไม่เหมือนกับการทำงานส่งอาจารย์ ที่ทำเสร็จก็ได้คะแนน การทำงานจริงล้วนต้องมี connection กับพวกเขาเหล่านี้ที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณด้วย ได้ปริญญาบัตรไม่ได้แปลว่าจะได้งานทำ บริษัทส่วนใหญ่ดูที่ผลงานค่ะ พวกเกรดต่าง ๆ เป็นเพียงองค์ประกอบ เวลาไปสมัครงานด้านออกแบบ เค้าดูกันที่  portfolio เป็นหลัก ว่างานคุณเจ๋งแค่ไหน ถ้าเกรดดีมาก แต่ผลงานงั้น ๆ ก็ยากที่จะได้เข้าทำงาน นอกจากนี้ การใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ ในการทำงานจริง มันมีอะไรที่ต้องใช้มากกว่าตอนเรียนอีกเยอะ ดังนั้นคุณต้องหมั่นฝึกฝน ถ้าทั้งเกรดและ portfolio ของคุณออกมาดีงามไม่แพ้กัน จะทำให้คุณมีโอกาสได้งานเยอะเลยทีเดียวค่ะ การนำเอาสิ่งที่ร่ำเรียนมาหารายได้ ในห้องเรียนอาจไม่ได้สอน ว่าคุณจะเอาสิ่งที่คุณเรียนมา ไปเปลี่ยนเป็นรายได้ได้อย่างไร และคุณก็ยังไม่มีไอเดียว่าจะเอาความรู้ที่มี มาหารายได้แบบไหน ในยุคที่ใคร ๆ ต่างก็มีคอมพิวเตอร์  google หรือ youtube นั้นมีประโยชน์ค่ะ เป็นแหล่งค้นหาไอเดียและความรู้นอกห้องเรียนที่ดีเลยทีเดียว นอกจากนี้คุณยังมี social media ต่าง ๆ อยู่ในมือให้คุณได้แสดงผลงาน หากผลงานของคุณโดดเด่นเข้าตา ฝีมือของคุณก็จัดได้ว่าเข้าท่า แน่นอนว่าโอกาสทำเงินก็มาถึงด้วยเช่นกัน การมีความคิดสร้างสรรค์ เรื่องแบบนี้มันสอนกันไม่ได้ค่ะ อย่างมากก็แค่สอนแนวทางว่าคุณจะหาแรงบันดาลใจ หาความคิดสร้างสรรค์ได้จากไหน มันอยู่ที่ความคิดและมันสมองของคุณล้วน ๆ เลยล่ะค่ะ ดังนั้นคุณต้องเสพข้อมูลมาก ๆ เสพผลงานเยอะ ๆ ฝึกคิดเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ แล้วนำทุกสิ่งมากลั่นกรองผ่านสไตล์ของตัวคุณเอง ก็อยู่ที่ตัวเองแล้วล่ะค่ะ ว่าจะสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้แบบไหน การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน ถึงแม้ว่าจะเกรดดี ผลงานดี แต่ EQ น้อย อีโก้สูง โลกส่วนตัวเยอะ อินดี้จัด ไม่ได้ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการทำงานค่ะ พวกนี้เก็บเอาไว้ทำตอนอยู่คนเดียวนะคะ อย่าเอาออกมาใช้ในที่ทำงาน เพราะในสังคมการทำงาน ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานกับคนที่ดูไนซ์ ๆ เก่งด้วย คุยง่าย เข้าหาง่าย ไม่เหวี่ยงไม่วีน หากให้เลือกคนที่มีฝีมือดี มนุษยสัมพันธ์ดีด้วย กับคนที่ก็เก่งล่ะ แต่เข้าหายาก คุยลำบาก ใคร ๆ ก็เลือกคนที่ร่วมงานด้วยแล้วสบายใจค่ะ ถ้าฝีมือคุณไม่เจ๋งพอ ก็ต้องเข้าหาคนอื่นให้มากค่ะ เดี๋ยวนี้คนเก่ง ๆ มีเยอะ เขาไม่มารอง้อคุณหรอกค่ะ หาคนอื่นก็ได้มีถมไป การนำเสนอว่าตัวเองอยากทำงานแบบไหน ชอบทำอะไร ก็จงทำ portfolio เพื่อสื่อว่าคุณชอบทำอันนั้น มีความถนัดและความชอบมากเป็นพิเศษค่ะ อย่าใส่อะไรที่เราไม่ชอบทำลงไปเลยเชียว ควรเลือกสิ่งที่จะใส่ลงไปให้ดีค่ะ สิ่งที่จะบ่งบอกถึงตัวตนและความชอบของคุณ อย่าใส่มาหมดเพื่อโชว์ว่าคุณทำได้ทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นคุณอาจต้องกล้ำกลืนฝืนทนทำงานที่คุณไม่ชอบไปอีกนานก็ได้ สรุปก็คือ อยากเป็นคนแบบไหน อยากทำงานแบบไหน ก็จงทำพอร์ทแบบนั้นค่ะ ความพึงพอใจของลูกค้า ลูกค้าคือแหล่งรายได้ค่ะ ถึงแม้ว่างานออกแบบจะเป็นศิลปะ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะทำงานยังไงออกมาก็ได้  สิ่งที่ลูกค้าอยากได้ กับสิ่งที่คุณอยากทำ บางครั้งมันก็สวนทางกันค่ะ คุณต้องคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้า ไม่ใช่ของตัวคุณเอง เพราะลูกค้าจ่ายเงินเพื่อที่จะนำผลงานไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของเขา ไม่ใช่ของคุณ ดังนั้นต้องตกลงกับลูกค้าให้ดีค่ะ เพื่อให้ได้งานที่ลูกค้าพอใจด้วย และคุณก็แฮปปี้ที่จะทำด้วย ความเป็นเอกลักษณ์ของชิ้นงาน จงหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับงานของคุณค่ะ เอาแบบว่า ดูปุ๊บ รู้เลยว่าฝีมือใคร เอกลักษณ์ขอชิ้นงาน ก็เหมือนลายเซ็นดี ๆ นี่ล่ะค่ะ ที่พอใครได้เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือคุณ หากลูกค้าต้องการงานในลักษณะนี้ ก็จะคิดถึงคุณเป็นคนแรกค่ะ ความตรงต่อเวลา การส่งงานให้กับลูกค้า ไม่เหมือนการส่งงานให้กับอาจารย์ตอนเรียนนะคะ คนละเรื่องกันเลย ส่งงานอาจารย์ช้า คนที่เดือดร้อนก็มีแค่คุณคนเดียวค่ะ แต่ถ้าส่งงานช้านี่ โดนกันยกแผนกนะคะ รวมไปถึงส่งผลกระทบต่อแผนกอื่น ๆ ที่ต้องรอ process งานต่อจากคุณอีก ดังนั้นคุณต้องมีความรับผิดชอบและตรงต่อเวลาค่ะ ข้อนี้สำคัญมากเลยทีเดียว นัดต้องเป็นนัด อย่าเลทอย่าช้าค่ะ   ในการทำงานยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณไม่เคยเจอตอนเรียนอีกเยอะค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยความรู้ ฝีมือ ทัศนคติ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อสั่งสมประสบการณ์ด้วยตัวของคุณเอง เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็สอนไม่ได้ อยากได้ต้องเรียนรู้เอาเองค่ะ
Read more

5 เคล็ดลับการถ่ายภาพ สินค้าด้วยมือถือให้สวยแบบมือโปร

5 เคล็ดลับการถ่ายภาพ สินค้าด้วยมือถือให้สวยแบบมือโปร

5 เคล็ดลับการถ่ายภาพ สินค้าด้วยมือถือให้สวยแบบมือโปร   รูปสินค้าสวยๆ จะช่วย เพิ่มความน่าเชื่อถือ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจของคุณ เสริมจุดเด่น ลดจุดด้อยของสินค้าได้และช่วยดึงดูดเหล่าลูกค้า ให้ตัดสินใจซื้อสินค้าของเราได้เป็นอย่างดี พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ จึงเลือกการถ่ายภาพสินค้าด้วยมือถือ เพื่อความง่าย สะดวกและการลงทุนที่ไม่มากนัก เพราะปัจจุบันมือถือ ได้พัฒนาขึ้นมาจนถึงขั้น ใช้งานได้ดีพอสมควร ต่างก็มีแอพพลิเคชั่นสวยๆให้เราได้เลือกใช้มากมาย

Read more