Currently browsing: Design

10 วิธีป้องกัน และเอาตัวรอดจากเชื้อไวรัสโคโรน่า โรคติดต่อสายพันธุ์ใหม่

10 วิธีป้องกัน และเอาตัวรอดจากเชื้อไวรัสโคโรน่า โรคติดต่อสายพันธุ์ใหม่

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวร้าย “โคโรน่า” ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ขณะนี้พบว่า มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้หลายประเทศหามาตรการป้องกัน และเตรียมพร้อมรับมือกับไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้อย่างเข้มงวด เนื่องจากมีการแพร่กระจายเชื้ออย่างรวดเร็วจากสัตว์สู่คน และจากคนสู่คนโดยผ่านช่องทางปาก ตา จมูก และการสัมผัสผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อโคโรน่านี้ ทำให้ผู้ที่ได้รับเชื้อเกิดอาการปอดอักเสบขั้นรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้ ด้วยความอันตรายร้ายแรงของเชื้อไวรัสชนิดนี้ องค์การอนามัยโลก และกรมควบคุมโรคจึงหาวิธีป้องกันเพื่อให้รอดพ้นจากโรคติดต่อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ดังนี้ สวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ เนื่องจากเชื้อโรคแพร่ทางอากาศ การใช้หน้ากากอนามัยเพื่อปิดปาก ปิดจมูกจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่ที่มีคนพลุกพล่าน หรือพื้นที่สุ่มเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า เนื่องจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสามารถแพร่ทางอากาศได้ ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่สุ่มเสี่ยง หรือบริเวณที่มีคนพลุกพล่านหนาแน่น หากพบอาการผิดปกติเป็นไข้ ไอจาม มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ หลังจากเข้าไปในพื้นที่สุ่มเสี่ยงให้ไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางโดยทันที ถ้ามีความจำเป็นเข้าไปในพื้นที่สุ่มเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า แล้วกลับออกมาพบมีอาการผิดปกติเป็นไข้ ไอจาม มีน้ำมูก และหายใจเหนื่อยหอบ ให้ไปพบแพทย์พร้อมบอกประวัติการเดินทางโดยทันที เพื่อที่จะได้รักษา และหยุดการแพร่กระจายของเชื้อได้ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ สบู่ หรือเจลล้างมือ การหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอเป็นสิ่งที่สำคัญ และควรล้างมืออย่างน้อย 20-30 วินาที ด้วยน้ำ สบู่ หรือเจลล้างมือ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าได้แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคติดต่ออื่น ๆได้อีกด้วย รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ ๆ และมีช้อนกลางในการตักอาหาร การรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ และใช้ช้อนกลางตักอาหาร จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อได้ ของใช้ส่วนตัวห้ามใช้ร่วมกับผู้อื่น เนื่องจากของใช้ส่วนตัวเป็นสิ่งที่สัมผัสกับผู้ใช้งานโดยตรง ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดโรคติดต่อต่าง ๆจึงห้ามใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน ไม่สัมผัส หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย เป็นไข้ ไอจาม หรือมีน้ำมูก ควรหลีกเลี่ยง และอยู่ห่างไกลจากผู้ที่มีอาการป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไอจาม ควรอยู่ห่างประมาณ 180 เซนติเมตร เพื่อให้พ้นจากรัศมีน้ำลาย และน้ำมูกที่กระจายออกมา อย่าใช้มือขยี้ตา หรือสัมผัสจมูก และปาก เนื่องจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสามารถติดได้จากการสัมผัส ดังนั้นอย่าใช้มือไปสัมผัส หรือขยี้ตา จมูก และปากโดยเด็ดขาด และควรหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการเข้าตลาดค้าสัตว์แปลก ๆ และห้ามนำสัตว์เหล่านี้มารับประทานเด็ดขาด เพราะเชื้อไวรัสโคโรน่าสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงไม่เข้าตลาดที่มีการค้าขายสัตว์แปลก ๆ และห้ามนำสัตว์เหล่านี้มารับประทานโดยเด็ดขาด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งที่ดีที่สุดช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้อีกด้วย นอกจาก 10 วิธีป้องกันตนเองให้รอดจากเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้ว การติดตามข้อมูลข่าวสารก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับเชื้อไวรัสตัวร้ายโคโรน่านี้ได้อย่างดี

Read more

เทรนด์การออกแบบโลโก้ 2020

เทรนการออกแบบโลโก้ 2020 1 เทรนด์การออกแบบโลโก้ 2020

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง นอกเหนือไปจากแพคเกจจิ้งแล้ว สิ่งที่จะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นและเป็นที่จดจำก็คือโลโก้นั่นเอง สำหรับในปี 2020 เทรนการออกแบบโลโก้จะมาในแนวไหนกันบ้าง ตามมาดูกันเลยดีกว่า ตัวอักษรเพียงอย่างเดียว ถือว่าเป็นการออกแบบโลโก้ที่คลาสสิคตลอดกาลเลยก็ว่าได้ สำหรับการใช้แค่ตัวอักษรธรรมดาพร้อมเลือกใช้ฟอนต์ที่มีความเรียบง่ายโดดเด่น ถือว่าเป็นโลโก้ที่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างตรงไปตรงมาและได้ผลดีเลยทีเดียว 2. โลโก้สไตล์มินิมอล บอกเลยว่าสไตล์มินิมอลนั้นยังคงเป็นอะไรที่ดูดีและดึงดูดสายตา สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับตัวผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเลือกใช้ลายเส้นแบบมินิมอลที่มีความเรียบง่ายไม่ซับซ้อนจะทำให้โลโก้สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ง่ายและตรงเป้าหมาย ช่วยทำให้ผู้บริโภคนั้นเกิดความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ได้ในทันทีที่มองเห็น และสามารถจดจำโลโก้ได้ง่ายอีกด้วย 3. การเล่นลวดลายในตัวอักษร สำหรับโลโก้ที่มีตัวอักษรอยู่ในนั้นด้วย การเลือกใช้รูปแบบของตัวอักษรที่มีความหลากหลายและแตกต่างกัน รวมไปถึงการนำเอาลวดลายและรูปแบบกราฟิกต่าง ๆ เข้ามาใส่ภายในตัวอักษรก็จะช่วยเพิ่มความรู้สึกที่ดูน่าสนใจ สนุกสนาน สามารถเข้าถึงได้ง่าย และยังทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำโลโก้ได้ง่ายมากขึ้นเพียงแค่ได้เห็นตัวอักษรเท่านั้น 4. รูปทรงเรขาคณิต การออกแบบโลโก้โดยใช้รูปทรงเรขาคณิตเข้ามาเป็นส่วนประกอบก็เรียกได้ว่ายังคงได้รับความนิยมกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เพราะเป็นรูปทรงที่ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและรู้จักกันดี ดังนั้นการใส่รูปทรงเรขาคณิตเข้ามาเป็นส่วนประกอบในโลโก้ นอกจากจะช่วยให้มีความโดดเด่นน่าสนใจแล้ว ยังสามารถสื่อให้ผู้บริโภคนั้นเข้าใจได้ง่ายผ่านทางรูปทรงที่คุ้นเคยนั่นเอง  5. โลโก้แบบวาดมือ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนตัวอักษรหรือการวาดรูปภาพที่อยู่ในโลโก้ หากอยู่ในรูปแบบของงานที่วาดหรือเขียนด้วยมือ บอกเลยว่าเป็นโลโก้ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง แสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตร ความน่ารักเป็นกันเองน่าคบหา จนทำให้เมื่อเห็นแล้วรู้สึกว่าก็น่าจะลองเข้าไปทำความรู้จักดูสักครั้งก็ไม่เลวเลยทีเดียว 6. การใช้สีสันแบบไล่เฉด แน่นอนว่าอะไร ๆ ตอนนี้ก็มีสีสันแบบไล่เฉดกันเต็มไปหมด แล้วอย่างนี้การออกแบบโลโก้จะพลาดการใช้สีสันแบบไล่เฉดไปได้อย่างไร ซึ่งนอกเหนือจากการไล่เฉดสีในโทนเดียวกันแล้วก็ยังเป็นการจับคู่สีที่มีความแตกต่างแต่สามารถเข้ากันได้ดี ก็จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นและดูแปลกตาให้กับโลโก้ได้ดีเลยเชียว ใครที่กำลังจะออกแบบโลโก้ต่าง ๆ ในปี 2020 นี้ ก็ลองนำเทรนการออกแบบโลโก้ที่เราได้นำมาฝากไปลองใช้กันดู อาจจะใช้แค่รูปแบบเดียวหรืออาจจะนำเทรนต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์โลโก้แบบใหม่ที่มีความโดดเด่นสะดุดตาในแบบของคุณก็ได้

Read more

เทรนด์การออกแบบแพคเกจจิ้ง 2020

เทรนด์การออกแบบแพคเกจจิ้ง 2020

ต้องบอกว่าอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคนั่นก็คือแพคเกจจิ้ง โดยผลการสำรวจจาก Bizongo ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเพื่อผู้บริโภคนั้นก็บอกว่า กว่า 63% ของผู้บริโภคมีพฤติกรรมเลือกซื้อสินค้าจากแพคเกจจิ้งที่น่าดึงดูด และถึงแม้ว่ายุคนี้จะเป็นยุคแห่งการช้อปปิ้งออนไลน์ แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันด้วยตนเองนอกเหนือไปจากการช้อปปิ้งออนไลน์อยู่ดี ดังนั้นสินค้าที่มีแพคเกจดีบอกเลยว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว มาดูกันเลยดีกว่าว่าเทรนด์การออกแบบแพคเกจจิ้งสำหรับปี 2020 จะมีแนวทางไหนที่น่าสนใจกันบ้าง 1. สไตล์มินิมอลต้องมา  ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่นำไปใช้ได้เกือบทุกอย่างเลยทีเดียวสำหรับสไตล์มินิมอลนี้ และแพคเกจจิ้งที่มาในสไตล์น้อยแต่มาก เรียบแต่ดูดี ก็ยังเป็นเทรนด์ที่ใช้ได้ดีในปี 2020 นี้ เพราะจะช่วยทำให้ตัวแพคเกจนั้นดูมีความชัดเจนสะดุดตาน่าใช้ มีความเคลียร์และความคลีนเมื่อได้มอง จนอดไม่ได้ที่จะต้องซื้อติดมือมาอย่างแน่นอน 2. สไตล์วินเทจต้องมี  ถึงแม้ว่าจะเป็นปี 2020 แล้ว แต่บอกได้เลยว่าสไตล์วินเทจนั้นเป็นอมตะไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยการออกแบบที่มีความคลาสสิคผสานกับกลิ่นอายที่มีความเก่าแก่ในตัวก็ยังคงมีความสวยงามและมีความดึงดูดอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย ซึ่งการออกแบบแนววินเทจนั้นนอกจากจะช่วยดึงดูดสายตาและช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันและความใส่ใจที่ได้ใส่ลงไปผ่านทางแพคเกจจิ้งได้อีกด้วย  3. งานรักษ์โลกต้องไม่พลาด ปัจจุบันกระแสของการรักษ์โลกและการดูแลสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่กำลังมาแรง ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการทําแพคเกจจิ้งจะช่วยมอบภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความน่าประทับใจให้กับตัวผลิตภัณฑ์ได้ตั้งแต่ในครั้งแรกที่เห็น และจะกลายเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทำให้โลกใบนี้ของเราปราศจากขยะและน่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิม 4. สีสันแบบไล่เฉด เราอาจจะเคยเห็นการใช้สีสันแบบไล่เฉดกันบนโทรศัพท์มือถือกันมาบ้างแล้ว แน่นอนว่าทำให้มือถือดูหรูหราน่าใช้งานมากขึ้นเลยทีเดียว ดังนั้นการใช้สีสันแบบไล่เฉดมาใส่ลงในแพคเกจจิ้งนี้ก็จะช่วยเพิ่มมิติและความโดดเด่นให้กับตัวผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดีเลยเชียวล่ะ และนอกจากสีสันแบบไล่เฉดแล้ว การจับคู่สีอ่อนแก่ คู่สีที่มีความกลมกลืนหรือแตกต่างกัน รวมไปถึงสีขาวดำก็นำเทรนด์มาด้วยเช่นกัน   5. เน้นตัวอักษรเข้าไว้  การเลือกใช้ฟอนต์และตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่เห็นได้ชัดจะทำให้ผู้บริโภคดูออกได้ทันทีว่าเราขายอะไร และยังช่วยเพิ่มความแตกต่างของแพคเกจจิ้งและช่วยดึงดูดสายตาได้ดีกว่า รวมทั้งเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ไปสู่ผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมาผ่านทางตัวอักษรอีกด้วย  โดยภาพรวมแล้วก็เรียกได้ว่าเทรนด์ของการออกแบบแพคเกจจิ้งในปี 2020 นั้นก็จะมาในแนวที่ดูเรียบง่ายแต่ดึงดูดสายตา ที่สำคัญคือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นใครที่กำลังออกแบบแพคเกจจิ้งอยู่ก็ลองจับเทรนด์เหล่านี้ไปใส่ดู รับรองว่าต้องเป็นแพคเกจจิ้งที่โดดเด่นและได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างแน่นอน

Read more

สีประจำปี “Classic Blue” Pantone 2020

สีประจำปี “Classic Blue” Pantone 2020

กว่า 20 ปีแล้วที่ The Pantone Color Institute™ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านสีจะคัดเลือกพร้อมทั้งประกาศสีประจำปี ที่จะส่งผลต่อสิ่งต่างๆ ของโลก ทั้งในเรื่องของการตกแต่งบ้าน อุปกรณ์ไอที สิ่งของเครื่องใช้ โลโก้ เฟอร์นิเจอร์ แฟชั่น เสื้อผ้า การออกแบบกราฟฟิกและอื่นๆ ที่จะมีการเน้นใช้สี Pantone ประจำปีนั้นๆ ที่ในปี 2019 สีที่ได้รับคัดเลือกเป็นสียอดฮิตอย่าง สีส้มพีชหรือสีพีช PANTONE 16-1546 Living Coral สีสไตล์พาสเทลที่กำลังมาแรงอย่างมาก และเช่นเดียวกันในปี 2020 ก็ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการหลังจากที่มีการวิเคราะห์และพิจารณาอย่างละเอียดนั่นก็คือ “Classic Blue” PANTONE 19 – 4052                 “Classic Blue” PANTONE 19 – 4052 เป็นสีที่ค่อนข้างแตกต่างจาก Pantone 2019 พอสมควร โดยทางบริษัทได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับ สีน้ำเงิน หรือ Classic Blue ว่าเป็นสีที่เต็มไปด้วยความรู้สึกไร้กาลเวลาท่ามกลางช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลง สีน้ำเงินทีสื่อถึงความสงบและเรียบง่าย สีของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ให้ความรู้เย็นและอุ่นใจ สื่อถึงความมั่นคงและมั่นใจและซ่อนความลึกลับอยู่ภายในเอาไว้                 สำหรับสีน้ำเงินนั้น ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นโทนสีที่มีความสงบและเย็นที่สุดในกลุ่มสี เป็นสีที่ผู้คนทั่วโลกต่างชื่นชอบกันพอสมควร ช่วยให้จิตใจได้ผ่อนคลายและรู้สึกสงบ สำหรับความหมายเฉพาะของสีน้ำเงิน ก็คือความสุขุม ความเชื่อถือ ความศรัทธา ความมีระเบียบ เอกภาพและอนุรักษ์นิยม ไปจนถึงการสร้างแรงบันดาลใจและราบรื่น โดยสีน้ำเงิน ยังเป็นสีที่ช่วยกระตุ้นปฏิกริยาทางเคมีของร่างกาย ที่ทำให้หลายๆ คนรู้สึกผ่อนเย็นและอบอุ่นเมื่อได้มอง พร้อมทั้งแสดงถึงความเฉลียวฉลาด มีเหตุผล ซึ่งเหมาะสำหรับการสร้างบรรยากาศที่มีความเป็นมืออาชีพและสุขุม ซึ่งส่วนหนึ่งก็ตรงกับสถานการณ์ของโลกในปี 2020 ที่เชื่อว่าจะเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่าง และสีน้ำเงินจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นและเสริมความมั่นคงให้แก่ทั่วโลกอย่างแน่นอน                 นอกเหนือจากสีน้ำเงิน Classic Blue แล้ว เชื่อว่าในปี 2020 โทนสีที่มีความเข้มและ Deep จะมาแรงและได้รับความนิยม โดยเฉพาะ สีเขียว ที่ทั้งประเทศไทยและทั่วโลกกำลังจะปรับตัวเข้าสู่การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เทรนด์สีเขียวเข้มเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งเพื่อช่วยกระตุ้นด้านการรักษาธรรมชาติและตระหนักถึงภาวะโลกร้อนที่กำลังส่งผลเสียอย่างหนักในช่วงเวลานี้ รวมไปถึงสีคลาสสิคต่างๆ ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น ในปี 2020 เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะได้รับอิทธิพลจาก Pantone 2020 Classic Blue เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งทั้งสไตล์และดีไซน์ในเรื่องต่างๆ

Read more

ออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์อย่างไรให้เด่น ขายแน่นอน!

ออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์สุดปัง ออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์อย่างไรให้เด่น ขายแน่นอน!

เมื่อ Line กลายเป็นแอปพลิเคชั่นยอดฮิตที่ใครๆ ก็ต้องมีติดตัว เพราะสามารถติดต่อสื่อสารได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะคุยแบบพิมพ์แชท, โทรหากัน หรือเปิดกล้อง ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่ามีอีกสิ่งหนึ่งของแอปพลิเคชั่นแชทยอดนิยมนี้ที่โดดเด่นไม่แพ้การแชท จนกลายเป็นกระแสโด่งดังพักใหญ่อย่าง Sticker Line ที่มีให้เลือกตั้งแต่แบบใช้งานฟรีไปจนถึงแบบเสียเงินซื้อ จึงเกิดเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจนั่นคือการรับออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ใน LINE Creators Market ที่เพียงแค่คุณมีฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ก็สามารถทำเงินได้ทันที แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อสติ๊กเกอร์ได้รับความนิยม รูปแบบของสติ๊กเกอร์ใหม่ๆ ก็มีออกขายอย่างล้นหลาม ทำให้คนซื้อไม่รู้ว่าจะเลือกแบบไหนดี กลายเป็นว่าสติ๊กเกอร์บางตัวผลิตออกมาแล้วขายไม่ได้! ดังนั้นถ้าคุณต้องการจะออกแบบสติ๊กเกอร์ให้ปังและเด่นดังกว่าคนอื่น ก็ต้องเรียนรู้และคำนึงถึงหลัก 3E ก่อนเป็นอันดับแรก คือ Easy to see คำนึงเรื่องการมองเห็นของผู้ซื้อเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นตัวการ์ตูนหรือตัวอักษรจะต้องมีขนาดใหญ่พอดีกับจอ เห็นแล้วเข้าใจง่ายว่าต้องการสื่อสารอะไร ตัวอักษรมีความชัดเจนอ่านง่าย ความหมายไม่คลุมเครือ ไม่ว่าตัวการ์ตูนของคุณจะมีรายละเอียดสูงมากขนาดไหน แต่เมื่อมาเป็นสติ๊กเกอร์ไลน์ก็ต้องลดทอนบางส่วนลงแล้วทำให้ผู้ซื้อเข้าใจง่ายมากที่สุด Easy to use ถ้าสติกเกอร์ไลน์ของคุณเป็นแบบไม่มีตัวอักษร เน้นการใช้งานแบบสากล คุณต้องออกแบบให้ตัวการ์ตูนของคุณสื่อสารด้วยท่าทางได้อย่างชัดเจน ทำให้เห็นแล้วรู้ทันทีว่าเป็นอารมณ์แบบไหน เพื่อให้ผู้ซื้อที่ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใดก็ตามสามารถซื้อไปใช้ได้อย่างเหมาะสม Easy to remember จดจำง่ายด้วยความมีเอกลักษณ์ในแบบที่ไม่เหมือนใคร เมื่อเห็นปุ๊บก็รู้ได้ทันทีว่าสติ๊กเกอร์แบบนี้ต้องมาจากคุณแน่นอน! หรือทำให้เห็นผ่านตาเพียงไม่กี่ครั้งก็จำได้ทันที เมื่อเข้าใจถึงหลัก 3E ที่จะช่วยทำให้สติ๊กเกอร์ของคุณติดตาผู้คนมากขึ้นแล้ว ที่เหลือก็คือตัวผู้ออกแบบต้องเข้าถึงความต้องการของตัวเองและความชื่นชอบของคนอื่นให้ได้ แต่ถ้ายังคิดไม่ออกลองมาดูเทคนิคออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ให้เด่นจนขายดี คือ 1.ตามกระแสสังคมและกระแสโลกอยู่เสมอ รู้ทันเทรนด์ต่างๆ ที่มีความสดใหม่ เพื่อนำมาเป็นทางเลือกในการสร้างสรรค์สติ๊กเกอร์ที่สื่อสารได้ทันยุคและตรงใจผู้ซื้อมากที่สุด 2.ตัวละครหรือตัวการ์ตูนที่นำมาทำ ต้องมีความชัดเจน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างความรู้สึกที่แตกต่างเพื่อเอาชนะสติ๊กเกอร์จากนักออกแบบคนอื่นๆ ที่นำมาลงขายกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ตัวละครต้องมีแนวทางหรือที่เรียกว่ามีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวมาพร้อมคอนเทนท์ที่เป็นของตัวเอง เมื่อผู้ซื้อเห็นก็จะรู้สึกถูกตาสติ๊กเกอร์ไลน์ของคุณทันที! เท่านี้ก็ขายได้ปังสุดๆ 3.เมื่อทำสติ๊กเกอร์ออกมาแล้วก็เตรียมรับฟังความวิจารณ์จากผู้ซื้อ แล้วนำมาปรับปรุงผลงานพร้อมเก็บไว้เป็นข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์เรื่องความชอบของผู้ใช้สติ๊กเกอร์ไลน์ที่จะให้ประโยชน์ต่อตัวคุณในอนาคต 4.โปรโมทผลงานของตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะช่องทางในไลน์หรือโซเชี่ยลทุกรูปแบบ เพียงแค่คุณสร้างหน้าเพจเฉพาะเพื่อโปรโมทสติ๊กเกอร์ของตัวเอง จากนั้นก็ทำให้คนที่เห็นหน้า Feed หรือเลื่อนผ่านได้จดจำและบางคนอาจรู้สึกสะดุดตาจนถึงขั้นไปหาซื้อมาใช้งานอีกด้วย ช่องทางที่ควรนำสติ๊กเกอร์ไปโปรโมท คือ Facebook Fan Page และ IG เป็นต้น การออกแบบสติ๊กเกอร์ไลน์ไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียดสูง ไม่ต้องวาดให้ซับซ้อน และไม่ต้องใช้ข้อความที่ลึกซึ้งมากจนเกินไป แม้วาดรูปไม่สวยแต่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถสื่อสารกับคนทั่วไปได้อย่างชัดเจนและผลิตสติ๊กเกอร์ที่ตรงต่อความต้องการของผู้ใช้งาน เท่านี้คุณก็ประสบความสำเร็จได้และบรรลุเป้าหมายได้อย่างดีที่สุด 

Read more

ธุรกิจไปได้สวย ด้วยโลโก้ที่ถูกหลักฮวงจุ้ย

ธุรกิจไปได้สวยด้วยโลโก้ที่ถูกหลักฮวงจุ้ย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจนั่นก็คือในเรื่องของการออกแบบโลโก้ของบริษัท แบรนด์ หรือตราสินค้าต่าง ๆ  เพราะโลโก้นี้เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนนของธุรกิจโดยตรงกันเลยก็ว่าได้ ซึ่งในการออกแบบโลโก้ตามหลักฮวงจุ้ยนั้น โลโก้ที่เรียบง่ายที่สุด ก็คือโลโก้ที่ดีและทำให้จดจำได้ง่ายที่สุด ในการออกแบบโลโก้ที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น ไม่ควรออกแบบให้มีความซับซ้อน และไม่ควรมีกรอบสามเหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยมมาปิดกั้น  ไม่ควรทำการใส่ลวดลายและรายละเอียดมากจนเกินไป เพราะจะเป็นการสื่อความหมายถึงความยุ่งยาก วุ่นวาย อาจส่งผลให้ธุรกิจที่ทำอยู่นั้นมีปัญหายุ่งยากซับซ้อนตามไปด้วยได้ ซึ่งโลโก้ที่ดี นั้นควรมีลักษณะดังต่อไปนี้ 1. โลโก้ที่มีลักษณะตั้งตรง หมายถึง มีความมั่นคง แข็งแรง 2. โลโก้ที่มีลักษณะอวบอ้วน หมายถึง มีความอุดมสมบูรณ์ 3. โลโก้ที่มีลักษณะตัวผอม เล็ก ๆ หมายถึง ความทุกข์ยาก ลำบาก ขาดทุน 4.ไม่ควรใช้โลโก้ที่เป็นสีขาว เพราะสีขาวเปรียบเหมือนความว่างเปล่า หรือสื่อว่าไม่มีเงินนั่นเอง 5. เส้นโลโก้ที่ใช้ ต้องต่อเนื่องไม่ขาดกัน หมายถึง เก็บเงินอยู่ ไม่ขาดหาย 6. ไม่ควรใช้โลโก้ที่มีลักษณะเป็นเส้น ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เพราะหมายถึงเริ่มต้นดี แต่ต่อไปจะไม่ดี 7. ถ้าหากใช้ตัวหนังสือทำเป็นโลโก้ ควรเขียนให้ต่อเนื่องกัน ไม่ควรขาดเป็นช่วง ๆ เพราะจะหมายถึงการทำธุรกิจแบบทำ ๆ หยุด ๆ  8. โลโก้ต้องไม่บวมนูน หรือห้อยลงด้านล่าง เพราะหมายถึงการแบกภาระ 9. โลโก้ที่ดีต้องไม่เอามาแตะกันเฉย ๆ ไม่มีความเนหนึ่งเดียวกัน เพราะจะหมายถึงกหุ้นส่วนที่พร้อมจะแยกจากกัน 10.การทำโลโก้เป็นแท่ง ๆ จะหมายถึงต่างคนต่างอยู่ ไม่ยั่งยืน 11. ไม่ควรใช้รูปสามเหลี่ยมอยู่ในโลโก้ เพราะเป็นลักษณะธาตุไฟ นั่นหมายถึงพร้อมที่จะทะเลาะหรือมีปัญหากันได้ตลอดเวลา นอกจากจะออกแบบโลโก้ให้มีความเรียบง่ายแล้ว การเลือกสีก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ โดยตามหลักฮวงจุ้ยนั้น สีก็จะแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่ม โดยจะแบ่งตามธาตุทั้ง  5  อันประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ไม้ ไฟ และทอง ในการเลือกใช้สีก็ต้องพิจารณาตามลักษณะหรือประเภทของธุรกิจควบคู่กันไป จะได้เลือกใช้สีที่ส่งเสริมกับธุรกิจนั้น ๆ ได้อย่างเต็มที่ ถ้าหากใช้สีที่ไม่เหมาะสมหรือไม่สนับสนุนกับธุรกิจที่ทำอยู่ ถึงแม้โลโก้จะถูกออกแบบมาดีแค่ไหนก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้  หรืออาจเลือกใช้เป็นสีกลาง ๆ ในกลุ่มธาตุดิน ซึ่งเป็นธาตุที่เข้ากันได้กับทุกธาตุ อย่างเช่น สีเหลือง ครีม น้ำตาล เพราะโดยธรรมชาติแล้วดินก็คือต้นกำเนิด เป็นสิ่งที่ช่วยยึดทุกสรรพสิ่งมาไว้ด้วยกัน และสิ่งที่สำคัญในการออกแบบโลโก้อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือ การพิจารณาตามวันเดือนปีเกิดของเจ้าของกิจการตามหลักฮวงจุ้ยจีน แล้วนำมาเลือกออกแบบตามธาตุที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจและเจ้าของกิจการ เพื่อให้ออกมาถูกต้องตามหลักการออกแบบโลโก้ที่ดี เป็นที่จดจำและมีเอกลักษณ์  สามารถสื่อถึงแบรนด์หรือบริษัทได้อย่างดีที่สุดนั่นเอง   

Read more

Pantone ประกาศให้ “Living Coral” เป็นสีแห่งปี 2019

Pantone ประกาศให้ “Living Coral” เป็นสีแห่งปี 2019

Pantone  ประกาศให้  “Living Coral” เป็นสีแห่งปี 2019  เป็นระยะเวลากว่า 19 ปีที่ The Pantone Color Institute™ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านสีจะทำการคัดเลือกและประกาศสีที่มีอิทธิพลประจำปีนั้นๆ ที่จะส่งผลต่อสิ่งต่างๆ ในโลก ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า แฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ โลโก้ อุปกรณ์ไอที สิ่งของเครื่องใช้และอื่นๆ ซึ่งในปี 2019 สีที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสีประจำปี ก็คือ PANTONE 16-1546 Living Coral ที่จะเป็นสีพีชหรือสีส้มพีช ที่ออกแนวพาสเทล ซึ่งถือว่าเป็นสีที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตลอดปี 2018 ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายว่าสี Living Coral จะกลายเป็นสีประจำปี 2019   สี Living Coral เป็นสีที่มีความแตกต่างจากสี Pantone ประจำปี 2018 อย่าง สีม่วง UltraViolet เป็นอย่างมาก โดยทาง Pantone ได้เผยถึงความหมายของสี Living Coral ที่จะให้ความรู้สึกสดใส สนุกสนาน เป็นสีที่ให้พลังงานเชิงบวก ร่าเริงแจ่มใสพร้อมแสดงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แสดงถึงธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากนี้ทางผู้บริหารของ Pantone ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ในปัจจุบันนี้โลกได้มีการเปลี่ยนแปลงและมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่หันเข้าหาธรรมชาติ ให้ความตระหนักและสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่จะมีอิทธิพลต่อปี 2019 เป็นอย่างมาก   นอกจากนี้ชื่อของสี Living Coral ยังสอดคล้องกับปะการัง สิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ความงามแห่งท้องทะเลที่เป็นตัวแทนของความสดใส ร่าเริง การมองโลกในแง่ดี มีความสำคัญกับสัตว์ทะเลที่ควรแก่การดูแลรักษาอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างมาก และสี Living Coral  ก็เป็นสีที่แสดงถึงความมีชีวิตชีวาและสนุกสนานของ Social Media อีกทั้งยังเป็นสีที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองและโลกที่มีความดุเดือดและขัดแย้ง Living Coral จะเป็นสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ให้ความรู้สึกเชิงบวกแก่ผู้สัมผัส   สำหรับการคัดเลือกสีประจำทางทีมงานของ Pantone จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ความนิยมของอุตสาหกรรมเพื่อที่จะได้ Pantone Color of the Year ซึ่งก็จะมีทั้งอุตสาหกรรมการคมนาคมภาพยนตร์ศิลปินศิลปะดีไซน์ในด้านต่างๆแฟชั่นสภาวะของสังคมไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียที่กำลังได้รับความนิยมรวมถึงผิวสัมผัสที่จะส่งผลต่อสีและเทคโนโลยีใหม่ๆ    ทั้งนี้หลายคนก็เข้าใจว่าการคัดเลือก Pantone Color of the Year สีประจำปีของ Pantone เป็นสีที่จะส่งผลต่ออนาคตของอุตสาหกรรมต่างๆเป็นการคาดการณ์อนาคตแต่ที่จริงแล้วสีประจำปีเป็นการคัดเลือกสิ่งที่สะท้อนถึงเรื่องราวเหตุการณ์นั้นๆและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบันเหมือนดั่งสี Living Coral ที่ในปีที่ผ่านมานั้นสีพีชนี้ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมด้านต่างๆมากมายพร้อมทั้งสื่อถึงช่วงเวลาในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

Read more

มาเรียน photoshop และ illustrator สู่เส้นทางนักออกแบบอย่างมืออาชีพกันเถอะ

Artboard 1 100 มาเรียน photoshop และ illustrator สู่เส้นทางนักออกแบบอย่างมืออาชีพกันเถอะ

มาเรียน photoshop และ illustrator สู่เส้นทางนักออกแบบอย่างมืออาชีพกันเถอะ   ถ้าพูดถึง โปรแกรมสุดฮิตของกราฟฟิกดีไซน์ ก็คงจะนึกถึงโปรแกรม photoshop และ illustrator กันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ เพราะเป็นโปรแกรมที่นักออกแบบทั่วโลกใช้กัน ด้วยความสามารถในการ ออกแบบกราฟฟิกต่างๆได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบโลโก้ การตกแต่ง รีทัชภาพสินค้า ทำแผ่นพับ  ทำ Banner สำหรับลงโฆษณาออนไลน์ ทั้งแบบภาพนิ่งและเคลื่อนไหว ซึ่งนักออกแบบมือใหม่ หรือผู้ที่สนใจอยากจะเป็นกราฟฟิกดีไซน์ หรือพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ที่ต้องการจะสร้างแบนเนอร์ หรือออกแบบโลโก้ ตกแต่งสินค้าได้ด้วยตนเอง  วันนี้กราฟฟิกดีไซน์ก็จะขอเสนอ คอร์สเรียน photoshop illustrator ด้วยหลักสูตรเร่งรัดเพื่อต่อยอดสู่มืออาชีพ โดยหลักสูตรนี้จะนำทางทุกท่าน ไปสู่การเป็น นักออกแบบกราฟิกอย่างมืออาชีพ ได้อย่างง่ายดายค่ะ กราฟฟิกบุพเฟ่ต์ เปิดคอร์ส เรียน photoshop  ที่จะช่วยให้คุณแต่งภาพ หรือออกแบบงานกราฟฟิกได้อย่างมืออาชีพ โดยผู้สอนระดับมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ ด้านกราฟฟิกดีไซน์  ที่ได้รับการการันตีจากผลงานต่างๆ จากลูกค้าของเรา ซึ่งหลักสูตรนี้ จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบงานสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ได้ อาทิเช่น โปสเตอร์ แผ่นพับ ใบปลิว นามบัตร ออกแบบบรรจุภัณฑ์ บิลบอร์ด ออกแบบโลโก้  ตกแต่งภาพ รีทัชภาพ ทำ Banner สำหรับลงโฆษณาออนไลน์ ทั้งแบบภาพนิ่งและเคลื่อนไหวและอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้คุณสามารนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริง ในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ให้สนใจงานของคุณ ให้ธุรกิจ หรือแบรนด์ของคุณประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว   สำหรับคอร์สเรียน illustrator ซึ่งนอกเหนือจากการออกแบบแล้ว Illustrator  ยังมีจุดเด่นในด้านของการสร้างงาน Graphic แบบ Vector ที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน Graphic ต่างๆ โดยผู้เรียนจะได้เรียนรู้การ วาดการ์ตูนล้อเลียน วาดสติ๊กเกอร์ไลน์ ทำนามบัตรหน้า-หลัง, โบรชัวร์ หน้า-หลัง พร้อมแปลงไฟล์เป็น PDF เพื่อส่งโรงพิมพ์, ออกแบบกล่องแพคเกจจิ้งพร้อมไดคัท, , ออกแบบปกพ็อคเก็จบุ๊คหน้า-หลัง, ออกแบบ Art Work, ปกนิตยสาร,ปฏิทิน ออกแบบลายเส้นแบบ ART  การจักองค์ประกอบ ทฤษฎีสี Grid System การใช้งานเวกเตอร์ โดยเนื้อหาที่เข้าใจง่าย เน้นการปฏิบัติใช้งานจริง เพื่อให้คุณสามารถออกแบบกราฟฟิก สร้างงานต่างๆได้อย่าง คล่องแคล่วรวดเร็ว และมีความสวยงามเหมือนมืออาชีพมาเองเลยล่ะคะ   จากคอร์สเรียน photoshop และ illustrator ของกราฟฟิกบุพเฟ่ต์ จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบกราฟฟิกงานกราฟฟิก สู่การเป็น Designer อย่างมืออาชีพ ถึงแม้คุณนั้นจะไม่มีพื้นฐานมาเลยก็ตาม ด้วยเทคนิคในการทำงาน จากประสบการณ์จริงของผู้สอนทีมีประสบการณ์และเป็น Graphic Designer มืออาชีพ โดยผู้เรียนที่จบคอร์สของเราไปแล้ว จะสามารถประกอบอาชีพในสายงาน กราฟฟิกดีไซน์ ต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสมโดยเฉพาะพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ซึ่งการออกแบบต่างๆนั้น เราจำเป็นต้องเรียนรู้พื้นฐานการออกแบบงานกราฟิกที่ดี เพื่อให้เราสามารถออกแบบ สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดด้าน Animation หรือจะเป็น 2D หรือ 3D หรือแม้กระทั่งด้านกราฟิกในขั้นสูงต่อไปค่ะ  

Read more

Serif front ฟอนต์มีหัว ตัวมีขา สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์และงานออกแบบ

บทความ Serif front ฟอนต์มีหัว ตัวมีขา สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์และงานออกแบบ

Serif front ฟอนต์มีหัว ตัวมีขา สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์และงานออกแบบ   Serif front ฟอนต์มีหัว ตัวมีขา แบบอักษรที่มีขีดเล็ก ๆ อยู่ที่ปลายอักษรเรียกว่า เซริฟ เป็นฟอนต์คลาสสิคยอดนิยม ที่แสดงความเป็น “ตัวตน” บ่งบอกถึง เอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ เป็นฟอนต์ที่ถูกออกแบบ ให้มีความละเอียดอ่อนและมีความคมชัดสูง นิยมใช้สำหรับพิมพ์เนื้อความ เหมาะสำหรับใช้งานด้านสื่อสิ่งพิมพ์     การสื่อสารคำพูดผ่านตัวอักษร เป็นสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้าม ในการออกแบบ พัฒนาเว็บไซต์ หรือการทำงานด้านกราฟฟิกดีไซน์นั้น  โดยฟอนต์ ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ กับงานออกแบบ ซึ่งการเลือกแบบตัวอักษร หรือ Font เราจึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับงานที่ใช้ โดยดูจากวัตถุประสงค์ของงานนั้น ๆ ค่ะ วันนี้กราฟฟิกบุพเฟ่ต์ ก็จะขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ Serif front กันคะ เชื่อว่าดีไซเนอร์หลายคน คงเคยได้ยินคำว่า “Serif” กันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่คงมีคนจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่รู้ความหมายของมันจริงๆ ใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งเจ้า Serif front นี้ ก็คือ ฟอนต์มีหัว ตัวมีขา ฟอนต์ประเภทมีเชิง(ภาษาอังกฤษ) หรือมีหัว (ภาษาไทย) หรือการเล่นหาง ตัวอักษรนั่นเองแหละค่ะ จะปรากฏในตัวอักษรตระกูล Times แบบอักษรชนิดนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าแบบโรมัน (roman) โดย Typeface ใดก็ตามที่เป็นแบบ Serif นั้นหมายความว่า ทุกๆ Glyph จะมีการตวัดหางของตัวอักษร โดย Serif front จะอ่านได้ง่ายหากใช้กับข้อความยาวๆ จึงนิยมใช้สำหรับพิมพ์เนื้อความต่างๆ ดูทันสมัยอินเทรนด์ ซึ่งเหมาะจะใช้ในงาน ที่ต้องการความทันสมัย ออกแนวไม่เป็นทางการมากนัก และเนื่องจากการเล่นหางของ serif นั้น อาจทำให้อ่านได้ยากขึ้น หากดูด้วยหน้าจอที่มีความละเอียดไม่สูงนัก  โดยเฉพาะในหน้าจอมือถือ Serif front  จึงเหมาะสำหรับงานสื่อสิ่งพิมพ์ มากกว่าจะใช้ในการออกแบบเว็บไซต์ นั่นเองค่ะ       ในการใช้งาน Serif front ฟอนต์นั้น จะนิยมนำมาใช้ในงานสื่อสิ่งพิมพ์ค่ะ เพราะจะง่ายต่อการอ่านบนกระดาษ มากกว่าการอ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่แสดงในหน้าเพจ โดย Serif front จะให้ความรู้สึก ที่ดูหนักแน่น น่าเชื่อถือ จึงเหมาะจะใช้กับงานที่ดูจะเป็นทางการ และต้องการความน่าเชื่อถือมากๆ โดยฟอนต์ในกลุ่มนี้ เช่น Times, Times New Roman , Bookman ,Bodoni, Baskerville, Palatino และ Trajan ซึ่งเป็นฟอนต์ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากค่ะ   Serif front จึงเป็นฟอนต์ที่เหมาะสำหรับงานสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งเทรนด์ฟอนต์ที่ได้รับการออกแบบในคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันอาจมีทั้งแบบ Serif และ Sans-serif ปะปนกันในฟอนต์หนึ่งๆ ได้ค่ะ ยังไงก็ลองนำไปปรับใช้ดูตามความเหมาะสมกันนะคะ      

Read more

มารู้จัก Sans Serif ฟร้อนต์ยอดนิยม ในการออกแบบเว็บไซต์

sansarif2 copy มารู้จัก Sans Serif ฟร้อนต์ยอดนิยม ในการออกแบบเว็บไซต์

มารู้จัก Sans Serif ฟอนต์ยอดนิยม ในการออกแบบเว็บไซต์   Sans Serif เป็นฟอนต์แบบไม่มีเชิง คือฟอนต์ที่ไม่มีขีดที่ปลายอักษร หรือไม่มีการเล่นหางใดๆ ทั้งสิ้นนั่นเองค่ะ เป็นฟอนต์ง่ายๆ ดูทันสมัย โมเดิร์นๆ มีลูกเล่น เรียบง่าย ดูร่วมสมัยและเป็นสากล เหมาะสำหรับการออกแบบเว็บไซต์ หรือจะใช้พาดหัวหรือหัวเรื่องที่เป็นจุดเด่น ที่มองเพียงครั้งเดียว ก็สามารถจดจำได้ง่าย เพราะความเรียบง่ายของรูปแบบฟอนต์ Sans Serif ค่ะ ในการออกแบบเว็บไซต์ การเลือกฟอนต์  เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เว็บไซต์ดูมีสไตล์และมีการดีไซน์ที่ดี สามารถบ่งบอกเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นๆได้ หลายคนอาจจะทราบดีว่าฟอนต์หลักๆนั้นจะมีอยู่ 2 แบบ คือ ที่เราเรียกกันว่า Serif กับ Sans Serif  โดยฟอนต์ Sans Serif และมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าแบบกอทิก (gothic) Sans Serif มาจากภาษาฝรั่งเศสและแปลว่า “ไม่มี serifs”  คือไม่มีการตวัดตรงหัว ไม่มีน้ำหนักเส้น หรือไม่มีหางนั่นเองค่ะ ลักษณะตัวอักษรของฟอนต์ปรับปรุงขึ้นโดยใช้รูปทรงเรขาคณิต ทำให้ดูเรียบง่าย ไม่มีการเล่นหางใดๆ ทั้งสิ้น มักไม่ใช้เป็นตัวพิมพ์เล็ก หรือตัวเอียง เป็นแบบอักษร User Interface (UI) ที่อ่านง่าย นิยมใช้ในการออกแบบเว็บไซต์ ซึ่งเป็นฟอนต์มาตรฐานของ Microsoft Sans Serif  ได้รับความนิยม ในการออกแบบเว็บไซต์ เนื่องจากสามารถอ่านได้ง่าย ดูสวย ดูเป็นระเบียบ และคมชัดที่สุดแล้ว หากแสดงผลด้วยหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพราะมีความละเอียดต่ำกว่างานพิมพ์ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ใช้ภาษาอังกฤษ จะนิยมใช้ฟอนต์นี้ สำหรับเขียนบทความที่มีเนื้อหายาวๆ เพราะฟอนต์ Sans Serif  เป็นลักษณะของตัวอักษรที่เรียบง่าย เหมาะที่จะใช้กับหัวข้อหรือ ตัวอักษรขนาดใหญ่ แต่ไม่เหมาะสมกับลักษณะตัวเอียงนะคะ ซึ่งถ้าเราต้องการออกแบบเว็บให้ดูทันสมัย ไม่เป็นทางการมากนัก ดูมีลูกเล่น แนววัยรุ่น เรียบง่าย การใช้ฟอนต์ตระกูลนี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เป็นอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ยังมีการใช้ใน สื่อสิ่งพิมพ์อีกด้วย โดยมักใช้พาดหัวข่าวและโฆษณา  หัวเรื่องที่เป็นจุดเด่น ใช้สำหรับข้อความในตารางและคำอธิบายภาพ เนื่องจากความเรียบง่ายของรูปทรงตัวอักษร เช่นใช้ใน โบรชัวร์ หนังสือพิมพ์ นิตยสารสำหรับวัยรุ่น หนังสือสำหรับเด็ก หรือใช้ในการออกแบบโลโก้ต่างๆ ซึ่งตัวอักษรในกลุ่มนี้ที่ได้รับความนิยม เช่น Helvetica, Montserrat, Muli, Avant Garde, Arial , Frutiger, Optima, Futura, Maven Pro และ Geneva Sans Serif เว็บฟอนต์สำหรับการออกแบบเว็บไซต์ ด้วยลักษณะของฟอนต์ที่ปรับปรุงขึ้นโดยใช้รูปทรงเรขาคณิต ไม่มีการเล่นหางใดๆ ทั้งสิ้น จึงดูเรียบง่าย สามารถแสดงผลได้ดีบนบนจอคอมพิวเตอร์ เหมาะสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ทำให้เว็บของคุณดูเรียบง่าย แต่ดูโมเดิร์น และความสง่างาม นำเทรนด์อยู่เสมอ สำหรับใครที่จะนำฟอนต์ Sans Serif ไปใช้ในงานออกแบบ ยังไงก็ลองนำไปปรับใช้เพื่อความเหมาะสมดูนะคะ

Read more

LOGO ของคุณสีอะไรดี จะเลือกยังไง ?

botkwarm LOGO ของคุณสีอะไรดี จะเลือกยังไง ?
โลโก้ของคุณสีอะไรดี จะเลือกยังไง?        สีสันคือสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึกต่อคนเราอย่างมาก โลกของเราเต็มไปด้วยสีสันต่างๆมากมายจาก ท้องฟ้า ธรรมชาติ ดอกไม้ สัตว์ แมลงต่างๆ ล้วนมีสีสันที่หลากหลาย เราอาจไม่รู้ตัวว่าความคิดการตัดสินใจหลายๆครั้งของเราถูกผลักดันมาจากสีสันเหล่านี้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราสามารถนำสิ่งนี้มาใช้ในธุรกิจได้อย่างไรล่ะ?  งานวิจัยด้านจิตวิทยา ระบุชัดเจนว่า ความอร่อยส่วนหนึ่งได้อิทธิพลจากสีของอาหาร สีของตัวยามีผลต่อความรู้สึกว่าได้ผล ขนาดนั้นเลย! เราสามารถนำความรู้เรื่องนี้มาปรับใช้เข้ากับแบรนด์โลโก้ เพื่อสื่อสารความหมาย เพื่อเข้ากับพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพราะทุกวันนี้แบรนด์ใหญ่ๆก็ใช้กันอยู่แล้ว ตัวเราก็เป็นส่วนหนึ่งของผู้บริโภค เราได้ถูกชักนำดึงดูดให้ใช้จ่ายด้วยสีสันของแบรนด์เหล่านั้นมานานแสนนานแล้วโดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อเราเป็นผู้ประกอบการณ์แล้ว เรื่องที่เหมือนจะเล็กแต่ไม่เล็กเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสี หรือโลโก้คุณจะต้องใช้กันไปอีกนาน แล้วจะเลือกยังไงล่ะ? การเลือกสีโลโก้ หรือ สีธีมของแบรนด์นั้น คุณจะต้องพิจารณาถึงการเข้าถึงลูกค้า สีไหนที่ดึงความสนใจ และกระตุ้นอารมณ์ที่เป็นบวกจากกลุ่มลูกค้าของคุณมากที่สุด บางคนอาจจะเลือกจากสีที่ตัวเองชอบ แต่นั่นอาจไม่ใช่สีที่ลูกค้าชอบก็ได้ ลูกค้าอาจไม่ได้เป็นคนประเภทเดียวกับคุณ รายได้ การศึกษา สังคม สภาพแวดล้อม ที่ต่างกันจะทำให้รสนิยมต่างกัน ต่อไปนี้คือทฤษฎีสีที่สามารถไกด์ได้เบื้องต้นว่าโลโก้ของคุณเหมาะกับสีแบบใด • สีแดง คือความตื่นเต้น พลัง ความตื่นตัว วัยรุ่น ความใคร่ ความทะเยอทะยาน ความมั่นใจสูง ถ้าบริษัทของคุณต้องการดัง เป็นที่น่าสนใจ ทันสมัย อ่อนวัย ควรจะใช้สีแดง • สีชมพู คือสีแห่งความเป็นผู้หญิง ความอ่อนหวาน ความรักที่สวยงาม การดูแลเอาใจใส่ ความเป็นห่วงเป็นใย ความอ่อนโยน หากแบรนด์ของคุณเป็นสินค้าเพื่อผู้หญิงที่มีคาแรกเตอร์แบบหวานๆ ก็ควรพิจารณาโทนสีชมพูไว้ใช้ซึ่งจริงๆก็เล่นได้หลายเฉด • สีม่วง คือสีที่ไม่ใช่แม่สีซึ่งมีความซับซ้อนด้านความหมายและอารมณ์ สีม่วงยังหมายถึง ความหรูหรา ความร่ำรวย ความเป็นของจริง ของแท้ ความเห็นอกเห็นใจ ความฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ แฟนตาซี หากแบรนด์ของคุณมีความหมายที่ซับซ้อน ล้ำลึก หรือสะท้อนถึงความร่ำรวย หรือ ความแปลกใหม่ จะเหมาะกับสีนี้ • สีส้ม จะให้ความหมายคล้ายสีแดง แต่ลดดีกรีลงมาหน่อย ยังคงแสดงถึงความเป็นวัยรุ่น พลัง ความตื่นเต้น แต่เพิ่มเติมด้วยความเป็นอิสระ ความอบอุ่น การเปิดรับ ความใจกว้าง การคิดบวก มองโลกในแง่ดี หากแบรนด์ของคุณสื่อถึงการเข้าสังคม ความคิดแง่ดี วัยรุ่น อิสระ ควรพิจารณาโทนสีส้ม • สีเหลือง คือสีแห่งความสุข แสงอาทิตย์ การพักร้อน ความสนุก ความเป็นมิตร การให้กำลังใจ พลังงาน การเฉิมฉลอง ปิติยินดี เจริญอาหาร หากแบรนด์ของคุณต้องการความสดใส ให้กำลังใจ กระตุ้น สีเหลืองสมควรได้พิจารณา • สีเขียว ให้ความรู้สึกถึง ธรรมชาติ ต้นไม้ ออแกนิค สุขภาพ ความปลอดภัย การเติบโตแบบมั่นคง ความใจกว้าง ความไว้วางใจ แบรนด์ที่สะท้อนถึงธรรมชาติ หรือความปลอดภัย สีเขียวเป็นสีที่เหมาะสม • สีน้ำเงิน คือสีที่คลาสสิกที่สุดในวงการ โลโก้กว่าครึ่งบนโลกจะมีส่วนผสมของสีน้ำเงิน ซึ่งสื่อถึง ความน่าเชื่อถือ ตัวจริง ความจริงใจ สันติภาพ ความมั่นใจ ความเคารพ ความทันสมัย ความเป็นผู้ใหญ่ ความเป็นผู้ชาย หากแบรนด์ของคุณ ต้องการให้ลูกค้าเห็นภาพสิ่งเหล่านี้สีน้ำเงินน่าจะเหมาะสม • สีน้ำตาล ถูกใช้น้อยมากในโลโก้ซึ่งคุณจะโดดเด่นได้ถ้าเลือกใช้ให้สื่อถึง ความดุดัน ความเข้มแข็ง ทรหด แกร่ง ความเป็นเนื้อไม้ ความเป็นเนื้อดิน ธรรมชาติ ความอบอุ่น ความเป็นผู้ใหญ่ ความคลาสสิก อายุยาวนาน • สีดำ คือความลึกลับ แต่เท่ ทันสมัย โดดเด่น ความมั่นใจ ความหรูหรา ความสุภาพ ความจริงจัง เคร่งขรึม ไม่ได้มาเล่นๆ หากอยากให้แบรนด์ของคุณสื่อถึงความหมายเหล่านี้ อาจเลือกใช้สีดำผสมเข้าไปได้ • สีเทา จริงๆคือความไปไม่สุดในทางใดทางนึงคือ ไม่ดำ และไม่ขาว มีความเป็นกลาง แต่ส่วนใหญ่จะใช้ในงานโลโก้เพื่อสื่อถึงความเป็นสีเงิน สีเหล็กเงา เหล็กมัน สะท้อนถึงความทันสมัย ความมั่งคง ความน่าเชื่อถือ • สีขาว อาจหมายถึงไม่มีสี สีขาวสือถึงความน่าเชื่อถือ ความสงบ เหมาะกับการใช้เพื่อประกอบกับสีอื่นๆในโลโก้ จะทำให้โดดเด่นขึ้นมาได้ เป็นสีที่ใช้มากเช่นกัน
Read more

วิธีออกแบบ facebook cover ให้สวยโดดเด่น เหนือคู่แข่ง

วิธีออกแบบfacebookcoverให้สวยโดดเด่นเหนือคู่แข่ง
วิธีออกแบบ facebook cover ให้สวยโดดเด่น เหนือคู่แข่ง Facebook  Covers  หรือหน้าปกเฟสบุ๊คนี้ เป็นสิ่งที่แสดงถึงภาพลักษณ์ บ่งบอกถึงตัวตนของแบรนด์ ร้านค้า ธุรกิจ หรือองค์กร ซึ่ง Facebook  Covers  ของแบรนด์ใด ที่สามารถออกแบบได้โดนใจผู้พบเห็น ก็จะช่วยดึงดูดให้ผู้พบเห็นเกิดความสนใจ ที่จะเข้ามาชม Facebook Page ของเราได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดยอดไลค์แฟนเพจที่มากขึ้น และอาจส่งผลถึงยอดขายที่มากขึ้นตามไปอีกด้วย   การออกแบบ Facebook  Covers  ให้สวย ดูน่าสนใจ จึงเป็นการเสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ ให้ดูน่าติดตาม และเหนือคู่แข่ง  วันนี้  graffic buffet ก็เลยจะมาแนะนำเทคนิค วิธีออกแบบ facebook cover ให้สวย โดดเด่น แต่ยังคงความเป็นตัวตนของแบรนด์ไว้ แถมยังทำได้ง่ายเวอร์ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ก็ตามกันมาเลยคะ   แสดงความเป็นตัวตนของแบรนด์ เป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์ ของธุรกิจ สินค้า หรือองค์กรของคุณ ได้อย่างชัดเจน เช่น การเลือกใช้โลโก้ การบริการ หรือภาพสินค้า ที่น่าสนใจ โดยอาจจะเพิ่มข้อความสั้นๆ หรือใช้สโลแกนที่ติดหู ลงไป ใน Facebook Covers เพื่อเป็นการโปรโมทแบรนด์ของคุณ ซึ่งต้องอาศัยทักษะการออกแบบ ที่สวยงาม โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร จึงจะสามารถดึงดูดผู้พบเห็น ให้เข้ามาชม และติดตามแฟนเพจของเราในที่สุด   สร้างแรงบันดาลใจในการซื้อ แค่เห็นภาพโปรไฟล์ และหน้าปก Facebook Page สวยๆ ก็เกิดความอยากที่จะได้ซื้อสินค้า หรือบริการของคุณ ซึ่งเคล็ดลับนี้ อยู่ที่เทคนิคการถ่ายภาพค่ะ รูปสวย ชัดเจน ดูดี มีสโลแกนที่โดนใจ ก็จะเป็นการกระตุ้นให้ผู้พบเห็น เกิดความอยากที่เป็นเจ้าของสินค้า และบริการของเราแล้วล่ะค่ะ   ความพอดีของขนาดภาพที่ลงตัว ไซต์หรือขนาดของภาพ มีความสำคัญต่อการทำ Facebook Covers เป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ เพราะถ้าขนาดของภาพ ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ก็จะทำให้ ภาพที่ออกมานั้น ขาดความสมดุล ทำให้แบรนด์นั้นๆ มีภาพลักษณ์ที่อาจจะดูแย่ลง ในสายตาผู้พบเห็นได้อีกด้วยนะคะ   โปรโมทกิจกรรม แคมเปญ และข่าวประชาสัมพันธ์ กิจกรรมที่น่าสนใจ ก็จะช่วยดึงดูด ผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี เราจึงควรคิดแคมเปญใหม่ ๆ โดนใจ ลูกค้า ตามเทรนด์อยู่เสมอ และไม่ลืมที่จะระบุ วัน เวลา และสถานที่ในการจัดกิจกรรมให้ชัดเจน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และความน่าสนใจ ให้กับแบรนด์   ภาพสามารถสื่ออารมณ์ได้  ภาพที่ใช้ใน Facebook Page ควรบ่งบอกถึงอารมณ์ ความรู้สึกได้เป็นอย่างดี เช่น Facebook Page ประเภทอาหาร ควรแสดงถึงความน่ากิน และรสชาติที่แสนอร่อย หรือ ภาพน้ำหอม ก็อาจจะเลือกภาพ ที่บ่งบอกถึงความหอม สดชื่น จนผู้พบเห็น ห้ามใจไม่ไหว ที่จะเข้ามาชมแฟนเพจ ของเราต่อไป   สีสันสดใส ก็จะทำให้ facebook cover ของเรามีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น โดยอาจใช้ ภาพหรือพื้นหลัง ที่มีสีสันสดใส  เข้ากับสินค้า หรือบริการ เช่นใช้โทนสีพาสเทล ที่บ่งบอกถึงความอ่อนหวาน และความเป็นผู้หญิง ใช้สีเขียว เพื่อบ่งบอกความเป็นธรรมชาติ หรือใช้สีฉูดฉาด ที่ตัดกัน หรือการไล่ระดับสี ก็เป็นการบ่งบอกถึงความกระตือรือร้น และความสนุกสนาน   มี Content ที่น่าดึงดูด การบอกเล่าเรื่อง ของแบรนด์ ซึ่งปัจจุบันเราสามารถสร้าง content ใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งปัจจุบันที่กำลังได้รับความนิยมก็คือ การทำ content แบบ แอนนิเมชั่น หรือแบบวิดีโอ เพราะสามารถถ่ายทอด ความรู้สึก และกระตุ้นให้เกิดความอยากซื้อ ได้อย่างง่ายดาย หรือจะสร้าง content แบบ คอลเลคชั่น โดยการนำภาพมาเรียงต่อกัน แล้วสร้างเป็นเรื่องราว ก็โดดเด่น ไม่แพ้ก้นเลยล่ะค่ะ   วิธีออกแบบ facebook cover ให้สวยโดดเด่น เหนือคู่แข่ง ซึ่งแต่ละวิธีก็ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะคะ ยังไงเพื่อนๆก็อย่าลืม ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ   รับรองว่า Facebook Page ของเพื่อนจะต้องมียอดไลค์ ถล่มทลาย และยอดขายปังสุดๆ อย่างแน่นอน        
Read more

การออกแบบ Infographic ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง รู้แล้วทำเลย

การออกแบบ ตัวอักษร Infographic
การออกแบบ Infographic หรือ presentation ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง รู้แล้วทำเลย งานนำเสนอนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพื่อที่จะดึงดูดความสนใจของผู้ชมและนำเสนอสิ่งที่เราต้องการสื่อออกมาให้ครบถ้วนมากที่สุด องค์ประกอบของ Presentation ที่ดีนั้นไม่ใช่แค่เพียงความสวยงามเท่านั้น แต่หมายถึงเนื้อหาที่กระชับ ครบถ้วน และน่าสนใจ ทำให้ผู้ฟังเข้าใจถึงสิ่งที่เราต้องการนำเสนอออกมาได้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นเราไปศึกษาแนวทางในการออกแบบ Presentation การนำเสนอที่สวยงามและเหมาะสม ที่จะทำให้ผลงานของคุณโดดเด่น น่าสนใจและเป็นการเริ่มต้นที่ดีอย่างแน่นอน   ออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่ชัดเจน การออกแบบPresentation นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใส่สีสันฉูดฉาด มีจุดเด่นที่ซับซ้อนจนเกินไป แต่ควรที่จะออกแบบให้ดูเรียบง่าย มีมิติในทุกๆองค์ประกอบ ตั้งแต่โทนสี ภาพ ข้อความและหัวข้อ ให้มีความกระชับและสดใส น่าสนใจ ไม่ควรใส่ข้อมูลที่มากจนเกินไปรวมไปถึงเอฟเฟคหรือเทคนิคพิเศษต่างๆ ที่ใส่เยอะจนกลายเป็นบดบังเนื้อหาและใจความสำคัญที่เราต้องการนำเสนอ โดยการออกแบบธีมของการนำเสนอนั้นควรกำหนดรูปแบบให้ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งโทนสี รูปภาพ และในแต่ละสไลด์ เพื่อที่ทำให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากที่สุด   2. ตัวอักษร เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในการออกแบบงานนำเสนอเลยทีเดียวสำหรับตัวอักษร ที่จะทำให้ Presentation ดูน่าจดจำและสวยงามมากยิ่งขึ้น ในการออกแบบ Presentation ควรเน้นถึงความเหมาะสมและผสมผสานกันอย่าลงตัว ควรใช้ตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่เพื่ออ่านได้อย่างชัดเจน ไม่ควรใช้อักษรเป็นที่ตัวหนาหมด แต่ควรเน้นเฉพาะในส่วนที่สำคัญ เช่น หัวข้อ วันที่ หรือใจความสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ตัวอักษรในแบบเดิมๆเช่น Cordia,Angsana New หรือ Time New Roman เพื่อลดความจำเจและแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ให้เข้าเนื้องาน นอกจากนี้ในหนึ่งสไลด์ ควรจะวางตัวอักษรให้อยู่ที่ไม่เกิน 7 คำ ต่อ 1 บรรทัด และไม่ควรเกิน 7 บรรทัดต่อ 1 สไลด์ เพื่อที่จะทำให้งานนำเสนอของคุณดูสมดุลและน่าอ่าน   3. โทนสี สำหรับสีตัวอักษร ควรเลือกสีตัวอักษรที่ไม่ถูกกลืนไปกับพื้นหลัง เลือกตัวอักษรที่มีสีเข้มตัดกับพื้นหลังโทนสีสว่าง เช่น พื้นหลังฟ้า และสีขาว ควรจะเลือกใช้สีตัวอักษร สีน้ำเงินเข้ม สีเขียวเข้มหรือสีดำ ส่วนถ้าหากพื้นหลังเป็นสีเข้มก็ควรที่จะใช้สีตัวอักษรอ่อนนั่นเอง นอกจากควรเลือกสีที่ดึงดูดใจและมีความสามารถในการโน้มน้าว โดยสีที่เหมาะสมที่สุดคือ สีโทนเย็น เช่น สีเขียว สีฟ้า สีน้ำเงิน และสีโทนอบอุ่น เช่น สีแดง สีส้ม สีเหลือง โดยสีโทนอบอุ่นควรใช้เป็นสีของตัวอักษร และสีโทนเย็นสำหรับเป็นพื้นหลัง   4. ภาพประกอบ ภาพประกอบถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยทีเดียว ควรเลือกรูปภาพที่เหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ โดยที่ไม่ต้องใส่ทุกๆข้อความลงไปทั้งหมด ควรจัดวางให้ออกมาในรูปแบบของ Infographic การแสดงถึงแผนผังหรือแผนภูมิ เพื่อที่จะทำให้ผู้ชมเห็นถึงสิ่งที่เรานำเสนอได้อย่างชัดเจน โดยภายในหนึ่งสไลด์นั้นไม่ควรที่จะที่จะใส่ภาพหลายๆภาพซ้อนกัน ควรใช้รูปภาพเดียวที่สื่อความหมายในสิ่งที่เราต้องการนำเสนอให้มากที่สุด   การออกแบบ Infographic หรือ Presentation ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการนำเสนอ เพราะจะเป็นตัวช่วยที่แสดงถึงความพร้อม ความน่าเชื่อถือและแสดงถึงสิ่งที่เราต้องการสื่อให้ได้มากที่สุด โปรดจำไว้เสมอเลยว่า Presentation ถ้าหากออกแบบดี สวยงามและเหมาะสม รับรองเลยว่าคุณจะต้องมีชัยไปกว่าครึ่งแน่นอน
Read more

สรุปเทรนด์การออกแบบโลโก้ประจำปี 2018

การออกแบบโลโก้

สรุปเทรนด์การออกแบบโลโก้ประจำปี 2018 สรุปเทรนด์การออกแบบโลโก้ประจำปี 2018 หากได้ลองถามกราฟิกดีไซน์เนอร์เกี่ยวกับความยากในการออกแบบแล้วล่ะก็เชื่อเลยว่าทุกคนคงต้องตอบกันเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่ยากที่สุดคือ “การออกแบบโลโก้ ” อย่างแน่นอน ต้องรีบบอกให้กับใครหลายๆคนที่อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมโลโก้ถึงออกแบบยาก ทั้งๆที่มันคือส่วนที่มีรายละเอียดน้อยที่สุดและดูง่ายกว่าส่วนอื่นๆซะด้วยซ้ำ มันคือเรื่องจริงที่โลโก้ดูง่าย แต่สิ่งที่ยากคือการคิดและการตีความออกมาให้มันดูง่าย โดยจะต้องนำความง่ายและน่าจดจำนั้นมาใส่ในการออกแบบ ซึ่งในความง่ายนั้นต้องมีครบทุกองค์ประกอบของแบรนด์นั้นๆและนำสะท้อนออกมาเป็นตราสัญลักษณ์ หรือ โลโก้ นั่นเอง ดังนั้นเหล่านักกราฟิกดีไซน์เนอร์ทั้งหลายจึงถือได้ว่าโลโก้เป็นสิ่งที่ยากที่สุดและต้องใช้ระยะเวลาในการวิเคราะห์เพื่อนำมาออกแบบนานพอสมควร โดยการออกแบบโลโก้นั้นก็มีความแตกต่างกันไปอาจจะขึ้นอยู่ที่ความต้องการของผู้ว่าจ้าง หรืออาจจะเป็นไอเดียสุดบรรเจิดของนักออกแบบเองก็ตาม แต่ไม่ยังไงก็แล้วแต่การเกราะติดกระแสความเป้นไปในการออกแบบก็อาจจะช่วยทำให้งานของคุณแปลกใหม่และเป็นที่น่าสนใจมากข้นกว่าเดิม วันนี้เราจึงได้รวบรวมเทรนด์การออกแบบโลโก้ ที่พลาดไม่ได้มาให้คุณได้อัพเดตกัน 1.สร้างแสงและเงา (SHADOW BREAKS) การออกแบบโลโก้สไตล์แรกคือการสร้างแสงและเงาเพื่อให้ภาพโลโก้มีความโดดเด่นและสมจริง หลักการคือการใช้สี เส้นและรูปทรงที่เรียบง่ายมาประกอบรวมกัน จากนั้นจึงเพิ่มเติมเงาเข้าไปตามจุดต่างๆ ให้เกิดมิติและความรู้สึกสมจริง รวมไปถึงการเพิ่มระดับความเข้มของสีก็จัดอยู่ในรูปแบบนี้เช่นกัน 2.ภาพเลือน (FADES) ภาพเลือนเป็นการออกแบบโลโก้ที่เพิ่มลูกเล่นน่าสนใจให้กับรูปภาพหรือข้อความที่เราใช้ทำโลโก้ โดยทำให้บางส่วนเลือนหายไปอย่างนุ่มนวลคล้ายกับมีหมอกหรือควันมาบดบัง ช่วยทำให้โลโก้แปลกใหม่ น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ และยังช่วยกระตุ้นจินตนาการของผู้ที่ได้เห็นโดยอัตโนมัติ 3.กล่องข้อความ (TEXT BOX) สำหรับการออกแบบโลโก้แบบกล่องข้อความนั้น เน้นความเรียบง่ายสไตล์มินิมอลลิสม์ แต่เก๋และไม่น่าเบื่อ เป็นสไตล์คลาสสิคตลอดกาล ออกแบบประเภทกล่องข้อความคือการสร้างรูปร่างที่เราต้องการ โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สีและฟอนท์ตัวอักษร 4.การละเว้นคำพูด (ELLIPSES) กรละเว้นคำพุดที่เราหมายถึงนี้ก็คือการสัญลักษณ์ “……” ลงไปในการอออกแบบโลโก้ด้วย การออกแบบโลโก้โดยใช้เจ้าจุดสามจุดนี้เป็นเทรนด์ใหม่ล่าสุดจริงๆ โดยเลือกใช้งานสัญลักษณ์จุดสามจุด เพื่อสร้างความสงสัย ทำให้ผู้ที่เห็นโลโก้รู้สึกอยากติดตามว่าแบรนด์ของเราจะพูดหรือจะสื่ออะไรกับกลุ่มลูกค้า เป็นเทรนด์ที่ล้ำไปอีกจริงๆ แต่หากใครที่อาจจะยังต้องการไอเดียในการออกแบบโลโก้มาใช้กับงานของคุณแล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าคุณคงต้องเกิดไอเดียเจ๋งๆขึ้นมาอย่างแน่นอน แต่หากคุณคือชาวกราฟิกดีไซน์เนอร์บทความนี้จะช่วยต่อยอดไอเดียของคุณได้เป็นอย่างดี และคุณยังสามารถนำไปพัฒนาการทำงานของคุณให้เกิดความหลากหลายและสร้างความโดดเด่น ข้อูลอ้างอิง khaodesign

Read more

Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี

อารมณ์และสีของภาพ
Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี วันนี้เรามาว่ากันด้วยเรื่อง “Mood and Tone”ที่หลายคนอาจกำลังสงสัยว่า Mood and Tone คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรและเราต้องใส่ใจมากขนาดไหนในการกำหนด Mood and Tone นี้ จริงๆแล้ว ความหมายของมันคือการกำหนด Concept Design โดยใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นตัวช่วย ‘Mood’ หมายถึง อารมณ์ของภาพ ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน ความเศร้า ความร่าเริง ความสงบ บลาๆ  โดยทุกงานออกแบบนั้นจะบ่งบอกในความเป็นตัวของมันเอง ‘Tone’ คือสีในงานออกแบบ โดยสีนั้นจะบอกความรูสึกของงานหรือที่เรารู้จักกันในสีโทนเย็นหรือว่าสีโทนร้อนนั่นเอง ซึ่งมันคือความต้องการของคุณว่าอยากให้งานของคุณหรือสินค้าของคุณนั้นมีเอกลักษณ์และมีรูปแบบไปในทิศทางไหน ซึ่ง Mood and Tone นั้นยังเป็นสิ่งที่หลายๆวงการการออกแบบใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นนักตกแต่งภายใน นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งวงการแฟชั่น ที่จะต้องมีการมิกซ์แอนด์แมทซ์เสื้อผ้าสีสันต่างๆให้เกิดความน่าสนใจขึ้นมา   Cr.color.romanuke.com   การสร้าง Mood and Tone นั้นสามารถสร้างแนวทางความเป็นเอกลักษณ์ให้กับงานของคุณได้เป็นอย่างดีมาก  ซึ่ง Mood and Tone นั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของการกำหนดสีหลัก หรือสีลอง มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น เพราะ Mood and Tone สามารถสื่อสารอะไรบางอย่างออกมาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบตัวหนังสือ สีสัน รูปแบบกราฟิกที่ใช้ บวกกับการจัดวางที่พาให้งานชิ้นนั้นๆอยู่ในความรู้สึกและอารมณ์บางอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นคุณจะต้องสร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับผู้ที่พบเห็นงานของคุณหรือสินค้าของคุณได้ในทันที Cr.tarisota.typepad.com   Mood and Tone ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการออกแบบ ดังที่เราเห็นกันในบทความก่อนหน้าเรื่อง Design Bief ที่จะต้องมีให้ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับ Mood and Tone อย่างขาดไม่ได้ เพราะถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้นักออกแบบเข้าใจในสิ่งที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ออกแบบได้อย่างชัดเจนอย่างมาก Mood and Tone  ไม่มีข้อจำกัดในการกำหนด เราสามารถเลือกใช้โทนสีได้ตามความรู้สึกหรือตามความต้องการของเราได้อย่างตามใจชอบ ตัวอย่างเช่น หากคุณอยากที่จะออกแบบงานหรือสินค้าที่เกี่ยวกับความเป็นธรรมชาติ แน่นอนว่าคุณก็คงอยากจะให้คนที่เห็นงานออกแบบของคุณนั้นสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติของตัวสินค้าของคุณโดยไม่ต้องใช้คำอธิบายใดๆ ให้มากความ หรือหากงานและสินค้าของคุณเกี่ยวกับความสดใส มีสีสัน ซึ่งแน่นอนว่า Mood and Tone นั้นก็ต้องมีความน่ารักสดใส เพื่อส่งเสริมตัวผลงานและสินค้าของคุณให้เกดความลื่นไหล เข้ากัน โดยจะต้องไม่สกัดกั้นตัวผลงานและสินค้า แต่จะต้องส่งเสริมกับสิ่งนั้นๆ ซึ่งหากคุณสามารถนำ Mood and Tone มาใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับงานหรือสินค้าต่างๆของคุณ  เชื่อได้เลยว่าคุณจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและน่าจดจำสำหรับทุกคนได้ในที่สุด        
Read more
Send this to a friend