Currently browsing: Design & Photography

รู้ทันความหมายคำศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์

ศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์
รู้ทันความหมายคำศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์ รู้ทันความหมายคำศัพท์ทางกราฟิกดีไซน์ ในทุกๆวงการต่างก็มีคำศัพท์เฉพาะทาง ที่รู้กันดีในกลุ่มหรืออาชีพนั้นๆ ซึ่งจะมีทั้งในลักษณะทางภาษาพูดและภาษาแสลง ซึ่งเป็นการใช้คำศัพท์ในการสื่อสารแบบเพื่อให้เข้าใจกันเฉพาะในกลุ่ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นเป็นการสร้างความเข้าใจกันเฉพาะกันในกลุ่มโดยเฉพาะ โดยยากที่คนภายนอกจะเข้าใจมันได้ ในฐานะที่เราชาว “กราฟฟิก บุฟเฟ่ต์ ” เป็นตัวแทนของนักกราฟฟิกต์ดีไซน์ เราจึงอยากจะส่งต่อความรู้เรื่องราวในวงการของพวกเราให้ทุกคนได้เข้าใจกับคำศัพท์ หรือ ภาษาที่เราใช้กันสื่อสารกันเอง และบางทีอาจจะต้องมีการใช้สื่อสารกับลูกค้าหรือผู้ที่มาติดต่องานกับเรา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และยังเป้นการเพิ่มความรู้ใหม่ๆให้กับเพื่อนๆได้รู้กันถึงคำศัพท์ต่างๆเหล่านี้  เราจึงได้นำเอาคำศัพท์บางคำที่เป็นทั้งคำศัพท์พื้นฐาน และคำศัพท์ที่ค่อนข้างเจาะลึกมาให้เพื่อนๆได้ทราบกัน ว่าสำหรับนักออกแบบมีความหมายว่าอย่างไร ? เริ่มต้นกันด้วยคำศัพท์ง่ายๆที่ทุกคนอาจจะเคยคุ้นหูกันมาบ้าง Graphic (กราฟิก) / / ซึ่งกราฟิกหมายถึง ลวดลายต่างๆ ไม่ว่าจะจุด จะเส้นหรือสี่เหลี่ยม เรขาคณิต ที่นำมารวมนำมาประกอบเข้าด้วยกันแล้วทำให้เกิดภาพนั่นเอง Design (ดีไซน์) / / คำพื้นฐานที่ความหมายตรงตัวเลยก็คือ การออกแบบหรือสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมานั่นเอง Graphic Design (กราฟิกดีไซน์) / /  เป็นการนำคำสองคำมารวมกัน ทำให้ได้ความหมายขึ้นมาว่า การออกแบบหรือการสร้างสรรค์ลวดลายให้เกิดขึ้นเป็นภาพ Designer (ดีไซน์เนอร์) / / เหมือนเติม – er เข้าไปจึงกลายเป็นบุคคล ดีไซเนอร์ จึงแปลว่านักออกแบบหรือนักสร้างสรรค์ Brief (บรีฟ) / / ในสายงานนี้แน่นอนว่าเราต้องคงคุ้นเคยกันดีเวลามีลูกค้าต้องการออกแบบสินค้า ก็จะต้องรับบรีพจากลูกค้า แล้วบรีฟคืออะไร ? จริงๆ แล้วในภาษาอังกฤษ บรีฟหมายถึง สรุป ย่อ กระชับสั้นๆ เข้าใจง่าย การรับบรีฟ จึงหมายถึง รับข้อสรุปของขอบเขตงานที่ต้องทำ และ ทำให้ตรงตามบรีฟ บรีฟจะช่วยให้เรามีเป้าหมายในการทำงาน และไม่หลุดกรอบไปไหน Concept (คอนเซ็ปต์) / / คอนเซ็ปต์คือแนวคิด โดยจะมีอีกคำที่คล้ายๆ กันคือคำว่า Idea (ไอเดีย) แต่คอนเซ็ปต์จะหมายถึงความคิดโดยรวม ในหนึ่งคอนเซ็ปต์สามารถมีหลายไอเดียที่ช่วยให้คอนเซ็ปต์ ต่อไปนี้จะเป็นคำศัพท์ที่ค่อนข้างเจาะลึกเข้าไปสักนิดนึง อาจจะมีแค่นักออกแบบจริงๆที่มักใช้กัน Typography, Typo (ไทโปกราฟฟี้หรือไทโป) / / หมายถึงการจัดวางตัวอักษร หรือตัวหนังสือในการพิมพ์ Kerning (เคิร์นนิ่ง) / / การตัดวางระยะห่างระหว่างตัวอักษรแต่ละตัวหรือแต่ละประโยคให้ได้ระยะที่ดี Brainstorm (เบรนสตอร์ม) / /  คำว่า Brain แปลว่าสมอง ส่วนคำว่า Storm แปลว่าพายุ พอนำมารวมกัน จึงมีความหมายว่าระดมสมอง การเบรนสตอร์มจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับบรีฟงานมาและเรียกประชุมเพื่อคิดไอเดียและคอนเซ็ปต์ของงานรวมกันนั่นเอง Pitch Work (พิทช์เวิร์ค) / /  การจะได้งานทำหลักๆ มีอยู่ 2 แบบ คือ 1. ทำกับลูกค้าที่จ้างเราทำโดยตรงไม่จำเป็นต้องมีคู่แข่ง แต่ก็มีลูกค้าหลายรายที่อยากได้ทางเลือกเยอะๆ สมมติว่ามีงานเข้ามาภายใต้แบรนด์ A แบรนด์A จะเรียกเอเจนซี่ 2-3 เจ้าที่สนใจ และบอกบรีฟให้ไปทำ หลังจากนั้นก็กลับมาเสนอแผนงานหรือโปรเจคให้กับลูกค้าในเวลาไล่เลี่ยกัน ดังนั้นเอเจนซี่จึงจะต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพและตรงตามบรีฟมากขึ้นเพื่อให้พิทช์งานชนะ 11.Proof (บรู๊ฟ) / / การบรู๊ฟงานคือการตรวจสอบความเรียบร้อยในทุกๆด้าน เพื่อป้องกันความผิดพลาด อาทิเช่นเรื่องสี ตัวอักษร การสะกดคำหรือรายละเอียดอื่นๆ การจะส่งเข้าโรงพิมพ์ คำศัพท์ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำศัพท์พื้นฐานที่เราอาจจะต้องเคยได้ยินหรือไม่เคยไดยินกนมาบ้าง แต่หากว่าเรามีโอกาสที่จะต้องไปติดต่องานกับนักออกแบบ หวังว่าเพื่อนๆทุกคนคงจะพอข้าใจกับคำศัพท์ต่างๆนี้บ้าง  จะได้เป็นการสร้างความรวดเร็วในการติดต่องานมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ
Read more

Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี

อารมณ์และสีของภาพ
Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี Mood and Tone สิ่งสำคัญที่งานออกแบบควรมี วันนี้เรามาว่ากันด้วยเรื่อง “Mood and Tone”ที่หลายคนอาจกำลังสงสัยว่า Mood and Tone คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรและเราต้องใส่ใจมากขนาดไหนในการกำหนด Mood and Tone นี้ จริงๆแล้ว ความหมายของมันคือการกำหนด Concept Design โดยใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นตัวช่วย ‘Mood’ หมายถึง อารมณ์ของภาพ ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน ความเศร้า ความร่าเริง ความสงบ บลาๆ  โดยทุกงานออกแบบนั้นจะบ่งบอกในความเป็นตัวของมันเอง ‘Tone’ คือสีในงานออกแบบ โดยสีนั้นจะบอกความรูสึกของงานหรือที่เรารู้จักกันในสีโทนเย็นหรือว่าสีโทนร้อนนั่นเอง ซึ่งมันคือความต้องการของคุณว่าอยากให้งานของคุณหรือสินค้าของคุณนั้นมีเอกลักษณ์และมีรูปแบบไปในทิศทางไหน ซึ่ง Mood and Tone นั้นยังเป็นสิ่งที่หลายๆวงการการออกแบบใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นนักตกแต่งภายใน นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งวงการแฟชั่น ที่จะต้องมีการมิกซ์แอนด์แมทซ์เสื้อผ้าสีสันต่างๆให้เกิดความน่าสนใจขึ้นมา   Cr.color.romanuke.com   การสร้าง Mood and Tone นั้นสามารถสร้างแนวทางความเป็นเอกลักษณ์ให้กับงานของคุณได้เป็นอย่างดีมาก  ซึ่ง Mood and Tone นั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของการกำหนดสีหลัก หรือสีลอง มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น เพราะ Mood and Tone สามารถสื่อสารอะไรบางอย่างออกมาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบตัวหนังสือ สีสัน รูปแบบกราฟิกที่ใช้ บวกกับการจัดวางที่พาให้งานชิ้นนั้นๆอยู่ในความรู้สึกและอารมณ์บางอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นคุณจะต้องสร้างขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับผู้ที่พบเห็นงานของคุณหรือสินค้าของคุณได้ในทันที Cr.tarisota.typepad.com   Mood and Tone ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการออกแบบ ดังที่เราเห็นกันในบทความก่อนหน้าเรื่อง Design Bief ที่จะต้องมีให้ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับ Mood and Tone อย่างขาดไม่ได้ เพราะถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้นักออกแบบเข้าใจในสิ่งที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ออกแบบได้อย่างชัดเจนอย่างมาก Mood and Tone  ไม่มีข้อจำกัดในการกำหนด เราสามารถเลือกใช้โทนสีได้ตามความรู้สึกหรือตามความต้องการของเราได้อย่างตามใจชอบ ตัวอย่างเช่น หากคุณอยากที่จะออกแบบงานหรือสินค้าที่เกี่ยวกับความเป็นธรรมชาติ แน่นอนว่าคุณก็คงอยากจะให้คนที่เห็นงานออกแบบของคุณนั้นสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติของตัวสินค้าของคุณโดยไม่ต้องใช้คำอธิบายใดๆ ให้มากความ หรือหากงานและสินค้าของคุณเกี่ยวกับความสดใส มีสีสัน ซึ่งแน่นอนว่า Mood and Tone นั้นก็ต้องมีความน่ารักสดใส เพื่อส่งเสริมตัวผลงานและสินค้าของคุณให้เกดความลื่นไหล เข้ากัน โดยจะต้องไม่สกัดกั้นตัวผลงานและสินค้า แต่จะต้องส่งเสริมกับสิ่งนั้นๆ ซึ่งหากคุณสามารถนำ Mood and Tone มาใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับงานหรือสินค้าต่างๆของคุณ  เชื่อได้เลยว่าคุณจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและน่าจดจำสำหรับทุกคนได้ในที่สุด        
Read more

ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief

Design Brief
ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมพวกนักออกแบบถึงต้องใส่ใจกับข้อมูล Design Brief ขนาดนั้นทำไมต้องให้ลูกค้ามานั่งเอกสารเยอะแยะมากมาย ทำไมแค่ฟังการเล่าจากปากลูกค้าเพียงอย่างเดียวถึงไม่พอ ก็นักออกแบบมีหน้าที่คิดอย่างเดียวไม่ใช่หรอ จะดีไซน์แบบไหนก็ลองทำออกมาสิไม่เห็นจะต้องใช้ข้อมูลมากมายขนาดนั้นเลย หลายคนที่ไม่เข้าใจขั้นตอนในการทำออกแบบมักจะเกิดข้อสงสัยแบบผิดๆอยู่เสมอ ซึ่งจริงๆแล้วคุณลองถามตัวเองดูสิว่าก่อนที่คุณจะมาให้นักออกแบบพวกนั้นเค้าออกแบบสินค้าให้กับคุณหรือออกแบบใดๆก็ตาม คุณได้คิดหรือยังว่าคุณอยากให้ออกมาเป็นแบบไหน หลายคนอาจจะมีแนวทางการออกแบบในใจ หรือมีดีไซน์ที่อยากจะให้สินค้าของเราออกมาในรูปแบบนี้อยู่แล้ว แต่บางคนก็ไม่มี ดีไซน์ในใจเลยเสียด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้นเราจะขอแบ่งเป็นสองกรณี กรณีที่หนึ่ง ลูกค้ามีแบบในใจอยู่แล้ว Design Brief ยิ้มนั้นสำคัญเป็นอย่างมากเพราะนอกจากจะช่วยให้ให้นักออกแบบ เข้าใจตรงกับคุณแล้ว ยังทำให้การออกแบบมานั้นมีความรวดเร็วและตรงกับความต้องการของคุณเป็นอย่างมาก ในกรณีที่สองที่ลูกค้าไม่มีดีไซน์ในใจเลยถ้าเป็นแบบนี้ Design Brief ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้นักออกแบบสามารถช่วยคุณได้ทิศทางในการออกแบบนั้นจะเป็นแบบไหนและนักออกแบบจะสามารถนำเสนอในสิ่งที่ตรงกับสินค้าของคุณได้เป็นอย่างดี และหากใครที่กำลังสงสัยว่า Design Brief นั้นมีรายละเอียดสำคัญๆอะไรบ้าง วันนี้เราจะขอสรุปออกมาให้ได้เข้าใจกับ Design Brief มากยิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องมี  Design Brief ... อธิบายเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ ลงไปใน Design Brief ซึ่งในข้อนี้คงจะไม่มีใครรู้ดีกว่าคนอย่างแน่นอน มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดนี่คือสิ่งจำเป็นที่ครูจะต้องอธิบายอย่างคร่าวๆลงไปใน Design bief เพื่อให้เข้าใจในเบื้องต้นเกี่ยวกับสินค้าของคุณ ว่ามันคืออะไร ขายอะไร คู่แข่งของคุณมีใครบ้าง คู่แข่งของคุณมีการออกแบบสไตล์ไหนเพื่อที่นักออกแบบจะได้หาข้อมูลเพื่อมาทำงานต่อและจะต้องหาทางออกแบบเพื่อไม่ให้ตรงกับคู่แข่งของคุณอย่างแน่นอน 2.กลุ่มเป้า สามารถบอกลุ่มหมายได้ เช่น คุณทำสินค้าของคุณออกมานั้นเหมาะกับเป้าหมายกลุ่มไหน เช่น กลุ่มคนวัยทำงานกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยสูงอายุ เพื่อจะให้งานออกแบบนั้นตรง กับความชอบของคุณ และถือว่าเป็นการกำหนดจุดมุ่งหมายของ แบรนด์ออกแบบมา ว่าอยากให้มีลักษณะแบบไหนเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด Mood & Tone คือคุณต้องคิดแบบสีและอารมณ์ของแบรนด์ เพื่อให้สะท้อนตัวตนของแบรนด์ เลือกสีหลัก และ อารมณ์ที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกเมื่อเห็นแบรนด์ของคุณ concept บอกให้ได้ว่าต้องการให้สินค้าของคุณออกแบบมาสไตล์ไหน เช่น ต้องการความโมเดิร์น แนวมินิมอลล์แนวน่ารัก แนวการ์ตูน แนววินเทจ หรือแนวธรรมชาติ นี่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องคิด concept ของมันออกมาก่อนเพื่อที่จะให้เกิดความต่างจากคู่แข่งในตลาด ตัวอย่างงานที่ชอบ เช่น รูปถ่าย รูปวาด รูปสเก็ต โยงเส้น หรือหารูปในอินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นการอธิบายให้เห็นภาพ สี เห็นอารมณ์มากขึ้น  
Read more