Brand Awareness Optimization ฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน Facebook

Brand Awareness Optimization ฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน Facebook ก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ เราเคยสงสัยกันหรือไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในกระบวนการคิดของลูกค้าบ้าง ในยุคปัจจุบัน ที่ธุรกิจมีการแข่งขันที่สูง เพื่อที่จะแย่งลูกค้ากัน ด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออก Promotion กระหน่ำเพื่อสร้างยอดขายตอบสนองกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ให้หลากหลายกลุ่มมากที่สุดหรือจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับ Brand ของตน เพื่อสร้างความพึงพอใจ และให้ลูกค้าได้จดจำให้มากที่สุด Facebook จึงได้เปิดตัว feature ใหม่ “Brand Awareness Optimization Bidding” เพื่อช่วยให้นักโฆษณาสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่มีสิทธิ์กลับมาปฏิสัมพันธ์กับ Page และ Post ได้

Brand awareness คืออะไร อธิบายง่ายๆ มันก็คือ การได้เห็น ได้กิน ได้ลอง บ่อยๆ จนแทรกซึมเข้าไปในความคิดของผู้บริโภค ซึ่งอาจจะทำผ่านการทำประชาสัมพันธ์ โปรโมทแคมเปญโฆษณาต่างๆ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน เช่น    โลโก้ของ Starbucks จะสร้างความรับรู้ให้กับผู้ซื้อ แค่เห็นโลโก้ของแบรนด์นี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นร้านกาแฟ อันดับหนึ่งของโลกจากอเมริกา ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้า เคยเห็นเคยได้ยินว่าได้หรือไม่ได้กับตราสินค้านั้น ถามแล้วนึกออก ถ้านึกไม่ออกก็ไม่ใช่ Awareness นั่นเองล่ะคะ

Brand AwarenessFacebook ซึ่งว่าถือเป็นเครื่องมือ Social Media อันดับ 1 ของไทย Facebook ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า “brand awareness optimization bidding” เพื่อช่วยให้นักการตลาดออนไลน์ ทั้งหลายสามารถวิเคราะห์จำแนกการเข้าถึงและดึงดูดผู้ใช้ที่เคยมีส่วนร่วมกับเพจหรือโพสของคุณแบบ”คุณภาพเหนือปริมาณ”  ต้องการสร้างความสัมพันธ์ต่อลูกค้า หรือ ต้องการเป้าหมายการสร้างแบรนด์ และภาพลักษณ์แบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย การ bid โฆษณารูปแบบใหม่นี้บน Facebook เพื่อวัดผลว่า “ผู้ใช้ซึ่งเป็นเป้าหมายนั้น” ใช้เวลาอยู่กับโฆษณาของคุณนานแค่ไหน ซึ่ง brand awareness optimization bidding” สามารถทำได้โดยผ่านการซื้อบน power editor โดยจะคล้ายๆกับตอนที่เราซื้อผ่าน reach and frequnecy tool ซึ่งทาง Facebook  ได้ปล่อยออกมาให้ใช้ได้กับการซื้อโฆษณาทั้งบน Facebook และ Instagram

Facebook เชื่อว่าการลงโฆษณานั้นมีจุดประสงค์อยู่สองอย่างคือเพื่อ สร้างการรับรู้ให้แบรนด์ (Brand Awareness) และ การตอบสนองแบบตรง (Direct Response : DR)  สำหรับ DR นั้น นอกจากผู้ลงโฆษณาจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับโฆษณานั้นๆแล้วตัววัดที่ใช้วัดความสำเร็จของโฆษณานั้นก็ขึ้นอยู่กับ Insight และ Conversion อีกด้วย  ขณะที่ Facebook มองเห็นว่าจุดประสงค์ของการสร้าง Brand Awareness ยังไม่มีตัววัดชัดเจนเท่ากับ DR ดังนั้น Facebook จึงเปิดตัว feature ใหม่ “Brand Awareness Optimization Bidding” เพื่อช่วยให้นักโฆษณาสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่มีสิทธิ์กลับมาปฏิสัมพันธ์กับ Page และ Post ได้ โดยที่ระบบนี้ได้เปิดให้ใช้ได้ทั่วไปตั้งแต่เดือนตุลาคมเมื่อปีที่แล้วคะ

โดย..เจ้าน้อย..