7 กลยุทธ์ ในการจ้าง Creative Agency อย่างไรให้คุ้มค่า

7 กลยุทธ์ ในการจ้าง Creative Agency อย่างไรให้คุ้มค่า

7 กลยุทธ์ ในการจ้าง Creative Agency อย่างไรให้คุ้มค่า   การทำการตลาดยุคนี้ แบรนด์ต้องการบริษัทหรือ Agency ที่ทำงานเพื่อตอบโจทย์แบรนด์ได้ 100% ซึ่งไม่ใช่เพื่อการทำงานของตัวเอง 100%  บริษัทที่จ้าง Agency นั้นต่างคาดหวังการนำเสนอทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ในรูปแบบที่ไม่ยึดติดกับความเชี่ยวชาญของบริษัทนั้นเอง ซึ่ง Creative Agency เป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ มีเข้าใจในเรื่องของช่องทาง พฤติกรรมผู้บริโภค Brand และนำมาประยุกต์ใช้กับการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

creative-agency

 

Creative Agency เป็นธุรกิจที่ วางแผน สร้างสรรค์และจัดการโฆษณา ในรูปแบบของการส่งเสริมการตลาด โดยการจัดแคมเปญการตลาด และการสร้างแบรนด์โดยรวมสำหรับลูกค้า และซึ่งอาจรวมถึงการขายด้วยเช่นกันค่ะ โดยในปัจุบันบริษัทเอเจซี่บ้านเรามีเป็นร้อยบริษัทได้  ซึ่งถ้าจะหามาทำงานให้เราได้ไม่ยากเลยล่ะคะสำหรับ ธุรกิจ บริษัท องค์กร หน่วยงานเอกชนที่ต้องการโปรโมทสินค้า หรือแบรนด์ หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่าจะจ้าง Creative Agency อย่างไรให้คุ้มค่า วันนี้กราฟฟิกบุพเฟต์ จึงขอเสนอ การจ้าง Creative Agency อย่างไรให้คุ้มค่ามาให้ทุกท่านได้นำมาใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจจ้าง Creative Agency กันดูนะคะ

 

creativeagency

 

1. ควรเลือกให้เหมาะกับขนาดของกิจการของเรา ถ้าเราเป็นธุรกิจ บริษัท หรือองค์กรเล็กๆ มีงบประมาณโฆษณาปีละต่ำกว่า 10 ล้าน  ถ้าเราไปจ้างบริษัทเอเจนซี่ใหญ่ๆ ระดับ Top ten เราอาจจะต้องใช้งบประมาณในการจ้างที่สูง และอาจจะได้ Creative Agency ใหม่ๆ ที่บริษัทอยากให้มาหาประสบการณ์มาดูแลงานของเราแทน แต่ถ้าเราจ้างบริษัทขนาดเล็กๆ บางแห่งคิดงานได้ดีไม่แพ้บริษัทเอเจนซี่ใหญ่ๆเลยล่ะคะ ซึ่งบริษัทไม่ว่าเล็กหรือใหญ่  เขาจะมีตัวอย่างผลงานเก่าๆ ที่เขาเคยทำเก็บไว้เอามาให้เราดูเป็นตัวอย่างได้ค่ะ เราจะได้เห็นแนวทางการคิดงานของเขาว่า  เป็นไปอย่างที่เราต้องการไหม  เคยมีประสบการณ์ในกลุ่มสินค้าที่ใกล้เคียงกับสินค้าของเราไหม เพื่อให้เราได้ Creative Agency ที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับแบรนด์ของเรามากที่สุดนั่นเองคะ

2. วัตถุประสงค์ของการโฆษณา โปรโมทแบรนด์  ยิ่งเราวัตถุประสงค์ชัดเจนเท่าไรก็ยิ่งทำให้ Creative Agency ทำงานได้ดีขึ้นเท่านั้นค่ะ เพราะถ้าเราระบุวัตถุประสงคืไม่ชัดเจน เช่น ยอดขายก็จะเอา ภาพลักษณ์ก็ต้องได้ และอยากให้ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรมมายอมรับสินค้าใหม่ของเราอีก แบบนี้ต่อให้ Creative Agency เก่งแค่ไหนก็ทำงานออกมาได้ดียากค่ะ

3. งบประมาณ เราต้องระบุไปเลยว่ามีเงินในการทำโฆษณาทั้งปีเท่าไร  แล้วให้บริษัท Creative Agency ลองไปทำแผนมาเสนอ ซึ่งถ้าเราไม่ชอบก็ขอปรับเปลี่ยนได้ค่ะ เพราะถ้าเราไม่ระบุงบประมาณ ว่ามีงบเท่าไรอาจทำให้เสียเวลาและเสียความรู้สึกทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ หรือถ้าเราไม่อยากบอกตัวเลขในกระเป๋าจริง ก็ให้ประมาณไตัวเลขปก็ได้ค่ะ เช่น  มีงบให้ไม่เกิน 2.5 ล้าน บาทเป็นต้น

4. ลูกค้า ยิ่งเราระบุกลุ่มเป้าหมายชัดเจน และมีข้อมูลด้านพฤติกรรมประกอบมากเท่าไร  เช่นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของโฆษณาเป็นใคร  เขามีพฤติกรรมการซื้อ  การใช้สินค้าอย่างไร  Creative Agency ก็จะยิ่งทำงานง่ายและได้ผลมากขึ้นเท่านั้นค่ะ  

5. ระยะเวลา เราต้องกำหนดระยะเวลาว่าจะให้โฆษณาออกมาในช่วงเวลาไหน ซึ่งงบประมาณทั้งหมดจะใช้ในช่วง 6 เดือน 9 เดือน หรือ 1 ปี เริ่มโฆษณาเมื่อไร ช่วงไหนที่บริษัทมีแผนจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือจัดรายการส่งเสริมการขายที่ต้องใช้โฆษณามาสนับสนุน

 

BOSS-CA-HomeBanner

 

6. สื่อที่ใช้ เราอาจตกลงร่วมกันกับ Creative Agency ได้ค่ะว่า เราอยากใช้สื่ออะไรบ้างตั้งแต่ ป้ายรถเมล์   ไดเร็คเมล์ หนังสือพิมพ์  โปสเตอร์  นิตยสาร วิทยุ  โรงภาพยนตร์    โทรทัศน์หรืออินเตอร์เน็ต โดยจะพิจารณางบประมาณ และกลุ่มเป้าหมายอีกด้วยค่ะ  
 
7. จุดขายของสินค้า  ข้อมูลส่วนนี้ก็สำคัญมากเลยล่ะคะ เพราะถ้าเจ้าของสินค้าไม่ได้บอกจุดเด่น หรือจุดขายของสินค้าที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างไร ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ค่ะ เพราะโฆษณาที่ดีต้องมีฐานมาจากข้อเท็จจริงค่ะ 

จาก 7 เหตุผล จ้าง Creative Agency อย่างไรให้คุ้มค่า คงพอจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับใครที่ต้องการจ้าง Creative Agency  เพื่อให้เราได้เตรียมข้อมูลให้แก่ Creative Agency เพราะยิ่งเรามีข้อมูลที่ถูกต้อง  ทันสมัย  ครบถ้วน  งานโฆษณาจะยิ่งออกมามีประสิทธิภาพค่ะ  

 

 

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ รับทำเว็บขายของ ครบวงจร