12 สิ่ง ที่จำเป็นต้องมีบนบรรจุภัณฑ์

12 สิ่ง ที่จำเป็นต้องมีบนบรรจุภัณฑ์การออกแบบบรรจุภัณฑ์ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการบรรจุสินค้าลงกล่อง หรือถุงเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยให้สินค้าเป็นที่จดจำ และสร้างความน่าเชื่อถือ จูงใจให้ผู้บริโภคมีความสนใจ อยากจะซื้อสินค้าอีกด้วย แต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีแค่นั้น สินค้าจะน่าซื้อได้ยังไงหากไม่มีรายละเอียดสินค้าบนบรรจุภัณฑ์  รายละเอียดที่จำเป็นมีอะไรบ้างลองไปดูกันค่ะ

1. ชื่อร่วมหรือเครื่องหมายร่วม (collective mark)

  • คือ เครื่องหมายการค้าหรือบริการ ที่ใช้เป็นตัวแทนของกลุ่ม สหกรณ์ ที่มีกลุ่มผู้ค้าเป็นสมาชิกอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

2.  ตราสินค้า (brand name)

  • คือชื่อหรือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการ หลักการตั้งชื่อที่ดีไม่ควรมีความยาวเกิน 4 พยางค์และต้องไม่ซ้ำกับคนอื่น ใช้คำที่จำได้ง่าย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจดจำในตัวสินค้าได้

3. ชื่อผลิตภัณฑ์ (product name)

  • เป็นชื่อของสินค้าหรือบริการที่บ่งบอกถึงสินค้าว่าเป็นอะไรประเภทไหน ควรตั้งชื่อสั้นๆ เกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อทันทีที่ได้อ่านชื่อสินค้า

4. รายละเอียดสินค้า

  • เป็นข้อความที่ใช้ประชาสัมพันธ์ หรือใช้บรรยายสรรพคุณของสินค้าที่ขาย หรือรายละเอียดสินค้า

5. ขนาดและการบรรจุ

  • เป็นตัวเลขที่บอกถึงปริมาณสินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ ว่ามีขนาดและปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินซื้อ

6. ข้อมูลทางโภชนาการ  

  • เป็นข้อมูลที่บ่งบอกถึงชนิดสารอาหาร และปริมาณสารอาหาร มักจะพบในอาหารที่มีการกล่าวอ้างทางโภชนาการ อาหารที่มีการใช้คุณค่าทางโภชนาการอาหารระบบกลุ่มผู้บริโภค เช่น   ผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์นมสดพร่องมันเนย ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุง ร่างกายข้อมูลทางโภชนาการจะช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้ออาหารและเลือกบริโภคให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวเอง  โดยมีข้อมูลที่บังคับให้มีบนบรรจุภัณฑ์ได้แก่ สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร  ปริมาณพลังงานทั้งหมด โปรตีน วิตามิน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่  เป็นต้น

7. คำเตือน หรือ ข้อควรระวังในการบริโภค

  • จะต้องมีตัวอักษรขนาดไม่เล็กกว่า 2 ม.ม. มักพบในบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุ สินค้าประเภท เครื่องดื่มชูกำลัง  และเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีน เป็นต้น

8. รหัสแท่ง

  • รหัสที่ใช้ในการซื้อ ขาย สินค้า มีลักษณะเป็นแผ่นสีเขียวสลับขาวเป็นทาง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายในการคิดราคาสินค้า

9. เครื่องหมาย อ.ย. ที่เรารู้จักกันดี ย่อมาจาก “สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา”

  • เป็นสิ่งที่ต้องมีบนบรรจุภัณฑ์เพื่อแสดงว่าสินค้าของผู้ผลิตมีความปลอดภัยเพราะได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ยา ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค

10. ชื่อผู้ผลิตและจัดจำหน่าย

  • เป็นการบอกถึงบริษัทผู้ผลิตสินค้า หรือบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจำหน่ายว่ามีที่มาจากไหน เป็นของบริษัทใด ในรายละเอียดควรมีที่ตั้งโรงงานผลิตหรือโรงงานที่นำเข้า เบอร์โทรติดต่อทางบริษัท เป็นต้น

11. วันผลิตและวันหมดอายุ หรือวันที่ควรบริโภคก่อน

  • เป็นข้อมูลที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยเพิ่มความปอลดภัยให้ผู้บริโภค ในการซื้อสินค้าก่อนและ หลังจากที่ซื้อสินค้าว่าควรบริโภคก่อนวันไหน และหมดอายุวันที่เท่าไหร่

12. ศูนย์ร้องเรียนผู้บริโภค

  • เป็นรายละเอียดการติดต่อกับผู้บริโภคของผู้จำหน่าย เพื่อให้บริการข้อมูลต่างๆกับผู้บริโภคที่ทำการซื้อสินค้าหรือบริการไป เช่น การร้องเรียนสินค้า ร้องเรียนบริการ หรือพนักงาน เป็นต้น

บรรจุภัณฑ์ที่ดีนอกจากจะสวยงาม โดดเด่น และดึงดูดสายตาลูกค้า  ยังต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้า ยิ่งมีรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ครบถ้วนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้เร็วขึ้น

จูงใจให้ผู้บริโภคมีความสนใจ อยากจะซื้อสินค้าอีกด้วย แต่การออกแบบบรรจุภัณ์ไม่ได้มีแค่นั้น สินค้าจะน่าซื้อได้ยังไงหากไม่มีรายละเอียดสินค้าบนบรรจุภัณฑ์  รายละเอียดที่จำเป็นมีอะไรบ้างลองไปดูกันค่ะ

1. ชื่อร่วมหรือเครื่องหมายร่วม (collective mark)

  • คือ เครื่องหมายการค้าหรือบริการ ที่ใช้เป็นตัวแทนของกลุ่ม สหกรณ์ ที่มีกลุ่มผู้ค้าเป็นสมาชิกอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

2.  ตราสินค้า (brand name)

  • คือชื่อหรือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการ หลักการตั้งชื่อที่ดีไม่ควรมีความยาวเกิน 4 พยางค์และต้องไม่ซ้ำกับคนอื่น ใช้คำที่จำได้ง่าย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจดจำในตัวสินค้าได้

3. ชื่อผลิตภัณฑ์ (product name)

  • เป็นชื่อของสินค้าหรือบริการที่บ่งบอกถึงสินค้าว่าเป็นอะไรประเภทไหน ควรตั้งชื่อสั้นๆ เกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อทันทีที่ได้อ่านชื่อสินค้า

4. รายละเอียดสินค้า

  • เป็นข้อความที่ใช้ประชาสัมพันธ์ หรือใช้บรรยายสรรพคุณของสินค้าที่ขาย หรือรายละเอียดสินค้า

5. ขนาดและการบรรจุ

  • เป็นตัวเลขที่บอกถึงปริมาณสินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ ว่ามีขนาดและปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินซื้อ

6. ข้อมูลทางโภชนาการ  

  • เป็นข้อมูลที่บ่งบอกถึงชนิดสารอาหาร และปริมาณสารอาหาร มักจะพบในอาหารที่มีการกล่าวอ้างทางโภชนาการ อาหารที่มีการใช้คุณค่าทางโภชนาการอาหารระบบกลุ่มผู้บริโภค เช่น   ผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์นมสดพร่องมันเนย ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุง ร่างกายข้อมูลทางโภชนาการจะช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้ออาหารและเลือกบริโภคให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวเอง  โดยมีข้อมูลที่บังคับให้มีบนบรรจุภัณฑ์ได้แก่ สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร  ปริมาณพลังงานทั้งหมด โปรตีน วิตามิน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่  เป็นต้น

7. คำเตือน หรือ ข้อควรระวังในการบริโภค

  • จะต้องมีตัวอักษรขนาดไม่เล็กกว่า 2 ม.ม. มักพบในบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุ สินค้าประเภท เครื่องดื่มชูกำลัง  และเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีน เป็นต้น

8. รหัสแท่ง

  • รหัสที่ใช้ในการซื้อ ขาย สินค้า มีลักษณะเป็นแผ่นสีเขียวสลับขาวเป็นทาง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายในการคิดราคาสินค้า

9. เครื่องหมาย อ.ย. ที่เรารู้จักกันดี ย่อมาจาก “สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา”

  • เป็นสิ่งที่ต้องมีบนบรรจุภัณฑ์เพื่อแสดงว่าสินค้าของผู้ผลิตมีความปลอดภัยเพราะได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ยา ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค

10. ชื่อผู้ผลิตและจัดจำหน่าย

  • เป็นการบอกถึงบริษัทผู้ผลิตสินค้า หรือบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจำหน่ายว่ามีที่มาจากไหน เป็นของบริษัทใด ในรายละเอียดควรมีที่ตั้งโรงงานผลิตหรือโรงงานที่นำเข้า เบอร์โทรติดต่อทางบริษัท เป็นต้น

11. วันผลิตและวันหมดอายุ หรือวันที่ควรบริโภคก่อน

  • เป็นข้อมูลที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยเพิ่มความปอลดภัยให้ผู้บริโภค ในการซื้อสินค้าก่อนและ หลังจากที่ซื้อสินค้าว่าควรบริโภคก่อนวันไหน และหมดอายุวันที่เท่าไหร่

12. ศูนย์ร้องเรียนผู้บริโภค

  • เป็นรายละเอียดการติดต่อกับผู้บริโภคของผู้จำหน่าย เพื่อให้บริการข้อมูลต่างๆกับผู้บริโภคที่ทำการซื้อสินค้าหรือบริการไป เช่น การร้องเรียนสินค้า ร้องเรียนบริการ หรือพนักงาน เป็นต้น

บรรจุภัณฑ์ที่ดีนอกจากจะสวยงาม โดดเด่น และดึงดูดสายตาลูกค้า  ยังต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้า ยิ่งมีรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ครบถ้วนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้เร็วขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

รับทำเว็บไซต์ รับออกแบบเว็บไซต์ รับทำเว็บขายของ ครบวงจร