เว็บไซต์ เปรียบเหมือนทะเบียนบ้าน

เว็บไซต์ เปรียบเหมือนทะเบียนบ้าน ในโลกที่การติดต่อสื่อสารไร้พรมแดนแบบไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังไหน ก็มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเกือบทุกบ้าน ที่ต้องเอาไว้ทำงาน หรือ เอาไว้สื่อสารกับคนไกล ทำให้โลกเรานั้นแคบลงทุกวัน นอกจากนี้ไม่เพียงแค่คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ที่เมื่อก่อนเป็นเพียงแค่โทรศัพท์ที่คุยกันผ่านเสียงเท่านั้น

เว็บไซต์ เปรียบเหมือนทะเบียนบ้าน

ในยุคปัจจุบันไม่เพียงแต่จะใช้สำหรับคุยแล้ว มันยังสามารถติดต่อสื่อสารผ่านตัวอักษร หรือ คุยเห็นหน้าได้อีก โทรศัพท์ในยุคนี้จึงมีชื่อเรียกว่าสมาร์ทโฟนไม่เพียงแค่การติดต่อสื่อสารเท่านั้น ที่เข้ามาทำให้คนในยุคปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไป อินเตอร์เน็ตกับเว็บไซต์ก็มีบทบาทเป็นอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงมาตลอด ทำให้การค้นหาข้อมูลต่างๆนั้นง่ายขึ้น จะเดินทางไปไหนมาไหน ไม่จำเป็นต้องเปิดแผนที่กระดาษ จะสั่งซื้อสินค้าไม่จำเป็นต้องไปถึงร้านค้า เพียงแค่เลือกผ่านหน้าจอก็สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ได้ หลายธุรกิจจึงได้มีการพัฒนาองค์กรให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ด้วย หรือ แม้กระทั่งการศึกษาจากเมื่อก่อนที่เราจะต้องไปศึกษาที่สถาบัน ในปัจจุบันเพียงแค่เปิดเว็บไซต์ แล้วค้นหาสิ่งที่เราอยากจะเรียน เราก็สามารถเรียนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องออกไปเผชิญปัญหารถติด กว่าจะถึงที่เรียนก็ขี้เกียจกันพอดี

เว็บไซต์มีความจำเป็นมากในโลกยุคปัจจุบันที่เราอยู่ตอนนี้ เพราะทุกจังหวัด ทุกบ้าน ทุกคนสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ทุกที่ และเนื่องจากที่ทุกคนสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย จึงทำให้หลายทุกบริษัท ทุกองค์กรหันมาทำเว็บไซต์ โดยเฉพาะธุรกิจการค้าต่างๆ ไม่เพียงแต่จะเป็นบริษัทเท่านั้น พ่อค้า แม่ค้าที่ขายของตามตลาดนัด ก็หันมาสร้างเว็บไซต์ให้กับร้านของตนเอง เพราะเว็บไซต์สามารถเพิ่มยอดขายให้กับร้านได้ เพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ให้คนที่อยู่ห่างไกลได้รู้จักร้าน เพิ่มโอกาสในการขายมากกว่าขายอยู่ตลาดนัดเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังสามารถขายไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย เพราะเว็บไซต์สามารถเชื่อมคนทั้งโลกให้ใกล้ชิดกัน

ทำไมเว็บไซต์ถึงมีความสำคัญต่อพวกเขาเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่จะเพิ่มโอกาสต่างๆให้กับธุรกิจดังที่กล่าวไปแล้ว ต้นทุนในการทำเว็บไซต์หรือสร้างเว็บไซต์นั้น ราคาไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับ การลงทุนเครื่องจักร การลงทุนโฆษณาทางด้านหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ เป็นต้น และผลตอบรับจากการมีเว็บไซต์นั้นได้ผลเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากเว็บไซต์ที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจแล้ว เว็บไซต์ยังมีความสำคัญสำหรับการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการความรู้นอกตำราเรียนเว็บไซต์ก็เปรียบเหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีหนังสือ หรือ ข้อมูลให้ค้นคว้าห้ามความรู้ ได้ทุกเรื่อง ถึงแม้ในปัจจุบันเว็บไซต์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับชีวิตของมนุษย์เรา แต่การนำไปใช้ให้ถูกวิธีนั้น เป็นส่วนน้อยที่จะเข้าใจ โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งผู้ปกครองจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะบนเว็บไซต์มีทั้งข้อดีและข้อเสียคละๆกันไป

หลายคนคงเห็นเว็บไซต์ที่มีหน้าแตกต่างกันไป บางเว็บไซต์ก็ดูสวยงาม บางเว็บไซต์ก็ดูทันสมัย บางเว็บไซต์ก็ดูสบายตา เว็บไซต์เหล่านั้น เป็นเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบและเขียนขึ้นมาจากภาษาคอมพิวเตอร์ โดยที่โปรแกรมเมอร์เป็นผู้พัฒนาให้เกิดขึ้นและนำมาโชว์อยู่บนโลกออนไลน์ได้ ซึ่งการเขียนเว็บไซต์ขึ้นมาหนึ่งเว็บไซต์จะต้องใช้เวลาพอสมควร บางเว็บไซต์อาจจะต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนเลยทีเดียว และจำเป็นจะต้องให้โปรแกรมเมอร์เท่านั้นที่สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาได้ แต่ในปัจจุบันมีเหล่าโปรแกรมเมอร์ที่ต้องการทำให้เว็บไซต์นั้นสร้างง่ายขึ้นและคนส่วนใหญ่ที่ไม่รู้ภาษาคอมพิวเตอร์ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ขึ้นเองได้โดยที่ไม่ต้องง้อโปรแกรมเมอร์ จึงทำการพัฒนาโค้ดการสร้างเว็บไซต์ออกมาในรูปแบบที่เรียกว่า CMS

CMS ย่อมาจาก Content Management System แปลกันตรงตัวก็คือ ระบบจัดการบริหารด้านเนื้อหา หรือจะเรียกว่า เว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูป CMS เป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยบริหารงานด้านเว็บไซต์นั้นเอง โดยการใช้งานนั้นง่ายแสนง่าย แม้ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านเขียนโปรแกรมก็สามารถนำเจ้า CMS นี้ไปใช้งานได้ ทำให้ใครคิดอยากจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเองก็ลองหา CMS มาใช้นะครับ ในส่วนด้านดีของเจ้า CMS ที่พูดถึงแน่นอนเลยว่าการใช้งานง่าย ไม่เพียงแต่จะใช้งานง่ายเท่านั้น มันยังสามารถ ออกแบบดีไซน์หน้าเว็บได้ตามใจที่เราชอบ มีระบบรองรับหลายระบบ เช่น ระบบสมาชิก ระบบตระกร้าสินค้า ระบบด้านเขียนบทความ หรือ blog ฯลฯอีกเพียบ ซึ่งจะต้องศึกษาเอง อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อ SERVER ที่เราใช้อยู่คือ มีขนาดเล็ก และสามารถติดตั้งได้ทุก SERVER อีกด้วย ในส่วนของการติดตั้งหรือการใช้ จะไม่ขอกล่าวในบทความนี้

ส่วนข้อเสียของเจ้า CMS ก็มีอยู่บ้าง เพราะเนื่องจากเป็นภาษาที่พัฒนามาจากโปรแกรมเมอร์ บางอย่างผู้ที่นำไปใช้ หรือผู้ที่เริ่มต้นทำเว็บไซต์เองนั้น อาจจะต้องศึกษาโครงสร้างของ CMS เสียก่อน ว่ามีรูปแบบและวิธีการใช้งานอย่างไร สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้หรือไม่ ถ้าเราไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรเป็นเลย หรือตกแต่งไม่ได้ รูปร่างหน้าตาเว็บไซต์ที่ได้มาก็เหมือนเว็บไซต์อื่นๆที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ตทั่วๆไปและเว็บไซต์ของเราก็ไม่เป็นที่โดดเด่น ไม่น่าสนใจให้คนเข้ามาเยี่ยมชม

ในส่วนของ CMS ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นมีหลายเจ้าที่ปล่อยออกมาให้ได้ใช้งาน แต่ที่เป็นที่นิยมนั้นก็ได้แก่ Joomla และ WordPress ซึ่งเป็นที่นิยมของโปรแกรมเมอร์และบริษัทรับทำเว็บไซต์ เนื่องจากจะใช้งานง่ายแล้วยังมีปลั๊กอินต่างๆที่สามารถดาวโหลดมาใช้กับ CMS ทั้ง 2 ตัวนี้ได้ ใครที่คิดกำลังทำเว็บไซต์ในด้านต่างๆแล้ว ลองหา CMS มาเรียนรู้ แล้วใช้งานดูนะ แล้วจะรู้ว่าการทำเว็บไซต์นั้นง่ายกว่าที่คุณคิด

ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาท เป็นอย่างมากในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ การค้าขาย และด้านการตลาด เมื่อมีอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยให้ชีวิตคนเรานั้นง่ายขึ้น เว็บไซต์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การค้นหาข้อมูลง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน การที่ธุรกิจต่างๆมีเว็บไซต์ ก็เปรียบเสมือนเป็นหน้าตาของบริษัทหรือหน้าของร้าน อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า อินเทอร์เน็ตช่วยให้เราค้นหาอะไรได้ง่ายและในปัจจุบันก็มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมาก การเติบโตของเว็บไซต์ก็มีมากขึ้น ถ้าบริษัทใดไม่มีเว็บไซต์ ก็เหมือนไม่ได้โชว์หน้าตาของตัวเองบนโลกออนไลน์และไม่เป็นที่รู้จัก

เนื่องจากผู้คนใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายองค์กรต้องการมีเว็บไซต์เพื่อไปโลดแล่น เพราะการมีเว็บไซต์มีข้อดีดังต่อไปนี้

  • เสริมสร้างในศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจได้เพิ่มขึ้น ลองหันมองรอบตัวเราดูสิว่ามีใครคนใดที่ไม่ก้มหน้าก้มตาใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือเว็บไซต์บ้าง เกือบทุกคนรู้จักสิ่งเหล่านี้ดี ทำให้ธุรกิจที่เราทำอยู่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปได้ง่าย
  • การมีเว็บไซต์เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ธุรกิจของเราให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องไปเป่าประกาศตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ และสามารถเข้าถึงทุกคนได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย
  • เป็นการเพิ่มรายได้ หรือ ยอดขายให้แก่องค์กร จาก life style ของมนุษย์เรานั้นเปลี่ยนไป ทำให้การซื้อสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์มีมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องรอเวลาเปิดปิดของห้างสรรพสินค้าอีกต่อไป
  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาได้ อย่างที่บอกไปแล้วว่าทุกคนใช้อินเทอร์เน็ตเป็น ดังนั้น การสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันไม่ต้องพึ่งการตลาดแบบเดิมๆที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก เพียงแค่มีเว็บไซต์ ก็เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างง่ายได้
  • สร้างภาพลักษณ์ ให้กับบริษัท ในปัจจุบันบริษัทที่ไม่มีเว็บไซต์ ก็เปรียบเสมือนร้านค้าไม่มีตัวตน เพราะการที่บริษัทมีเว็บไซต์ขึ้นมาไม่เพียงแต่จะช่วยให้คนรู้จัก ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์อันดีให้แก่องค์กร ได้ เพราะบนเว็บไซต์จะมีข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับบริษัท แผนที ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ทำให้ลูกค้าก็อยากเข้ามาใช้บริการ

การมีเว็บไซต์ อาจจะไม่ตอบสนองให้กับบริษัทได้ทั้งหมด แต่รับรองเลยว่าถ้าองค์กรหรือร้านค้าของคุณที่ยังไม่มีเว็บไซต์ อาจจะทำให้ให้บริษัทของหรือสินค้าของคุณไม่ถูกพูดถึงอย่างแน่นอน และไม่เพียงแต่เว็บไซต์เท่านั้นที่บริษัทจะต้องมี การนำเว็บไซต์เข้ามาทำตลาดออนไลน์เป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เมื่อมีเว็บไซต์ขึ้นมาแล้ว เพราะถ้าจะให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วจะต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญด้านสิ่งเหล่านี้ให้คำปรึกษาอยู่เสมอ ไม่ยากและไม่ง่ายในการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา ลองปรึกษาจากทีมงาน กราฟฟิก บุฟเฟ่ต์ แล้วคุณจะรู้ว่ามันไม่ยากอย่างที่คุณคิด

Domain name (โดเมน เนม) หมายถึงชื่อเว็บไซต์ที่ปรากฏอยู่บน URL  ซึ่งการออกแบบเว็บไซต์หรือการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา จะต้องมีชื่อที่เราจะต้องระบุลงไปในเว็บไซต์ด้วย ซึ่งการตั้งชื่อเว็บไซต์นั้นขึ้นมาหนึ่งชื่อไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะตั้งชื่อย่างไรแล้วเป็นที่จดจำได้อย่างรวดเร็ว มันเป็นเรื่องยากอยู่พอสมควร เพราะการตั้งชื่อเว็บไซต์ จะต้องมีความละเอียดสักนิดนึง เนื่องจากชื่อเว็บไซต์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นการตั้งชื่อเว็บไซต์ เจ้าของควรที่จะไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนนำชื่อนั้นไปจดโดเมน

สำหรับข้อแนะนำในการตั้งชื่อโดเมน ที่ทางกราฟฟิกบุฟเฟ่ต์จะนำเสนอในบทความนี้ มีดังต่อไปนี้

  • โดเมนเนม หรือ ชื่อเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นจะต้องเป็นชื่อที่สะกดง่าย จำง่าย และไม่ยาวจนเกินไป
  • นอกจากชื่อที่สะกดง่ายแล้ว การตั้งชื่อโดเมนควรมีความยาวไม่เกิน 3 พยางค์ จะทำให้เว็บไซต์นั้นเป็นที่ติดปาก และสามารถเข้าชมได้ง่ายกว่าชื่อที่มีความยาว เช่น com ,sanook.com,kapook.com เป็นต้น
  • นามสกุลของเว็บไซต์ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย แต่ผู้ที่กำลังจะจัดทำเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ ในการตั้งชื่อโดเมนควรเลือกใช้นามสกุลที่เป็น .com น่าจะดีกว่า เพราะนามสกุลนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด และยังรองรับในการทำ SEO อีกด้วย อีกทั้งผู้ใช้งานเว็บไซต์ยังมีความคุ้นเคยมากกว่านามสกุลอื่น
  • ในการตั้งชื่อโดเมน ควรจะตั้งชื่อเป็นภาษา “สากล” ไม่ควรตั้งชื่อเป็นภาษาท้องถิ่น นอกจากจะจำง่ายแล้ว ยังช่วยให้คุ้นตา คุ้นปากอีกด้วย
  • การตั้งชื่อโดเมนควรตั้งชื่อให้อ่านง่าย ออกเสียงง่าย เพื่อจะได้เป็นที่จดจำของผู้ใช้เว็บไซต์
  • ในการตั้งชื่อโดนเมนถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้ตัวเลขเข้ามาร่วมตั้งชื่อ ให้ใช้เป็นตัวอักษรทั้งหมด แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ตัวเลขที่นำมาใช้ในการตั้งชื่อควรไม่เกิน 2 หลัก
  • การออกแบบเว็บไซต์แบบใดก็ตาม ควรจะตั้งชื่อโดเมนให้สอดคล้องกับเว็บไซต์ที่ออกแบบนั้น ทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์สามารถรู้ได้ทันทีเลยว่าเว็บไซต์แห่งนี้เกี่ยวข้องกับอะไร
  • ในการตั้งชื่อเว็บไซต์หรือโดเมน ถ้าไม่ยากจนเกินความคิด ชื่อโดเมนที่ตั้ง ควรมี Keyword ของเว็บไซต์อยู่ด้วย เช่น สร้างเว็บไซต์เกี่ยวกับท่องเที่ยว ก็ควรมีคำว่า Travel, Tour เป็นต้น

จากหัวข้อที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น การจดโดเมน หรือการตั้งชื่อโดเมน ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าถ้าตั้งชื่อตามหัวทั้งหมดนี้ออกมาแล้ว เว็บไซต์จะปัง! ทันที เพราะหัวข้อดังกล่าวเป็นพื้นฐานที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณนั้นเข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และเรียกใช้ง่ายเท่านั้น การที่จะทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จัก ไม่เพียงแต่มีเว็บไซต์ที่สวยงามแล้ว ยังมีเรื่องของการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย ฉะนั้นถ้าอยากให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จัก คุณจะต้องโปรโมทกันต่อไป

สมัครรับข่าวสารเพื่อให้ข้อความไม่เด้งอีก

อัพเดทสาระความรู้และเทคนิคมากมายเกี่ยวกับ รับทำเว็บไซต์ การออกแบบ การตลาดออนไลน์

ขอบคุณค่ะ