เปิดตัว Adobe Premiere Rush ตัวช่วยตัดต่อ ใส่เอฟเฟค และทำวิดีโอเองง่ายขึ้น

เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีรายการต่างๆ นำเสนอผ่านช่องทางของตัวเองกันเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการทำคอนเท้นท์ที่เป็นประโยชน์ เพื่อดึงดูดคนเข้าไปอ่านและเข้าไปเรียนรู้หลากหลายเรื่องราวผ่านทางบล็อกหรือเพจต่างๆ ทางโซเชี่ยล จึงเกิดผู้ผลิตรายการหน้าใหม่มากมายที่ต้องการเปิดเผยความคิดสร้างสรรค์หรือไลฟ์สไตล์ของตัวเอง แต่อุปสรรคหนึ่งที่คนทั่วไปมักจะต้องเจอ คือ การตัดต่อที่ถือว่ายากที่สุดในขั้นตอนการทำวิดีโอ ยิ่งไม่เคยมีทักษะมาเลยก็ยิ่งยาก จะเรียนรู้เองจากโปรแกรมตัดต่อก็มีแต่โปรแกรมระดับโปรที่เข้าใจยาก Adobe จึงเปิดตัวโปรแกรมตัดต่อเวอร์ชั่นใหม่อย่าง Premiere Rush ที่มีการนำเครื่องมือการตกแต่งภาพต่างๆ จาก Premiere Pro, After Effect และ Audition มารวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานและเอาใจมือใหม่หัดตัดต่อโดยเฉพาะ

Adobe Premiere Rush มีความแตกต่างไปจากรุ่น Premiere Pro ตรงที่หน้าตาและเครื่องมือต่างๆ มีความเรียบง่าย การใช้งานก็เข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เครื่องมือตัดต่อต่างๆ เหมาะสำหรับมือใหม่อย่างมาก ถ้าต้องการใส่คำพูดหรือตัวอักษรเก๋ๆ ลงไปก็มีให้เลือกรูปแบบอย่างหลากหลาย รวมไปถึงการใส่กราฟิกโมชั่นที่ทำได้อย่างสะดวกและมีเทมเพลตสำเร็จรูปให้เลือกเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือคุณสามารถเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างใน Adobe Stocks ได้อีกด้วย ซึ่งการเปิดตัว Adobe Premiere Rush ในครั้งนี้ไม่ใช่ก้าวแรกของโปรแกรมตัวใหม่ แต่ทาง Adobe ได้คิด Project Rush มาแล้วหลายปีและกว่าจะทำให้ลงตัวจนสามารถนำมาใช้งานได้จริงอย่างสมบูรณ์แบบ ก็ต้องใช้เวลาพัฒนาพอสมควร 

ช่วงก่อนหน้านี้จึงมีเพียงรุ่น Premiere Pro ออกมาให้เหล่ามืออาชีพได้ทดลองใช้กันไปก่อนและผลที่ได้จาก Premiere Pro คือการตัดต่อที่ดีเยี่ยมแต่ก็ใช้งานค่อนข้างยาก เครื่องมือที่ใช้และระบบต่างๆ ซับซ้อน ไม่เหมาะกับเหล่ามือใหม่ ทำให้กลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้โปรแกรมนี้จะเป็นเพียงผู้ตัดต่อที่มีฝีมือแล้วเท่านั้น Adobe Premiere Rush จึงกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ที่จะช่วยทำให้คนไม่มีทักษะด้านการตัดต่อเลย ได้นำมาใช้กับคลิปวิดีโอตัวเองอย่างง่ายดาย เหมาะกับคนที่ต้องการสร้างช่อง Youtube หรือมีบล็อกเป็นของตัวเอง สามารถใส่หัวข้อ, ใส่เสียง, ปรับแสง-สี, ตัดต่อช่วงเวลาสำคัญ, ใส่โลโก้ของทางช่องหรือลายน้ำ และใส่เพลงบรรเลงลงไปได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะมีให้เลือกใช้ทั้งแบบโปรแกรมใน Dasktop และแบบแอปพลิเคชั่นที่ทั้ง 2 เวอร์ชั่นนี้สามารถใช้งานร่วมกันได้ผ่านทาง Adobe Cloud เมื่อทำงานตัดต่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พร้อมอัพขึ้นโซเชี่ยลด้วยฟีเจอร์ Export ได้ทันที! ถือว่าสะดวกต่อการใช้งานอย่างมาก

ถ้าคุณรู้สึกอยากทดลองใช้  Adobe Premiere Rush ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Dasktop และแบบแอปพลิเคชั่น สามารถหาซื้อมาใช้ได้ในราคาไม่สูงเกินไป โดยให้ความคุ้มค่าด้วยการจ่ายแค่ค่าโปรแกรม Adobe Premiere Pro CC ตัวเดียวก็จะได้ Premiere Rush มาใช้งานแบบฟรีๆ เพียงเท่านี้คุณก็โชว์ความสามารถด้านการเป็น Youtuber หรือ Blogger ได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับโปรแกรมตัดต่อที่ทั้งเล่นยากและมีตัวเลือกด้านเครื่องมือน้อยจนน่าเบื่ออีกต่อไป