220-901 dumps 100-105 study 300-115 pdf Exam dumps 200-310 exam CISSP Exam details questions 200-310 pdf

ออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่าง ไรให้ตรงใจผู้บริโภค อะไรเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจ

ออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างไรให้ตรงใจผู้บริโภค

ออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่าง ไรให้ตรงใจผู้บริโภค

ออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่าง ไรให้ตรงใจผู้บริโภค อะไรเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจและสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้า  การออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้น่าสนใจ และดึงดูดสายตาผู้บริโภคให้เลือกซื้อสินค้า   ถึงแม้ว่าสินค้าจะมีคุณภาพดี แต่ถ้า สินค้านั้นไม่โดดเด่นพอที่จะให้คนสนใจ  สินค้านั้นก็ขายตัวเองไม่ได้
การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ตรงใจผู้บริโภค จึงจำเป็นอย่างยิ่ง  เรามาดูปัจจัยในการออกแบบบรรจุภัณฑ์กันว่ามีอะไรบ้าง

 1. บรรจุภัณฑ์ต้องมีวัสดุที่เหมาะสมกับสินค้า

บรรจุภัณฑ์ต้องออกแบบให้มีความเหมาะสมกับประเภทของสินค้า เช่น สินค้าประเภทน้ำ ควรออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยใช้วัสดุที่เป็นแก้วจะดีกว่าการใช้กระดาษ เพราะจะสามารถเก็บ  ความเย็นได้ดีกว่า ง่ายต่อการขนส่งสินค้าเพื่อเป็นการลลดต้นทุนในการขนส่ง

2.  บรรจุภัณฑ์ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับประเภทสินค้า

บรรจุภัณฑ์ควรออกแบบให้เหมาะกับประเภทของสินค้านั้น เช่น สินค้านั้นเป็นของสดหรือของแห้ง มีความชื้นหรือไม่ มีสภาพความเป็นกรด หรือไม่ มีน้ำหนักเบา หรือหนัก สินค้ามีขนาด หรือ ปริมาตรเท่าไหร่ เพื่อนำมาออกแบบให้เหมะสมกับสินค้าและสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ

 3. บรรจุภัณฑ์ต้องมีวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคหันมาใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม การ ออกแบบบรรจุภัณฑ์จึงควรใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นกระดาษ หรือพลาสติกที่นำกลับมารีไซเคิลได้ เป็นต้น ซึ่งนอกจกจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วยังช่วยลดต้นทุในการผลิตสินค้าอีกด้วย

 4. บรรจุภัณฑ์ต้องมีหลายขนาด

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีหลายขนาดจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ เพราะบางครั้งผู้บริโภคอาจต้องการสินค้าในปริมาณที่น้อย และสินค้าบางประเภทผู้บริโภคก็อาจมีความต้องการในปริมาณมาก การทำบรรจุภัณฑ์ให้หลากลายขนาดจึงช่วยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า และยังช่วยกระตุ้นการขายได้อีกด้วย

 5. บรรจุภัณฑ์ต้องมีรายละเอียดครบถ้วน

  • มีชื่อร่วมหรือเครื่องหมายร่วม (collective mark) คือสัญลักษณ์ที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงกลุ่มสินค้าหรือบริการของผู้ผลิต
  • มีตราสินค้า (brand name) เป็นสัญลักษณ์หรือตัวอักษรที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงยี่ห้อของสินค้าหรือบริการของผู้ผลิต
  • มีชื่อผลิตภัณฑ์ (product name) เป็นชื่อที่แสดงให้ผู้บริโภครู้ถึงสินค้าที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์
  • มีรายละเอียดสินค้า เป็นการบอกถึงรายละเอียดของสินค้าว่าเป็นสินค้าประเภทไหน
  • มีขนาดและการบรรจุ เป็นตัวเลขที่บอกปริมาณของสินค้า ที่ช่วยให้ผู้บริโภคใช้รู้ขนาดของสินค้าที่อยู่ภายใน
  • มีข้อมูลทางโภชนาการ (สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร) เป็นข้อมูลที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงปริมาณ สารอาหารต่างๆที่จะได้รับในการบริโภคสินค้าตัวนั้นๆ
  • มีคำเตือน หรือ ข้อควรระวังในการบริโภค เป็นข้อมูลที่บอกให้ผู้บริโภคถึงความเหมาะสมของ ตนเองในการใช้สินค้า
  • มีสัญลักษณ์รับรองคุณภาพ เป็นสิ่งที่บอกให้ผู้บริโภครู้ว่าสินค้ามีความปลอดภัยและได้รับการ รับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ
  • มีผู้ผลิต/จัดจำหน่าย เป็นสิ่งที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงบริษัทที่เป็นผู้นำเข้าหรือผลิต
  • มีวันผลิต/วันหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อน เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภครู้ถึงระยะเวลาในการบริโภคสินค้า
  • มีศูนย์ร้องเรียนผู้บริโภค เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถติชม ร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการต่างๆกับทางผู้ผลิตได้โดยตรง

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะบรรจุภัณฑ์คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็นก่อนที่จะได้สัมผัสถึงสินค้าด้านใน ดังนั้นควรต้องเอาใจใส่ และออกแบบให้จูงใจลูกค้ามากที่สุด ใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน มีความสวยงามสะดุดตา เมื่อวางบนชั้นร่วมกับสินค้าอื่น ๆ แล้วจะต้องโดดเด่นน่าสนใจและจูงใจให้ซื้อ

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ตรงใจผู้บริโภค จึงจำเป็นอย่างยิ่ง  เรามาดูปัจจัยในการออกแบบบรรจุภัณฑ์กันว่ามีอะไรบ้าง

 1. บรรจุภัณฑ์ต้องมีวัสดุที่เหมาะสมกับสินค้า

บรรจุภัณฑ์ต้องออกแบบให้มีความเหมาะสมกับประเภทของสินค้า เช่น สินค้าประเภทน้ำ ควรออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยใช้วัสดุที่เป็นแก้วจะดีกว่าการใช้กระดาษ เพราะจะสามารถเก็บ  ความเย็นได้ดีกว่า ง่ายต่อการขนส่งสินค้าเพื่อเป็นการลลดต้นทุนในการขนส่ง

2.  บรรจุภัณฑ์ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับประเภทสินค้า

บรรจุภัณฑ์ควรออกแบบให้เหมาะกับประเภทของสินค้านั้น เช่น สินค้านั้นเป็นของสดหรือของแห้ง มีความชื้นหรือไม่ มีสภาพความเป็นกรด หรือไม่ มีน้ำหนักเบา หรือหนัก สินค้ามีขนาด หรือ ปริมาตรเท่าไหร่ เพื่อนำมาออกแบบให้เหมะสมกับสินค้าและสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ

 3. บรรจุภัณฑ์ต้องมีวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคหันมาใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม การ ออกแบบบรรจุภัณฑ์จึงควรใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นกระดาษ หรือพลาสติกที่นำกลับมารีไซเคิลได้ เป็นต้น ซึ่งนอกจกจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วยังช่วยลดต้นทุในการผลิตสินค้าอีกด้วย

 4. บรรจุภัณฑ์ต้องมีหลายขนาด

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีหลายขนาดจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ เพราะบางครั้งผู้บริโภคอาจต้องการสินค้าในปริมาณที่น้อย และสินค้าบางประเภทผู้บริโภคก็อาจมีความต้องการในปริมาณมาก การทำบรรจุภัณฑ์ให้หลากลายขนาดจึงช่วยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า และยังช่วยกระตุ้นการขายได้อีกด้วย

 5. บรรจุภัณฑ์ต้องมีรายละเอียดครบถ้วน

  • มีชื่อร่วมหรือเครื่องหมายร่วม (collective mark) คือสัญลักษณ์ที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงกลุ่มสินค้าหรือบริการของผู้ผลิต
  • มีตราสินค้า (brand name) เป็นสัญลักษณ์หรือตัวอักษรที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงยี่ห้อของสินค้าหรือบริการของผู้ผลิต
  • มีชื่อผลิตภัณฑ์ (product name) เป็นชื่อที่แสดงให้ผู้บริโภครู้ถึงสินค้าที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์
  • มีรายละเอียดสินค้า เป็นการบอกถึงรายละเอียดของสินค้าว่าเป็นสินค้าประเภทไหน
  • มีขนาดและการบรรจุ เป็นตัวเลขที่บอกปริมาณของสินค้า ที่ช่วยให้ผู้บริโภคใช้รู้ขนาดของสินค้าที่อยู่ภายใน
  • มีข้อมูลทางโภชนาการ (สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร) เป็นข้อมูลที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงปริมาณ สารอาหารต่างๆที่จะได้รับในการบริโภคสินค้าตัวนั้นๆ
  • มีคำเตือน หรือ ข้อควรระวังในการบริโภค เป็นข้อมูลที่บอกให้ผู้บริโภคถึงความเหมาะสมของ ตนเองในการใช้สินค้า
  • มีสัญลักษณ์รับรองคุณภาพ เป็นสิ่งที่บอกให้ผู้บริโภครู้ว่าสินค้ามีความปลอดภัยและได้รับการ รับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ
  • มีผู้ผลิต/จัดจำหน่าย เป็นสิ่งที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงบริษัทที่เป็นผู้นำเข้าหรือผลิต
  • มีวันผลิต/วันหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อน เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภครู้ถึงระยะเวลาในการบริโภคสินค้า
  • มีศูนย์ร้องเรียนผู้บริโภค เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถติชม ร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการต่างๆกับทางผู้ผลิตได้โดยตรง

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะบรรจุภัณฑ์คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็นก่อนที่จะได้สัมผัสถึงสินค้าด้านใน ดังนั้นควรต้องเอาใจใส่ และออกแบบให้จูงใจลูกค้ามากที่สุด ใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน มีความสวยงามสะดุดตา เมื่อวางบนชั้นร่วมกับสินค้าอื่น ๆ แล้วจะต้องโดดเด่นน่าสนใจและจูงใจให้ซื้อ

ถึงแม้ว่าสินค้าจะมีคุณภาพดี แต่ถ้า สินค้านั้นไม่โดดเด่นพอที่จะให้คนสนใจ  สินค้านั้นก็ขายตัวเองไม่ได้
การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ตรงใจผู้บริโภค จึงจำเป็นอย่างยิ่ง  เรามาดูปัจจัยในการออกแบบบรรจุภัณฑ์กันว่ามีอะไรบ้าง

 1. บรรจุภัณฑ์ต้องมีวัสดุที่เหมาะสมกับสินค้า

บรรจุภัณฑ์ต้องออกแบบให้มีความเหมาะสมกับประเภทของสินค้า เช่น สินค้าประเภทน้ำ ควรออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยใช้วัสดุที่เป็นแก้วจะดีกว่าการใช้กระดาษ เพราะจะสามารถเก็บ  ความเย็นได้ดีกว่า ง่ายต่อการขนส่งสินค้าเพื่อเป็นการลลดต้นทุนในการขนส่ง

2.  บรรจุภัณฑ์ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับประเภทสินค้า

บรรจุภัณฑ์ควรออกแบบให้เหมาะกับประเภทของสินค้านั้น เช่น สินค้านั้นเป็นของสดหรือของแห้ง มีความชื้นหรือไม่ มีสภาพความเป็นกรด หรือไม่ มีน้ำหนักเบา หรือหนัก สินค้ามีขนาด หรือ ปริมาตรเท่าไหร่ เพื่อนำมาออกแบบให้เหมะสมกับสินค้าและสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ

 3. บรรจุภัณฑ์ต้องมีวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคหันมาใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม การ ออกแบบบรรจุภัณฑ์จึงควรใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นกระดาษ หรือพลาสติกที่นำกลับมารีไซเคิลได้ เป็นต้น ซึ่งนอกจกจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วยังช่วยลดต้นทุในการผลิตสินค้าอีกด้วย

 4. บรรจุภัณฑ์ต้องมีหลายขนาด

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีหลายขนาดจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ เพราะบางครั้งผู้บริโภคอาจต้องการสินค้าในปริมาณที่น้อย และสินค้าบางประเภทผู้บริโภคก็อาจมีความต้องการในปริมาณมาก การทำบรรจุภัณฑ์ให้หลากลายขนาดจึงช่วยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า และยังช่วยกระตุ้นการขายได้อีกด้วย

 5. บรรจุภัณฑ์ต้องมีรายละเอียดครบถ้วน

  • มีชื่อร่วมหรือเครื่องหมายร่วม (collective mark) คือสัญลักษณ์ที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงกลุ่มสินค้าหรือบริการของผู้ผลิต
  • มีตราสินค้า (brand name) เป็นสัญลักษณ์หรือตัวอักษรที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงยี่ห้อของสินค้าหรือบริการของผู้ผลิต
  • มีชื่อผลิตภัณฑ์ (product name) เป็นชื่อที่แสดงให้ผู้บริโภครู้ถึงสินค้าที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์
  • มีรายละเอียดสินค้า เป็นการบอกถึงรายละเอียดของสินค้าว่าเป็นสินค้าประเภทไหน
  • มีขนาดและการบรรจุ เป็นตัวเลขที่บอกปริมาณของสินค้า ที่ช่วยให้ผู้บริโภคใช้รู้ขนาดของสินค้าที่อยู่ภายใน
  • มีข้อมูลทางโภชนาการ (สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร) เป็นข้อมูลที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงปริมาณ สารอาหารต่างๆที่จะได้รับในการบริโภคสินค้าตัวนั้นๆ
  • มีคำเตือน หรือ ข้อควรระวังในการบริโภค เป็นข้อมูลที่บอกให้ผู้บริโภคถึงความเหมาะสมของ ตนเองในการใช้สินค้า
  • มีสัญลักษณ์รับรองคุณภาพ เป็นสิ่งที่บอกให้ผู้บริโภครู้ว่าสินค้ามีความปลอดภัยและได้รับการ รับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ
  • มีผู้ผลิต/จัดจำหน่าย เป็นสิ่งที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงบริษัทที่เป็นผู้นำเข้าหรือผลิต
  • มีวันผลิต/วันหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อน เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภครู้ถึงระยะเวลาในการบริโภคสินค้า
  • มีศูนย์ร้องเรียนผู้บริโภค เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถติชม ร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการต่างๆกับทางผู้ผลิตได้โดยตรง

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะบรรจุภัณฑ์คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็นก่อนที่จะได้สัมผัสถึงสินค้าด้านใน ดังนั้นควรต้องเอาใจใส่ และออกแบบให้จูงใจลูกค้ามากที่สุด ใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน มีความสวยงามสะดุดตา เมื่อวางบนชั้นร่วมกับสินค้าอื่น ๆ แล้วจะต้องโดดเด่นน่าสนใจและจูงใจให้ซื้อ

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ตรงใจผู้บริโภค จึงจำเป็นอย่างยิ่ง  เรามาดูปัจจัยในการออกแบบบรรจุภัณฑ์กันว่ามีอะไรบ้าง

 1. บรรจุภัณฑ์ต้องมีวัสดุที่เหมาะสมกับสินค้า

บรรจุภัณฑ์ต้องออกแบบให้มีความเหมาะสมกับประเภทของสินค้า เช่น สินค้าประเภทน้ำ ควรออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยใช้วัสดุที่เป็นแก้วจะดีกว่าการใช้กระดาษ เพราะจะสามารถเก็บ  ความเย็นได้ดีกว่า ง่ายต่อการขนส่งสินค้าเพื่อเป็นการลลดต้นทุนในการขนส่ง

2.  บรรจุภัณฑ์ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับประเภทสินค้า

บรรจุภัณฑ์ควรออกแบบให้เหมาะกับประเภทของสินค้านั้น เช่น สินค้านั้นเป็นของสดหรือของแห้ง มีความชื้นหรือไม่ มีสภาพความเป็นกรด หรือไม่ มีน้ำหนักเบา หรือหนัก สินค้ามีขนาด หรือ ปริมาตรเท่าไหร่ เพื่อนำมาออกแบบให้เหมะสมกับสินค้าและสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ

 3. บรรจุภัณฑ์ต้องมีวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคหันมาใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม การ ออกแบบบรรจุภัณฑ์จึงควรใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นกระดาษ หรือพลาสติกที่นำกลับมารีไซเคิลได้ เป็นต้น ซึ่งนอกจกจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วยังช่วยลดต้นทุในการผลิตสินค้าอีกด้วย

 4. บรรจุภัณฑ์ต้องมีหลายขนาด

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีหลายขนาดจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ เพราะบางครั้งผู้บริโภคอาจต้องการสินค้าในปริมาณที่น้อย และสินค้าบางประเภทผู้บริโภคก็อาจมีความต้องการในปริมาณมาก การทำบรรจุภัณฑ์ให้หลากลายขนาดจึงช่วยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า และยังช่วยกระตุ้นการขายได้อีกด้วย

 5. บรรจุภัณฑ์ต้องมีรายละเอียดครบถ้วน

  • มีชื่อร่วมหรือเครื่องหมายร่วม (collective mark) คือสัญลักษณ์ที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงกลุ่มสินค้าหรือบริการของผู้ผลิต
  • มีตราสินค้า (brand name) เป็นสัญลักษณ์หรือตัวอักษรที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงยี่ห้อของสินค้าหรือบริการของผู้ผลิต
  • มีชื่อผลิตภัณฑ์ (product name) เป็นชื่อที่แสดงให้ผู้บริโภครู้ถึงสินค้าที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์
  • มีรายละเอียดสินค้า เป็นการบอกถึงรายละเอียดของสินค้าว่าเป็นสินค้าประเภทไหน
  • มีขนาดและการบรรจุ เป็นตัวเลขที่บอกปริมาณของสินค้า ที่ช่วยให้ผู้บริโภคใช้รู้ขนาดของสินค้าที่อยู่ภายใน
  • มีข้อมูลทางโภชนาการ (สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร) เป็นข้อมูลที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงปริมาณ สารอาหารต่างๆที่จะได้รับในการบริโภคสินค้าตัวนั้นๆ
  • มีคำเตือน หรือ ข้อควรระวังในการบริโภค เป็นข้อมูลที่บอกให้ผู้บริโภคถึงความเหมาะสมของ ตนเองในการใช้สินค้า
  • มีสัญลักษณ์รับรองคุณภาพ เป็นสิ่งที่บอกให้ผู้บริโภครู้ว่าสินค้ามีความปลอดภัยและได้รับการ รับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ
  • มีผู้ผลิต/จัดจำหน่าย เป็นสิ่งที่บอกให้ผู้บริโภครู้ถึงบริษัทที่เป็นผู้นำเข้าหรือผลิต
  • มีวันผลิต/วันหมดอายุ หรือควรบริโภคก่อน เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภครู้ถึงระยะเวลาในการบริโภคสินค้า
  • มีศูนย์ร้องเรียนผู้บริโภค เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถติชม ร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการต่างๆกับทางผู้ผลิตได้โดยตรง

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะบรรจุภัณฑ์คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็นก่อนที่จะได้สัมผัสถึงสินค้าด้านใน ดังนั้นควรต้องเอาใจใส่ และออกแบบให้จูงใจลูกค้ามากที่สุด ใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน มีความสวยงามสะดุดตา เมื่อวางบนชั้นร่วมกับสินค้าอื่น ๆ แล้วจะต้องโดดเด่นน่าสนใจและจูงใจให้ซื้อ