หัวใจ 5 ข้อ หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดี

16. หัวใจ 5 ข้อ หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดี

ในยุคที่ท้องตลาดมีสินค้าประเภทเดียวกัน แบบเดียวกัน ประโยชน์ใช้สอยเหมือนกัน เรียงรายอยู่เต็มชั้นวางสินค้า ผู้ผลิตหรือ เจ้าของสินค้าหลายคน เลือกที่จะออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม หรือหลักการใดๆ ทำให้พลาดโอกาสที่จะชูจุดเด่นของสินค้า หรือสร้างความแตกต่างจากสินค้าตัวอื่นที่วางอยู่ใกล้เคียงกันไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์จำพวก กล่องอาหารเสริม , กล่องครีมกล่องสบู่, กล่องเครื่องสำอาง, กล่องอาหาร, ซองกาแฟ ซึ่งใช้บรรจุสินค้าซึ่งมีคู่แข่งเกลื่อนตลาด ดังนั้นแค่ความโดดเด่นแตกต่างคงไม่เพียงพอสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าเหล่านี้

หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีต้องคำนึงถึง “หัวใจ 5 ข้อ ของบรรจุภัณฑ์”

          หัวใจ 5 ข้อ ของบรรจุภัณฑ์ คืออะไร?

          หัวใจ 5 ข้อ ของบรรจุภัณฑ์ คือ หัวใจหลักของการเป็นบรรจุภัณฑ์ ที่หมายถึงการทำหน้าที่ของการดูแล เก็บรักษาคุณภาพของสินค้าให้คงอยู่และมีอายุการเก็บรักษาให้ยาวนานที่สุด และง่ายต่อการขนส่ง ซึ่งเจ้าของสินค้าส่วนใหญ่กลับมุ่งเน้นไปความโดดเด่นแตกต่างจากสินค้าประเภทเดียวกันบนชั้นวาง  ท้ายที่สุดก็หลงลืมหัวใจ 5 ข้อ ของบรรจุภัณฑ์ไปเสียสนิท และส่งผลให้เกิดความเสียหายต่างๆ ต่อสินค้า และความรู้สึกไม่ประทับใจ ไปจนถึงรู้สึกติดลบต่อตัวสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ 

          ดังนั้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ควรคำนึงถึงหน้าที่เหล่านี้เป็นอย่างแรก

1. การปกป้องสินค้า 

          บรรจุภัณฑ์มีหน้าที่ป้องกันสินค้า ไม่ให้แตกบุบ รั่ว ซึม เสียหาย การที่พยายามออกแบบรูปทรงบรรจุภัณฑ์ให้ดูแปลกตา แต่กลับต้องสูญเสียความสามารถในการป้องกันรักษาสินค้าไปไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะนอกจากจะทำให้สินค้ามีโอกาสเสียหายก่อนไปถึงมือผู้บริโภคสร้างความไม่ประทับใจ จนไม่อยากซื้อสินค้า ทำให้สูญเสียโอกาสในการขายสินค้า และสูญเสียสินค้าที่ควรขายได้ไปอย่างน่าเสียดาย

2. การเก็บรักษาคุณภาพของสินค้า 

          การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ควรคำนึงถึงวิธีการรักษาคุณภาพของสินค้าเป็นอันดับแรกๆ ยกตัวอย่างเช่น กล่องครีม กล่องเครื่องสำอาง กล่องอาหารเสริม ที่ควรเก็บให้พ้นแสง มีเจ้าของสินค้าบางราย พยายามสร้างความโดดเด่นให้แก่บรรจุภัณฑ์ด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใส  หรือมีช่องใส ซึ่งหากสินค้าที่อยู่ภายในโดนแสงภายนอกบรรจุภัณฑ์ จะทำให้สินค้าภายในเกิดการเสื่อมสภาพ คุณภาพของสินค้าเปลี่ยนแปลงไป 

          หรือสินค้าที่ต้องเก็บในที่แห้งสนิท แต่กลับเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถป้องกันสินค้าจากความชื้นได้ ทำให้สินค้าเสื่อมคุณภาพลง เมื่อผู้บริโภคแกหีบห่อบรรจุภัณฑ์ออกมา ก็จะพบสินค้าที่เสื่อมคุณภาพ หรือขึ้นรา สร้างความผิดหวัง และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสินค้าในระยะยาว

3. ช่วยยืดอายุสินค้า 

          ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตบรรจุภัณฑ์ ได้พัฒนาขึ้นมากจนมีวิธีการและบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ช่วยยืดอายุสินค้า ให้ยาวนานขึ้น อาทิ ซองกาแฟ, ซองฟอย (ผลิตจากอลูมิเนียมฟอย) มีคุณสมบัติช่วยยืดอายุสินค้าให้มีอายุยืนยาวจนไปถึงมือผู้บริโภคที่อยู่ห่างไกลได้ หรือเทคนิคการบรรจุแบบสุญญากาศ ก็ช่วยยืดอายุสินค้าประเภทที่เน่าเสียง่ายให้มีอายุได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม

4. ความสะดวกในการใช้งาน

          การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถเปิดใช้งานได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหีบห่อ หรือถ่ายลงภาชนะอื่นก่อนบริโภค กำลังเป็นเทรนด์นิยม เนื่องจากสะดวกในการใช้งานแล้ว ยังช่วยลดการเกิดขยะ และตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีชีวิตเร่งรีบได้เป็นอย่างดี 

          ยกตัวอย่างเช่น ซองก้นต้นติดซิป ซึ่งบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความสะดวกในการใช้งานข้อนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อผู้บริโภคเปิดซองก้นตันติดซิปเพื่อหยิบหรือเทสินค้าที่บรรจุอยู่ออกมา หากไม่นำออกมาทั้งหมดหรือไม่สะดวกที่จะเปลี่ยนถ่ายภาชนะก็สามารถปิดปากถุงด้วยการปิดซิป เพียงเท่านี้สินค้าก็จะไม่หลุดไหลเทออกมา และยังประหยัดเวลาในการอุปกรณ์ที่ใช้ในการปิดปากถุงอีกด้วย

          หรือการออกแบบกล่องอาหาร ที่สามารถฉีกออกเป็นจาน หรือใช้แบ่งอาหารได้ อาทิ กล่องเค้ก กล่องพิซซ่า ที่มีการออกแบบให้สามารถฉีกกล่องออกเป็นจานรอง

5. คำนึงถึงการขนส่ง

          การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถจัดวางได้สะดวก มีน้ำหนักเบา จะช่วยให้ขนส่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประหยัดพื้น ประหยัดแรงงาน และที่สำคัญประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ลดต้นทุนได้อีกมากโข อีกทั้งการออกแบบที่คำนึงถึงวิธีการขนส่ง ยังช่วยป้องกันสินค้าไม่ให้เสียหาย ง่ายต่อการจัดเรียงสินค้าในการขนส่ง

Total Page Visits: 436 - Today Page Visits: 18