สัญลักษณ์ e mark คืออะไร สินค้าทุกชนิดจำเป็นต้องมีหรือไม่?

สัญลักษณ์ e mark คืออะไร  สินค้าทุกชนิดจำเป็นต้องมีหรือไม่?  กฎหมายกำหนดให้บนกล่องบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ หรือฉลากทุกประเภท จะต้องมีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณสุทธิของผลิตภัณฑ์เอาไว้ โดยการบอกน้ำหนัก จะมีการบอก น้ำหนัก ปริมาณสุทธิในหน่วย กรัม (g) หรือ มิลลิกรัม (ml) ตามด้วยประเภทของเครื่องสำอางเป็นของแข็ง หรือ ของเหลวตามลำดับ ซึ่งหากเราสังเกตจะเห็นว่า ข้างหลังหน่วยปริมาตรของผลิตภัณฑ์ จะมีสัญลักษณ์รูปตัว e ต่อท้ายไว้อยู่ หลายคนอาจจะงงว่า มันคืออะไร มีความสำคัญยังไง

 

“e” (e mark หรือ Estimated sign) หมายถึง ปริมาณที่บรรจุตรงกับฉลากที่ระบุและเป็นไปตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกใช้ตามสหภาพยุโรป โดยตัว e จะนำมาต่อท้ายหน่วยวัด ยกตัวอย่างเช่น ยาสระผมยี่ห้อ A มีการระบุบนฉลากหรือขวดไว้ว่า มีปริมาณ “200 ml e” ก็แปลว่า ยาสระผมขวดนี้ มีปริมาณที่วัดได้ “200 มิลลิลิตร ตามหน่วยมิลลิลิตรที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มสหภาพยุโรป ว่า เป็นหน่วย ml (มิลลิลิตร)”

 

ทำไมต้องอ้างอิง สหภาพยุโรป
เพราะโลกมีหลายประเทศ และมีหลากหลายภาษาสื่อสาร บรรจุภัณฑ์ของสินค้าในแต่ละประเทศจึงแตกต่างกันตั้งแต่ภาษาไปจนถึงหน่วยวัดตวง จึงต้องมีการกำหนดมาตรฐานที่แต่ละประเทศจะเข้าใจตรงกันได้ โดยทั่วไปแล้วสัญญาลักษณ์ หรือ เครื่องหมายต่างๆบนฉลากสินค้าในแถบสหภาพยุโรปจะเหมือนกัน หรือ มีการกำหนดให้ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ผู้บริโภคทุกคนสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปเอง ก็ไม่จำเป็นต้องแปลความหมายสัญญาลักษณ์เหล่านี้ เพราะผู้บริโภคสามารถเข้าใจสัญญาลักษณ์เหล่านั้นได้อยู่แล้ว

 

ต่อมาสินค้าของทางสหภาพยุโรปถูกส่งออกไปทั่วโลก ทำให้หลายประเทศได้รับเอาวิธีการ หรือ กำหนดใช้โดยอ้างอิงมาตรฐานสหภาพยุโรป จนกลายเป็นความเข้าใจของผู้บริโภคทั่วโลก ที่เห็นแล้วสามารถเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์เหล่านั้นได้ตรงกันทุกประเทศ

สัญลักษณ์ e mark ทำให้ไม่เกิดปัญหา มิลลิลิตรประเทศเรากับประเทศเขาต่างกัน เพราะทุกคนใช้ มิลลิลิตรของสหภาพยุโรปเหมือนกันนั่นเอง

 

การมีเครื่องหมาย e mark ดีต่อเรายังไง
บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะพวกเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม แป้ง ฯลฯ ก็จะมีข้อมูลต่างๆ อธิบายไว้บนฉลากเสมอ เช่น ส่วนผสม วิธีการใช้งานที่ปลอดภัย ผลที่จะได้รับ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งสัญลักษณ์ e mark จะเข้ามามีส่วนช่วยสำคัญในการคำนวณส่วนผสมที่ระบุไว้บนฉลากเป็น % ทำให้เรานำมาคำนวณได้ว่า ส่วนผสมเหล่านี้ จะมีปริมาณอยู่ในผลิตภัณฑ์ ประมาณเท่าไหร่ ซึ่งหากเราแพ้สารบางอย่างในผลิตภัณฑ์นั้น หรือหากใช้ในปริมาณที่มากไป อาจส่งผลต่ออาการแพ้ได้ ก็จะทำให้เราหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมเหล่านั้นได้

 

เครื่องหมาย e mark ดีต่อสินค้าของเรายังไง
ข้อกำหนดเรื่องช่างตวงน้ำหนักและปริมาตร จะมีผลเป็นอย่างมาก หากเราส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ ซึ่งจะมีการสุ่มตรวจ (Audit) สินค้าของเราว่า มีน้ำหนักเฉลี่ยตรงตามที่ระบุไว้บนฉลากสินค้าหรือไม่ หากทางประเทศปลายทางพบว่าสินค้าของเรามีน้ำหนักต่ำ หรือเกินกว่าค่าเฉลี่ยที่ยอมรับได้ ก็จะเป็นการผิดกฎหมาย ทำให้สินค้าของเราไม่สามารถวางจำหน่ายได้
ซึ่งหากสินค้าของเรา มีสัญลักษณ์ e mark ก็จะได้รับการยอมรับจากลูกค้าในต่างประเทศ ที่ใช้มาตรฐานของสหภาพยุโรปเหมือนกัน