วัสดุที่เหมาะในการใช้ทำบรรจุภัณฑ์

วัสดุที่เหมาะในการใช้ ทำบรรจุภัณฑ์

วัสดุที่เหมาะในการใช้ ทำบรรจุภัณฑ์ การออกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับสินค้าไม่เพียงแต่ช่วยในการกระตุ้นยอดขายได้ แต่ยังช่วยในการขนส่งให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการเลือกวัสดุดิบที่เหมาะกับสินค้าจึงมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ผลิตสินค้าประเภทต่างๆ

  1. วัสดุประเภทกระดาษ
  • ซองกระดาษ เป็นบรรจุภัณฑ์มีความแข็งแรงน้อย ไม่สามารถรับน้ำหนักสินค้าได้ ทำได้แค่ช่วยหุ้มสินค้าเท่านั้น เช่น ซองใส่ยา ซองใส่เมล็ดพืช ใส่เครื่องประดับเล็กๆ ซึ่งเป็นสินค้ามีขนาดเล็กไม่ต้องการการปกป้องมากนัก กระดาษที่ใช้ผลิตจึงไม่จำเป็นต้องมีความเหนียวมาก
  • ถุงกระดาษหลายชั้น เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ต้องมีความหน้า และมีความเหนียวของกระดาษ เพราะต้องรองรับน้ำหนักของสินค้าซึ่งมีน้ำหนักพอสมควร เช่น ปูนซีเมน อาหารสุนัข ปุ๋ย การนำกระดาษมาทำบรรจุภัณฑ์ในสินค้าประเภทนี้จะต้องนำการดาษไปเคลือบสารกันน้ำ และสารที่ทำให้กระดาษมีความเหนียว ไม่ขาดง่าย
  • กล่องกระดาษลูกฟูก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง ทำได้โดยการนำกระดาษที่นำมาใช้ทำเป็นลอนเพื่อประกอบเป็นแกนกลางของแผ่นลูกฟูกให้มีความหนา2-4 ชั้น มักใช้ในการขนส่งสินค้าที่ต้องได้รับการปกป้อง เช่น ผักผลไม้ เครื่องสำอาง ที่ใช้ในการส่งออกไปยังต่างประเทศ หรือแม้แต่เก็บรักษาสินค้าไว้ในคลัง
  • กระป๋องกระดาษ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง มักใช้ในการบรรจุขนม หรืออาหารที่ต้องการคงรูปร่าง เช่นการบรรจุสินค้าประเภทคุกกี้ มันฝรั่ง หรือลูกอมชนิดต่างๆ
  • ถังกระดาษ มีลักษณะคล้ายบรรจุภัณฑ์แบบกระป๋องกระดาษ แต่มีขนาดใหญ่กว่า มักใช้ในการขนส่งสินค้าที่ต้องการความปลอดภัย เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นอกจากจะช่วยป้องกันสินค้าที่อยู่ภายในได้แล้ว ยังง่ายแก่การขนส่งสินค้าอีกด้วย
  1. วัสดุประเภทแก้ว
  • ขวดแก้ว เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง และช่วยรักษาอุณหภูมิของสินค้าที่อยู่ภายในให้คงที่ ขวดแก้วที่นำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์มีทั้งแบบใสและแบบมีสี นั้นก็ขึ้นอยู่กับสินค้าว่าต้องการบรรจุภัณฑ์แบบไหน บรรจุภัณฑ์แบบขวดที่เราพบบ่อยๆคือ นม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น
  • หลอดแก้ว เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเล็ก มักใช้บรรจุสินค้าประเภทน้ำหอม ยาชนิดต่างๆ พิมเสน ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องการการป้องกันการระเหยของสารที่อยู่ข้างใน
  1. วัสดุประเภทพลาสติก
  • กล่องพลาสติก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง และเหนียว เพื่อป้องกันสินค้าที่อยู่ภายในให้คงรูป และช่วยรักษาสินค้าไม่ให้เน่าเสีย เช่น การนำไปเป็นบรรจุภัณฑ์ในการทำข้าวกล่อง หรือนำไปใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ในการขนส่งสินค้า
  • ขวดพลาสติก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุสินค้าที่เป็นของเหลว เน้นให้มีน้ำหนักเบาเพื่อการขนส่งที่ง่าย และสะดวกการใช้งานของลูกค้า เช่น นม น้ำผลไม้ ชาประเภทต่างๆ
  • ถุงพลาสติก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความหนา และไม่จำเป็นต้องแข็งแรงมาก ใช้การห่อ หรือเคลื่อนย้ายสินค้าที่มีน้ำหนักเบา และยืดหยุ่นง่าย เช่นใช้ในการขนส่งสินค้า การห่อสินค้าเพื่อคงความสดใหม่ เป็นต้น
  1. วัสดุประเภทโลหะ
  • กล่องโลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง และทนทานมาก ใช้ในการบรรจุสินค้าที่ต้องการรักษาสภาพตัวสินค้าให้คงรูปได้ตลอด เช่น การใช้บรรจุลูกอม หรือช็อกโกเลตชนิดต่างๆ
  • ขวดโลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าที่ต้องการรักษาอุณหภูมิให้คงที่อยู่ตลอดการขนส่ง เช่น การขนส่งนมสด หรือน้ำผลไม้สด เป็นต้น
  • กระป๋องโลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุสินค้าประเภทที่เป็นของเหลว ที่ต้องการป้องกันการระเหย และป้องกันการสัมผัสกับอากาศภายนอก เช่น ยาฆ่าแมลง สีสเปรย์ เป็นต้น

 

บรรจุภัณฑ์ที่ดี และเหมาะสมกับสินค้าจะช่วยทำให้สินค้ามีคุณภาพ และยังเป็นที่จดจำของลูกค้าได้ ดังนั้นผู้ผลิตจึงควรให้ความสนใจในการเลือกใช้วัสดุประเภทต่างๆเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสินค้าของตนเอง ซึ่งนั้นจะช่วยในการลดค่าใช้จ่าย และยังช่วยเพิ่มอายุของสินค้าได้อีกด้วย

  1. วัสดุประเภทกระดาษ
  • ซองกระดาษ เป็นบรรจุภัณฑ์มีความแข็งแรงน้อย ไม่สามารถรับน้ำหนักสินค้าได้ ทำได้แค่ช่วยหุ้มสินค้าเท่านั้น เช่น ซองใส่ยา ซองใส่เมล็ดพืช ใส่เครื่องประดับเล็กๆ ซึ่งเป็นสินค้ามีขนาดเล็กไม่ต้องการการปกป้องมากนัก กระดาษที่ใช้ผลิตจึงไม่จำเป็นต้องมีความเหนียวมาก
  • ถุงกระดาษหลายชั้น เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ต้องมีความหน้า และมีความเหนียวของกระดาษ เพราะต้องรองรับน้ำหนักของสินค้าซึ่งมีน้ำหนักพอสมควร เช่น ปูนซีเมน อาหารสุนัข ปุ๋ย การนำกระดาษมาทำบรรจุภัณฑ์ในสินค้าประเภทนี้จะต้องนำการดาษไปเคลือบสารกันน้ำ และสารที่ทำให้กระดาษมีความเหนียว ไม่ขาดง่าย
  • กล่องกระดาษลูกฟูก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง ทำได้โดยการนำกระดาษที่นำมาใช้ทำเป็นลอนเพื่อประกอบเป็นแกนกลางของแผ่นลูกฟูกให้มีความหนา2-4 ชั้น มักใช้ในการขนส่งสินค้าที่ต้องได้รับการปกป้อง เช่น ผักผลไม้ เครื่องสำอาง ที่ใช้ในการส่งออกไปยังต่างประเทศ หรือแม้แต่เก็บรักษาสินค้าไว้ในคลัง
  • กระป๋องกระดาษ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง มักใช้ในการบรรจุขนม หรืออาหารที่ต้องการคงรูปร่าง เช่นการบรรจุสินค้าประเภทคุกกี้ มันฝรั่ง หรือลูกอมชนิดต่างๆ
  • ถังกระดาษ มีลักษณะคล้ายบรรจุภัณฑ์แบบกระป๋องกระดาษ แต่มีขนาดใหญ่กว่า มักใช้ในการขนส่งสินค้าที่ต้องการความปลอดภัย เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นอกจากจะช่วยป้องกันสินค้าที่อยู่ภายในได้แล้ว ยังง่ายแก่การขนส่งสินค้าอีกด้วย
  1. วัสดุประเภทแก้ว
  • ขวดแก้ว เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง และช่วยรักษาอุณหภูมิของสินค้าที่อยู่ภายในให้คงที่ ขวดแก้วที่นำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์มีทั้งแบบใสและแบบมีสี นั้นก็ขึ้นอยู่กับสินค้าว่าต้องการบรรจุภัณฑ์แบบไหน บรรจุภัณฑ์แบบขวดที่เราพบบ่อยๆคือ นม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น
  • หลอดแก้ว เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเล็ก มักใช้บรรจุสินค้าประเภทน้ำหอม ยาชนิดต่างๆ พิมเสน ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องการการป้องกันการระเหยของสารที่อยู่ข้างใน
  1. วัสดุประเภทพลาสติก
  • กล่องพลาสติก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง และเหนียว เพื่อป้องกันสินค้าที่อยู่ภายในให้คงรูป และช่วยรักษาสินค้าไม่ให้เน่าเสีย เช่น การนำไปเป็นบรรจุภัณฑ์ในการทำข้าวกล่อง หรือนำไปใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ในการขนส่งสินค้า
  • ขวดพลาสติก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุสินค้าที่เป็นของเหลว เน้นให้มีน้ำหนักเบาเพื่อการขนส่งที่ง่าย และสะดวกการใช้งานของลูกค้า เช่น นม น้ำผลไม้ ชาประเภทต่างๆ
  • ถุงพลาสติก เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความหนา และไม่จำเป็นต้องแข็งแรงมาก ใช้การห่อ หรือเคลื่อนย้ายสินค้าที่มีน้ำหนักเบา และยืดหยุ่นง่าย เช่นใช้ในการขนส่งสินค้า การห่อสินค้าเพื่อคงความสดใหม่ เป็นต้น
  1. วัสดุประเภทโลหะ
  • กล่องโลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง และทนทานมาก ใช้ในการบรรจุสินค้าที่ต้องการรักษาสภาพตัวสินค้าให้คงรูปได้ตลอด เช่น การใช้บรรจุลูกอม หรือช็อกโกเลตชนิดต่างๆ
  • ขวดโลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าที่ต้องการรักษาอุณหภูมิให้คงที่อยู่ตลอดการขนส่ง เช่น การขนส่งนมสด หรือน้ำผลไม้สด เป็นต้น
  • กระป๋องโลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุสินค้าประเภทที่เป็นของเหลว ที่ต้องการป้องกันการระเหย และป้องกันการสัมผัสกับอากาศภายนอก เช่น ยาฆ่าแมลง สีสเปรย์ เป็นต้น

บรรจุภัณฑ์ที่ดี และเหมาะสมกับสินค้าจะช่วยทำให้สินค้ามีคุณภาพ และยังเป็นที่จดจำของลูกค้าได้ ดังนั้นผู้ผลิตจึงควรให้ความสนใจในการเลือกใช้วัสดุประเภทต่างๆเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสินค้าของตนเอง ซึ่งนั้นจะช่วยในการลดค่าใช้จ่าย และยังช่วยเพิ่มอายุของสินค้าได้อีกด้วย