220-901 dumps 100-105 study 300-115 pdf Exam dumps 200-310 exam CISSP Exam details questions 200-310 pdf

วันเข้าพรรษา ที่มาและความหมายของการจำพรรษาหน้าฝนตลอด 3 เดือน

วันเข้าพรรษา ที่มาและความหมายของการจำพรรษาหน้าฝนตลอด 3 เดือน

วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา ที่มาและความหมายของการจำพรรษาหน้าฝนตลอด 3 เดือน วันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากวันอาสาฬหบูชา (27 กรกฎาคม 2561- วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8)  ถือได้ว่าเป็นช่วงเทศกาลที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาเทศกาลหนึ่งในประเทศไทย มีระยะเวลาประมาณ 3 เดือนในช่วงฤดูฝน วันเข้าพรรษาจะเริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8  และ ออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (ที่หลายคนจดจำได้จากวันที่มีบั้งไฟพญานาค) โดยในปี้นี้วันเข้าพรรษา คือวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561 และวันออกพรรษา คือวันพุธที่ 24 ตุลาคม 2561

 

ทำไมจึงต้องมีการเข้าพรรษา

 

วันเข้าพรรษา คือ “การจำพรรษาในฤดูฝน” ในสมัยต้นพุทธกาล พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงวางระเบียบเรื่องการเข้าพรรษาไว้ แต่การเข้าพรรษานั้นเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์และพระสงฆ์สาวกปฏิบัติกันมาโดยปกติ เนื่องด้วยพุทธจริยาวัตรในอันที่จะไม่ออกไปจาริกตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงฤดูฝนเพราะการคมนาคมมีความลำบาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระสงฆ์ในช่วงต้นพุทธกาลมีจำนวนน้อยและส่วนใหญ่เป็นพระอริยะบุคคล จึงทราบดีว่าสิ่งใดที่พระสงฆ์ควรหรือไม่ควรกระทำ

 

ต่อมาเมื่อมีพระสงฆ์มากขึ้น และด้วยพระพุทธจริยาที่พระพุทธเจ้าจะไม่ทรงบัญญัติพระวินัยล่วงหน้า ทำให้พระพุทธเจ้าจึงไม่ได้ทรงบัญญัติเรื่องให้พระสงฆ์สาวกอยู่ประจำพรรษาไว้ด้วย จึงเกิดเหตุการณ์กลุ่มพระสงฆ์ ฉัพพัคคีย์ พากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ต่าง ๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ทำให้ชาวบ้านได้พากันติเตียนว่า พวกพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาไม่ยอมหยุดพักสัญจรแม้ในฤดูฝน ในขณะที่นักบวชในศาสนาอื่น พากันหยุดเดินทางในช่วงฤดูฝน การที่พระภิกษุสงฆ์จาริกไปในที่ต่างๆ แม้ในฤดูฝน อาจเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หรืออาจไปเหยียบย่ำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกหากินจนถึงแก่ความตาย เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง จึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง เป็นเวลา 3 เดือน นั่นเอง

 

(พระฉัพพัคคีย์ หมายถึง กลุ่มสหายชาวกรุงสาวัตถีรวม ๖ คน มาบวชเพื่อหาลาภ ได้ก่อกรรมต่าง ๆ เป็นเหตุให้พระบรมศาสดาต้องบัญญัติพระวินัยมากมาย)

 

วันเข้าพรรษาทำอะไรดี

 

“การจำพรรษาในฤดูฝน” เป็นที่มาของคำว่า “พรรษา” ที่ใช้ในการจำพรรษาคือวิธีการจำนวนปีที่พระภิกษุสงฆ์ไทยได้เป็นพระภิกษุสงฆ์ โดยนับตามรอบฤดูฝนที่เวียนมาจนสิ้นสุดฤดู ซึ่งชายไทยหลายคนได้ใช้โอกาสช่วงเข้าพรรษานี้ เดินหน้าเข้าสู่ทางธรรมบรรพชาเป็นพระภิกษุสงฆ์ในวันเข้าพรรษา โดยจำพรรษาอยู่ในวัดวาอารามจนสิ้นสุดฤดูฝนในวันออกพรรษา นับเป็น 1 พรรษา ตามความเชื่อที่ว่า “ลูกผู้ชาย ควรมีซักครั้งในชีวิตที่ได้บวชทดแทนคุณพ่อแม่ซัก 1 พรรษา” โดยเชื่อกันว่าการเข้าบวชและอยู่จำพรรษาในช่วงเวลานี้นี้จะได้รับอานิสงส์สูง ชาวบ้านจึงเรียกการบวชในช่วงเข้าพรรษานี้ว่า “บวชเอาพรรษา”

 

ในฟากฝั่งของพุทธศาสนิกชน หลายยึดถือเอาช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ควรประพฤติปฏิบัติความดี บำเพ็ญกุศล ซึ่งจะแต่ละท้องถิ่นจะมีประเพณีเข้าพรรษาแตกต่างกันออกไปตามความเชื่อที่สืบต่อกันมา แต่ประเพณีเข้าพรรษาที่ทุกท้องที่ปฏิบัติร่วมกันให้หลายภูมิภาคก็คือ ประเพณีถวายเทียนพรรษา และ ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน

 

ประเพณีถวายเทียนพรรษาแก่พระสงฆ์ มีจุดประสงค์เพื่อให้พระสงฆ์ตามวัดวาต่าง ๆ ได้ใช้จุดบูชาตามอารามและเพื่อถวายให้พระสงฆ์สามเณรนำไปจุดเพื่ออ่านคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาในระหว่างเข้าจำพรรษา ถือเป็นเป็นกุศลทานอย่างหนึ่งในการให้ทานด้วยแสงสว่าง โดยในปัจจุบันแม้จะยังคงมีประเพณีถวายเทียนพรรษาอยู่ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่จึงปรับเปลี่ยนมาถวายอุปกรณ์ที่ให้แสงสว่าง หรือ ถวายปัจจัยค่าน้ำค่าไฟให้กับวัดแทน นับว่าได้บุญตรงวัตถุประสงค์การให้เหมือนเดิม

 

ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน หรือ ผ้าวัสสิกสาฏก แก่พระสงฆ์ก่อนเข้าพรรษา เพื่อให้พระสงฆ์นำไปใช้สรงน้ำฝนในพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน คือ ผ้าเปลี่ยนสำหรับสรงน้ำฝนของพระสงฆ์ เป็นผ้าลักษณะเดียวกับผ้าสบง แต่ช่วงหน้าฝนของการจำพรรษาในสมัยก่อนนั้น พระสงฆ์ที่มีเพียงสบงผืนเดียวจะอาบน้ำฝนจำเป็นต้องเปลือยกาย ทำให้ดูไม่งามและเหมือนนักบวชนอกศาสนา นางวิสาขามหาอุบาสิกาจึงคิดถวาย “ผ้าวัสสิกสาฏก” เพื่อให้พระสงฆ์ได้ผลัดเปลี่ยนกับผ้าสบงปกติ จนเป็นประเพณีทำบุญสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

 

สำหรับประเทศไทยของเราที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ทางรัฐบาลจึงได้กำหนดให้วันเข้าพรรษาของทุกปีเป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนงดดื่มสุราตลอด 3 เดือนช่วงเข้าพรรษานี้ โดยคาดหวังให้นำไปสู่การลด ละ เลิกดื่มสุรา ได้อย่างถาวร โดยเป็นแคมเปญใหญ่ของทุกปีที่เราเรียกกันติดปากว่า เทศกาลพักตับ “งดเหล้า เข้าพรรษา”

 

ซึ่งมีผลการสำรวจออกมาแล้วว่า การงดดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษา ประหยัดเงินเฉลี่ยได้คนละ 1,857.30 บาท หรือรวมแล้วกว่า 31,574 ล้านบาท นับเป็นเงินจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว นอกจากนี้การงดดื่มเหล้ายังช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง รัฐบาลจึงไม่ต้องแบกรับภาระในการรักษาพยาบาลกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้ ทำให้สามารถนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ประโยชน์ และพัฒนาในด้านอื่นๆ

 

เข้าพรรษาปีนี้ นอกจากออกไปทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเพล ฟังพระธรรมเทศนา กรวดน้ำอุทิศกุศล ปฏิบัติธรรม ปล่อยนกปล่อยปลา และร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถแล้ว อย่าลืม พักตับด้วยการ “งดเหล้า เข้าพรรษา” กันด้วยนะคะ