ร้านค้าออนไลน์ มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีด้วยหรือไม่

ร้านค้าออนไลน์ มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีด้วยหรือไม่

ร้านค้าออนไลน์ มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีด้วยหรือไม่ ความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา และสามารถเลือกดูสินค้าได้จากทั่วโลก เป็นปัจจัยสำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ทำให้มีผู้ใช้บริการที่ชอบความสะดวกสบายดังกล่าว เข้ามาซื้อสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะรับเป็นเงินสด เช็ค แคชเชียร์เช็ค เช็คของขวัญ อะไรทั้งหลายแหล่ ซึ่งสามารถแปรเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ ซึ่งการเกิดรายได้นี้ จึงทำให้เรามีหน้าที่ต้องเสียภาษีด้วยนะคะ

โดยเริ่มแรก ร้านค้าออนไลน์ ผู้ประกอบการต้องมีการลงทะเบียนรายงานรายได้ของตนเอง แม้ผู้ประกอบการจะมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี แต่ก็ต้องยื่นแสดงรายได้ต่อกรมสรรพากร เพราะถือว่าเป็นผู้ที่มีรายได้ ส่วนผู้ประกอบการที่มีรายได้เกินกว่าเกณฑ์ก็จะต้องเสียภาษีตามกฎหมายอยู่แล้ว ดังนั้น เรามาสำรวจตัวเราเองก่อนดีกว่าว่าร้านค้าออนไลน์ของเราอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษีหรือเปล่า แล้วมีภาษีอะไรบ้างที่ต้องเสียกัน โดยภาษีที่เราต้องเสียนั้นมี 2 ประเภท ดังนี้

ภาษีร้านค้าออนไลน์

ภาษีทางตรง หรือภาษีเงินได้ ถ้าหากเราเป็นร้านค้าที่เปิดโดยคนธรรมดา อย่างเราๆ ก็ถือว่าต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคะ ในชื่อของบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของร้าน หรือถ้าจดทะเบียนพาณิชย์เป็นชื่อร้าน ก็เสียในนามชื่อร้านค้านะคะ โดยภาษีเงินได้นั้นจะมาจากการคำนวณ เงินได้สุทธิแล้วคูณด้วยอัตราภาษี (ภาษี = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี , เงินได้สุทธิ = เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน)  แต่ถ้าหากจดทะเบียนเป็น นิติบุคคล อย่างห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท อันนี้ก็ต้องเสียเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ แทนคะ

ภาษีทางอ้อม อย่าง ภาษีมูลค่าเพิ่ม  จะต้องเสียก็ต่อเมื่อเรามีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี กรณีที่รายได้จากการขายของออนไลน์ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็สบายใจได้นะคะว่า เราจะเสียแค่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างเดียวคะ แต่ในกรณีที่รายได้จากการขายของออนไลน์มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี รู้ไว้เลยนะคะว่า เรามีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย เมื่อไรที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ว่านี้เรามีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าทันที โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม นี้ก็คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลที่ซื้อสินค้าหรือรับบริการ โดยจัดเก็บเฉพาะจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้น ในแต่ละขั้นตอนของการผลิต การจำหน่ายหรือการให้บริการคะ สำหรับวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วไปนั้นจะเรียกว่า วิธีภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ หรือ ภาษีขายลบด้วยภาษีซื้อ และถ้าหากในเดือนไหนภาษีขายมีมากกว่าภาษีซื้อ ส่วนต่างนี้จะถูกนำส่งให้แก่กรมสรรพากร ดังนั้นการขายสินค้าที่ดีและถูกต้อง ผู้ประกอบธุรกิจทั้งหลายจึงควร ตั้งราคาที่ไม่รวมภาษีไว้ก่อน แล้วจึงค่อยคำนวณภาษีบวกเข้าไปเพิ่ม ซึ่งอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทยนั้นกำหนดไว้ที่ 7% คะ

และทั้งหมดนี้คือ วิธีการเสียภาษีสำหรับคนขายของออนไลน์หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน ไม่มากก็น้อยนะคะ

โดย..เจ้าน้อย..