220-901 dumps 100-105 study 300-115 pdf Exam dumps 200-310 exam CISSP Exam details questions 200-310 pdf

ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหา กรุณาธิคุณ 23 ตุลาคม “วันปิยะมหาราช”

ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ 23 ตุลาคม “วันปิยะมหาราช”

 


ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหา กรุณาธิคุณ 23 ตุลาคมวันปิยะมหาราช

ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหา กรุณาธิคุณ 23 ตุลาคมวันปิยะมหาราช” 

 

สมเด็จพระปิยมหาราชมีความหมายว่าพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนโดยวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กำหนดให้เป็นวันหยุดประจำปีของชาวไทยทั้งประเทศ เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ทรงเปี่ยมไปด้วยพระบารมี ผู้ทรงเป็นที่รักของชาวไทยและชาวต่างประเทศ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็นวันปิยมหาราช

รัชสมัยอันยาวนานในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ เป็นรัชสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้านอย่างเห็นได้ชัด อาทิ แนวความคิดทางการเมือง การทหาร และวัฒนธรรมทางตะวันตกที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดระยะ จะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงประเพณีหลายอย่างเกิดขึ้น เนื่องจากการที่พระองค์ได้ทรงเสด็จประพาสไปตามสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นในพระราชอาณาจักร หรือต่างประเทศทั้งในแถบเอเซียและยุโรป ทรงได้พบเห็นสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาการสมัยใหม่ วัฒนธรรมประเพณี การปกครอง เหล่านี้ มาปรับปรุงแก้ไข และก่อให้เกิดความเจริญให้กับประเทศไทยอย่างยิ่ง

 

8 พระราชกรณียกิจสำคัญของพระองค์

1.พระราชกรณียกิจด้านการไปรษณีย์โทรเลข พระองค์ทรงเห็นถึงความสำคัญด้านการสื่อสารว่าเป็นสิ่งจำเป็น

  • ด้านการโทรเลข พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการก่อสร้างวางสายโทรเลขสำหรับสายโทรเลขสายแรกของประเทศเริ่มก่อสร้างในปี ..๒๔๑๘ จากกรุงเทพฯสมุทรปราการ ต่อมาได้วางสายโทรเลขขึ้นอีกสายหนึ่งจากกรุงเทพฯบางปะอิน และขยายไปทั่วถึงในเวลาต่อมา
  • ด้านการไปรษณีย์ พระองค์จัดตั้งการไปรษณีย์ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ กรกฎาคม ..๒๔๒๔ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ สิงหาคม ..๒๔๒๖

2. พระราชกรณียกิจด้านการโทรศัพท์ ดยกระทรวงกลาโหมได้นำโทรศัพท์อันเป็นวิทยาการในการสื่อสารที่ทันสมัยเข้า 

    มาทดลองใช้เป็นครั้งแรกในปี .. ๒๔๒๔ จากกรุงเทพฯสมุทรปราการ เพื่อแจ้งข่าวเรือ เข้าออก ที่ปากน้ำ

    ต่อมากรมโทรเลขได้มารับช่วงต่อในการวางสายโทรศัพท์ภายในกรุงเทพฯ ซึ่งใช้เวลา ปีจึงแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้

    บริการกับประชาชน และพัฒนามาจนกระทั่งทุกวันนี้

3. พระราชกรณียกิจด้านการพยาบาลและสาธารณสุข พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริที่จะสร้างโรงพยาบาลเพื่อรักษาประชาชนด้วยวิธีการแพทย์แผนใหม่ พระองค์จึงทรงจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้นบริเวณริมคลองบางกอกน้อย อันเป็นที่ตั้งของพระราชวังบวรสถานพิมุข หรือวังหลังโดยได้พระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์จำนวน ๑๖,๐๐๐ บาท เป็นทุนเริ่มแรกในการสร้างโรงพยาบาล ให้ใช้ชื่อว่า โรงพยาบาลวังหลัง ต่อมาพระองค์ได้พระราชทานนามโรงพยาบาลแห่งนี้ใหม่ว่าโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชโอรสที่ประสูติในสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ที่สิ้นพระชนมายุเพียง ปี เดือน

4.พระราชกรณียกิจด้านการขนส่งและสื่อสาร ในปี .. ๒๔๓๑ ให้คณะเสนาบดีและกรมโยธาธิการสำรวจเส้นทาง เพื่อวางรากฐานการสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ การสำรวจเส้นทางในการวางเส้นทางรถไฟนี้เสร็จสิ้นเมื่อปี            .. ๒๔๓๔ 

5. พระราชกรณียกิจด้านการไฟฟ้า เมื่อพระองค์มีโอกาสประพาสต่างประเทศ ทรงได้ทอดพระเนตรกิจการไฟฟ้า และทรงเห็นถึงประโยชน์มหาศาลที่จะเกิดจากการมีไฟฟ้า พระองค์จึงทรงมอบหมายให้กรมหมื่นไวยวรนารถเป็นผู้ริเริ่มในการจ่ายกระแสไฟฟ้าขึ้นในปี .. ๒๔๓๓ ซึ่งเป็นการเปิดใช้ไฟฟ้าครั้งแรกของไทย ในปี .. ๒๔๓๗ บริษัทเดนมาร์กได้เข้ามาตั้งโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเดินรถรางที่บริษัทได้รับสัมปทานการเดินรถในเขตพระนคร ต่อมาบริษัทต่างชาติทั้ง บริษัทได้ร่วมกันรับช่วงงานจากกรมหมื่นไวยวรนาถ และก่อตั้งเป็นบริษัทไฟฟ้าสยาม ขึ้นในปี .. ๒๔๔๔ นับเป็นการบุกเบิกไฟฟ้าครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย ในการเริ่มมีไฟฟ้าใช้เป็นครั้งแรก

6.พระราชกรณียกิจด้านการกฎหมาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดเกล้าฯ สร้างประมวลกฎหมายอาญาขึ้นใหม่ ในปี ..๒๔๔๐ ต่อมาในปี ..๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้ตรากฎหมายลักษณะอาญา ..๑๒๗ อันเป็นลักษณะกฎหมายอาญาฉบับแรกที่นำขึ้นมาใช้ อีกทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง พิจารณาทำกฎหมายประมวลอาญาแผ่นดินและการพาณิชย์ ประมวลกฎหมายว่าด้วยพิจารณาความแพ่ง และพระธรรมนูญแห่งศาลยุติธรรม

7.พระราชกรณียกิจด้านการเปลี่ยนแปลงระบบเงินตรา ในปี พ.ศ.๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงออกประกาศยกเลิกใช้เงินพดด้วงและทรงออกพระราชบัญญัติมาตราทองคำ ร.ศ.๑๒๗ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๑ ว่าด้วยเรื่องให้ใช้แร่ทองคำเป็นมาตรฐานเงินตราแทนแร่เงิน เพื่อให้เสถียรภาพเงินตราของไทยสอดคล้องกับหลักสากล และในปีต่อมาทรงออกประกาศเลิกใช้เหรียญเฟื้อง และเบี้ยทองแดง

8.พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา พระองค์ทรงสนพระทัยในการศึกษารูปแบบใหม่โดยโปรดเกล้าฯ ให้มีการตั้งโรงเรียนขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับการศึกษาทั่วกัน เพราะการศึกษาสมัยนั้นส่วนใหญ่ยังศึกษาอยู่ในวัด เมื่อมีการสร้างโรงเรียนและการศึกษาเจริญก้าวหน้าขึ้นเท่ากับเป็นการบ่งบอกถึงความเจริญทางด้านวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียนหลวงแห่งแรกเมื่อปี .. ๒๔๔๔

 

ด้วยเหุผลณ์นานประการที่ได้กล่าวมา ทำให้พระองค์ทรงได้รับการยกย่องจากชาวต่างประเทศในพระปรีชาสามารถว่า ทรงเป็นนักปกครองและนักการฑูตที่ยิ่งใหญ่ ทรงยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงของความเจริญในประเทศตะวันตก ด้วยการยอมรับแบบแผนที่เรียกกันว่าศิวิไลซ์พระองค์ทรงประยุกต์วัฒนธรรมตะวันตกผสมผสานให้เข้ากับสังคมไทยอย่างมีชั้นเชิง ทั้งนี้พระองค์ทรงยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปวงชนชาวไทยจึงพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญานามว่า พระปิยะมหาราช