All posts tagged: วันพระ

วันเข้าพรรษา ที่มาและความหมายของการจำพรรษาหน้าฝนตลอด 3 เดือน

วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา ที่มาและความหมายของการจำพรรษาหน้าฝนตลอด 3 เดือน วันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากวันอาสาฬหบูชา (27 กรกฎาคม 2561- วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8)  ถือได้ว่าเป็นช่วงเทศกาลที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาเทศกาลหนึ่งในประเทศไทย มีระยะเวลาประมาณ 3 เดือนในช่วงฤดูฝน วันเข้าพรรษาจะเริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8  และ ออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (ที่หลายคนจดจำได้จากวันที่มีบั้งไฟพญานาค) โดยในปี้นี้วันเข้าพรรษา คือวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561 และวันออกพรรษา คือวันพุธที่ 24 ตุลาคม 2561   ทำไมจึงต้องมีการเข้าพรรษา   วันเข้าพรรษา คือ “การจำพรรษาในฤดูฝน” ในสมัยต้นพุทธกาล พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงวางระเบียบเรื่องการเข้าพรรษาไว้ แต่การเข้าพรรษานั้นเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์และพระสงฆ์สาวกปฏิบัติกันมาโดยปกติ เนื่องด้วยพุทธจริยาวัตรในอันที่จะไม่ออกไปจาริกตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงฤดูฝนเพราะการคมนาคมมีความลำบาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระสงฆ์ในช่วงต้นพุทธกาลมีจำนวนน้อยและส่วนใหญ่เป็นพระอริยะบุคคล จึงทราบดีว่าสิ่งใดที่พระสงฆ์ควรหรือไม่ควรกระทำ   ต่อมาเมื่อมีพระสงฆ์มากขึ้น และด้วยพระพุทธจริยาที่พระพุทธเจ้าจะไม่ทรงบัญญัติพระวินัยล่วงหน้า ทำให้พระพุทธเจ้าจึงไม่ได้ทรงบัญญัติเรื่องให้พระสงฆ์สาวกอยู่ประจำพรรษาไว้ด้วย จึงเกิดเหตุการณ์กลุ่มพระสงฆ์ ฉัพพัคคีย์ พากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ต่าง ๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ทำให้ชาวบ้านได้พากันติเตียนว่า พวกพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาไม่ยอมหยุดพักสัญจรแม้ในฤดูฝน ในขณะที่นักบวชในศาสนาอื่น พากันหยุดเดินทางในช่วงฤดูฝน การที่พระภิกษุสงฆ์จาริกไปในที่ต่างๆ แม้ในฤดูฝน อาจเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หรืออาจไปเหยียบย่ำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกหากินจนถึงแก่ความตาย เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง จึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง เป็นเวลา 3 เดือน นั่นเอง   (พระฉัพพัคคีย์ หมายถึง กลุ่มสหายชาวกรุงสาวัตถีรวม ๖ คน มาบวชเพื่อหาลาภ ได้ก่อกรรมต่าง ๆ เป็นเหตุให้พระบรมศาสดาต้องบัญญัติพระวินัยมากมาย)   วันเข้าพรรษาทำอะไรดี   “การจำพรรษาในฤดูฝน” เป็นที่มาของคำว่า “พรรษา” ที่ใช้ในการจำพรรษาคือวิธีการจำนวนปีที่พระภิกษุสงฆ์ไทยได้เป็นพระภิกษุสงฆ์ โดยนับตามรอบฤดูฝนที่เวียนมาจนสิ้นสุดฤดู ซึ่งชายไทยหลายคนได้ใช้โอกาสช่วงเข้าพรรษานี้ เดินหน้าเข้าสู่ทางธรรมบรรพชาเป็นพระภิกษุสงฆ์ในวันเข้าพรรษา โดยจำพรรษาอยู่ในวัดวาอารามจนสิ้นสุดฤดูฝนในวันออกพรรษา นับเป็น 1 พรรษา ตามความเชื่อที่ว่า “ลูกผู้ชาย ควรมีซักครั้งในชีวิตที่ได้บวชทดแทนคุณพ่อแม่ซัก 1 พรรษา” โดยเชื่อกันว่าการเข้าบวชและอยู่จำพรรษาในช่วงเวลานี้นี้จะได้รับอานิสงส์สูง ชาวบ้านจึงเรียกการบวชในช่วงเข้าพรรษานี้ว่า “บวชเอาพรรษา”   ในฟากฝั่งของพุทธศาสนิกชน หลายยึดถือเอาช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ควรประพฤติปฏิบัติความดี บำเพ็ญกุศล ซึ่งจะแต่ละท้องถิ่นจะมีประเพณีเข้าพรรษาแตกต่างกันออกไปตามความเชื่อที่สืบต่อกันมา แต่ประเพณีเข้าพรรษาที่ทุกท้องที่ปฏิบัติร่วมกันให้หลายภูมิภาคก็คือ ประเพณีถวายเทียนพรรษา และ ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน   ประเพณีถวายเทียนพรรษาแก่พระสงฆ์ มีจุดประสงค์เพื่อให้พระสงฆ์ตามวัดวาต่าง ๆ ได้ใช้จุดบูชาตามอารามและเพื่อถวายให้พระสงฆ์สามเณรนำไปจุดเพื่ออ่านคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาในระหว่างเข้าจำพรรษา ถือเป็นเป็นกุศลทานอย่างหนึ่งในการให้ทานด้วยแสงสว่าง โดยในปัจจุบันแม้จะยังคงมีประเพณีถวายเทียนพรรษาอยู่ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่จึงปรับเปลี่ยนมาถวายอุปกรณ์ที่ให้แสงสว่าง หรือ ถวายปัจจัยค่าน้ำค่าไฟให้กับวัดแทน นับว่าได้บุญตรงวัตถุประสงค์การให้เหมือนเดิม   ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน หรือ ผ้าวัสสิกสาฏก แก่พระสงฆ์ก่อนเข้าพรรษา เพื่อให้พระสงฆ์นำไปใช้สรงน้ำฝนในพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน คือ ผ้าเปลี่ยนสำหรับสรงน้ำฝนของพระสงฆ์ เป็นผ้าลักษณะเดียวกับผ้าสบง แต่ช่วงหน้าฝนของการจำพรรษาในสมัยก่อนนั้น พระสงฆ์ที่มีเพียงสบงผืนเดียวจะอาบน้ำฝนจำเป็นต้องเปลือยกาย ทำให้ดูไม่งามและเหมือนนักบวชนอกศาสนา นางวิสาขามหาอุบาสิกาจึงคิดถวาย “ผ้าวัสสิกสาฏก” เพื่อให้พระสงฆ์ได้ผลัดเปลี่ยนกับผ้าสบงปกติ จนเป็นประเพณีทำบุญสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน   สำหรับประเทศไทยของเราที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ทางรัฐบาลจึงได้กำหนดให้วันเข้าพรรษาของทุกปีเป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนงดดื่มสุราตลอด 3 เดือนช่วงเข้าพรรษานี้ โดยคาดหวังให้นำไปสู่การลด ละ เลิกดื่มสุรา ได้อย่างถาวร โดยเป็นแคมเปญใหญ่ของทุกปีที่เราเรียกกันติดปากว่า เทศกาลพักตับ “งดเหล้า เข้าพรรษา”   ซึ่งมีผลการสำรวจออกมาแล้วว่า การงดดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษา ประหยัดเงินเฉลี่ยได้คนละ 1,857.30 บาท หรือรวมแล้วกว่า 31,574 ล้านบาท นับเป็นเงินจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว นอกจากนี้การงดดื่มเหล้ายังช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง รัฐบาลจึงไม่ต้องแบกรับภาระในการรักษาพยาบาลกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้ ทำให้สามารถนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ประโยชน์ และพัฒนาในด้านอื่นๆ   เข้าพรรษาปีนี้ นอกจากออกไปทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเพล ฟังพระธรรมเทศนา กรวดน้ำอุทิศกุศล ปฏิบัติธรรม ปล่อยนกปล่อยปลา และร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถแล้ว อย่าลืม พักตับด้วยการ “งดเหล้า เข้าพรรษา” กันด้วยนะคะ

Read more

วันอาสาฬหบูชา มีความสำคัญอย่างไรต่อพุทธศาสนา

วันอาสาฬหบูชา

วันอาสาฬหบูชา ประวัติความเป็นมาและความสำคัญต่อพุทธศาสนา  วันอาสาฬหบูชาปีนี้ ตรงกับวันศุกร์ที่  27 กรกฎาคม 2561  โดยจะกำหนดจากวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุก ๆ ปี ซึ่งมักจะตรงกับเดือนกรกฎาคมหรือเดือนสิงหาคม แต่ถ้าในปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็ให้เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 8 หลังแทน คำกว่า “เดือน 8 สองหน”  คืออะไร  คำนี้เกิดมาจากการคำนวณวันตามปฏิทินแบบ “จันทรคติ” (ปัจจุบันพวกเราใช้สุริยะคติกันอยู่นะคะ) ปฏิทินจันทรคติจะใช้วิธีการนับเดือนจากพระจันทร์เต็มดวง (ข้างขึ้นและข้างแรมรวมกัน) 1 รอบจันทร์เต็มดวงเท่ากับ 1 เดือน ซึ่ง 1 เดือนจะตามรอบจันทร์เต็มดวงคือ 29.5 วัน พอครบ 12 เดือน รวมกัน อ้าว งานเข้า จำนวนวันที่ได้คือ 354.37 วัน ซึ่งน้อยกว่า วันโคจรของพระอาทิตย์ใน 1 รอบปี (365วัน) พอสะสมกันนานๆ เข้า 3 ปี เอ้า! หายไป 33 วัน ก็เท่ากับหายไป 1 เดือนเลย และปีที่ 3 นี้เอง ที่เราจะเรียกว่า “ปีอธิกมาส” นักปราชญ์โบราณได้สรุปการแก้ไขปัญหาปฏิทินจันทรคติไว้ดังนี้คือ ปีปรกติ (ปรกติวาร)มี 354 วัน (เพื่อแก้ปัญหา 1 เดือนมี 29.5 วัน) แบ่งออกเป็น ….เดือนคู่ มี 30 วัน   แบ่งเป็น ข้างขึ้น15 ข้างแรม 15 ….เดือนคี่ มี 29 วัน  แบ่งเป็น ข้างขึ้น15 ข้างแรม 14 ปีอธิกวาร มี 355 วัน (เพื่อแก้ปัญหา เศษวันที่ขาดไปอีก 3.5 วัน) ….บวก 1 วันให้เดือน 7 เพิ่มอีก 1 วัน กลายเป็น 30 วัน แบ่งเป็น  ข้างขึ้น15 วัน ข้างแรม 15วัน ปีอธิกมาส มี 384 วัน (เพื่อแก้ปัญหา เดือนขาดไป 1 เดือน โดยสะสมมาจาก 3 ปีก่อน) ….เพิ่มเตือน8 หนที่ 2 และถ้าหากปีไหนเพิ่มเดือน 8 แล้ว ก็ไม่ต้องไปบวกวันให้เดือน 7 อีก ดังนั้นทุกๆ 2-3 ปี จึงต้องเพิ่มเดือนจันทรคติเข้าไปอีก 1 เดือน โดยให้เพิ่มที่เดือน 8 มีสองครั้ง เรียกว่าเดือน “แปดหน้าและแปดหลัง” หรือ “แปดสองหน” และให้ไปเริ่มเข้าพรรษาในวันแรม 1 ค่ำ ของเดือนแปดหลังแทน [ เกร็ดความรู้ : ปัญหาปีอธิกมาสนี้เอง ทำให้บางปีประเทศไทยเราเป็นประเทศเดียวในโลก ที่จัดวันวิสาขบูชาไม่ตรงกับประเทศอื่นๆเลย ] วันอาสาฬหบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์ การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ 1 ใน 5 ปัญจวัคคีย์ ประกอบด้วย  โกณฑัญญะ, วัปปะภัททิยะ, มหานามะ และอัสสชิ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ท่านจึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา (เอหิภิกขุอุปสัมปทา เป็นชื่อเรียกวิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในสมัยพุทธกาลยุคต้นๆ โดยพระพุทธเจ้าทรงประทานให้ด้วยพระองค์เอง โดยการตรัส) พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก และทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า “วันพระธรรม” หรือ วันพระธรรมจักร อันได้แก่วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก และ “วันพระสงฆ์” คือวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และจัดว่าเป็น”วันพระรัตนตรัย” อีกด้วย หากกล่าวโดยสรุปอ้างอิงตามประกาศสำนักสังฆนายก เรื่อง กำหนดพิธีอาสาฬหบูชาลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2501 สรุปได้ 4 เหตุกการณ์สำคัญดังนี้ วันอาสาฬหบูชาเป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศศาสนาพุทธ เป็นวันแรกที่พระบรมศาสดาทรงแสดงปฐมเทศนา คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์ เป็นวันที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ เป็นวันแรกที่บังเกิดสังฆรัตนะ มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ในวันอาสาฬหบูชาพุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า และตลอดวันจะมีการบำเพ็ญบุญกุศลความดีอื่น ๆ เช่น ไปวัดรับศีล งดเว้นการทำบาปทั้งปวง ถวายสังฆทาน ให้อิสระทาน (ปล่อยนกปล่อยปลา) ฟังพระธรรมเทศนา ทำวัตรสวดมนต์ก่อนจะไปเวียนเทียนรอบโบสถ์ในเวลาประมาณ 20.00น. เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระคุณพระรัตนตรัย และสืบทอดประเพณีอันงดงามต่อไป

Read more

ทำบุญเข้าพรรษาให้ถูกต้อง เพื่อความอิ่มเอมใจในวันสำคัญ

ทำบุญเข้าพรรษาให้ถูกต้อง เพื่อความอิ่มเอมใจในวันสำคัญ

วันสำคัญทางศาสนาอีก 1 วัน ที่ตามวันอาสาฬหบูชามาแบบติดๆ คือวันเข้าพรรษา ที่จะตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้บรรญัติให้พระภิกษุได้อยู่จำพรรษาตลอดเวลา 3 เดือน ซึ่งในพุทธกาลเมื่อเข้าพรรษาแล้วพระภิกษุสงฆ์จะไม่สามารถเดินทางไปไหน มาไหนได้อีก แต่ก็จะมีละเว้นบ้างในบางเรื่อง

Read more

อาสาฬหบูชา วันแห่งการตื่นรู้กับการแสดงธรรมครั้งแรก

อาสาฬหบูชา วันแห่งการตื่นรู้กับการแสดงธรรมครั้งแรก

เมื่อเข้าสู่เดือนกรกฎาคม พุทธศาสนิกชนชาวไทยก็จะรู้กันดีว่าใกล้ถึงวันสำคัญทางศาสนาที่มาแบบติดๆ กัน 2 วัน คือ วันอาสฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 คือวันอาสาฬหบูชา ที่ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่มีความสำคัญนอกเหนือจากวันหยุดธรรมดาทั่วไป ตรงที่เมื่อย้อนกลับไปสู่พุทธกาลวันนี้เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมที่ได้ตรัสรู้มาเป็นครั้งแรก  

Read more

ทำบุญวันวิสาขบูชาอย่างไร จึงจะเหมาะสม

ทำบุญวันวิสาขบูชาอย่างไร จึงจะเหมาะสม

วันวิสาขบูชาเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับชาวพุทธทุกคนบนโลก เพราะเป็นวันที่มี 3 เหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นพร้อมกัน นั่นคือ วันคล้ายวันประสูติ วันตรัสรู้ และวันปรินิพพานขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ให้กำเนิดศาสนาพุทธที่คนไทยนับถือกันมาจนถึงทุกวันนี้

Read more
Send this to a friend