บทความ

บทความ ข่าวสาร สายดิจิทัล

ถุงกระดาษ (Paper Bag)

37. ถุงกระดาษ2

ถุงกระดาษนั้นเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กันมากและกำลังเป็นที่นิยมสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องอุปโภคบริโภค ในหน่วยขายแบบปลีกย่อย ซึ่งจัดได้ว่าเป็น Individual package อีกแบบหนึ่งที่มีความใกล้ชิดและเข้าถึงวิถีชีวิตของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นสื่อโฆษณาประเภทสิ่งพิมพ์ที่แสดงเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี ถุงกระดาษที่ใช้กันตามปกตินั้นจะมีทั้งแบบแบนราบ ที่เอาไว้ใช้ใส่อาหารชิ้นเล็ก ๆ น้ำหนักเบา ๆ  และแบบมีขยายข้างและก้น ใช้บรรจุสินค้าที่มีปริมาณมาก เช่น แป้ง คุกกี้ ข้าวสาร ฯลฯ หรือนำมาใช้บุเป็นถุงในกล่องกระดาษแข็งอีกทีหนึ่ง และถุงกระดาษแบบผนึก 4 ด้าน ที่ใช้บรรจุสินค้าประเภทเครื่องเทศ โดยคุณสมบัติของกระดาษที่ใช้นั้นก็ขึ้นกับการใช้งานเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น  สินค้าที่มีน้ำหนักมากควรใช้กระดาษที่มีความเหนียวที่มีค่าของการต้านแรงดันทะลุ และการต้านแรงดึง ขาด อยู่ในเกณฑ์ที่สูง หรือหากสินค้ามีความชื้นสูง ต้องเก็บในสภาวะเปียกชื้น ก็ควรใช้กระดาษที่มีค่าการดูดซึมน้ำต่ำ ๆ เช่น กระดาษเคลือบไข กระดาษเคลือบพลาสติก เป็นต้น สำหรับการขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากกว่า 10 กิโลกรัม สินค้าที่นิยมใช้ถุงกระดาษก็คือ ปูนซีเมนต์ อาหารสัตว์ สารเคมี เม็ดพลาสติก ซึ่งจะใช้ถุงกระดาษหลายชั้น (Multiwall Paper Sack) โดยถุงประเภทนี้มีทั้งแบบปากเปิด และแบบมีลิ้น โดยในแต่ละแบบก็อาจจะมีส่วนขยายข้างด้วยก็ได้ วัสดุที่ใช้ทำกระดาษเหนียวจะทำจากเยื่อเส้นใยยาว เพื่อให้มีความเหนียวสูง และหากต้องการเพิ่มคุณสมบัติในด้านการป้องกันความชื้นก็อาจจะเคลือบด้วยพลาสติก หรือยางมะตอยเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง  กระดาษชนิดไหนที่นิยมนำมาใช้ทำถุงกระดาษ? วัสดุที่ใช้ทำถุงและซองกระดาษ โดยทั่วไปนั้นจะนิยมใช้กระดาษคราฟท์ (Kraft) ซึ่งมีความหนาบางนำมาซ้อนกันเป็นผนังหลายชั้น (Multiwall Bag) หรือนำมาเคลือบผิวแตกต่างกันไปตามหน้าที่ใช้งาน กระดาษที่นิยมใช้ในการทำถุงกระดาษอีกชนิดหนึ่งก็คือ กระดาษอาร์ตการ์ดเงา ที่มีความหนา 190 แกรม โดยถุงกระดาษที่ทำมาจากกระดาษอาร์ต จะสามารถเคลือบยูวีเงา เคลือบพลาสติกเงา หรือเคลือบพลาสติกด้าน พิมพ์สอดสี พิมพ์ลายต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสวยงามของถุงกระดาษได้เป็นอย่างดี นิยมนำมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ หรือทำเป็นถุงของขวัญ แต่โดยทั่วไปแล้ว ถุงกระดาษนั้นสามารถใช้วัสดุได้ทั้งกระดาษคราฟท์ กระดาษการ์ดขาว กระดาษปอนด์ กระดาษกล่องแป้ง และกระดาษอาร์ต ซึ่งความสวยงามนั้นก็จะขึ้นอยู่กับดีไซน์และสินค้าที่นำไปใช้ด้วย การเลือกใช้ถุงกระดาษไปใส่สินค้า ก็ช่วยทำให้สินค้าดูดี มีรสนิยมที่แตกต่าง และมีความโดดเด่นจากสินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไปที่ใช้บรรจุภัณฑ์แบบธรรมดา ชนิดของถุงกระดาษ หากแบ่งถุงกระดาษออกตามลักษณะการนำไปใช้งานแล้ว เราสามารถแบ่งถุงกระดาษออกเป็น 5 ชนิด ได้แก่ 1. ถุงกระดาษที่ใช้ใส่อาหาร เช่น เบเกอรี่ ป๊อปคอร์น พาย เฟรนฟรายด์ โดยทั่วไปจะนิยมทำ 2 สี คือ ถุงกระดาษสีขาว และถุงกระดาษสีน้ำตาล มีขนาดเล็กและไม่หนามากนัก  2. ถุงกระดาษเคลือบพลาสติก ถุงกระดาษชนิดนี้ผลิตมาจากกระดาษรีไซเคิลทุกชนิด นำมาเคลือบพลาสติกจึงทำให้ถุงกระดาษมีความสวยงามน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น  3. ถุงกระดาษพิมพ์ออฟเซ็ต เคลือบยูวี ถุงกระดาษประเภทนี้สามารถพิมพ์สีหรือลวดลาย ตัวหนังสือ โลโก้ต่าง ๆ จึงนิยมนำมาใช้ หรือให้เป็นของที่ระลึก ของชำร่วย ของขวัญ ผลิตภัณฑ์ทดลอง หรือนำไปใส่สินค้า  4. ถุงกระดาษแบบมีหูหิ้วร้อยเชือก พิมพ์ 1 สี ออฟเซ็ต แล้วเคลือบยูวีเพื่อความสวยงาม ถุงกระดาษชนิดนี้จะมีความสวยงาม เรียบหรู เช่น ถุงจิวเวอรี่ ถุงเบเกอรี่ ถุงใส่สินค้าของแบรนด์ต่าง ๆ เป็นต้น 5. ถุงกระดาษแบบมีซิปล็อค นิยมนำมาใส่ขนม อาหาร เบเกอรี่ หรือทำเป็นไส้ในเพื่อใส่สินค้า แล้วบรรจุลงกล่องบรรจุภัณฑ์อีกครั้งหนึ่ง

Read more

กล่องกระดาษหูหิ้ว

35. กล่องหูหิ้ว

บรรจุภัณฑ์ที่เป็นกล่องกระดาษนั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด มีการออกแบบให้สวยงามเหมาะสมกับการใช้งานแตกต่างกันออกไป มีการนำเทคนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรูป การพิมพ์ลาย การปั๊ม การเคลือบต่าง ๆ เข้ามาใช้กับการทำบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องกระดาษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ มูลค่า และความสวยงามให้กับบรรจุภัณฑ์กันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำกระดาษชนิดต่าง ๆ มาใช้ในการทำกล่องกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษลูกฟูก กระดาษอาร์ต กระดาษแข็ง เป็นต้น อีกทั้งยังมีการออกแบบให้มีลูกเล่นการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นกล่องแบบมีฝาครอบ กล่องมีฝาปิดเปิดได้ กล่องสไลด์  กล่องเจาะหน้าต่าง กล่องไดคัท กล่องแบบมีหูหิ้ว ซึ่งกล่องกระดาษหูหิ้วนั้น ปัจจุบันนี้นิยมนำมาเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์หลายชนิด ที่ต้องการเพิ่มความสวยงาม และเพิ่มฟังก์ชันความสะดวกสบายในการเคลื่อนย้ายพกพา สามารถหิ้วหรือยกไปไหนมาไหนได้โดยสะดวก กล่องกระดาษหูหิ้ว นิยมนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ให้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่กล่องที่เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับขนส่ง ไปจนถึงกล่องบรรจุภัณฑ์ทั่วไป เช่น กล่องขนมเค้ก คุกกี้ ผลไม้ กล่องของขวัญ กล่องสำหรับใส่สัตว์ ตลอดจนสินค้าไอทีต่าง ๆ อีกด้วย  กล่องกระดาษหูหิ้ว คืออะไร? กล่องกระดาษหูหิ้ว เป็นกล่องที่มีลักษณะเฉพาะตัวก็คือ ด้านบนของกล่อง จะมีหูหิ้วไว้สำหรับหยิบจับ อาจทำการไดคัทเพื่อให้เป็นรูปทรงขึ้นมา หรือใช้พลาสติก ริบบิ้น หรือวัสดุต่าง ๆ ใส่เข้าไปเพื่อทำเป็นหูหิ้ว เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในกล่องได้โดยสะดวก ไม่ต้องหาถุงมาใส่อีกให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ การออกแบบหูหิ้วที่ดูแปลกตา สวยงาม มีความคิดสร้างสรรค์ ก็จะยิ่งทำให้บรรจุภัณฑ์ดูโดดเด่นสะดุดตาขึ้นมาได้อีก เทคนิคการใช้หูหิ้วนี้ สามารถนำไปใช้กับกล่องได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นกล่องกระดาษแบบเจาะหน้าต่าง กล่องสไลด์ หรือกล่องกระดาษแข็งธรรมดา กล่องจั่วปัง เป็นต้น เมื่อมีหูหิ้วเพิ่มเข้ามา ก็จะทำให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ดูมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาทันที โดยเฉพาะสินค้าไอที เช่นคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค มักจะใส่หูหิ้วพลาสติกลงบนกล่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนย้ายพกพา หรือจะเป็นกล่องขนมต่าง ๆ เช่น เค้ก คุกกี้ ขนมปัง เมื่อนำมาใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกล่องหูหิ้ว ก็จะทำให้ดูสวยงาม น่าซื้อมากยิ่งขึ้น เนื่องจากหิ้วสะดวก และสวยแปลกตากว่ากล่องแบบธรรมดานั่นเอง  กระดาษแบบไหน ใช้ทำกล่องหูหิ้ว? กระดาษที่นิยมนำมาใช้ทำกล่องเจาะหน้าต่าง ได้แก่  – กระดาษกล่องแข็ง  แบ่งออกเป็น กระดาษกล่องขาวไม่เคลือบ โดยสีขาวของกระดาษจะมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ มีเนื้อหยาบ แต่ราคาถูกกว่า ต้องพิมพ์ด้วยระบบธรรมดา เช่น กล่องใส่รองเท้า กล่องใส่ขนมจัดเบรค เป็นต้น และอีกแบบคือ กระดาษกล่องขาวเคลือบ นิยมใช้ทำบรรจุภัณฑ์เพื่อบรรจุสินค้าอุปโภคและบริโภคกันมาก เนื่องจากสามารถพิมพ์ระบบออฟเซ็ทได้ พิมพ์สอดสีได้หลายสีสวยงาม ทำให้สินค้าที่บรรจุภายในกล่องดูมีมูลค่ามากขึ้น เรียกอีกชื่อว่ากระดาษแข็งเทา – ขาวนั่นเอง ในการทำกล่องบรรจุผลิตกัณฑ์อาหารมักนิยมใช้กระดาษชนิดนี้เพราะหาซื้อง่าย – กล่องกระดาษลูกฟูก เป็นกระดาษที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องกระดาษที่ให้คุณลักษณะที่มีความแข็งแรงมาก นิยมใช้ในการขนส่งสินค้า ช่วยป้องกันสินค้าให้ปลอดภัย สามารถออกแบบได้ตามความต้องการ ทั้งขนาด รูปลักษณะ อีกทั้งยังพิมพ์สอดสีได้สวยงาม  โดยในการใช้งานมักจะทำเป็นกล่องกระดาษลูกฟูก  2 ชั้น ,3 ชั้น และ กล่องกระดาษลูกฟูก 5 ชั้น สามารถทำเป็นกล่องไดคัท กล่องเจาะหน้าต่าง และสามารถทำกล่องกระดาษลูกฟูก พิมพ์แบบออฟเซ็ท   เพื่อให้ตัวกล่องมีความแข็งแรงพิเศษและยังได้งานพิมพ์ที่มีความสวยงามอีกด้วย – กระดาษกล่องเคลือบพีอีกระดาษประเภทนี้จะมีการเคลือบสารสีขาว (ดินขาว) หรือวัสดุพิเศษ แล้วผ่านการขัดมันเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ผิวด้านในมีการประกบกับฟิล์ม PE เพื่อให้สามารถกันน้ำหรือไขมันได้ มีคุณสมบัติพิมพ์สอดสีได้สวยงาม นิยมใช้ทำกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารแช่แข็ง หรือขนมขบเคี้ยว เช่น คุกกี้ เป็นต้น – กระดาษกล่องเคลือบผิวอะลูมิเนียม กระดาษประเภทนี้จะมีการเคลือบสารสีขาว (ดินขาว) หรือวัสดุพิเศษ แล้วผ่านการขัดมันเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ มีการประกบพลาสติกที่เคลือบด้วยไออะลูมิเนียม (metallized film) เพื่อให้มันเงาสวยงามเหมาะสำหรับใช้ทำกล่องบรรจุอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูง- กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper) ลักษณะโดยทั่วไปของกระดาษคราฟท์นั้นจะมีเนื้อหยาบ มีสีน้ำตาลตามสีของเนื้อไม้ที่นำมาทำเยื่อกระดาษ แต่บางชนิดก็จะมีสีขาว เพราะใช้เยื่อฟอกขาวหรืออาจมีสีอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและความต้องการของตลาด นิยมนำมาทำเป็นกระดาษปิดผิวกระดาษแข็งหรือกระดาษลูกฟูก ปัจจุบันกล่องกระดาษคราฟท์นั้นเป็นที่นิยมมาก เพราะให้สีสันที่ดูเป็นธรรมชาติ เรียบง่าย แต่ก็ดูหรูหรามีรสนิยมนั่นเอง

Read more

กล่องกระดาษจั่วปัง

33. กล่องหุ้มจั่วปัง

เพราะในปัจจุบันนี้ กล่อง ไม่ได้เป็นแค่กล่อง ที่มีหน้าที่ไว้บรรจุของเท่านั้น กล่องยังทำหน้าที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงแบรนด์ของสินค้า ช่วยสร้างการจดจำที่ดี เป็นการช่วยโฆษณาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ไปในตัวได้อีกด้วย ในปัจจุบัน จึงได้มีการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ที่มีทั้งการออกแบบรูปทรงและลวดลายต่าง ๆ ที่สวยงามหลากหลาย มีการนำเทคนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรูป การพิมพ์ลาย การปั๊ม การเคลือบต่าง ๆ เข้ามาใช้กับการทำบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องกระดาษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ มูลค่า และความสวยงามให้กับบรรจุภัณฑ์กันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำกระดาษชนิดต่าง ๆ มาใช้ในการทำกล่องกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษลูกฟูก กระดาษอาร์ต กระดาษแข็ง กระดาษจั่วปัง เป็นต้น อีกทั้งยังมีการออกแบบให้มีลูกเล่นการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นกล่องแบบมีฝาครอบ กล่องมีฝาปิดเปิดได้  กล่องสไลด์  กล่องเจาะหน้าต่าง กล่องจั่วปัง เป็นต้น ซึ่งกล่องจั่วปังนั้น ปัจจุบันนี้นิยมนำมาทำเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ หรือนำมาหุ้มกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่สินค้าหรือผลิตภัณฑ์หลายชนิด ที่ต้องการเพิ่มความสวยงามและความแข็งแรงให้กับกล่องกระดาษมากยิ่งขึ้น  จั่วปังคืออะไร? จั่วปัง ก็คือ กระดาษแข็งสีเทา (Gray board) ที่มีความแข็งแรง เนื้อกระดาษจะประกอบไปด้วยเยื่อรีไซเคิลหลายชั้น มีความหนา และมีน้ำหนักมาก เราสามารถนำกระดาษจั่วปัง ไปใช้งานได้หลากหลาย ด้วยคุณสมบัติของกระดาษที่เหมาะกับการนำมาใช้เป็นโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์กล่องแข็ง ปกสมุด หนังสือ ปกสมุดโน้ต ไดอารี่ และอื่นๆ นิยมใช้หน่วยความหนาเป็น เบอร์ 6  เบอร์ 8  เบอร์10  แต่ถ้ามากกว่านั้นจะเป็นการประกบกันเอง เช่น เบอร์ 12 คือ เบอร์6 ประกบกับ เบอร์6 โดยขนาดความหนาสุดจะเป็น เบอร์ 42 จั่วปังช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างไร?  เป็นที่ทราบกันแล้วว่า กระดาษจั่วปังนั้นประกอบไปด้วยเยื่อกระดาษรีไซเคิลหลายชั้น ซึ่งในปีหนึ่ง ๆ เราจะพบว่ามีขยะที่เป็นกระดาษจำนวนนับล้านๆ ของใบปลิวโฆษณาทางไปรษณีย์ คูปองขอบริจาค แคตาล็อคต่างๆ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ กระดาษทุกชนิดที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ส่วนใหญ่มาจากเนื้อเยื่อของต้นไม้ และมีกระดาษหลายชนิดเลยทีเดียวที่เมื่อใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก ซึ่งจั่วปังเป็นกระดาษชนิดหนึ่ง ที่ได้จากเยื่อกระดาษรีไซเคิล จึงเป็นการช่วยลดขยะมูลฝอยได้และช่วยลดการตัดต้นไม้เพื่อผลิตกระดาษได้นั่นเอง ประเภทของกล่องกระดาษแข็งมีอะไรบ้าง? 1. กล่องพับได้ (Folding Cartons) กล่องพับได้เป็นกล่องที่ทำมาจากกระดาษแข็งที่มีคุณสมบัติโค้งงอได้ กล่องเปล่าจึงสามารถพับแบน ทำให้ไม่เปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษาและขนส่ง ประเภทของกล่องพับได้ แบ่งออกได้ดังนี้ – แบบถาด (Tray Type) ประกอบด้วยแผ่นที่พับด้านข้างและหัวท้ายชนกันเป็นรูปถาด อาจมีฝาในตัว หรือแยกต่างหากก็ได้ ส่วนมุมของถาดอาจยึดต่อด้วยกันโดยใช้กาว แถบกาว ลวดเย็บ หรือเกี่ยวด้วยแผ่นโลหะเล็กๆ หรือใช้การปิดผนึกด้วยความร้อน กล่องแบบนี้ผู้ใช้จะต้องขึ้นรูปเองก่อนที่จะทำการบรรจุผลิตภัณฑ์ – แบบหลอดหรือตะเข็บข้าง (Tubular หรือ Side-seamed Type) เป็นกล่องที่พับได้ และติดกาวตลอดแนวของรอยต่อด้านข้าง เพื่อทำให้เป็นหลอดทรงเหลี่ยมหรือทรงกระบอก ในงานอุตสาหกรรมการขึ้นรูปก่อนการบรรจุมักใช้เครื่องจักร โดยส่วนของฝาและก้นกล่องอาจติดกาวหรือสอดภายใน – แบบพิเศษ (Special Construction) จะเป็นกล่องลักษณะพิเศษ ที่ถูกสั่งทำขึ้นแบบจำเพาะเจาะจงตามลักษณะการใช้งาน เช่น กล่องหิ้วบรรจุขวดและกระป๋อง2. กล่องคงรูป (Set up boxes) กล่องคงรูปเป็นกล่องที่ทำมาจากกระดาษแข็งที่ไม่สามารถโค้งงอได้ มักมีความหนาระหว่าง 0.02 –0.12 นิ้ว (0.51 – 3.09 มม.) จะเป็นกล่องที่ได้รับการผลิตในลักษณะที่ขึ้นรูปแล้ว พร้อมที่จะนำไปบรรจุผลิตภัณฑ์ได้ทันที เนื่องจากกล่องประเภทนี้จะพับแบนไม่ได้ จึงทำให้สิ้นเปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษาและขนส่ง โดยปัจจุบันนิยมใช้กระดาษจั่วปังมาใช้ผลิตเป็นกล่องคงรูป หรือนำมาเป็นกระดาษหุ้มกล่องกันมากขึ้น เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทาน

Read more

ข้อมูลบนกล่องอาหารเสริมต้องมีอะไรบ้าง

32. ข้อมูลบนกล่องอาหารเสริมต้องมีอะไรบ้าง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นจัดว่าเป็นอาหารประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานโดยตรงนอกเหนือจากการรับประทานอาหารหลักตามปกติเพื่อเสริมสารบางอย่าง ส่วนมากมักอยู่ในรูปลักษณะเป็นเม็ด แคปซูล ผง เกล็ด ของเหลว หรือลักษณะอื่น ๆ  และมีจุดมุ่งหมายสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ มิใช่มีไว้สำหรับผู้ป่วย และไม่ควรให้เด็กและสตรีมีครรภ์รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันปลา น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ไคโตซาน โปรตีนสกัดเข้มข้น เส้นใยอาหาร คอลลาเจนอัดเม็ด ชาเขียวชนิดสกัดบรรจุแคปซูล โคเอ็นไซม์คิวเท็นชนิดแคปซูล เป็นต้น เนื่องจากข้อมูลที่ระบุให้ต้องแสดงบนฉลากล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลซึ่งผ่านการพิจารณาแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ผลิต จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดด้วย โดยฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น ต้องแสดงข้อความภาษาไทย โดยข้อมูลที่จำเป็นต้องใส่บนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีดังต่อไปนี้ – ชื่อตรา (Brand name) หมายถึง ส่วนของตราที่เป็นชื่อ คำพูด หรือข้อความซึ่งอ่านออกเสียงได้  – เครื่องหมายตราสินค้า (Brand mark) หมายถึง ส่วนหนึ่งของตราซึ่งสามารถจดจำได้ แต่ออกเสียงไม่ได้ ได้แก่ สัญลักษณ์ รูปแบบที่ประดิษฐ์ต่าง ๆ รูปภาพตลอดจนสีสันที่ปรากฏอยู่ในเครื่องหมายเหล่านี้ – เครื่องหมายการค้า (Trademark) หมายถึง ส่วนหนึ่งของตรา หรือตราที่ได้รับการจดทะเบียนเพื่อป้องกันสิทธิตามกฎหมายแต่ผู้เดียว – ลิขสิทธิ์ (Copyright) สิทธิตามกฎหมายในสิ่งตีพิมพ์ต่างๆ – โลโก้ (Logo) เครื่องหมายที่แสดงสัญลักษณ์ของกิจการองค์การหนึ่งๆ – เลขสารบนสินค้า หรือ อาหาร ในเครื่องหมาย อย. / มอก. ขนาดไม่เล็กกว่า 2 มม. สีกรอบตัดสีพื้นของฉลาก – บาร์โค้ด หมายถึง เลขหมายประจำตัวสินค้า ใช้แทนด้วยแท่งบาร์ขาว-ดำ เรียงเข้าด้วยกัน  – คุณค่าทางทางโภชนาการ / ชิ้น/หน่วยบริโภค – ชื่อ และที่ตั้งของผู้ผลิต หรือผู้นาเข้า ต้องระบุ “ผลิตโดย” หรือ “นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย” ในกรณีอาหารนำเข้าให้แสดงชื่อประเทศผู้ผลิตด้วย – ปริมาณสุทธิ เป็นระบบเมตริก ถ้าเป็นอาหารผงแห้ง หรือก้อน ให้แสดงน้ำหนักสุทธิ ส่วนของเหลวให้แสดงเป็นปริมาตรสุทธิ และอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ถ้าแยกเนื้ออาหารออกจากน้ำได้ให้แสดงน้ำหนักเนื้ออาหารด้วย การแสดงปริมาณสุทธิของสินค้าหีบห่อตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดชนิดของสินค้าหีบห่อ หลักเกณฑ์และวิธีการแสดงปริมาณของสินค้า และอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด พ.ศ. 2550 สินค้าหีบห่อ เป็นสินค้าชนิดเดียวกันและแสดงปริมาณสุทธิเท่ากัน เป็นหน่วยน้ำหนักหรือปริมาตร – วันเดือนปีที่ผลิต / หมดอายุ / ควรบริโภค / อุปโภคก่อน โดยมีคำว่า “ผลิต” หรือ “หมดอายุ”หรือ “ควรบริโภคก่อน” กำกับ – ส่วนประกอบสำคัญ แสดงเป็นร้อยละของน้ำหนักโดยประมาณ หมายถึง แจกแจงรายละเอียดของส่วนประกอบสินค้าว่าทำมาจากอะไรบ้างและในอัตราส่วนเท่าไหร่ –  วิธีปรุง / วิธีบริโภค / วิธีใช้ ถ้ามี คำแนะนำในการเก็บรักษา ถ้ามี ข้อความทีกำหนดให้แสดง ถ้ามีการใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนประกอบ เช่น ใช้วัตถุกันเสีย เจือสีธรรมชาติ ตัวอักษรขนาดไม่เล็กกว่า 2 มม. – รายละเอียดของสินค้า – ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าโดยทั่วไปจะมี ได้แก่ ที่มาและความหมายของสินค้า สรรพคุณของสินค้า ราคา สโลแกนหรือโปรโมชั่น – รูปภาพประกอบสินค้า หมายถึง รูปสินค้าที่ใช้แสดงเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจในตัวสินค้ามากขึ้น – ชื่อผู้ผลิตและผู้จำหน่าย  ในกรณีที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าเอง รวมไปถึงที่ตั้ง สถานที่ของชื่อผู้ผลิตและผู้จำหน่าย ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ คือข้อมูลที่จำเป็นต้องมีบนบรรจุภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการจัดจำหน่าย ผู้ผลิตจึงควรศึกษารายละเอียดดูก่อนที่จะทำการออกแบบสลากบรรจุภัณฑ์นั่นเองค่ะ 

Read more

บนกล่องสบู่ กล่องครีม ต้องเขียนอะไรบ้าง

17. บนกล่องครีม ต้องเขียนอะไรบ้าง

ในการออกแบบกล่องสบู่ กล่องครีม สิ่งแรกที่ควรกำหนดและแจ้งแก่นักออกแบบก็คือรายละเอียดที่จะระบุลงบนกล่องสบู่ กล่องครีม ซึ่งข้อความบางส่วนถูกกำหนดมาจากพระราชบัญญัติต่างๆ ที่บัญญัติขึ้นมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้น เจ้าของสินค้าควรศึกษารายละเอียดของตัวบทกฎหมายพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ให้เข้าใจเสียก่อน เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งจะทำให้เราเสียงทั้งเงิน เสียทั้งเวลา ที่จะต้องถูกปรับ หรือแก้ไขบรรจุภัณฑ์ให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติและข้อกฎหมายต่างๆ  สิ่งจำเป็นที่ควรระบุบนกล่องสบู่ กล่องครีม (ซึ่งในที่นี้ สามารถนำไปใช้กับเครื่องสำอางต่างๆได้อีกด้วย) 1. ชื่อสินค้า หรือชื่อทางการค้าของสบู่และครีม ต้องมีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่นๆ 2. ชื่อ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในไทย 3. ประเภทหรือชนิดสินค้า  4. การระบุผู้ผลิต แบ่งเป็นสองกรณี           4.1 กรณีเป็นสบู่หรือครีม(เครื่องสำอาง)ที่ผลิตในประเทศ ให้ระบุชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต            4.2 กรณีที่เป็นสบู่หรือครีม(เครื่องสำอาง) นำเข้า ให้ระบุชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า (ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าสินค้านั้นๆ) และ ระบุชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต  5. ระบุขนาดของสินค้า หรือน้ำหนัก (ปริมาณ/ปริมาตร) โดยจะต้องมีขนาดของตัวเลขไทยหรืออาราบิค ไม่เล็กกว่า 2 มิลลิเมตร (ตามข้อกฎหมายกำหนด) 6. วิธีใช้สบู่ หรือ ครีม 7. ส่วนประกอบสำคัญ โดยต้องระบุชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตสบู่หรือครีม ซึ่งจะต้องเป็นชื่อตามตำรา ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนด และจะต้องเรียงลำดับตามปริมาณของสาร จากมากไปหาน้อย 8. ข้อแนะนำ , ข้อห้าม หรือ คำเตือน (กรณีที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ) 9. เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต 10. วัน เดือน ปี ที่ผลิต  11. วัน เดือน ปี ที่หมดอายุ หรือข้อความอื่นที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน (ตามข้อกฎหมายที่กำหนด) 12. เลขที่ใบรับแจ้ง   13. ราคาต่อหน่วย 14. ในกรณีที่เป็นสินค้านำเข้านั้น จะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าตามประกาศที่คุณกรรมการว่าด้วยฉลากกำหนดไว้ในแต่ละประเภทของสินค้า โดยต้องทำฉลากเป็นข้อความภาษาไทยมีความหมายตรงกันกับข้อความในภาษาต่างประเทศ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม จากประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง ฉลากของเครื่องสำอาง ลงวันที่ 17 มีนาคม 2554)  ซึ่งทั้งหมดนี้ เจ้าของสินค้าควรศึกษาข้อกฎหมายและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสินค้าให้เข้าใจเสียก่อนที่จะทำการออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ เพราะจะได้ไม่เสียเวลาในการจัดเรียงข้อความที่สำคัญลงบนกล่องครีม และกล่องสบู่ หรือเจ้าของสินค้าอาจจะขอคำปรึกษาเบื้องต้นจากโรงพิมพ์กล่อง หรือ โรงพิมพ์ออนไลน์ ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบ เป็นไกด์ไลน์เบื้องต้น สำหรับการระบุข้อความที่จำเป็นลงบนกล่องสบู่ หรือกล่องครีม ของเรา

Read more

ข้อมูลบนกล่องครีมต้องมีอะไรบ้าง?

29. ข้อมูลบนกล่องครีมจะต้องมีอะไรบ้าง

ในการผลิตครีมหรือเครื่องสำอางปัจจุบันนี้ ฉลากสินค้า ถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าของเราให้แก่ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี การออกแบบฉลากผลิตภัณฑ์รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ สวยงาม ดูดี มีสไตล์ เหมาะสมกับแบรนด์ของเรา ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ของเรามากยิ่งขึ้นไปอีก   นอกจากการมีบรรจุภัณฑ์ที่ดูดี สวยงามแล้ว การที่ผลิตภัณฑ์ของเรามีฉลากสินค้าที่มีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้องตามข้อกำหนดกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้บริโภคทราบถึงที่ไปที่มาของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ว่ามาจากไหน ใครเป็นผู้ผลิต อยู่ที่ไหน มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ รายละเอียดของผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไร สรรพคุณเป็นอย่างไร ใช้แล้วจะดีไหม น่าใช้หรือไม่ นอกจากรายละเอียดต่าง ๆ สรรพคุณ ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์แล้ว เลขที่ของใบจดแจ้งที่ปรากฏอยู่บนกล่องหรือฉลากผลิตภัณฑ์ ของเรา ยังทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเรานั้นได้รับการจดแจ้งจากกองควบคุมเครื่องสำอาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการรับรองความปลอดภัย จึงทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ของเรามากยิ่งขึ้น  ความรู้ความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับฉลากนั้น สำหรับผู้ที่สร้างแบรนด์ถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการมีข้อมูลที่มีความถูกต้องครบถ้วนของรายละเอียดบนฉลากผลิตภัณฑ์หรือครีมของเรา จะทำให้สินค้าหรือแบรนด์ของเราที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดดูดีมีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่แบรนด์ของเราและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคไปในตัว โดยบนฉลากสินค้าของเรา  จะต้องระบุข้อที่จำเป็น ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1. ชื่อของครีมหรือ เครื่องสำอาง และชื่อทางการค้า ซึ่งต้องมีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่น ๆ บนฉลาก 2. ประเภทหรือชนิดของครีมหรือเครื่องสำอางที่จำหน่าย 3. รายละเอียดของส่วนผสม ได้แก่ ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตครีมหรือเครื่องสำอาง ซึ่งจะต้องเป็นชื่อตามตำรา ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนดไว้ และจะต้องเรียงลำดับตามปริมาณของสาร จากมากไปหาน้อยอีกด้วย 4. วิธีใช้ จะต้องระบุขั้นตอนวิธีการใช้ครีมหรือเครื่องสำอางอย่างถูกต้อง  5. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ในกรณีเป็นครีมหรือเครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า และชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต ในกรณีที่เป็นครีมหรือเครื่องสำอางนำเข้า 6. ปริมาณสุทธิที่บรรจุต่อ 1 หน่วย  7. เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต 8. เดือน ปี ที่ผลิต หรือ ปี เดือน ที่ผลิต ครีมหรือเครื่องสำอางนั้น ๆ  9. เดือน ปี ที่หมดอายุ หรือ ปี เดือน ที่หมดอายุ หรือข้อความอื่นที่มีความหมาย ในทำนองเดียวกัน  10. คำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ต่ออนามัยของบุคคล เช่นมีสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ (ถ้ามี) 11. เลขที่ใบรับแจ้ง (อย.)  นอกจากข้อมูลที่กำหนดให้มีบนฉลากของครีมหรือเครื่องสำอาง ยังมีข้อกำหนดในการทำฉลากผลิตภัณฑ์ประเภทครีมหรือเครื่องสำอางที่มีการควบคุม ดังนี้ – ฉลากของครีมหรือเครื่องสำอางที่มีการควบคุม ต้องใช้ข้อความภาษาไทยที่สามารถมองเห็น และอ่านได้ชัดเจน นอกจากข้อความอันจำเป็นที่ได้กำหนดไว้แล้ว อาจมีข้อความอื่นหรือมี ภาษาต่างประเทศร่วมด้วยก็ได้ ยกเว้นชื่อของสารที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง อาจใช้ภาษาไทย หรือเขียนภาษาไทยทับศัพท์ภาษาอังกฤษ หรือใช้ภาษาอังกฤษ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ – ฉลากของเครื่องสำอางที่มีการควบคุมฉลากต้องจัด หรือติดแสดงไว้ในที่เปิดเผย สามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่ บรรจุภัณฑ์ หรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อของภาชนะบรรจุครีมหรือเครื่องสำอาง – ในกรณีของเครื่องสำอางที่มีการควบคุมฉลากที่มีภาชนะบรรจุขนาดเล็ก และมีพื้นที่ ในการแสดงฉลากน้อยกว่า 20 ตารางเซนติเมตร อย่างน้อยจะต้องแสดงข้อความตามข้อ 1, 7, 8 และ 11 ได้แก่ ชื่อของครีมหรือ เครื่องสำอาง และชื่อทางการค้า เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต เดือน ปี ที่ผลิต หรือ ปี เดือน ที่ผลิต ครีมหรือเครื่องสำอางนั้น ๆ และ เลขที่ใบรับแจ้ง (อย.)   จะเห็นได้ว่า บนฉลากของครีมหรือเครื่องสำอางนั้น ค่อนข้างมีข้อกำหนดที่เข้มงวดพอสมควรเลยทีเดียวค่ะ  ดังนั้นผู้ผลิตจึงควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจก่อนที่จะทำฉลากครีมหรือเครื่องสำอางนะคะ เพื่อที่จะสามารถวางสินค้าของเราจำหน่ายได้อย่างถูกต้อง และเพิ่มความน่าเชื่อถือและเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคได้อีกด้วยค่ะ 

Read more

รับผลิตกล่องพรีเมียมในรูปทรงต่างๆ

28. รับผลิตกล่องพรีเมียม

เพราะกล่อง ไม่ได้เป็นแค่กล่อง มีหน้าที่ไว้บรรจุของเท่านั้น แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ หรือสิ่งของที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ดูหรูหรา มีคุณค่า อาทิเช่น แหวน นาฬิกา แก้ว จาน ปากกา หนังสือ ขนม เหรียญ ของชำร่วย เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ฯลฯ สำหรับใส่เพื่อเป็นของขวัญพิเศษ หรือจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของนั้น ๆ หรือสำหรับบางที่ ที่ต้องการกล่องสวย ๆ เพื่อเอาไว้ใส่ของพรีเมียมให้กับคู่ค้า ลูกค้า หรือบุคคลสำคัญทางธุรกิจ แน่นอนว่าเพียงแค่กล่องหรือบรรจุภัณฑ์แบบพื้น ๆ ธรรมดาสามัญทั่วไป คงไม่เพียงพอ ดังนั้นในปัจจุบัน จึงได้มีการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์แบบพรีเมียม ที่มีทั้งการออกแบบรูปทรงและลวดลายต่าง ๆ ที่สวยงามหลากหลาย มีการพิมพ์กระดาษที่ใช้สำหรับหุ้มกล่อง ทั้งระบบออฟเซ็ท ซิลค์สกรีน และดิจิตอล ปั๊มเค ปั๊มนูน ปั๊มฟอยด์ หุ้มหนัง เคลือบลามิเนตพื้นผิวกระดาษเพื่อเพิ่มความทนทาน อาบยูวีเงา เคลือบ Spot UV เพื่อความหรูหราสวยงาม มีไส้ในกล่องสำหรับวางตัวสินค้า ฯลฯ กล่องพรีเมียมเหล่านี้ มีไว้เพื่อรองรับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความสวยงาม หรูหรา เหมาะกับการนำไปเป็นของฝาก ของขวัญ และเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี เรารับผลิตกล่องพรีเมียมแบบต่าง ๆ เพื่อรองรับการใช้งานและสินค้าที่หลากหลาย กล่องพรีเมียมที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่ 1. กล่องพรีเมียมทรงกระบอก  กล่องพรีเมียมทรงกระบอก สำหรับใส่ผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ช่วยเพิ่มความหรูหรา สวยงามให้กับสินค้าที่บรรจุ อาจเป็นกล่องมีฝาครอบเหมาะที่จะใส่ของขวัญ หรืออาจทำให้มีขนาดเล็ก เพื่อให้มีลักษณะคล้ายกระป๋อง เลือกลายเก๋ ๆ หรือพิมพ์ตัวหนังสือลงไป ก็ช่วยให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อนำมาทำเป็นกล่องสำหรับใส่อาหาร หรือขนมต่าง ๆ ยิ่งจะทำให้ดูน่ารับประทานและน่าซื้อเป็นของขวัญของฝากกันมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังเหมาะกับการใส่ของพรีเมียมต่าง ๆ เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนู เสื้อ ผ้าพันคอ เป็นต้น  2. กล่องพรีเมียมทรงเหลี่ยม กล่องพรีเมียมทรงเหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม โดยเฉพาะกล่องพรีเมียมทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด สามารถนำไปใส่สินค้าได้มากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นกล่องแข็งมีฝาครอบ ติดริบบิ้นเพื่อเป็นกล่องของขวัญ กล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กบุฟองน้ำด้านใน สำหรับใส่แหวน ปากกา พระเครื่อง หรือเหรียญต่าง ๆ กล่องบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นขนม ผลไม้ หรือแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น แก้วน้ำ จาน ชาม ชุดเครื่องแก้ว เบญจรงค์ กล่องแข็งสำหรับบรรจุน้ำหอม สามารถเลือกประเภทและลวดลายให้เหมาะสมกับสิ่งของที่ต้องการบรรจุได้หลากหลาย และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี แต่หากต้องการเพิ่มความน่าสนใจและความพิเศษมากขึ้น การใช้กล่องรูปทรงหลายเหลี่ยม ก็จะช่วยทำให้บรรจุภัณฑ์มีความน่าสนใจ แปลกตามากขึ้น  3. กล่องพรีเมียมเจาะหน้าต่างใส กล่องพรีเมียมชนิดนี้ เป็นกล่องที่จะมีการเจาะด้านใดด้านหนึ่งให้เป็นช่องหน้าต่าง แล้วใส่พลาสติกใสเข้าไปแทน เหมาะกับของพรีเมียม สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการโชว์ให้เห็นความสวยงามอยู่ในกล่อง เช่นพวกเครื่องแก้ว จานชาม น้ำหอม ตุ๊กตา เครื่องสำอาง ของชำร่วย เป็นต้น สามารถเลือกกระดาษ รูปทรง และลวดลายได้ตามต้องการ 4.  กล่องพรีเมียมบุหนังหรือผ้าไหม กล่องพรีเมียมที่บุหนังหรือผ้า ยกตัวอย่างเช่น หนังแท้ หนังเทียม ผ้าไหม ผ้ากำมะหยี่ เป็นต้น โดยจะเป็นกล่องที่เหมาะสำหรับใส่สินค้าที่มีมูลค่า หรือต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ดูดี มีมูลค่ามากยิ่งขึ้น เช่น เครื่องเพชร เครื่องประดับต่าง ๆ ปากกา นาฬิกา เครื่องสำอาง แว่นตา กระเป๋าสตางค์ โล่รางวัล เป็นต้น ส่วนใหญ่มักทำเป็นกล่องมีฝาครอบ หรือกล่องที่มีฝาเปิดปิดได้ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่หรูหรามีมูลค่าให้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้เป็นอย่างมาก  ทางเรารับผลิตกล่องพรีเมียมแบบต่าง ๆ ตามรูปแบบและความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกแบบกล่องพรีเมียมที่ต้องการเพื่อใส่สินค้า หรือของพรีเมียมต่าง ๆ กับเราได้ทุกแบบ เรามีกล่องพรีเมียมมากมายหลายแบบให้ท่านเลือกสรร เพื่อให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และความต้องการของลูกค้าแน่นอนค่ะ 

Read more

รับผลิตกล่องพรีเมียม

27 . รับผลิตกล่องพรีเมียม 2

ในปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์แบบต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาในด้านการผลิตและออกแบบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่อง ที่ไม่ได้เป็นแค่กล่อง ที่ทำหน้าที่ไว้เพียงแค่บรรจุของเท่านั้น แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ หรือสิ่งของที่ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ดูหรูหรา มีคุณค่า อาทิเช่น แหวน นาฬิกา แก้ว จาน ปากกา หนังสือ เหรียญตราต่าง ๆ  ของชำร่วย เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ฯลฯ สำหรับใส่เพื่อเป็นของขวัญพิเศษ ของพรีเมี่ยม ของสมนาคุณต่าง ๆ หรือจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของนั้น ๆ เพื่อเอาไว้ใส่ของขวัญ ของพรีเมียมให้กับคู่ค้า ลูกค้า หรือบุคคลสำคัญทางธุรกิจ แน่นอนว่าเพียงแค่กล่องหรือบรรจุภัณฑ์แบบธรรมดาสามัญทั่วไป คงไม่เพียงพอกับความพิเศษที่คุณต้องการจะสื่อผ่านของขวัญชิ้นนั้น ๆ ดังนั้นในปัจจุบัน จึงได้มีการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์แบบพรีเมียม ที่มีทั้งการออกแบบรูปทรงและลวดลายต่าง ๆ ที่สวยงามหลากหลาย มีการพิมพ์กระดาษที่ใช้สำหรับหุ้มกล่องที่ทันสมัย ทั้งระบบออฟเซ็ท ซิลค์สกรีน และดิจิตอล มีการปั๊มเค ปั๊มนูน ปั๊มฟอยด์สีสันต่าง ๆ  หุ้มหนัง หรือผ้า บุฟองน้ำ เคลือบลามิเนตพื้นผิวกระดาษเพื่อเพิ่มความทนทาน อาบยูวีเงา เคลือบ Spot UV เพื่อความหรูหราสวยงาม มีไส้ในกล่องสำหรับวางตัวสินค้า ฯลฯ กล่องพรีเมียมเหล่านี้ มีไว้เพื่อรองรับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความสวยงาม หรูหรา เหมาะกับการนำไปเป็นของฝาก ของขวัญ และเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี เรารับผลิตกล่องพรีเมียมแบบต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อรองรับการใช้งานและสินค้าที่หลากหลาย กล่องพรีเมียมที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่ 1. กล่องพรีเมียมกระดาษแข็ง  กล่องพรีเมียมกระดาษแข็ง ไม่ว่าจะเป็น ทรงกระบอก ทรงสี่เหลี่ยม ทรงหลายเหลี่ยม ใช้สำหรับใส่ผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ช่วยเพิ่มมูลค่า ความหรูหรา สวยงามให้กับสินค้าที่บรรจุ อาจเป็นกล่องมีฝาครอบเหมาะที่จะใส่ของขวัญ หรืออาจทำให้มีขนาดเล็ก เพื่อให้มีลักษณะคล้ายกระป๋อง หรือตลับหรู ๆ เลือกลายเก๋ ๆ หรือพิมพ์ตัวหนังสือลงไป ก็ช่วยให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อนำมาทำเป็นกล่องสำหรับใส่อาหาร หรือขนมต่าง ๆ ยิ่งจะทำให้ดูน่ารับประทานและน่าซื้อเป็นของขวัญของฝากกันมากขึ้นไปอีก อย่างเช่น กล่องทรงกระบอก ก็เหมาะกับการใส่ของพรีเมียมต่าง ๆ เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนู เสื้อ ผ้าพันคอ เป็นต้น กล่องทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด ก็สามารถนำไปใส่สินค้าได้มากมายหลายแบบ กล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กบุฟองน้ำด้านใน สำหรับใส่แหวน ปากกา พระเครื่อง หรือเหรียญต่าง ๆ กล่องบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นขนม ผลไม้ หรือแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น แก้วน้ำ จาน ชาม ชุดเครื่องแก้ว เบญจรงค์ กล่องแข็งสำหรับบรรจุน้ำหอม สามารถเลือกประเภทและลวดลายให้เหมาะสมกับสิ่งของที่ต้องการบรรจุได้หลากหลาย และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี แต่หากต้องการเพิ่มลูกเล่นความน่าสนใจและความพิเศษมากขึ้น การใช้กล่องรูปทรงหลายเหลี่ยม ก็จะช่วยทำให้บรรจุภัณฑ์มีความน่าสนใจ แปลกตามากขึ้น 2. กล่องพรีเมียมกระดาษไดคัท  การทำ ไดคัท คือการตัดขอบกระดาษตามรูปทรงต่างๆ จะหยักจะโค้งแบบใดก็ได้ งานไดคัทจะเป็นการปั้มกระดาษ ออกเป็นชิ้นงานในรูปแบบต่าง ๆ โดยขึ้นอยู่กับการออกแบบ ใช้ใบมีดดัดโค้งงอเป็นแม่แบบ ( บล็อค ) แล้วจึงทำการปั๊มไดคัทตามรูปแบบนั้น ๆ เช่น ไดคัทรูปดาว ไดคัทรูปหัวใจ งานไดคัทป้ายสินค้า หรือไดคัทการ์ด สติ๊กเกอร์ต่าง ๆ งานกล่องกระดาษ กล่องพรีเมียม งานพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ Packaging ต่าง ๆ  เป็นต้น ซึ่งงานไดคัทต้องใช้ประสบการณ์และความชำนาญในผลิตค่อนข้างมาก กล่องพรีเมียมชนิดนี้ จะเป็นกล่องที่จะมีการเจาะด้านใดด้านหนึ่งเอาไว้ให้เป็นช่องหน้าต่าง แล้วจึงใส่พลาสติกใสเข้าไปแทน เหมาะกับของพรีเมียม สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการโชว์ให้เห็นความสวยงามอยู่ภายในกล่อง เช่นพวกเครื่องแก้ว จานชาม ชุดน้ำชา น้ำหอม ตุ๊กตา เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ของชำร่วย เป็นต้น โดยสามารถเลือกกระดาษ รูปทรง และลวดลายได้ตามที่ต้องการ 3.  กล่องพรีเมียมบุหนังหรือผ้าไหม กล่องพรีเมียมที่บุหนังหรือผ้า ยกตัวอย่างเช่น หนังแท้ หนังเทียม ผ้าไหม ผ้ากำมะหยี่ จะเป็นกล่องที่เหมาะสำหรับใส่สินค้าที่มีมูลค่า หรือต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ดูดี มีมูลค่ามากยิ่งขึ้น เช่น เครื่องเพชร เครื่องประดับต่าง ๆ ปากกา นาฬิกา เครื่องสำอาง แว่นตา กระเป๋าสตางค์ โล่รางวัล เหรียญตราต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนใหญ่มักทำเป็นกล่องมีฝาครอบ หรือกล่องที่มีฝาเปิดปิดได้ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่หรูหรามีมูลค่าให้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ทางเรามีบริการรับผลิตกล่องพรีเมียมแบบต่าง ๆ ตามรูปแบบและความต้องการของลูกค้า ท่านสามารถเลือกแบบกล่องพรีเมียมที่ต้องการเพื่อใส่สินค้า หรือของพรีเมียมต่าง ๆ กับเราได้ทุกแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และตรงกับความต้องการของลูกค้าแน่นอนค่ะ

Read more

กล่องกระดาษเจาะหน้าต่าง

24. กล่องเจาะหน้าต่าง 1

ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกล่องกระดาษนั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด มีการออกแบบให้สวยงามเหมาะสมกับการใช้งานแตกต่างกันออกไป มีการนำเทคนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรูป การพิมพ์ลาย การปั๊ม การเคลือบต่าง ๆ เข้ามาใช้กับการทำบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องกระดาษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ มูลค่า และความสวยงามให้กับบรรจุภัณฑ์กันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำกระดาษชนิดต่าง ๆ มาใช้ในการทำกล่องกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษลูกฟูก กระดาษอาร์ต กระดาษแข็ง เป็นต้น อีกทั้งยังมีการออกแบบให้มีลูกเล่นการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นกล่องแบบมีฝาครอบ กล่องมีฝาปิดเปิดได้ กล่องสไลด์  กล่องเจาะหน้าต่าง กล่องไดคัท ซึ่งกล่องแบบเจาะหน้าต่างนั้น ปัจจุบันนี้นิยมนำมาเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์หลายชนิด ที่ต้องการโชว์ความสวยงามของผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่อยู่ภายใน  ไม่ว่าจะเป็นกล่องเครื่องแก้ว จานชาม ชุดน้ำชา ของพรีเมียมต่าง ๆ  ช็อคโกแลต คุกกี้ ขนมเค้ก ของเล่น เครื่องประดับ ฯลฯ  กล่องกระดาษเจาะหน้าต่าง  คืออะไร? กล่องกระดาษเจาะหน้าต่าง เป็นกล่องที่มีลักษณะพิเศษคือ ด้านใดด้านหนึ่งของกล่อง จะทำการเจาะ หรือไดคัทเป็นช่อง อาจไดคัทเป็นรูปทรงต่าง ๆ เช่น วงรี วงกลม สี่เหลี่ยม รูปหัวใจ รูปดาว รูปดอกไม้ ฯลฯ แล้วทำการใส่พลาสติกใส PVC เข้าไป เพื่อให้สามารถมองเห็นตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ด้านในได้ แต่จะมีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์บางประเภท ที่ต้องการโชว์ให้เห็นตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์รอบด้าน ก็สามารถเจาะหน้าต่างทั้งสี่ด้าน หรือมากกว่านั้นได้ ยกตัวอย่างเช่น โมเดลต่าง ๆ ของเล่น ตุ๊กตา เป็นต้น  กระดาษแบบไหน ใช้ทำกล่องเจาะหน้าต่าง? กระดาษที่นิยมนำมาใช้ทำกล่องเจาะหน้าต่าง ได้แก่  – กระดาษกล่องแข็ง  แบ่งออกเป็น กระดาษกล่องขาวไม่เคลือบ โดยสีขาวของกระดาษจะมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ มีเนื้อหยาบ แต่ราคาถูกกว่า ต้องพิมพ์ด้วยระบบธรรมดา เช่น กล่องใส่รองเท้า กล่องใส่ขนมจัดเบรค เป็นต้น และอีกแบบคือ กระดาษกล่องขาวเคลือบ นิยมใช้ทำบรรจุภัณฑ์เพื่อบรรจุสินค้าอุปโภคและบริโภคกันมาก เนื่องจากสามารถพิมพ์ระบบออฟเซ็ทได้ พิมพ์สอดสีได้หลายสีสวยงาม ทำให้สินค้าที่บรรจุภายในกล่องดูมีมูลค่ามากขึ้น เรียกอีกชื่อว่ากระดาษแข็งเทา – ขาวนั่นเอง ในการทำกล่องบรรจุผลิตกัณฑ์อาหารมักนิยมใช้กระดาษชนิดนี้เพราะหาซื้อง่าย – กระดาษกล่องเคลือบพีอีกระดาษประเภทนี้จะมีการเคลือบสารสีขาว (ดินขาว) หรือวัสดุพิเศษ แล้วผ่านการขัดมันเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ผิวด้านในมีการประกบกับฟิล์ม PE เพื่อให้สามารถกันน้ำหรือไขมันได้ มีคุณสมบัติพิมพ์สอดสีได้สวยงาม นิยมใช้ทำกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารแช่แข็ง หรือขนมขบเคี้ยว เช่น คุกกี้ เป็นต้น – กระดาษกล่องเคลือบผิวอะลูมิเนียม กระดาษประเภทนี้จะมีการเคลือบสารสีขาว (ดินขาว) หรือวัสดุพิเศษ แล้วผ่านการขัดมันเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ มีการประกบพลาสติกที่เคลือบด้วยไออะลูมิเนียม (metallized film) เพื่อให้มันเงาสวยงามเหมาะสำหรับใช้ทำกล่องบรรจุอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูง – กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper)  ลักษณะโดยทั่วไปของกระดาษคราฟท์นั้นจะมีเนื้อหยาบ มีสีน้ำตาลตามสีของเนื้อไม้ที่นำมาทำเยื่อกระดาษ  แต่บางชนิดก็จะมีสีขาว เพราะใช้เยื่อฟอกขาวหรืออาจมีสีอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและความต้องการของตลาด นิยมนำมาทำเป็นกระดาษปิดผิวกระดาษแข็งหรือกระดาษลูกฟูก ปัจจุบันกล่องกระดาษคราฟท์นั้นเป็นที่นิยมมาก เพราะให้สีสันที่ดูเป็นธรรมชาติ เรียบง่าย แต่ก็ดูหรูหรามีสไตล์นั่นเอง – กล่องกระดาษลูกฟูก เป็นกระดาษที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องกระดาษที่ให้คุณลักษณะที่มีความแข็งแรงมาก นิยมใช้ในการขนส่งสินค้า ช่วยป้องกันสินค้าให้ปลอดภัย สามารถออกแบบได้ตามความต้องการ ทั้งขนาด รูปลักษณะ อีกทั้งยังพิมพ์สอดสีได้สวยงาม  โดยในการใช้งานมักจะทำเป็นกล่องกระดาษลูกฟูก  2 ชั้น ,3 ชั้น และ กล่องกระดาษลูกฟูก 5 ชั้น สามารถทำเป็นกล่องไดคัท กล่องเจาะหน้าต่าง และสามารถทำกล่องกระดาษลูกฟูก พิมพ์แบบออฟเซ็ท   เพื่อให้ตัวกล่องมีความแข็งแรงพิเศษและยังได้งานพิมพ์ที่มีความสวยงามอีกด้วย

Read more

กล่องกระดาษสไลด์

26. กล่องกระดาษสไลด์

ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกล่องกระดาษนั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด มีการออกแบบให้สวยงามเหมาะสมกับการใช้งานแตกต่างกันออกไป มีการนำเทคนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรูป การพิมพ์ลาย การปั๊ม การเคลือบต่าง ๆ เข้ามาใช้กับการทำบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องกระดาษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ มูลค่า และความสวยงามให้กับบรรจุภัณฑ์กันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำกระดาษชนิดต่าง ๆ มาใช้ในการทำกล่องกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษลูกฟูก กระดาษอาร์ต กระดาษแข็ง เป็นต้น อีกทั้งยังมีการออกแบบให้มีลูกเล่นการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นกล่องแบบมีฝาครอบ กล่องมีฝาปิดเปิดได้ กล่องไดคัท กล่องสไลด์ ซึ่งกล่องสไลด์นั้น ปัจจุบันนี้นิยมนำมาเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกล่องใส่โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต อุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ ช็อคโกแลต คุกกี้ กล่องของขวัญ ใส่สินค้าพรีเมียม ของเล่น เครื่องประดับ ฯลฯ  กล่องกระดาษสไลด์คืออะไร? กล่องกระดาษสไลด์ มีลักษณะเฉพาะที่พี่เศษไม่เหมือนใครคือ เราสามารถเลื่อน หรือสไลด์สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ด้านใน ให้ออกมาได้ โดยที่ไม่ต้องเปิดฝากล่อง เนื่องจากตัวไส้ในของกล่อง จะแยกคนละส่วนกับกล่องกระดาษที่ใช้ในการห่อหุ้ม หากยังนึกไม่ออก ให้ลองนึกถึงกล่องไม้ขีด ที่เราเลื่อนกล่องเข้าออกได้นั่นเอง ในส่วนของกล่องที่เป็นไส้ใน ส่วนมากจะทำมาจากกระดาษลูกฟูก หรือกระดาษแข็ง อาจบุด้วยผ้า หนัง หรือฟองน้ำเพื่อความสวยงาม และป้องกันการกระแทกให้กับตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์  โดยกล่องที่เป็นไส้ในนี้ ส่วนมากมักจะทำเป็นช่องยุบลงไปให้พอดีกับการใส่ตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ไม่มีฝาปิด ส่วนกล่องที่ทำหน้าที่เป็นฝาปิด จะมีลักษณะเป็นกล่องที่ปิดด้านบนและด้านล่าง ส่วนด้านข้างจะมีด้านที่เปิดเป็นช่องเอาไว้สำหรับสอดกล่องที่เป็นไส้ในใส่เข้าไป อาจเปิดด้านเดียว หรือสองด้านก็ได้ เวลาที่ต้องการเปิดกล่อง ก็ใช้การเลื่อน หรือสไลด์เอากล่องที่เป็นไว้ในออกมา จึงเรียกกันว่ากล่องสไลด์นั่นเอง กระดาษแบบไหน ใช้ทำกล่องสไลด์? กระดาษที่นิยมนำมาใช้ทำกล่องสไลด์ ได้แก่  – กระดาษกล่องแข็ง  แบ่งออกเป็น กระดาษกล่องขาวไม่เคลือบ โดยสีขาวของกระดาษจะมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ มีเนื้อหยาบ แต่ราคาถูกกว่า ต้องพิมพ์ด้วยระบบธรรมดา เช่น กล่องใส่รอง เท้า กล่องใส่ขนมไหว้พระจันทร์ เป็นต้น และอีกแบบคือ กระดาษกล่องขาวเคลือบ นิยมใช้ทำบรรจุภัณฑ์เพื่อบรรจุสินค้าอุปโภคและบริโภคกันมาก เนื่องจากสามารถพิมพ์ระบบออฟเซ็ทได้ พิมพ์สอดสีได้หลายสีสวยงาม ทำให้สินค้าที่บรรจุภายในกล่องดูมีมูลค่ามากขึ้น เรียกอีกชื่อว่ากระดาษแข็งเทา – ขาวนั่นเอง ในการทำกล่องบรรจุผลิตกัณฑ์อาหารมักนิยมใช้กระดาษชนิดนี้เพราะหาซื้อง่าย – กระดาษกล่องเคลือบผิวอะลูมิเนียม กระดาษประเภทนี้จะมีการเคลือบสารสีขาว (ดินขาว) หรือวัสดุพิเศษ แล้วผ่านการขัดมันเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ มีการประกบพลาสติกที่เคลือบด้วยไออะลูมิเนียม (metallized film) เพื่อให้มันเงาสวยงามเหมาะสำหรับใช้ทำกล่องบรรจุอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูง – กระดาษกล่องเคลือบพีอีกระดาษประเภทนี้จะมีการเคลือบสารสีขาว (ดินขาว) หรือวัสดุพิเศษ แล้วผ่านการขัดมันเพื่อให้ผิวหน้าเรียบ ผิวด้านในมีการประกบกับฟิล์ม PE เพื่อให้สามารถกันน้ำหรือไขมันได้ มีคุณสมบัติพิมพ์สอดสีได้สวยงาม นิยมใช้ทำกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารแช่แข็ง หรือขนมขบเคี้ยว เช่น คุกกี้ เป็นต้น – กล่องกระดาษลูกฟูก เป็นกระดาษที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องกระดาษที่ให้คุณลักษณะที่มีความแข็งแรงมาก นิยมใช้ในการขนส่งสินค้า ช่วยป้องกันสินค้าให้ปลอดภัย สามารถออกแบบได้ตามความต้องการ ทั้งขนาด รูปลักษณะ อีกทั้งยังพิมพ์สอดสีได้สวยงาม  โดยในการใช้งานมักจะทำเป็นกล่องกระดาษลูกฟูก  2 ชั้น ,3 ชั้น และ กล่องกระดาษลูกฟูก 5 ชั้น สามารถทำเป็นกล่องไดคัท กล่องสไลด์ และสามารถทำกล่องกระดาษลูกฟูก พิมพ์แบบออฟเซ็ท   เพื่อให้ตัวกล่องมีความแข็งแรงพิเศษและยังได้งานพิมพ์ที่มีความสวยงามอีกด้วย- กระดาษคราฟท์ (Kraft Paper)  ลักษณะโดยทั่วไปของกระดาษคราฟท์นั้นจะมีเนื้อหยาบ มีสีน้ำตาลตามสีของเนื้อไม้ที่นำมาทำเยื่อกระดาษ  แต่บางชนิดก็จะมีสีขาว เพราะใช้เยื่อฟอกขาวหรืออาจมีสีอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและความต้องการของตลาด นิยมนำมาทำเป็นกระดาษปิดผิวกระดาษแข็งหรือกระดาษลูกฟูก ปัจจุบันกล่องกระดาษคราฟท์นั้นเป็นที่นิยมมาก เพราะให้สีสันที่ดูเป็นธรรมชาติ เรียบง่าย แต่ก็ดูหรูหรามีสไตล์นั่นเอง

Read more

ขั้นตอนการทำกล่องกระดาษ สำหรับบรรจุภัณฑ์

23. กล่องกระดาษ สำหรับบรรจุภัณฑ์

กล่องกระดาษ นับได้ว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากทุกวงการสินค้า เพราะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ สามารถผลิตได้ง่าย มีคุณสมบัติที่แข็งแรงทนทาน อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตร และกระดาษยังสามารถนำมารีไซเคิลใหม่ได้ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษ นอกจากจะให้ความสวยงามและเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าได้มากกว่า บรรจุภัณฑ์แบบอื่นแล้ว ยังสามารถออกแบบประยุกต์ใช้ได้หลากหลายไม่รู้จับ นับเป็นข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าบรรจุภัณฑ์แบบอื่น • กรรมวิธีการผลิตกล่องกระดาษทั่วไป  เมื่อได้เยื่อกระดาษออกมาแล้ว เยื่อกระดาษจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการขึ้นรูปเป็นแผ่นตามขนาดและความหนาที่ต้องการ จากนั้นก็จะเข้าสู่ขึ้นตอนการเอาน้ำออกให้กระดาษแห้ง โดยทั่วไปจะให้เหลือความชื้นไม่เกิน 10% เมื่อได้กระดาษเป็นแผ่นออกมาแล้ว ก็จะถูกกรอเก็บเป็นม้วนเพื่อนำไปสู่ขึ้นตอนการออกแบบและขึ้นรูปต่อไป • วิธีการผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก สำหรับวิธีการผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก หรือที่บางคนเรียกว่า กล่องกระดาษคราฟ นั้น จะมีความแตกต่างกัน โดยม้วนกระดาษคราฟสีน้ำตาล ขนาดใหญ่ จะถูกแยกออกเป็น 2 แบบ คือส่วนที่ทำเป็นลอนลูกฟูก และ ส่วนที่เป็นกระดาษผิวเรียบด้านนอก  ส่วนที่ทำเป็นลอนจะนำกระดาษเข้าเครื่องทำลอน ซึ่งจะมีลูกกลิ้งขนาดใหญ่ลักษณะเป็นลูกคลื่นถี่ๆ จนได้กระดาษที่มีลักษณะเป็นลอน ในขั้นตอนนี้จะทาด้วยกาวที่ทำจากแป้งข้าวโพด ให้ลอนยึดติดกับแผ่นกระดาษที่เรียบในทันทีโดยกระกบทั้งบนและล่างของลอน ก็จะได้กระดาษลังเป็นแผ่นที่เราเห็นทั่วไป จากนั้นกระดาษลังลูกฟูกที่ได้ จะถูกส่งเข้าเครื่องตัด และพิมพ์ลาย และเข้าเครื่องทำรอยสำหรับพับ หรืออื่นๆ เพื่อให้ได้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสวยงามต่อไป  • ประเภทของกล่องกระดาษ 1. กล่องแบบลวดเย็บ  การเย็นกล่องด้วยลวดเย็บ มักใช้กับกล่องขนาดใหญ่ ที่ใช้บรรจุสินค้าที่มีน้ำหนักมาก หรืออาจเป็นกล่องที่มีรอยต่อค่อนข้างยาว ทำให้การทากาวเพื่อประกอบกล่องเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทนทานพอ กระบวนการผลิตเสร็จสิ้น ทางโรงงานจะนำไปทำการตอกที่เครื่องตอกเพื่อเย็บลวดเป็นขั้นตอนสุดท้าย 2. กล่องแบบติดกาว เป็นกล่องที่ผลิตได้รวดเร็ว และใช้กับสินค้าทั่วๆไป กระบวนการผลิตจะใช้เครื่องจักรในการผลิตแทบทั้งหมด ในการผลิตกล่องชนิดนี้ ที่แผ่นลูกฟูกจะมีการพิมพ์ทำเส้นพับ และมีการเซาะร่องเช่นเดียวกับกระบวนการของ Printer Slotter จากนั้น จะทำการทากาว และพับประกบรอยต่อด้านที่ 1 และ 4 เข้าด้วยกันเป็นกล่อง  3. กล่องไดคัท  เป็นกล่องที่มีรูปแบบแตกต่างออกไป จาก 2 แบบแรก เป็นการออกแบบเพื่อความสวยงาม เช่น กล่องรูปเหลี่ยม สามเหลี่ยมหลากรูปทรง หรือเพื่อความสะดวกและความสวยงามในการใช้งานเช่น กล่องขัดล็อค กล่องหูหิ้ว การผลิตกล่องชนิดนี้ จะมีการทำเพลทตัดกระดาษโดยวาดรูปแบบกล่องลงบนไม้อัดแล้วทำการเลื่อยและฝังใบมีดเป็นรูปแบบตามที่ต้องการ เพลทนี้จะถูกนำเข้าเครื่องเพื่อทำตัดกระดาษตามเพลทที่วางไว้ กล่องบางประเภทจะมีการนำไปเชื่อมรอยต่อโดยการใช้กาวทาหรือเย็บด้วยลวดก็มี กล่องไดคัทเป็นที่นิยมมากที่สุดในโรงพิมพ์กล่อง โดยมักผลิตเป็นกล่อง กล่องอาหารเสริม , กล่องครีม, กล่องสบู่, กล่องอาหาร , กล่องกระดาษคราฟ , กล่องปั๊มนูน , กล่องปั๊มเคทอง เป็นต้น

Read more

กล่องกระดาษคราฟ สารพัดประโยชน์

22. กล่องกระดาษคราฟ สารพัดประโยชน์

ถ้าพูดถึงกระดาษคราฟ หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่อีกหลายคนจะร้องอ๋อ และนึกถึงกระดาษเหนียวสีน้ำตาลที่ใช้ห่อพัสดุต่างๆ กระดาษคราฟ (Kraft Paper) คือ กระดาษที่ผลิตจากเยื่อเคมีที่ได้จากกระบวนการคราฟ เป็นการใช้เทคโนโลยีในการแปลงสภาพจาก เนื้อไม้เป็นเยื่อกระดาษไม้ โดยใช้สารเคมีและความร้อนในการแยกเยื่อและขจัดลิกนิน เยื่อกระดาษที่ได้จากกระบวนการคราฟนี้ จะมีความแข็งแรงหรือเหนียวกว่ากระดาษชนิดอื่น โดยปกติกระดาษคราฟจะมีสีน้ำตาล ตามสีของเนื้อไม้ที่นำมาผลิต แต่สามารถนำมาฟอกสีให้มีเนื้อสีขาวได้ กระดาษคราฟเป็นกระดาษที่มีความเหนียวและแข็งแรงกว่ากระดาษธรรมดา สามารถทนต่อแรงเสียดสี การฉีก การทิ่มแทง และกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง โดยกระดาษมีความหนา พื้นผิวมีความเรียบสม่ำเสมอ ติดกาวได้ดีและเหมาะสำหรับการพิมพ์ จากคุณสมบัติเหล่านี้ จึงมักใช้กระดาษคราฟเป็นส่วนนอกของกล่องกระดาษลูกฟูก หรือ ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์และภาชนะหีบห่อต่างๆ นอกจากนี้ยังสามารถนำกลับมาหมุนเวียน รีไซเคิล เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษได้อีก ช่วยลดปัญหามลพิษด้านสภาวะแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ดังนั้นกระดาษคราฟจึงเป็นวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้กันมากในวงการอุตสาหกรรมกระดาษ ชนิดของกระดาษคราฟ  ชนิดของกระดาษคราฟมักแยกตามรูปแบบสีซึ่งโดยทั่วไปมีสีพื้นฐานที่สีน้ำตาลเป็นหลักและแบ่งเป็นโทนสี โดยในเมืองไทยมักเป็นสีต่าง ๆที่เป็นหลัก ๆอยู่คือ KT – สีน้ำตาล , KP – สีน้ำตาล , KI – สีน้ำตาลอ่อน ,  KA – สีน้ำตาลทอง หรือ เหลืองทอง , KS – สีขาว ซึ่งส่วนใหญ่ของเกรดกระดาษนี้มักนำไปทำผิวกล่อง ส่วนชนิดของกล่องกระดาษคราฟ เนื่องจากมีการใช้งานที่หลากหลาย กล่องจึงมีมากมายหลายแบบ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ที่จะเลือกใช้ให้ตรงกับสินค้าที่ต้องการบรรจุ หรือบางรายก็อาจสั่งผลิตสำหรับธุรกิจของตัวเองเป็นครั้ง ๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงมากเนื่องจากต้นทุนที่ต่ำจึงนิยมใช้กันมาก   KT   กระดาษคราฟสีน้ำตาล สำหรับทำผิวกล่อง  ผลิตจากเยื่อ Recycled 100% เพื่อส่งเสริมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแต่ยังคงความสวยงามและความแข็งแกร่ง มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการวางเรียงซ้อน เหมาะกับสินค้าส่งออกที่ระบุให้ใช้กล่องที่ทำจากเยื่อ Recycled ทั้งหมด KP   กระดาษคราฟสีน้ำตาล สำหรับทำผิวกล่อง  มีโทนสีใกล้เคียงกับกระดาษต่างประเทศเป็นที่ยอมรับกันในสากล เหมาะกับการใช้ผลิตกล่องสำหรับสินค้าส่งออกทุกชนิด KI   กระดาษคราฟสีน้ำตาลอ่อน สำหรับทำผิวกล่อง  สีอ่อนสบายตา เหมาะกับงานพิมพ์ภาพหรือตัวหนังสือ ให้มีสีสวยงามด้านการพิมพ์เป็นรองเพียงกระดาษ KS เท่านั้นนิยมใช้กับสินค้าที่ไม่ต้องการความแข็งแรงมากเท่า KA เหมาะกับกล่องสินค้าทั่วไปเช่น กล่องอาหารสำเร็จรูป กล่องเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการพิมพ์เป็นภาพสี เป็นต้น KA   กระดาษคราฟสีน้ำตาลทอง หรือ เหลืองทอง สำหรับทำผิวกล่อง  มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ สามารถรองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม และเป็นสีที่นิยมใช้กันมากในประเทศเหมาะสำหรับ สินค้าอะไหล่ยนต์ อาหารกระป๋องกล่องเฟอร์นิเจอร์ ที่ต้องการความมั่นใจในเรื่องความแข็งแรงทุกรูปแบบ ทั้งการเรียงซ้อน และ การป้องกันการกระแทก KS   กระดาษคราฟสีขาว สำหรับทำผิวกล่อง  มีความเรียบ สะอาด เหมาะสำหรับกล่องที่เน้นความสวยงามและ ช่วยให้การพิมพ์ที่มีสีสันชัดเจน ดูโดดเด่น เพิ่มคุณค่าให้สินค้าที่บรรจุภายใน นอกจากนี้ กระดาษ KS ยังมีความแข็งแรงสูง สามารถปกป้องสินค้าได้ดี นิยมใช้สำหรับ กล่องเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเพื่อการส่งออก และ กล่องอุปโภคบริโภค ที่ต้องการบ่งบอกถึงความมีระดับของสินค้า เป็นต้น CA   กระดาษคราฟ สำหรับทำลอนลูกฟูก มีคุณสมบัติความแข็งแรงในการป้องกันแรงกระแทกสำหรับทำลอนลูกฟูกขนาดต่างๆได้ทุกลอนให้ได้คุณภาพสูงความแข็งแรงสัมพันธ์กับน้ำหนักมาตรฐานของกระดาษ นอกจากนี้ กระดาษ CA ยังนิยมนำมาใช้ทำเป็นกระดาษทำผิวกล่องด้านหลังเพื่อลดต้นทุนอีกด้วย

Read more

กล่องบรรจุภัณฑ์ จากกระดาษ

21. กล่องบรรจุภัณฑ์ จากกระดาษ

กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาจากวัสดุจากธรรมชาติ ปัจจุบันสามารถผลิตได้จากกระดาษรีไซเคิล เป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกระบวนการทำลายขยะเหล่านี้ และด้วยคุณสมบัติของกระดาษที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงและทนทาน มีราคาถูก อีกทั้งยังสามารถออกแบบตกแต่งลักษณะและลวดลายได้หลากหลายตามความต้องการ เพื่อดึงดูดใจผู้พบเห็น ทำให้กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษจึงได้รับความนิยมแพร่หลาย โดยมักทำขึ้นเพื่อใช้บรรจุผลิตภัฑณ์หรือสินค้าต่างๆ อย่างแพร่หลาย  ทุกวันนี้กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษถูกพัฒนาศักยภาพให้เป็นได้มากกว่าแค่ใช้บรรจุสินค้า ให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในการตกแต่งบ้านเรือน ร้านค้า สำนักงาน ต่างๆ โดยวัตถุประสงค์หลักคือการจัดเก็บอุปกรณ์ เอกสาร เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ให้เป็นหมวดหมู่ และวัตถุประสงค์รองคือใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสวยงามและอาจเพิ่มเติมฟังค์ชั่นการใช้งานโดยการเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อกระดาษ ให้สามารถรับแรงและน้ำหนักได้มากขึ้น เน้นการออกแบบตกแต่งออกแบบให้ประกอบ จัดเก็บ และเคลื่อนย้ายได้ง่าย จึงถูกพัฒนาไปเป็นกล่องกระดาษเก็บของที่สามารถใช้เป็น ชั้นวางของ โต๊ะหรือ เก้าอี้ได้อย่างลงตัวและสวยงาม  ชนิดของกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษ  โดยทั่วไป กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษ จะผลิตมากจากกระดาษ 2 ชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกัน คือ กระดาษลูกฟูกบุด้วยกระดาษคราฟ และ กระดาษแข็ง  1.กล่องกระดาษลูกฟูก กล่องเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการประยุกต์ใช้ที่แตกต่างกันในอุตสาหกรรม เช่น อาหาร, ยา, เครื่องสำอาง, เสื้อผ้าและอื่น ๆ อีกมากมาย พิมพ์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเหล่านี้ค่าใช้จ่ายในกล่อง มีอยู่ในมากมายเหลือเฟือของการออกแบบรูปทรงและขนาด เรายังมีการปรับแต่งตามข้อกำหนดที่วางไว้โดยลูกค้า  2.กล่องกระดาษแข็ง กล่องกระดาษแข็ง เป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ชนิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย อาทิเช่น กล่องอาหารเสริม , กล่องครีม , กล่องสบู่ , กล่องอาหาร , กล่องของขวัญ เป็นต้น ซึ่งกล่องเหล่านี้จะทำจากกระดาษแข็งเกรดสูง ที่มีคุณภาพดีที่สุด กระดาษแข็งเหล่านี้จะนิยมอย่างกว้างขวาง เพราะนอกจากจะทนทานแล้วยังสามารถออกแบบเพื่อเพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพในการเป็นหีบห่อที่ดีขึ้น  ปรับเปลี่ยนคุณลักษณะต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเจ้าของสินค้าและผู้บริโภคได้โดยง่ายดาย ในกระบวนการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษทั่วไป จะไม่แตกต่างในเรื่องของวัตถุดิบและกรรมวิธีที่ใช้ แต่จะแตกต่างกันในเรื่องของกระบวนการของการขึ้นรูปและการนำไปใช้มากกว่า ซึ่งอาจมีการเพิ่มเติมคุณสมบัติพิเศษเข้าไปกับเยื่อกระดาษเพื่อให้มีความแข็งแรง ทนทาน และออกแบบให้มีหลายรูปทรงตามความต้องการ  ซึ่งจะเป็นแนวคิดส่วนสำคัญในการเริ่มต้นออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด เช่น การเพิ่มการเคลือบผิวของผลิตภัณฑ์ด้วยชั้นลามิเนต เพื่อให้เงางามและกันน้ำได้ดี , การปั๊มนูน ของ กล่องปั๊มนูน ที่เพิ่มผิวสัมผัส และความทันสมัย, การปั๊มเคทอง ใน กล่องปั๊มเคทอง เพิ่มสีสัน และความหรูหราให้กับกล่องผลิตภัณฑ์ หรือการออกแบบให้ใช้กระดาษคราฟซ้อนทับกันหลายชั้น เพิ่มความแข็งแรงและขึ้นรูปทรงที่สามารถรับน้ำหนักได้ดี เพื่อผลิตออกมาเป็นถังกระดาษสำหรับใส่ของหรือสินค้า นิยมใช้ในกับสินค้าหลายประเภทในวงการอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก และล่าสุด กล่องกระดาษคราฟได้ถูกใช้เป็นวัสดุผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่นิยมทั้งจากผู้ซื้อและนักออกแบบทั่วโลก

Read more

กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง เบา ถึก ทน ถูก

20. กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง เบา ถึก ทน ถูก

กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง  เป็นกล่องบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายข้อ ได้แก่ มีน้ำหนักเบา แข็งแรง ทนทาน และสามารถออกแบบพิมพ์ลวดลายต่างๆ เพื่อตกแต่งได้ง่าย อีกทั้งยังมีราคาถูก ทำให้ กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด หากจะแบ่งประเภทตามลักษณะพื้นผิวและการพิมพ์ เราจะแบ่งออกเป็น สองประเภท คือ แบบเคลือบ และ แบบไม่เคลือบ   กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง – แบบไม่เคลือบ  จะมีเนื้อค่อนข้างหยาบ และมีสีไม่สม่ำเสมอเท่าไหร่นัก ราคาจึงถูกกว่าแบบเคลือบ ลักษณะการพิมพ์เพื่อทำลวดลาย โรงพิมพ์กล่องจะต้องพิมพ์ด้วยระบบธรรมดา เช่น กล่องใส่ขนมตามร้านเค้กทั่วไป กล่องใส่รองเท้า เป็นต้น  กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง – แบบเคลือบ  มักนิยมใช้ในการบรรจุสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ต้องการความสวยงาม อาทิ กล่องอาหารเสริม , กล่องครีม , กล่องสบู่ , กล่องอาหาร เป็นต้น โดยโรงพิมพ์กล่อง สามารถพิมพ์ลวดลายด้วยระบบออฟเซ็ท ทำให้ กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง แบบเคลือบมีสีสันและลวดลายที่คมชัด ให้มีความสวยงามมากกว่า เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าที่บรรจุภายใน นอกจากนี้เรายังสามารถแบ่งประเภท กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง ได้ตามลักษะการขึ้นรูปกล่อง คือ  กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง – แบบพับ  กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง แบบพับได้ เป็นกล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง ที่สามารถจับประกอบหรือพับเก็บได้ง่าย โดยโรงพิมพ์กล่องจะพิมพ์ในลักษณะเป็นแผ่น แล้วจึงนำมาไดคัท ตัดตามรูปแบบที่ออกแบบไว้ ทำเป็นลิ้นสอดพับเพื่อประกอบ หรือเว้นพื้นที่ในการทากาวสำหรับประกอบซึ่งให้ความแข็งแรงขึ้นอีกระดับหนึ่ง เมื่อถึงโรงงานที่บรรจุค่อยทากาวในจุดที่กำหนดเพื่อประกอบและเตรียมพร้อมสำหรับการบรรจุผลิตภัณฑ์หรือสินค้า เมื่อบรรจุสินค้าเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ปิดฝากล่องได้ทันที  แม้จะไม่โดดเด่นเรื่องความแข็งแรงทนทาน และการรับน้ำหนักได้เท่ากับ กล่องบรรจะภัณฑ์กระดาษแข็งแบบคงรูป แต่ก็มีข้อดีที่ทดแทนได้ของกล่องบรรจุภัณฑ์ ประเภทนี้ คือช่วยลดต้นทุนในการขนส่งให้กับลูกค้าได้ เพราะเป็นการเรียงวางในแนวราบ ทำให้ใช้พื้นที่น้อยลดต้นทนได้มากขึ้นหลายเท่าตัว กล่องที่นิยมใช้กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง – แบบพับ ได้แก่ กล่องอาหารเสริม , กล่องครีม , กล่องสบู่ , กล่องอาหาร , กล่องไปรษณีย์ เป็นต้น  กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง – แบบคงรูป เป็นกล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็งที่ขึ้นรูปเป็นกล่องเรียบร้อยแล้ว เช่น กล่องใส่รองเท้าแบบมีฝาครอบ , กล่องของขวัญบางประเภท เป็นต้น  กระบวนการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์แบบนี้จะใช้ระยะเวลาค่อนข้างมากกว่ากล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็งแบบพับได้และมีราคาต่อหน่วยที่สูงกว่า อีกทั้งยังมีใช้จ่ายในการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยใช้พื้นที่ในการจัดวางที่เยอะกว่ากล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็งแบบพับ แต่ข้อดีของ กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง แบบนี้คือ มีอายุการใช้งานนาน ด้วยรูปทรงที่ดูแข็งแรง จะช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าภายในได้มาก ช่วยดึงดูดใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และยังมีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่ากล่องบรรจุภัณฑ์แบบพับ อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษแข็ง จะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมบกับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ โดยพิจารณาจาก ความต้องการการปกป้องของสินค้า การจัดเรียงสินค้า ณ จุดขาย  พื้นที่ในการจัดเก็บและขนส่งกล่องบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะส่งผลถึงต้นทุนในการผลิตกล่องได้ ซึ่งเราสามารถของคำปรึกษาได้จากโรงพิมพ์ออนไลน์ หรือ โรงพิมพ์กล่อง ที่เราเลือกใช้บริการ

Read more

หัวใจ 5 ข้อ หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดี

16. หัวใจ 5 ข้อ หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดี

ในยุคที่ท้องตลาดมีสินค้าประเภทเดียวกัน แบบเดียวกัน ประโยชน์ใช้สอยเหมือนกัน เรียงรายอยู่เต็มชั้นวางสินค้า ผู้ผลิตหรือ เจ้าของสินค้าหลายคน เลือกที่จะออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม หรือหลักการใดๆ ทำให้พลาดโอกาสที่จะชูจุดเด่นของสินค้า หรือสร้างความแตกต่างจากสินค้าตัวอื่นที่วางอยู่ใกล้เคียงกันไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์จำพวก กล่องอาหารเสริม , กล่องครีม, กล่องสบู่, กล่องเครื่องสำอาง, กล่องอาหาร, ซองกาแฟ ซึ่งใช้บรรจุสินค้าซึ่งมีคู่แข่งเกลื่อนตลาด ดังนั้นแค่ความโดดเด่นแตกต่างคงไม่เพียงพอสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าเหล่านี้ หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีต้องคำนึงถึง “หัวใจ 5 ข้อ ของบรรจุภัณฑ์”           หัวใจ 5 ข้อ ของบรรจุภัณฑ์ คืออะไร?           หัวใจ 5 ข้อ ของบรรจุภัณฑ์ คือ หัวใจหลักของการเป็นบรรจุภัณฑ์ ที่หมายถึงการทำหน้าที่ของการดูแล เก็บรักษาคุณภาพของสินค้าให้คงอยู่และมีอายุการเก็บรักษาให้ยาวนานที่สุด และง่ายต่อการขนส่ง ซึ่งเจ้าของสินค้าส่วนใหญ่กลับมุ่งเน้นไปความโดดเด่นแตกต่างจากสินค้าประเภทเดียวกันบนชั้นวาง  ท้ายที่สุดก็หลงลืมหัวใจ 5 ข้อ ของบรรจุภัณฑ์ไปเสียสนิท และส่งผลให้เกิดความเสียหายต่างๆ ต่อสินค้า และความรู้สึกไม่ประทับใจ ไปจนถึงรู้สึกติดลบต่อตัวสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์            ดังนั้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ควรคำนึงถึงหน้าที่เหล่านี้เป็นอย่างแรก 1. การปกป้องสินค้า            บรรจุภัณฑ์มีหน้าที่ป้องกันสินค้า ไม่ให้แตกบุบ รั่ว ซึม เสียหาย การที่พยายามออกแบบรูปทรงบรรจุภัณฑ์ให้ดูแปลกตา แต่กลับต้องสูญเสียความสามารถในการป้องกันรักษาสินค้าไปไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะนอกจากจะทำให้สินค้ามีโอกาสเสียหายก่อนไปถึงมือผู้บริโภคสร้างความไม่ประทับใจ จนไม่อยากซื้อสินค้า ทำให้สูญเสียโอกาสในการขายสินค้า และสูญเสียสินค้าที่ควรขายได้ไปอย่างน่าเสียดาย 2. การเก็บรักษาคุณภาพของสินค้า            การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ควรคำนึงถึงวิธีการรักษาคุณภาพของสินค้าเป็นอันดับแรกๆ ยกตัวอย่างเช่น กล่องครีม กล่องเครื่องสำอาง กล่องอาหารเสริม ที่ควรเก็บให้พ้นแสง มีเจ้าของสินค้าบางราย พยายามสร้างความโดดเด่นให้แก่บรรจุภัณฑ์ด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใส  หรือมีช่องใส ซึ่งหากสินค้าที่อยู่ภายในโดนแสงภายนอกบรรจุภัณฑ์ จะทำให้สินค้าภายในเกิดการเสื่อมสภาพ คุณภาพของสินค้าเปลี่ยนแปลงไป            หรือสินค้าที่ต้องเก็บในที่แห้งสนิท แต่กลับเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถป้องกันสินค้าจากความชื้นได้ ทำให้สินค้าเสื่อมคุณภาพลง เมื่อผู้บริโภคแกหีบห่อบรรจุภัณฑ์ออกมา ก็จะพบสินค้าที่เสื่อมคุณภาพ หรือขึ้นรา สร้างความผิดหวัง และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสินค้าในระยะยาว 3. ช่วยยืดอายุสินค้า            ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตบรรจุภัณฑ์ ได้พัฒนาขึ้นมากจนมีวิธีการและบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ช่วยยืดอายุสินค้า ให้ยาวนานขึ้น อาทิ ซองกาแฟ, ซองฟอย (ผลิตจากอลูมิเนียมฟอย) มีคุณสมบัติช่วยยืดอายุสินค้าให้มีอายุยืนยาวจนไปถึงมือผู้บริโภคที่อยู่ห่างไกลได้ หรือเทคนิคการบรรจุแบบสุญญากาศ ก็ช่วยยืดอายุสินค้าประเภทที่เน่าเสียง่ายให้มีอายุได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม 4. ความสะดวกในการใช้งาน           การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถเปิดใช้งานได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหีบห่อ หรือถ่ายลงภาชนะอื่นก่อนบริโภค กำลังเป็นเทรนด์นิยม เนื่องจากสะดวกในการใช้งานแล้ว ยังช่วยลดการเกิดขยะ และตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีชีวิตเร่งรีบได้เป็นอย่างดี            ยกตัวอย่างเช่น ซองก้นต้นติดซิป ซึ่งบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความสะดวกในการใช้งานข้อนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อผู้บริโภคเปิดซองก้นตันติดซิปเพื่อหยิบหรือเทสินค้าที่บรรจุอยู่ออกมา หากไม่นำออกมาทั้งหมดหรือไม่สะดวกที่จะเปลี่ยนถ่ายภาชนะก็สามารถปิดปากถุงด้วยการปิดซิป เพียงเท่านี้สินค้าก็จะไม่หลุดไหลเทออกมา และยังประหยัดเวลาในการอุปกรณ์ที่ใช้ในการปิดปากถุงอีกด้วย           หรือการออกแบบกล่องอาหาร ที่สามารถฉีกออกเป็นจาน หรือใช้แบ่งอาหารได้ อาทิ กล่องเค้ก กล่องพิซซ่า ที่มีการออกแบบให้สามารถฉีกกล่องออกเป็นจานรอง 5. คำนึงถึงการขนส่ง           การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถจัดวางได้สะดวก มีน้ำหนักเบา จะช่วยให้ขนส่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประหยัดพื้น ประหยัดแรงงาน และที่สำคัญประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ลดต้นทุนได้อีกมากโข อีกทั้งการออกแบบที่คำนึงถึงวิธีการขนส่ง ยังช่วยป้องกันสินค้าไม่ให้เสียหาย ง่ายต่อการจัดเรียงสินค้าในการขนส่ง

Read more
Send this to a friend