ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief

Design Brief

ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief

ทำไมถึงต้องใส่ใจ Design Brief หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมพวกนักออกแบบถึงต้องใส่ใจกับข้อมูล Design Brief ขนาดนั้นทำไมต้องให้ลูกค้ามานั่งเอกสารเยอะแยะมากมาย ทำไมแค่ฟังการเล่าจากปากลูกค้าเพียงอย่างเดียวถึงไม่พอ ก็นักออกแบบมีหน้าที่คิดอย่างเดียวไม่ใช่หรอ จะดีไซน์แบบไหนก็ลองทำออกมาสิไม่เห็นจะต้องใช้ข้อมูลมากมายขนาดนั้นเลย
หลายคนที่ไม่เข้าใจขั้นตอนในการทำออกแบบมักจะเกิดข้อสงสัยแบบผิดๆอยู่เสมอ ซึ่งจริงๆแล้วคุณลองถามตัวเองดูสิว่าก่อนที่คุณจะมาให้นักออกแบบพวกนั้นเค้าออกแบบสินค้าให้กับคุณหรือออกแบบใดๆก็ตาม คุณได้คิดหรือยังว่าคุณอยากให้ออกมาเป็นแบบไหน หลายคนอาจจะมีแนวทางการออกแบบในใจ หรือมีดีไซน์ที่อยากจะให้สินค้าของเราออกมาในรูปแบบนี้อยู่แล้ว แต่บางคนก็ไม่มี ดีไซน์ในใจเลยเสียด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้นเราจะขอแบ่งเป็นสองกรณี กรณีที่หนึ่ง ลูกค้ามีแบบในใจอยู่แล้ว Design Brief ยิ้มนั้นสำคัญเป็นอย่างมากเพราะนอกจากจะช่วยให้ให้นักออกแบบ เข้าใจตรงกับคุณแล้ว ยังทำให้การออกแบบมานั้นมีความรวดเร็วและตรงกับความต้องการของคุณเป็นอย่างมาก ในกรณีที่สองที่ลูกค้าไม่มีดีไซน์ในใจเลยถ้าเป็นแบบนี้ Design Brief ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้นักออกแบบสามารถช่วยคุณได้ทิศทางในการออกแบบนั้นจะเป็นแบบไหนและนักออกแบบจะสามารถนำเสนอในสิ่งที่ตรงกับสินค้าของคุณได้เป็นอย่างดี และหากใครที่กำลังสงสัยว่า Design Brief นั้นมีรายละเอียดสำคัญๆอะไรบ้าง วันนี้เราจะขอสรุปออกมาให้ได้เข้าใจกับ Design Brief มากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ต้องมี  Design Brief …

  1. อธิบายเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ ลงไปใน Design Brief ซึ่งในข้อนี้คงจะไม่มีใครรู้ดีกว่าคนอย่างแน่นอน มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดนี่คือสิ่งจำเป็นที่ครูจะต้องอธิบายอย่างคร่าวๆลงไปใน Design bief เพื่อให้เข้าใจในเบื้องต้นเกี่ยวกับสินค้าของคุณ ว่ามันคืออะไร ขายอะไร คู่แข่งของคุณมีใครบ้าง คู่แข่งของคุณมีการออกแบบสไตล์ไหนเพื่อที่นักออกแบบจะได้หาข้อมูลเพื่อมาทำงานต่อและจะต้องหาทางออกแบบเพื่อไม่ให้ตรงกับคู่แข่งของคุณอย่างแน่นอน

2.กลุ่มเป้า สามารถบอกลุ่มหมายได้ เช่น คุณทำสินค้าของคุณออกมานั้นเหมาะกับเป้าหมายกลุ่มไหน เช่น กลุ่มคนวัยทำงานกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยสูงอายุ เพื่อจะให้งานออกแบบนั้นตรง กับความชอบของคุณ และถือว่าเป็นการกำหนดจุดมุ่งหมายของ แบรนด์ออกแบบมา ว่าอยากให้มีลักษณะแบบไหนเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด

  1. Mood & Tone คือคุณต้องคิดแบบสีและอารมณ์ของแบรนด์ เพื่อให้สะท้อนตัวตนของแบรนด์ เลือกสีหลัก และ อารมณ์ที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกเมื่อเห็นแบรนด์ของคุณ
  2. concept บอกให้ได้ว่าต้องการให้สินค้าของคุณออกแบบมาสไตล์ไหน เช่น ต้องการความโมเดิร์น แนวมินิมอลล์แนวน่ารัก แนวการ์ตูน แนววินเทจ หรือแนวธรรมชาติ นี่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องคิด concept ของมันออกมาก่อนเพื่อที่จะให้เกิดความต่างจากคู่แข่งในตลาด
  3. ตัวอย่างงานที่ชอบ เช่น รูปถ่าย รูปวาด รูปสเก็ต โยงเส้น หรือหารูปในอินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นการอธิบายให้เห็นภาพ สี เห็นอารมณ์มากขึ้น