จ้างทำเว็บไซต์ ต้องรู้อะไรบ้าง? สำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลย

จ้างออกแบบเว็บไซต์ ต้องรู้อะไรบ้าง?

จ้างทำเว็บไซต์ ต้องรู้อะไรบ้าง? สำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลย

จ้างทำเว็บไซต์ ต้องรู้อะไรบ้าง? สำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลย “ก็ไม่รู้อะไรเลยไง ถึงต้องจ้าง” คำตอบนี้ฟังดูยียวนกวนประสาทไม่น้อย สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หรือได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้ไปว่าจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ บางคนคิดง่ายๆ แค่มีเงินเอาไปจ้างเขาทำก็จบแล้ว แต่ถ้างานออกมาไม่ดี ทำเสร็จแล้วใครจะดูแลต่อ ในเว็บไซต์ต้องมีเมนูอะไรบ้าง เว็บไซต์ของเราจะขึ้นแท่นการค้นหาอันดับต้นๆ หรือไม่ โดยทั่วไปเขาใช้เงินกันเท่าไหร่ จะลงทุนเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ทั้งที อย่าให้สูญเงินเปล่าเลย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวและเจ็บใจ เรามีคำแนะนำเบื้องต้นให้นำไปพิจารณา

ก่อนอื่นเราต้องตอบโจทย์ตัวเองให้ได้ก่อนว่า จะทำเว็บไซต์เพื่อวัตถุประสงค์ใด โดยส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เว็บไซต์สำหรับบริษัท องค์กร ที่ต้องการบอกกล่าวข้อมูล หรือประชาสัมพันธ์ภารกิจของหน่วยงาน และเว็บไซต์อีกประเภทคือ เว็บไซต์เพื่อการค้าขาย (Ecommerce) แต่ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน สิ่งที่ผู้ว่าจ้างทำเว็บไซต์ต้องคำนึง คือ

จ้างทำเว็บไซต์ ต้องรู้อะไรบ้าง ? สำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลย
Cr.ENSblog

          

1.Domain Name หรือ ชื่อของเว็บไซด์ เช่น graphicbuffer.co.th, vege-diva.com เป็นต้น Domain Name จะมีค่าบริการเรียกเก็บเงิน ราคาอยู่ประมาณ 500 บาท/ปี ซึ่งในบางบริษัทรับจัดทำเว็บไซด์อาจทำโปรโมชั่นให้ฟรีในปีแรก

2.SSL หรือใบรับรองความปลอดภัยของเว็บไซต์ ซึ่งจะมีค่าบริการ

3.Hosting หรือพื้นที่จัดเก็บเว็บไซต์ ต้องสำรวจดูเว็บไซต์ของเราว่า มีความจำเป็นต้องใส่ข้อมูลจำนวนมากขนาดไหน หรือนำเสนอภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูงหรือไม่ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าบริษัทที่เราใช้บริการจะไม่ทำเว็บไซต์เราล่ม ทั้งนี้ ทั้งนั้นต้องสอบถามจากบริษัทที่เรากำลังจะว่าจ้างให้พัฒนาเว็บไซต์ อาจจะเป็นการยากที่จะได้คำตอบอย่างแน่ชัด แต่อย่างน้อยก็ให้การเจรจาระหว่างเรา กับผู้พัฒนาทำเว็บไซต์ทราบว่า เราเองก็มีความรู้ อย่าได้คิดมาหลอกกันง่ายๆ

4.SEO เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา การทำ SEO ถือเป็นหนึ่งในเทคนิคที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บชั้นนำ มิใช่เสียเงินจ้างทำเว็บไซต์ แต่เมื่อค้นหาด้วย Google กลับไปอยู่หน้าที่ 4, 5 หรือ 6 ถามตัวคุณเอง แค่หน้าแรกเว็บไซต์ท้ายๆ คุณก็ไม่อยากคลิกเข้าไปดูแล้ว ดังนั้นการทำ SEO จะช่วยเพิ่มโอกาสในการค้นหาสินค้า และบริการของคุณ จะว่าไปก็คล้ายๆ ทำการตลาดไปในตัวด้วย

5.ข้อมูลในเว็บไซต์ เป็นสิ่งที่ต้องพูดคุยอย่างละเอียด ตั้งแต่การทำโลโก้ บุคลิกของเว็บไซต์ ภาพถ่ายที่ต้องใช้ เนื้อหาภายใน การกดเชื่อมต่อไปยังหน้าอื่นๆ เช่น ระบบเลือกซื้อสินค้า ระบบบัตรสมาชิก ระบบขอใบเสนอราคา เป็นต้น หรือหากเป็นองค์กร เช่น ระบบการเข้าถึงข่าวสาร ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีความชัดเจนจากผู้จ้างว่า ต้องการใช้งานเว็บไซต์ไปในทิศทางใด บอกกล่าว หรือ ซื้อขาย

6.รองรับบนหน้าจอมือถือหรือไม่ เป็นคำถามที่ขาดเสียมิได้ เพราะปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลขององค์กร หรือการเข้าเว็บซื้อของ มักจะใช้บริการผ่านมือถือมากกว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งการทำเว็บไซต์ต้องให้มีความเหมาะสมทั้ง 2 รูปแบบ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง

7.สำรวจดูเว็บไซต์อื่น เพื่อประเมินว่า มีจุดดี จุดเด่นอย่างไร แล้วนำกลับมาเสริมให้เว็บไซต์ของเรามีความโดดเด่น ใช้งานได้สะดวกสบาย

8.บริการหลังจากพัฒนาเว็บไซต์เสร็จสิ้น เช่น หากมีข้อผิดพลาดทางระบบ จะมีความรับผิดชอบตลอดระยะเวลาหรือไม่ หรือเจ้าของเว็บไซต์สามารถอัพเดทข้อมูลเองได้อย่างไร รับเอาเว็บไซต์ไปดูแลเองได้หรือไม่ เพราะสิ่งนี้จะสามารถป้องกันความเสียหายได้ หากผู้พัฒนาเว็บไซด์เกิดหนีหายไป

 

สิ่งที่ได้นำเสนอไปนั้น เป็นเพียงแนวทางเพื่อให้ทราบว่า โดยพื้นฐานต้องมีอะไรอยู่ในเว็บไซต์เราบ้าง ส่วนเรื่องการตัดสินใจว่าจะใส่เทคนิคอื่นใด ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเราที่สามารถเจรจาค่าใช้จ่ายก่อนได้ หากราคาเป็นที่พอใจ                            จึงค่อยเซ็นสัญญาว่าจ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ควรหาราคาของแต่ละบริษัทมาเปรียบเทียบว่า ให้บริการเราได้มากน้อยขนาดไหนตามจำนวนเงินที่เราถืออยู่ในมือ เท่านี้เราก็จะได้ไม่ต้องไม่ตอบใครก็ใครว่า “ก็ไม่รู้อะไรเลยไง ถึงต้องจ้าง”                  เพราะคุณอาจถูกเอาเปรียบได้