ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับการทำ Animation และขั้นตอนที่น่าสนใจ

ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับการทำ Animationและขั้นตอนที่น่าสนใจ

ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับการทำ Animation และขั้นตอนที่น่าสนใจ ปัจจุบันนี้งาน Animation ได้เข้ามามีบทบาทกับวงการโฆษณา ละคร ภาพยนตร์ รวมไปถึงสื่อต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้เราจึงได้นำความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหลักการสร้าง Animation มาให้ผู้ที่สนใจได้มาทำความเข้าใจกันค่ะ

  1. Timing คือการเคลื่อนไหวใน Animation นั้นจะมีเรื่องของเวลาหรือความเร็วที่สัมพันธ์กับเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การเดิน การวิ่ง การขยับตัวซึ่งต้องให้ดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับช่วงเวลา ในการทำ Animation จึง จำเป็นจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของ Timing ให้ดีว่าแต่ละท่าทางนั้นใช้เวลากี่วินาที หรือ กี่เฟรม ต้องขยับช้าหรือเร็วเพื่อให้สื่อความหมายออกมาได้ตรงตามความต้องการ
  2. Ease In and Out หรือ Slow In and Out เป็นการเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์หรือวัตถุซึ่งเกี่ยวข้องกับอัตราความเร็วและอัตราเร่งของวัตถุ จะสังเกตได้ว่าในการเคลื่อนไหวจะมีอัตราเร่งที่เร็วขึ้นและช้าลงตามแรงต่าง ๆ ที่กระทำ เช่นแรงโน้มถ่วง เป็นต้น ดังนั้นการสร้าง Animation จึงต้องคำนึงถึงการเคลื่อนไหวที่ดูสมจริงมากที่สุด โดยเน้นที่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการเคลื่อนไหว ซึ่งหลักการนี้มีเพื่อให้การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติมากขึ้นนั่นเอง
  3. Arc เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะวิถีโค้ง ซึ่งในการสร้าง Animation นั้นควรศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการเคลื่อนไหวในวิถีโค้งด้วย เช่นการเหวี่ยงแขน การหมุนตัว หรือการโยนของ เป็นต้น
  4. Anticipation เป็นท่าเริ่มต้นหรือว่าท่าเตรียมก่อนที่จะทำการเคลื่อนไหว ท่าเตรียมจะช่วยในการดึงดูดความสนใจ เช่น การง้างเท้าก่อนที่จะเตะลูกบอล โดยท่าเตรียมนั้นจะทำให้ตัวละครมีลักษณะท่าทางที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยส่วนใหญ่มักมีทิศทางตรงข้ามกับท่าหลัก
  5. Exaggeration เป็นท่าทางการแสดงที่เกินจริง หรือพวกโอเวอร์แอคติ้งต่าง ๆ เพื่อเป็นการเน้นอารมณ์ตัวละครให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เช่นเมื่อตกใจก็ทำตาโตหรืออ้าปากกว้าง หรือการควงแขนเร็ว ๆ ก่อนออกหมัด เป็นต้น
  6. Squash and Stretch เป็นการยืดหดของวัตถุหรือการยืดหยุ่นของร่างกายขณะที่เคลื่อนไหว เช่น การตกพื้นของลูกบอลยางเมื่อกระแทกพื้นแล้วแบนลง และยืดขึ้นเมื่อเด้งออก หรือการยืดหดของร่างกาย กล้ามเนื้อของตัวละครในขณะที่ทำการเคลื่อนไหวทำให้ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น การเคลื่อนไหวแบบนี้จะต้องคำนึงถึงน้ำหนักและขนาดด้วย
  7. Secondary Action เป็นการเคลื่อนที่รอง เช่น เวลาที่ตัวละครเดินการเคลื่อนที่หลักคือก้าวขา การเหวี่ยงแขนก็คือการเคลื่อนที่รอง หรือทั้งแขนและขาต่างก็เป็นการเคลื่อนที่หลัก ส่วนผมหรือเสื้อผ้าที่ขยับตามแรงเดินเป็นการเคลื่อนที่รองก็ได้ การเคลื่อนที่แบบนี้จะทำให้งานดูสมจริงเหมือนมีชีวิตมากยิ่งขึ้น
  8. Follow Through and Overlapping Action คือการกระทำที่เป็นผลมาจากการกระทำหลัก จะค่อนข้างใกล้เคียงกับ Secondary Action เช่นเวลาตัวละครขว้างบอลออกไป ข้อมือจะพับลงแล้วกระดกกลับขึ้นมาเล็กน้อย ส่วน Overlapping action ก็นั้นจะคล้ายกับการส่งของแรงที่เป็นทอด ๆ เช่น การสะบัดเชือกที่จะมีการเคลื่อนที่เป็นทอด ๆ โดยส่วนที่อยู่ใกล้มือจะเริ่มเคลื่อนที่ก่อนแล้วค่อยส่งต่อ ๆ ไปจนถึงปลายเชือก หรือเวลาที่ตัวละครหยุดการเคลื่อนไหวก็จะมีเส้นผม หรือเสื้อผ้าที่จะค่อย ๆ เคลื่อนไหวช้าลง ไม่หยุดลงในทันที เป็นต้น
  9. Straight Ahead Action and Pose-To-Pose Action คือการทำ Animation แบบทำทีละเฟรม เหมาะกับการทำ Animation พวกการเคลื่อนที่ของธรรมชาติที่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวหลัก ส่วน Pose-to-Pose Action จะเป็นการทำ Animation แบบใช้ Key Frame ที่นิยมทำกันอยู่โดยจะใช้กำหนดท่าทางหลักทั้งท่าทางหลักหรือต้นทาง และกำหนดท่าทางที่เป็นปลายทาง จากนั้นก็นำมาจัดการสร้างภาพเคลื่อนไหวระหว่างท่าทางหลักทั้งสอง หรือ Animate In Between
  10. Staging เป็นท่าทางการแสดงของตัวละคร ต้องทำให้ออกมาสื่อสารกับคนดูรู้เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง อารมณ์ หรือปฏิกิริยาต่าง ๆ ของตัวละคร ถ้าทำออกมาแล้วสามารถอ่านท่าทางตัวละครได้ชัดเจน แสดงว่า Staging นั้นค่อนข้างชัดเจน สามารถที่จะสื่อสารกับคนดูได้รู้เรื่อง
  11. Appeal เป็นการสร้างลักษณะของตัวละครที่มีเสน่ห์ มีแรงดึงดูดน่าสนใจ เพื่อสร้างความจดจำและประทับใจของผู้ชม
  12. Personality เป็นการสร้างบุคลิกเฉพาะตัวให้กับตัวละคร การสร้างตัวละครให้มีบุคลิกโดดเด่นจะทำให้เกิดความน่าสนใจ ผู้ชมสามารถจดจำได้และสามารถนึกตัวละครออกเมื่อมีการกล่าวถึง

ในส่วนของงาน Animation นอกจากทั้ง 12 ข้อนี้แล้วก็ยังมีรายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้อยู่อีกมาก ซึ่งเรียกได้ว่ากว่าจะมาเป็นงาน Animation สักชิ้นให้เราได้ชมกันนั้นต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมายเลยทีเดียวล่ะ