ข้อมูลบนกล่องครีมต้องมีอะไรบ้าง?

29. ข้อมูลบนกล่องครีมจะต้องมีอะไรบ้าง

ในการผลิตครีมหรือเครื่องสำอางปัจจุบันนี้ ฉลากสินค้า ถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าของเราให้แก่ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี การออกแบบฉลากผลิตภัณฑ์รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ สวยงาม ดูดี มีสไตล์ เหมาะสมกับแบรนด์ของเรา ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ของเรามากยิ่งขึ้นไปอีก  

นอกจากการมีบรรจุภัณฑ์ที่ดูดี สวยงามแล้ว การที่ผลิตภัณฑ์ของเรามีฉลากสินค้าที่มีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้องตามข้อกำหนดกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้บริโภคทราบถึงที่ไปที่มาของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ว่ามาจากไหน ใครเป็นผู้ผลิต อยู่ที่ไหน มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ รายละเอียดของผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไร สรรพคุณเป็นอย่างไร ใช้แล้วจะดีไหม น่าใช้หรือไม่ นอกจากรายละเอียดต่าง ๆ สรรพคุณ ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์แล้ว เลขที่ของใบจดแจ้งที่ปรากฏอยู่บนกล่องหรือฉลากผลิตภัณฑ์ ของเรา ยังทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเรานั้นได้รับการจดแจ้งจากกองควบคุมเครื่องสำอาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการรับรองความปลอดภัย จึงทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ของเรามากยิ่งขึ้น 

ความรู้ความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับฉลากนั้น สำหรับผู้ที่สร้างแบรนด์ถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการมีข้อมูลที่มีความถูกต้องครบถ้วนของรายละเอียดบนฉลากผลิตภัณฑ์หรือครีมของเรา จะทำให้สินค้าหรือแบรนด์ของเราที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดดูดีมีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่แบรนด์ของเราและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคไปในตัว โดยบนฉลากสินค้าของเรา  จะต้องระบุข้อที่จำเป็น ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. ชื่อของครีมหรือ เครื่องสำอาง และชื่อทางการค้า ซึ่งต้องมีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่น ๆ บนฉลาก

2. ประเภทหรือชนิดของครีมหรือเครื่องสำอางที่จำหน่าย

3. รายละเอียดของส่วนผสม ได้แก่ ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตครีมหรือเครื่องสำอาง ซึ่งจะต้องเป็นชื่อตามตำรา ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนดไว้ และจะต้องเรียงลำดับตามปริมาณของสาร จากมากไปหาน้อยอีกด้วย

4. วิธีใช้ จะต้องระบุขั้นตอนวิธีการใช้ครีมหรือเครื่องสำอางอย่างถูกต้อง 

5. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ในกรณีเป็นครีมหรือเครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า และชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต ในกรณีที่เป็นครีมหรือเครื่องสำอางนำเข้า

6. ปริมาณสุทธิที่บรรจุต่อ 1 หน่วย 

7. เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต

8. เดือน ปี ที่ผลิต หรือ ปี เดือน ที่ผลิต ครีมหรือเครื่องสำอางนั้น ๆ 

9. เดือน ปี ที่หมดอายุ หรือ ปี เดือน ที่หมดอายุ หรือข้อความอื่นที่มีความหมาย ในทำนองเดียวกัน 

10. คำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ต่ออนามัยของบุคคล เช่นมีสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ (ถ้ามี)

11. เลขที่ใบรับแจ้ง (อย.) 

นอกจากข้อมูลที่กำหนดให้มีบนฉลากของครีมหรือเครื่องสำอาง ยังมีข้อกำหนดในการทำฉลากผลิตภัณฑ์ประเภทครีมหรือเครื่องสำอางที่มีการควบคุม ดังนี้

– ฉลากของครีมหรือเครื่องสำอางที่มีการควบคุม ต้องใช้ข้อความภาษาไทยที่สามารถมองเห็น และอ่านได้ชัดเจน นอกจากข้อความอันจำเป็นที่ได้กำหนดไว้แล้ว อาจมีข้อความอื่นหรือมี ภาษาต่างประเทศร่วมด้วยก็ได้ ยกเว้นชื่อของสารที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง อาจใช้ภาษาไทย หรือเขียนภาษาไทยทับศัพท์ภาษาอังกฤษ หรือใช้ภาษาอังกฤษ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

– ฉลากของเครื่องสำอางที่มีการควบคุมฉลากต้องจัด หรือติดแสดงไว้ในที่เปิดเผย สามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่ บรรจุภัณฑ์ หรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อของภาชนะบรรจุครีมหรือเครื่องสำอาง

– ในกรณีของเครื่องสำอางที่มีการควบคุมฉลากที่มีภาชนะบรรจุขนาดเล็ก และมีพื้นที่ ในการแสดงฉลากน้อยกว่า 20 ตารางเซนติเมตร อย่างน้อยจะต้องแสดงข้อความตามข้อ 1, 7, 8 และ 11 ได้แก่ ชื่อของครีมหรือ เครื่องสำอาง และชื่อทางการค้า เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต เดือน ปี ที่ผลิต หรือ ปี เดือน ที่ผลิต ครีมหรือเครื่องสำอางนั้น ๆ และ เลขที่ใบรับแจ้ง (อย.)  

จะเห็นได้ว่า บนฉลากของครีมหรือเครื่องสำอางนั้น ค่อนข้างมีข้อกำหนดที่เข้มงวดพอสมควรเลยทีเดียวค่ะ  ดังนั้นผู้ผลิตจึงควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจก่อนที่จะทำฉลากครีมหรือเครื่องสำอางนะคะ เพื่อที่จะสามารถวางสินค้าของเราจำหน่ายได้อย่างถูกต้อง และเพิ่มความน่าเชื่อถือและเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภคได้อีกด้วยค่ะ 

Total Page Visits: 10 - Today Page Visits: 0